บรรยากาศภายในสำนักจิตวิญญาณถือว่าครื้นเครงกันนัก ศิษย์ชายหนุ่มหญิงสาวมากมายเดินว่อนไปมาพร้อมกับพูดคุยกันอย่างคึกคัก บางคนก็กำลังเปิดแผงลอยขายของเหมือนเช่นภายในเมือง พวกเขาถึงกับตะโกนออกมาด้วยคลื่นพลังยุทธจนทำให้ได้ยินเสียงโดยทั่วกัน
"เร่เข้ามาศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย วันนี้ข้ามีสมุนไพรระดับหนึ่งมาขาย คิดราคาถูกๆอย่างเช่นเดิม"
ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนนึงตะโกนก้องออกมาและเมื่อสิ้นคำพูดของเขา ศิษย์หลายๆคนก็เริิ่มที่จะสนใจพร้อมกับเดินเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
หลินตงเมื่อเห็นมันก็ยกยิ้มอยู่หน่อยๆ บรรยากาศของสำนักบอกได้เลยว่าไม่แตกต่างไปจากเมืองเหรินซานนัก โดยเฉพาะกับการขายของเรียกได้ว่าถอดแบบตามกันมาติดๆ พวกเขามีทั้งแผงลอยนับสิบพร้อมกับมีศิษย์หนุ่มสาวรายล้อมเพื่อประมูลราคาของกันอย่างแน่นขนัด
เขาที่เห็นว่ามันดูน่าสนใจดีก็เดินไปยังบริเวณนั้นพร้อมกับยืนดูอยู่สักพัก ศิษย์ชายคนนี้กำลังเปิดประมูลสมุนไพรระดับสองที่ไม่ธรรมดา มันมีราคาถึงสิบหินลมปราณยุทธเลยทีเดียว
และเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็ปลีกตัวเดินออกมา ใบหน้าของชายหนุ่มนิ่งเฉยเป็นอย่างมาก นัยน์ตาจ้องมองไปยังหอคอยแห่งนึงที่สูงตระหง่านซึ่งตั้งอยู่ที่ใจกลางสำนัก
"ตอนนี้เราต้องไปยังหอภารกิจของสำนักก่อน ถ้ามีแต้มคะแนนสำนักแล้วละก็เรื่องอื่นๆก็จะได้มันมาอย่างง่ายๆ"
เขาคิดจบก็ก้าวเดินไปยังบริเวณของหอคอยที่เขามองเห็นในทันที ภายในแผ่นป้ายไม้ถูกระบุถึงสิ่งต่างๆของสำนักไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหอภารกิจ หอวิชาหรือแม้แต่อาณาเขตของศิษย์หลักพวกมันก็มีบันทึกไว้เพื่อที่จะให้ศิษย์คนอื่นๆไม่หลงทางกันนั่นเองแถมสำนักที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาอุดรเหนือนี้มีอาณาเขตที่กว้างใหญ่กว่าเมืองเหรินซานเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีแผนที่ระบุตำแหน่งไว้ศิษย์คนอื่นๆอาจจะหลงกันเลยก็เป็นได้
ขณะเดียวกันความคิดศิษย์ใหม่โดยส่วนมาก พวกเขาจะไปยังหอวิชากันก่อนเพื่ิอที่จะเสริมสร้างพลังของตนเอง
ส่วนหลินตงกลับไม่ได้สนใจถึงวิชาบ่มเพาะต่างๆอย่างเช่นคนอื่นๆ เพราะถึงยังไงเขาก็มีวิชาของท่านอาจารย์อยู่แล้วและที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือทรัพยากรในการฝึกฝนพลังยุทธให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะกับชายหนุ่มที่ต้องการมันมากยิ่งกว่าคนอื่นๆถึงหลายสิบเท่า
