ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 128 แหวกว่ายในความมืดมิด

            “ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้ว”ฟีโอน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงแล้วก็หันไปกล่าวกับร่างกายแสงของบรรดาเหล่าผู้พิทักษ์
    และยกมือข้างหนึ่ง
    ผายออกให้สัญญาณ

            ดวงแสงที่แสดงรูปแบบหนึ่งจากผลึกพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์สีน้ำเงินได้ลอยมาอยู่ในตำแหน่งหนึ่งร่างแสงของเหล่าบรรดาผู้พิทักษ์ทั้ง 17 ร่างก็แปรรูปขบวนเป็นวงกลมล้อมอยู่โดยรอบดวงแสงร่างวิญญาณของเรนิตาและร่างแสงของจักรพรรดินีฟีโอน่า

            พวกเขาดูมีความพร้อมใจที่จะร่วมกันทำสิ่งหนึ่งฟีโอน่ายิ้มและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ท่าทีของเธอนั้นชัดเจน
    เธอไม่ต้องการให้เรนิตาได้ปฏิเสธการเลือกกระทำแบบนี้ ด้วยท่าทางที่มั่นคงสุขุมและสง่างามอย่างไม่อาจจะหาใครเทียบได้นั้น
    ได้กล่าวกับเรนิตา

            “ตอนนี้พวกเราทั้งหมดพร้อมแล้วคุณเรนิตาหลับตา ทำสมาธิทำใจให้สบาย อย่าวิตกกังวลถึงเรื่องอื่น คิดถึงคนที่รอคุณกลับ
    และขอให้คิดถึงร่างกายของตัวเองนะคะ”

            “โอ้!...ได้ค่ะ ขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมาก ฉันขอสัญญาฉันจะทำให้ได้เท่าที่ฉันจะทำได้ค่ะ” ทุกอย่างไม่มีทางให้เลือก
    พวกเขาจัดรูปขบวนแล้ว ดังนั้นจึงต้องเป็นไปดังที่ฟีโอน่าบอกไว้เธอจึงต้องทำตามและรับปากต่อทุกคนถึงหน้าที่สำคัญ

            หน้าที่ปกป้องซึ่งมีเวลาที่จำกัด แม้ว่าจะประมาณ 5 ปี แต่ก็เป็นการบ้านที่หนักมันเป็นสิ่งที่จะต้องร่วมมือกันกับคนอื่นๆ เพื่อทำให้ดีที่สุด
    เธอหลับตาลงตั้งใจไว้ที่ร่างกายของตนเอง

            ‘จะต้องกลับสู่ร่างกายให้ได้’เธอทำสมาธิ ภาวนาในใจเช่นนั้น คิดถึงคนอื่นๆที่รอให้เธอกลับไปตามที่ฟีโอน่าบอก

            เมื่อเห็นเรนิตามีความพร้อมฟีโอน่าได้พยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้กับทั้ง 17 ร่างแสง พวกเขายิ้มออกมาเช่นกัน
    เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เกิดสิ่งที่มากกว่าพลังงานแห่งแสงมันเป็นรอยยิ้มแห่งความเสียสละ

            ทั้งหมดก็ได้รวบรวมพลังงานจากร่างที่ส่องสว่างออกมาด้วยประกายแสงสีเขียวกลายเป็นสำแสงที่เป็นสายๆ วนหมุ่นเป็นรอบๆร่างวิญญาณของเรนิตาและร่างแสงของฟีโอน่า ก่อนที่จะหลอมรวมสู่ดวงพลังงานสีน้ำเงิน

            จากดวงเล็กเท่าประมาณไข่ไก่นั้น ก็ได้ส่องแสงสว่างและมีขนาดที่เพิ่มขึ้นเท่าลูกฟุตบอลและยังลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิง
     ราวกับเป็นดั่งดาวฤกษ์สีน้ำเงินเรนิตาแม้จะหลับตาอยู่แต่ยังรับรู้ได้ถึงแสงสว่างที่
    ส่องประกายสีน้ำเงินนั้น

            ร่างแสงของฟีโอน่าก็ได้ส่องประกายก่อนกลายเป็นลำแสงสายหนึ่งเข้าไปหลอมรวมไม่นานดวงสว่างที่ลุกโชนนั้นก็ได้ส่องแสงสว่างเป็นแสงสีน้ำเงินไปทั่วทั้งห้วงมิตินี้

            หากมองจากห้วงอวกาศบริเวณนั้นจะเห็นประกายสว่างเล็กใหญ่หลายสายพุ่งเข้าไปรวมกันที่ดวงสว่างสีน้ำเงินดวงหนึ่ง

            ที่เห็นเหล่านั้นเป็นประกายของเศษผลึกผลังงานที่กระจัดกระจายอยู่บริเวณนั้น เมื่อครั้งที่ได้ระเบิดพลังงานจากคราวที่พวกเขา
    ได้ร่วมกันสร้างมิติแห่งนี้ตอนนี้ก็ได้ถูกชักนำกลับมาหลอมรวม ก่อนจะระเบิดพลังงานที่เหลืออยู่ออกมาอีกครั้งและครั้งนี้
    มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของเศษผลึกเหล่านี้

