ตอนที่ 65เศษซากจากอดีต
ด้านล่าง
แอนดรูว์ลงมาถึงสิ่งแรกที่เขารับรู้คือเศษซากสิ่งปลูกสร้างปะปนกับเศษกระดูกสีขาวอยู่บนพื้นเต็มไปหมดบนผนังรอบด้านมีรอยเลือดแห้งสีแดงเรืองแสงฝังติดอยู่หลายจุด แถมยังมีรอยกรงเล็บและร่องรอยของการต่อสู้พอเขามองไปด้านบน เขาไม่ได้เห็นแค่โดรนที่บินอยู่ เขายังเห็นความเสียหายนับไม่ถ้วน
“นี่แค่ชั้นที่สามไม่ใช่ว่าด้านล่างพังทลายไปหมดแล้วหรอกนะ” แอนดรูว์พึมพำเขาเกิดความคิดว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นในหอคอยแต่ละชั้น คิดไปคิดมาเขาเลือกย่อตัวลงใช้ฝ่ามือหยิบเศษซากบนพื้นขึ้นมาดู
ขณะแอนดรูว์กำลังวิเคราะห์เศษซากบนพื้นวิเวียน เดโม่ เดวิดและชีวจักรกลสีแดงได้ลงมาถึงด้านล่าง แต่หลังจากลงมาถึง ทั้งหมดต่างมองไปรอบๆ เพื่อคอยคุ้มกันแอนดรูว์ ยกวิเวียนที่เดินเข้ามาใกล้และก้มมองสิ่งที่แอนดรูว์ถืออยู่
‘เศษหินพวกนี้แข็งแรงมากความเก่าแก่พอ ๆ กับสิ่งปลูกสร้างในใจกลางมหาจักรวาล ต่างตรงวัสดุมันคนละชนิดและไม่ดีเท่ากับที่นั่น’แอนดรูว์วางเศษชิ้นส่วนในมือกลับที่เดิม แล้วหยิบเศษกระดูกชิ้นใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้เขาขึ้นมาดู
‘ความเสียหายเยอะมากน่าจะเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่ามันมาจากชิ้นส่วนไหนไม่รู้ว่ามันมาจากตัวอะไร ดูจากลักษณะและความทนทานไม่บุบสลายไปตามกาลเวลา อาจเป็นชิ้นส่วนต้นขาหรือกระดูกสันหลังของสิ่งมีชีวิตที่มีความแข็งแกร่งไม่ต่ำกว่าอสูรดวงดาวระดับเอส’
แอนดรูว์พิจารณาพลางพลิกเศษกระดูกไปพลิกมาเพื่อดูความสึกกร่อนภายใน ก่อนจะวางมันลงและเริ่มหยิบหลายสิ่งขึ้นมาดูอยู่พักใหญ่
หลังจากแอนดรูว์เห็นหลายสิ่งจนพอใจเขาได้ยื่นเศษกระดูกชิ้นหนึ่งให้วิเวียน
“เธอเคยกินสิ่งมีชีวิตมาหลายชนิดลองดูหน่อยว่ามันเหมือนหรือคล้ายตัวที่เธอเคยกินไปรึเปล่า”
วิเวียนหยิบเศษกระดูกมาจากมือแอนดรูว์เธอมองดูมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้เถาวัลย์ขนาดเล็กจิ๋วคล้ายรากฝอยหลายเส้นสัมผัสไปทั่วเศษกระดูก
เปร๊าะ!
