มิติแดนอสูร
“นายท่านกลับมาแล้ว” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย
หวังเหว่ยได้หยักหน้าตอบรับการทักทาย จากนั้นเขาได้เดินไปหาเฟิงเฟย ที่กำลังทำหน้าที่ดูแลหน่วยคะแนนผลงานอยู่
“นายท่าน” เฟิงเฟยกล่าวทักทาย
“เฟิงเฟยข้าต้องการให้เจ้า เพิ่มงานใหม่ในหน่วยคะแนนผลงานของเจ้า ข้าต้องการคนทำงานหลอมสร้างอุปกรณ์ระดับพิเศษรวมถึงอุปกรณ์ระดับล้ำค่า100คน และคนทำงานขายอุปกรณ์ภายในร้านค้าคุณชายนักประดิษฐ์50คน โดยราคาขายอุปกรณ์ระดับพิเศษอยู่ที่ชิ้นละ10,000เหรียญทอง ส่วนราคาขายอุปกรณ์ระดับล้ำค่าอยู่ที่ชิ้นละ50,000เหรียญทอง”
“รับทราบขอรับนายท่าน นายท่านต้องการคนทำหน้าที่เฝ้าเวรยามภายในคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ด้วยหรือไม่ขอรับ ?” เฟิงเฟยกล่าวถาม
“เรื่องคนเฝ้าเวรยาม ข้าจะให้เป็นหน้าที่ของทหารรับจ้าง เจ้ารับสมัครคนที่ต้องการทำงานหลอมสร้างและขายอุปกรณ์ภายในร้านค้าก็พอ”
“รับทราบขอรับนายท่าน”
หลังจากพูดคุยกับเฟิงเฟยเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ไปหากลุ่มนักสู้หญิงงามภายในที่พักของพวกนาง
จินฟาง กุ้ยถิง รวมถึงหญิงสาวทั้ง82คน ได้แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยของหวังเหว่ย แต่พวกนางสามารถสัมผัสได้ว่าบุคคลตรงหน้าคือหวังเหว่ยผ่านสัญญากึ่งอสูร
“นายท่าน ใบหน้าของท่าน” จินฟางกล่าวถามหวังเหว่ย
“ฮ่าๆ ข้าสามารถใช้ทักษะเปลี่ยนแปลงใบหน้าได้ ในตอนนี้ข้ากำลังใช้ใบหน้าของคุณชายนักประดิษฐ์อยู่ พวกเจ้าสามารถรับรู้ได้ว่าบุคคลตรงหน้าใช่ข้าหรือไม่ผ่านสัญญากึ่งอสูร ว่าแต่พวกเจ้าเป็นอย่างไรกันบ้างเริ่มคุ้นชินกับมิติแดนอสูรแห่งนี้หรือยัง ?” หวังเหว่ยกล่าวถามกลุ่มนักสู้หญิงงาม
“เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน พวกข้าปรับตัวเข้ากับทุกคนภายในมิติแดนอสูรแห่งนี้ได้แล้วเจ้าค่ะ” กุ้ยถิงกล่าวตอบ
“ฮ่าๆ ดีแล้วข้าคิดว่าพวกเจ้าจะลำบากในเรื่องการปรับตัวเสียอีก วันนี้ข้าจะมาสอนวิธีการต่อสู้ด้วยอาวุธประเภทกระบี่ขั้นพื้นฐานให้ ในตอนนี้ข้ายังไม่มีอาวุธที่เหมาะสมมอบให้กับพวกเจ้า ให้พวกเจ้าใช้กิ่งไม้ฝึกฝนแทนไปก่อน”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” กลุ่มนักสู้หญิงงามกล่าวกับหวังเหว่ย
“เช่นนั้นเราก็มาเริ่มต้นฝึกฝนกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ให้ กุ้ยถิงและหญิงสาวทั้ง82คน หากิ่งไม้ที่เหมาะสมกับตัวเองมาคนละหนึ่งอัน จากนั้นเขาได้สอนเทคนิคการต่อสู้ด้วยกระบี่ให้กับกลุ่มนักสู้หญิงงาม