            ก่อนการระเบิดออร่าพลังงานแสงแห่งดวงอาทิตย์สีน้ำเงินในครั้งนี้มีธาตุหยดเลือดมรกตของฟีโอน่าพุ่งเข้าสู่ร่างวิญญาณของเรนิตา
    หลังจากนั้นเธอก็เหมือนหลับไป ไม่รับรู้อะไรอีกครั้ง

            หลังจากส่องสว่างขึ้นแล้วก็ดับไปกลายเป็นความมืดมิดที่ไม่มีอะไรเลย ห้วงมิติแห่งนี้ก็ได้อันตรธานหายไปตลอดกาล
    ห้วงมิติที่เป็นแดนหวงห้ามที่จักรพรรดินีฟีโอน่าร่วมกับเหล่าผู้พิทักษ์ 17ร่างได้สร้างขึ้นเพื่อกักกลุ่มของทอวิเลียสที่เกิดปฏิกิริยา
    ต่อพลังงานแสงจากซูเปอร์โนวาขนาดเล็กกลุ่มหนึ่งไม่มีอีกต่อไปแล้ว

            โดยไม่รู้เป็นเวลาที่นานเท่าไหร่เพราะความมืดมิดที่ไร้สภาพและไม่มีสิ่งใดเลยนี้ไม่มีระบบและรูปแบบเวลาที่ชัดเจน
    ทุกสิ่งทุกอย่างอันตรธานไป หลังจากพลังงานแสงแห่งดวงผลึกที่เหลืออยู่ระเบิดพลังงานสุดท้ายออกมา

            ในท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่มีอะไรเลยก็เกิดมีประกายลำแสงเท่าหยดเลือดหนึ่ง พร้อมด้วยประกายสว่างออร่าหนึ่งที่โอบล้อมไว้แหวกไปตามรอยรั่วของห้วงอวกาศและห้วงมิติที่ไร้สภาพ

            แสงสีเขียวจากธาตุแสงหยดเลือดมรกตของฟีโอน่ากำลังเดินทางเพื่อไปส่งร่างวิญญาณของเรนิตากลับสู่ร่างกาย

            ธาตุหยดเลือดของเธอ อาศัยพลังงานส่วนหนึ่งจากผลึกเก็บพลังงานของดวงอาทิตย์สีน้ำเงินและอาศัยช่วงว่าง
    จากการเกิดรอยรั่วของห้วงมิติและห้วงอวกาศ

            ร่างวิญญาณของเรนิตาราวกับหลับใหลและลอยไปในความมืดมันมีแสงสว่างระยิบระยับจากดวงดาวอื่นๆ เป็นครั้งๆ ช่วงๆ
    แต่เธอก็ไม่รับรู้ใดๆแม้แต่การเกิดกระบวนการวิวัฒนาการของร่างกายแสงที่เกิดขึ้นกับตนเอง การเกิดวิวัฒนาการในแบบของเธอ
    ก็แตกต่างและไม่เหมือนบุคคลอื่นๆทั้งเทวิน ชาวมารีย์และชาวอโณน ที่เป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิ
    จากระบบสุริยะจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงิน

            ก่อนหน้าวิวัฒนาการของเธอเริ่มเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งร่วมกับเทวินนอกจากนั้นแล้วยังเกิดปฏิกิริยา
    กับธาตุหยดเลือดมรกตของฟีโอน่าและพลังงานจากกลุ่มทอวิเลียสในห้วงอวกาศ

            วิวัฒนาการของร่างกายแสงแบบนี้ผลการเกิดขึ้นจะออกมาเป็นเช่นใด ไม่มีใครรู้ได้แม้แต่จักรพรรดินีฟีโอน่าก็ไม่อาจจะคาดเดาได้จึงมีแต่เรนิตาเองที่จะรู้ได้หลังจากปฏิกิริยาสมบูรณ์แล้วเท่านั้น

            ลำแสงสีเขียวที่มุ่งมั่นและร่างวิญญาณที่ไม่อาจจะรับรู้สิ่งใด ยังคงแหวกว่ายไปตามรอยรั่วที่มืดมิดและหลังจากการไปส่งเรนิตาแล้วร่างแสงและหยดเลือดของเธอก็ต้องไปหลับจำศีลลึกยังที่ที่เหมาะสมกับธาตุพลังงานของเธอซึ่งก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าคือที่ใด

            ‘คุณเรนิตาคุณคือผู้ที่ถูกเลือก และผู้ที่เหมาะสมที่สุดของกาลนี้’ สิ่งที่จักรพรรดินีฟีโอน่ารับรู้ได้ภายหลังจากที่ร่างกายแสง
    กลับมาหลอมรวมอีกครั้ง ก็คือ เรนิตา เธอนั่นเอง