ต้องบอกก่อนว่าที่เขาคิดเช่นนี้ขึ้นมาก็ไม่ใช่ว่าไม่ไตร่ตรองออกมาก่อน เขาสำรวจมาหมดแล้วว่ามันมีหอเม็ดยาอีกด้วยและภายในหอเม็ดยานั้นก็มีตัวยาต่างๆที่เอาไว้ใช้ฝึกฝนพลังยุทธมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเม็ดยาระดับหนึ่งหรือที่สูงขึ้นไปกว่านั้นพวกมันก็มีหมด ว่ากันว่ามีให้แลกถึงเม็ดยาระดับหกเลยก็มีแค่ทว่าพวกมันไม่สามารถใช้สิ่งใดซื้อได้ยกเว้นว่าจะต้องใช้เพียงแค่แต้มคะแนนสำนัก
ระหว่างนั่นหลินตงก็เดินตรวจสอบตามทางที่เขาผ่านมาอย่างเรื่อยเปื่อย จากการประเมินคร่าวๆของชายหนุ่มแล้ว สำนักจิตวิญญาณนี้ก็ยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน มันมีกฏเกณฑ์ที่ตั้งไว้เด็ดขาดและทุกคนต้องเคราพปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าทำผิดกฏก็จะต้องถูกลงโทษอย่างเบ็ดเสร็จ ว่ากันว่าในสมัยก่อนมีศิษย์ได้สังหารศิษย์ด้วยกันเอง จึงทำให้สำนักสร้างบทลงโทษขึ้นมานั้นก็คือตกตายตามกันไป ชีวิตแลกชีวิตและด้วยกฏเกณฑ์นี้ก็ทำให้ศิษย์หลายคนไม่กล้าที่จะสังหารคนอื่นๆนั่นเอง
เวลาผ่านไปสักพักนึงหลินตงตอนนี้ก็มาถึงบริเวณลานกว้างแห่งนึง มีศิษย์มากมายหลายสิบคนกำลังยื่นตะโกนเสียงแข่งขันกันอย่างดุดัน ทุกคนเหมือนกับจะแยกกันเป็นกลุ่มๆ
"รับผู้มีพลังจิตยุทธวิญญาณขั้นหนึ่งไปทำภารกิจสังหารสัตว์อสูรระดับสอง ขาดอีกแค่คนเดียวเท่านั้น หมดแล้วหมดเลยนะว้อย..!!"
หลินตงที่เห็นการรับคนอย่างโผงผางเช่นนี้ก็ดูมึนงงอยู่นิดๆ กลุ่มนี้รับคนไปสังหารสังหารอสูรส่วนกลุ่มบริเวณนั้นก็ขาดคนไปหาสมุนไพรบนเทือกเขา เรียกได้เลยว่าที่ลานกว้างหน้าหอภารกิจนี้คือสถานที่ร่วมกลุ่มไปทำภารกิจกันนั่นเอง
ขณะที่หลินตงกำลังกวาดตามองอย่างสนใจอยู่ก็มีชายหนุ่มคนนึงเดินเข้ามาหาหลินตงด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาอยู่นิดๆพร้อมกับเส้นผมสีดำยาวที่ถูกผูดมัดเอาไว้แต่ที่แปลกไปเลยก็คือสัญลักษณ์บนอกเสื้อของเขาแตกต่างจากหลินตงหรือคนอื่นๆ มันถูกสลักไว้ด้วยตัวอักษรหมายเลขสองนั่นเอง
ศิษย์ระดับสองเมื่อมาถึงก็ยกมือทักทายหลินตงอยู่เล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น
"สวัสดีศิษย์น้อง ข้ามีนามว่าอวี้เหอเป็นศิษย์ระดับสองของสำนัก ศิษย์พี่เห็นเจ้ายืนดูอยู่ไม่ทราบว่าสนใจที่จะไปทำภารกิจสังหารสัตว์อสูรระดับสองกับพวกข้ารึไม่ เพราะถึงยังไงเงื่อนไขในการทำภารกิจนี้ก็คือมีพลังไม่ต่ำกว่าจิตยุทธวิญญาณและศิษย์น้องก็มีพลังที่สูงมากๆไม่แพ้กับข้าเลย ส่วนรางวัลนั้นก็แบ่งเท่าๆกันตามสัดส่วน สนใจรึเปล่าละ..?"