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง กลุ่มนักสู้หญิงงามได้เริ่มเข้าใจถึงวิธีการต่อสู้ด้วยอาวุธประเภทกระบี่ หวังเหว่ยจึงได้ให้กุ้ยถิงและหญิงสาวทั้ง82คนฝึกฝนด้วยตัวเองกันต่อ จากนั้นเขาได้หันไปมองทางจินฟางที่กำลังยืนดูการฝึกฝนของกลุ่มนักสู้หญิงงาม
“จินฟาง ข้าจะสอนเวทมนตร์ประเภทรักษาบาดแผลภายนอกแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มให้กับเจ้า หลังจากนี้กลุ่มนักสู้หญิงงามต้องพึ่งพาเจ้าแล้วเวลาพวกนางได้รับบาดเจ็บภายนอก”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จินฟางกล่าวกับหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เช่นนั้นเรามาเริ่มต้นฝึกฝนกันเลย”
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
วิ้ง วิ้ง
ฟู่ววว
จินฟางผ่อนลมหายใจออกมาหลังจากร่ายเวทมนตร์รักษาบาดแผลภายนอกแบบกลุ่ม “เวทมนตร์รักษาบาดแผลภายนอกแบบกลุ่มค่อนข้างใช้พลังเวทจำนวนมากเลยเจ้าค่ะนายท่าน ในตอนนี้ข้าคงใช้ได้เพียงสองครั้งต่อวันเจ้าค่ะ” จินฟางกล่าว
“แน่นอนนี่เป็นทักษะเวทระดับสูงที่สิ้นเปลืองพลังเวทมาก ในยามปกติให้เจ้าใช้เวทมนตร์รักษาบาดแผลภายนอกแบบเดี่ยวก็พอ”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จินฟางกล่าวกับหวังเหว่ย
“พวกเจ้าไม่ควรหักโหมฝึกฝนมากจนเกินไป หากพวกเจ้ามีอะไรสงสัย พวกเจ้าสามารถสอบถามสามพยัคฆ์ได้” หวังเหว่ยกล่าวกับกลุ่มหญิงงาม
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” กลุ่มหญิงงามทั้ง85คน กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกัน
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ไปหาเหม่ยหลินและเหม่ยจู ที่กำลังช่วยกันทำหน้าที่ดูแลหน่วยบัญชี
“นายท่าน” เหม่ยหลิน เหม่ยจู กล่าวทักทายหวังเหว่ย
“พวกเจ้ายังขยันกันเหมือนเดิม นี่คือแก่นอสูรระดับเลเวล30 เมื่อพวกเจ้ามีเวลาให้พวกเจ้าดูดซับพลังของมันเพื่อเพิ่มระดับเลเวลของพวกเจ้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำแก่นอสูรระดับเลเวล30 สองอันมอบให้กับเหม่ยหลินและเหม่ยจู
“ขอบคุณนายท่าน พวกข้าจะตั่งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”
“ดีมาก หากมีปัญหาอะไรพวกเจ้าสามารถบอกกับข้าได้ตลอดเวลา”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน”
ในขณะหวังเหว่ยกำลังพูดคุยกับเหม่ยหลินและเหม่ยจู เฟิงเป้าได้ทำการติดต่อกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต
“นายท่านขอรับ เหรียญทองที่ท่านให้มาหมดแล้วขอรับ พวกเรารับสมัครทหารรับจ้างได้1,000คนแล้วในตอนนี้ แต่ยังมีอีกหลายพันคนที่กำลังรอสมัครเข้าร่วมขอรับ”
“โอ้! มีคนมาสมัครเป็นทหารรับจ้างมากกว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีก แล้วมีคนที่สมัครเป็นทหารรับจ้างไม่ได้บ้างหรือไม่ ?”