อยู่ ๆ เศษกระดูกในมือวิเวียนกลายเป็นผุยผงเธอบอกกับแอนดรูว์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“นายท่านเศษกระดูกชิ้นมีพลังชีวิตซ่อนอยู่เล็กน้อย มันอร่อยมาก”
แอนดรูว์ได้ยินก็ขมวดคิ้วเขาไม่เข้าใจว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร จึงถามอีกครั้ง
“เศษกระดูกนั่นเหมือนหรือคล้ายสิ่งมีชีวิตตัวไหน”
“อ๊ะ! ขอโทษนายท่าน..ฉันสัมผัสถึงพลังชีวิตหอมหวานและเผลอกินมันไปรสชาติมันดีเหมือนพวกตัวยาวในใต้ดินผสมพวกเท้าสั้นในป่า”
เห็นสีหน้าเพลิดเพลินของวิเวียนแอนดรูว์สึกคาดหวังว่า..อาจได้เห็นเค้าโครงเลือนรางในอดีตของสิ่งมีชีวิต จากการนำสิ่งที่เขาเคยพบเจอในชีวิตมาเปรียบเทียบ
“ช่วยขยายความหน่อย ว่ามันเป็นตัวอะไร”
วิเวียนเอามือแตะปากเธอครุ่นคิดอยู่ไม่นานแล้วพูดขึ้น
“พวกตัวยาวมันเหมือนงูแต่ไม่ใช่งู พวกมันมีขาเล็กจิ๋ว..เคลื่อนไหวใต้ดินได้รวดเร็ว..เหมือนดินเป็นน้ำพวกเท้าสั้น มันชอบอาศัยอยู่ตามริมแหล่งน้ำ ให้เปรียบเทียนฉันคิดว่ามันเป็นพวกสิ่งมีชีวิตครึ่งบกครึ่งน้ำฉันไม่รู้ว่าจะเรียกพวกมันว่ายังไง หัวมันสั้น คอยาว เท้าสั้น มีหางเล็ก ๆตัวไม่ใหญ่มาก”
ได้ฟังคำอธิบายจากวิเวียนแอนดรูว์เห็นภาพอสูรดวงดาวหลายชนิดในหัว ซึ่งมันมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมแต่พอเขาลองจินตนาการถึงรูปร่าง เขากลับคิดว่ามันดูแปลกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ
‘รึว่ามันจะเป็นเศษกระดูกของสิ่งมีชีวิตจำพวกเต่าประหลาดบางชนิดไม่ก็สัตว์เลื้อยคลานชนิดที่ยังไม่เคยถูกค้นพบ’ แอนดรูว์คาดเดาในใจก่อนจะเริ่มสังเกตทุกอย่างใหม่อีกครั้ง ในหลาย ๆ มุมมอง ซึ่งช่วยให้เขามั่นใจว่าในชั้นนี้ไม่มีอันตรายซ่อนอยู่
“เดวิด นำชีวจักรกลทั้งหมดไปช่วยกันสแกนพื้นที่ตรวจสอบพื้นผิวด้วยว่าจุดไหนเสียหายหนัก และเริ่มสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลขอย้ำให้ทำทุกอย่างด้วยความปลอดภัย เบามือให้มากที่สุด ละเอียดที่สุดรวดเร็วที่สุด” แอนดรูว์ออกคำสั่ง เดวิดและเหล่าชีวจักรกลต่างตอบว่า ‘รับทราบ!’ เป็นเสียงเดียวก่อนจะเริ่มแยกย้ายกันไปทำหน้าที่
ในเวลาเดียวกันโดรนที่บินอยู่ด้านบน เริ่มขยับไปทั่วพื้นที่เพื่อทำการสแกนพื้นผิวและเก็บข้อมูล
“เดโม่ แกต้องทำงานร่วมกับวิเวียน”แอนดรูว์บอกกับเดโม่ แล้วบอกถึงวิธีดำเนินการของเขาให้ทั้งสองฟัง
“วิเวียน ต้องใช้ความสามารถของเธอสำรวจหาเศษกระดูกแบบเดียวกันมาให้เดโม่ในเวลาเดียวกันฉันอยากให้เธอใช้เถาวัลย์กระจายหาเส้นทางลงไปชั้นต่อไปขอแค่อย่าทำให้ที่นี่ถล่มลงมาและอย่าทำลายกระดูกหรือกินพวกมัน...