หลินตงถึงกับยักคิ้วอยู่หน่อยๆ เขาเหมือนกับคนที่ต้องการทำภารกิจกับคนอื่นๆขนาดนั้นเชียวหรอ ต้องบอกก่อนว่าหลินตงในสายตาของคนอื่นๆนั้นดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เมื่อหลินตงเดินเข้ามาพร้อมกับเส้นผมสีเงินสลวยจึงถูกจ้องมองจากศิษย์คนอื่นๆอย่างสนใจ
"ไม่ละศิษย์พี่ พอดีข้าเพิ่งมายังสำนักแห่งนี้จึงว่าจะไปดูภายในหอภารกิจก่อน ขอตัวนะ"
หลินตงยกยิ้มขึ้นพลางโบกมือปฏิเสธออกไป อวี้เหอเมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบรับก็เงียบไปแวบนึงจากนั้นเขาก็พยักหน้ารับ
"งั้นไม่เป็นอะไร เชิญศิษย์น้องเถอะ"
ชายหนุ่มถอยออกไปด้านข้างพร้อมกับผายมือเชิญให้หลินตงเดินออกไปซึ่งชายหนุ่มก็ก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจโดยที่ยังมีสายตาของอวี้เหอจ้องมองมาอย่างไม่วางตา
อวี้เหอจากมีรอยยิ้มที่ดูจริงใจก็ค่อยๆหุบยิ้มลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเริ่มมืดครึมขึ้น นัยน์ตาจ้องมองไปยังบริเวณนิ้วมือข้างขวาของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา
"ไม่คิดว่าศิษย์หน้าใหม่จะกล้าหักหน้าเขาเช่นนี้หรือว่ามันจะรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเราแต่เมื่อเขาคิดไปคิดมาก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั่น"
ชายหนุ่มคิดจบก็เดินกลับไปยังกลุ่มของตนด้วยท่าทางที่ดูหงุดหงิดอยู่นิดๆ
อีกฟากนึงหลินตงก็แสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันมีจุดประสงค์อะไร ระหว่างที่มันเดินเข้ามาก็มีท่าทีที่แปลกประหลาดแล้ว
เมื่อมันมาถึงดวงตาของมันถึงจะเลือบมองเพียงแค่แวบนึงแต่ก็ไม่พ้นสายตาของชายหนุ่มไปได้ เพราะว่านัยน์ตาของมันจ้องมองมาที่แหวนห้วงมิติบนนิ้วมือของเขาด้วยท่าทางที่โลภเป็นอย่างมาก มันจึงทำให้หลินตงรู้ว่าคนที่เข้ามามีจุดประสงค์ที่ไม่ดีนั่นเอง
"หึหึ ศิษย์ใหม่คนอื่นๆอาจจะหลงกลแต่ว่ามันใช้กับข้าไม่ได้หรอก จะหลอกล่อไปยังนอกสำนักเพื่อปล้นชิงยังงั้นเหรอ"
หลินตงตอนนี้ไม่ใช่เด็กที่โง่เขลาอย่างเช่นอดีตอีกแล้ว วิธีการต่างๆหรือกลลวงต่างๆภายในจักรวาลแห่งนี้เขานั้นซึมซับมาจากท่านอาจารย์มามากมาย ไม่ว่าจะมาด้วยวิธีการใดเขาก็สามารถรับรู้ได้อย่างแน่นอนและต่อให้เขาตอบรับคำขอเมื่อกี้นี้มันก็ไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่นิด ด้วยการที่เขามีพลังเพิ่มขึ้นมาหลายระดับจึงทำให้ศิษย์ระดับสองภายในสำนักไม่สามารถต่อกรกับเขาได้อีกแล้ว
...
หมดจริงๆละ พรุ่งนี้จะลงวันละสองตอน