“ไม่มีขอรับนายท่าน” เฟิงเป้ากล่าวตอบผ่านการสื่อสารทางจิต
"อืม พวกนั้นยังไม่เคลื่อนไหวสินะ หากข้าสามารถใช้เวทมนตร์ควบคุมจิตใจได้เหมือนเหล่านักเวทสายมืด ข้าคงไม่ต้องมาลำบากหาวิธีเปิดเผยตัวตนของกลุ่มคนที่แอบลอบทำร้ายข้าเช่นนี้" หวังเหว่ยคิดในใจ
“เจ้าบอกให้เหล่าทหารรับจ้างที่ยังไม่ได้สมัครเข้าร่วม ให้พวกเขากลับมาใหม่ในวันพรุ่งนี้” หวังเหว่ยกล่าวกับเฟิงเป้าผ่านการสื่อสารทางจิต
“รับทราบขอรับนายท่าน”
หลังจากพูดคุยกับเฟิงเป้าผ่านการสื่อสารทางจิตเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้หันมาพูดคุยกับเหม่ยหลินและเหม่ยจูอีกครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้ออกจากมิติแดนอสูรกลับไปที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
วูบ
คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
“นายท่าน” เฟิงเค่อ เฟิงเป้า กล่าวทักทายหวังเหว่ย
“อืม ทหารรับจ้าง1,000คนอยู่ที่ไหน ?” หวังเหว่ยกล่าวเฟิงเค่อและเฟิงเป้า
“พวกเขารวมตัวกันรอนายท่านอยู่ด้านนอกขอรับ” เฟิงเค่อกล่าว
“เฟิงเป้า เจ้ากลับเข้าไปในมิติแดนอสูรและนำเหรียญทองใส่ไว้ในแหวนมิติของเจ้าอีกหนึ่งล้านเหรียญ
ส่วนเฟิงเค่อ ในวันพรุ่งนี้ข้าจะให้เจ้าและเฟิงเป้าช่วยกันรับสมัครทหารรับจ้างเพิ่มอีก1,000คนเช่นเดิม ในตอนนี้ให้เจ้านำเหรียญทอง100เหรียญนี้ ไปที่จวนเจ้าเมืองเพื่อออกประกาศว่าพวกเราจะรับสมัครทหารรับจ้างเพิ่มวันละ1,000คนเท่านั้น” หวังเหว่ยได้นำเงิน100เหรียญทองมอบให้กับเฟิงเค่อหลังจากกล่าวจบ
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นทั้งสองคนได้แยกย้ายกันไปทำตามคำสั่งของหวังเหว่ยในทันที
หลังจากพูดคุยกับทั้งสองคนเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ออกมาจากคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์และเดินไปหาเหล่าทหารรับจ้าง1,000คน ที่ยืนรอเขาอยู่บริเวณพื้นที่ว่างภายในคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
"ทหารรับจ้างกลุ่มนี้ มีระดับเลเวล25ถึงระดับเลเวล40 ถือว่ามีระดับที่พอใช้ได้" หวังเหว่ยคิดในใจขณะเดินเข้าไปหาเหล่าทหารรับจ้าง
“นายท่าน” เหล่าทหารรับจ้างสามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าหวังเหว่ยคือนายของพวกเขา ผ่านทางตราสัญลักษณ์ทหารรับจ้างที่ติดอยู่บริเวณแขนของพวกเขา
“อืม พวกเจ้าทุกคนได้ทำสัญญาทหารรับจ้างกับข้าเป็นเวลาสิบปี สิบปีหลังจากนี้ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะตั้งใจทำงานเพื่อข้า”
“พวกข้าจะตั้งใจทำงานเพื่อรับใช้นายท่านขอรับ” เหล่าทหารรับจ้างทั้ง1,000คน กล่าวพร้อมกัน
“ดีมาก หลังจากนี้กลุ่มของพวกเจ้ามีชื่อว่า กลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่ง พวกเจ้าอยากเสนอให้ใครเป็นหัวหน้ากลุ่มหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
“ข้าน้อยขอเสนอให้ท่านจินลั่วหลินเป็นหัวหน้ากลุ่มขอรับ ท่านจินลั่วหลินมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นทหารรับจ้างมาตั่งแต่สมัยยังเป็นหนุ่ม อีกทั้งท่านจินลั่วหลินยังมีชื่อเสียงมากมายภายในหมู่ทหารรับจ้างด้วยกันขอรับ” ทหารรับจ้างคนหนึ่งกล่าวตอบหวังเหว่ย
“พวกเจ้าทุกคนเห็นด้วยหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
“พวกเราทุกคนเห็นด้วยขอรับ” เหล่าทหารรับจ้างกล่าวพร้อมกัน
“ดีเช่นนั้นจินลั่วหลิน เจ้าก้าวออกมาข้างหน้า”
หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบได้มีทหารรับจ้างท่าทางสง่าผ่าเผยคนหนึ่ง เดินออกมาจากกลุ่มทหารรับจ้าง “ข้าน้อยมีชื่อว่าจินลั่วหลิน อายุ42ปี มีระดับเลเวล40 คลาสอาชีพนักรบฝึกหัดขั้นสูงขอรับ” จินลั่วหลินกล่าวแนะนำตัวกับหวังเหว่ย
“หลังจากนี้เป็นต้นไปเจ้าคือหัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่ง ในแหวนมิติวงนี้มีเงินอยู่หนึ่งแสนเหรียญทอง ให้เจ้านำเงินไปซื้อวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นในการสร้างที่พักอาศัยสำหรับคนหนึ่งหมื่นคนและช่วยกันสร้างที่พักอาศัยขึ้นมาภายในคฤหาสน์แห่งนี้”
“รับทราบขอรับนายท่าน” จินลั่วหลินได้นำแหวนมิติที่หวังเหว่ยมอบให้ สวมที่นิ้วมือของตนเอง จากนั้นเขาได้เริ่มมอบหมายหน้าที่ต่างๆ ให้กับกลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่งอย่างรวดเร็ว
หวังเหว่ยได้แสดงสีหน้ายิ้มแย้มเล็กน้อย เมื่อได้เห็นความเป็นมืออาชีพของจินลั่วหลินและกลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่ง
หลังจากจินลั่วหลินมอบหมายหน้าที่ให้กลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่งเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เรียกเจียนลั่วหลินมาพูดคุยเป็นการส่วนตัว
“เจ้าพอจะรู้สถานที่หาซื้อแร่ที่ใช้สำหรับสร้างอุปกรณ์ต่างๆ หรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามจินลั่วหลิน
“นายท่านสามารถหาซื้อแร่ที่ใช้สำหรับสร้างอุปกรณ์ได้ที่จวนเจ้าเมืองขอรับ แต่หากนายท่านต้องการซื้อแร่เป็นจำนวนมาก นายท่านสามารถซื้อได้ที่ร้านขายแร่ของตระกูลเหวิน ตระกูลเพ่ยและตระกูลไป๋ ซึ่งทั้งสามตระกูลเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์ขอรับ”
“อืม แล้วพวกนั้นหาแร่มาจากที่ใดกัน ?” หวังเหว่ยกล่าวถามจินลั่วหลิน
“บริเวณโดยรอบเมืองแห่งนี้ มีอุโมงค์ที่มีแร่อยู่ขอรับ”
“โอ้! เมืองแห่งนักประดิษฐ์ถูกสร้างขึ้นเพราะมีทำเลที่ตั้งเหมาะสมสำหรับนักประดิษฐ์นี่เอง” หวังเหว่ยกล่าว
“อุโมงค์ที่มีแร่อยู่เป็นจำนวนมาก ถูกครอบครองโดยตระกูลเหวิน ตระกูลเพ่ยและตระกูลไป๋ขอรับ ส่วนอุโมงค์ที่มีแร่อยู่ไม่มากนัก ท่านเจ้าเมืองเป็นผู้ครอบครองทั้งหมด โดยท่านเจ้าเมืองได้ให้เหล่าชาวเมืองเป็นผู้ขุดแร่ภายในอุโมงค์เหล่านั้น และชาวเมืองที่ทำงานภายในอุโมงค์แร่ของท่านเจ้าเมืองจะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของราคาแร่ที่ขุดได้ขอรับ” จินลั่วหลินกล่าวกับหวังเหว่ย
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าไม่รบกวนเวลาทำงานของเจ้าแล้ว ถ้าเจ้ามีเรื่องอะไรเจ้าสามารถบอกพี่ชายทั้งสองของข้าได้หากข้าไม่อยู่ภายในคฤหาสน์”
“รับทราบขอรับนายท่าน” จินลั่วหลินได้เดินออกไปทำงานของตนเองต่อในทันทีหลังจากกล่าวจบ