...ส่วนเดโม่ ให้ทำการเก็บตัวอย่างจากวิเวียนและสแกนข้อมูลส่งให้โมบิทไปสร้างโครงกระดูกจำลองให้สมบูรณ์ที่สุดฉันต้องการดูเค้าโครงกระดูกและจำลองรูปร่างในช่วงเวลาที่มันยังมีชีวิต”
“รับทราบ” “ฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะนายท่าน”
วิเวียนเริ่มใช้พลังและความสามารถของเธอโดยการใช้เถาวัลย์ขนาดเล็กนับไม่ถ้วนกระจายไปทั่วพื้นที่ ชอนไชไปตามรอยแตกและใต้เศษซากส่วนเดโม่ยืนอยู่ข้างวิเวียนรอรับเศษกระดูกเพื่อเก็บตัวอย่าง
เมื่อแอนดรูว์เห็นว่าทั้งหมดเริ่มลงมือสำรวจเขาจึงเดินไปดูรอยเลือดแห้งตรงผนังหลายจุด ซึ่งเขาพบว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย
‘เลือดพวกนี้มาจากสิ่งมีชีวิตหลายชนิดพวกมันปะปนกันมั่วไปหมด ร่องรอยการต่อสู้ยังพบได้ทุกแห่งน่าสงสัยว่าเกิดการต่อสู้รุนแรงขนาดนี้ ทำไมถึงไม่พบจุดสิ้นสุด เหมือนทุกอย่างมันเกิดขึ้นและหายไป’ แอนดรูว์คิดพลางมองร่องรอยที่หลงเหลือสลับกับเศษซากบนพื้นแต่เขายังไม่พบร่องรอยการเชื่อมโยงใด ๆ ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจาย
เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไป
ไม่รู้ว่ามันผ่านไปกี่ชั่วโมงเศษกระดูกส่วนใหญ่ที่วิเวียนเก็บรวบรวมมา ถูกเดโม่สแกนส่งไปให้โมบิทวิเคราะห์ จนได้เป็นภาพโครงกระดูกที่มีความสมบูรณ์เกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดถูกบันทึกอยู่ในฐานข้อมูล
ด้านเดวิดกับเหล่าชีวจักรกลสแกนพื้นผิวทั้งหมดและเก็บตัวอย่างจนเกือบเสร็จแต่ในตอนนี้ติดอยู่อย่างเดียว คือไม่มีใครพบเส้นทางไปสู่ชั้นต่อไปแม้วิเวียนจะใช้เถาวัลย์ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ชอนไชไปทั่วทุกจุด หรือแอนดรูว์ใช้จิตวิญญาณค้นหากลับไม่พบร่องรอยของประตู
‘นี่คือจุดสิ้นสุดงั้นหรอ’ความคิดผุดขึ้นมา แอนดรูว์ไล่มองตามผนังขึ้นไป เขาใช้เวลานานในการไล่ดูในแต่ล่ะจุดจากนั้นเริ่มปะติดปะต่อภาพหอคอยในหัวและพบว่ามันมีความผิดปกติบางอย่าง
‘ชั้นที่มีสถูปเจดีย์กับชั้นที่ว่างเปล่าแต่กลับมีซากเจดีย์และโครงกระดูกซ่อนไว้สองชั้นมีขนาดเท่ากัน เทียบกันแล้วในชั้นที่สามมีขนาดมากกว่าสองชั้นรวมกันถึงสองเท่า’แอนดรูว์เริ่มวิเคราะห์ เขากำลังหาจุดเชื่อมโยงบางอย่างอยู่นานในที่สุดเขาพบร่องรอยเล็ก ๆ บนผนังที่อยู่สูงขึ้นไปเขาจึงเดินไปจุดที่ไร้แรงโน้มถ่วงและส่งตัวเองลอยขึ้นไปถึงจุดนั้น
หมับ! แอนดรูว์ใช้มือข้างเดียวจับร่องบนผนัง เขาใช้ดวงตามองจุดไม่ได้รับผลกระทบซึ่งมีความเก่าแก่มากกว่าสองชั้นด้านบน
‘นี่อาจเป็นรอยต่อระหว่างชั้นถึงจะยืนยันว่าความคิดเรามีส่วนใกล้เคียงความจริง พอลองเทียบตามขนาดและข้อสันนิษฐานเราก็เจอแค่หกชั้น หอคอยมีเก้าชั้นและอีกสามชั้นหายไปไหน’ แอนดรูว์คิดพลางขยับตัวไปดูรอยต่อระหว่างชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปอีก
‘เจอรอยต่อระหว่างชั้นสองแห่งนี่น่าจะช่วยเป็นข้อยืนยันได้ส่วนหนึ่ง’ แอนดรูว์คิดพลางย้อนนึกไปถึงซากเมืองที่อยู่ด้านบนสุด
‘ไม่น่าใช่...หรือว่าจะใช่ถ้าไม่นับว่ามันมีความเก่าแก่คนละยุคและนับรวมชั้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหอคอยเราจะได้มาเจ็ดชั้น แต่ก็ยังเหลืออีกสองชั้นที่หายไป เป็นไปได้รึเปล่าจากการที่ไม่พบทางไปชั้นต่อไปสองชั้นที่หายไปจะเป็นสองชั้นบนสุด’ แอนดรูว์คาดเดาเพราะถ้าเขาคิดไปในทางนี้ มันจะยืนยันได้ว่านี่คือหอคอยเก้าชั้นในภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง
‘ลองคิดว่านี่คือหอคอยเก้าชั้นจริงสี่ชั้นล่างถูกทำลายจนเป็นเศษซาก สองชั้นอยู่ในสภาพดีกว่า แต่มีสถูปเจดีย์ชั้นหนึ่งอีกหนึ่งมีซากเจดีย์และโครงกระดูก ชั้นสุดท้ายที่เหลือมีเพียงซากเมืองอีกสองชั้นหายไป รวมทุกอย่างเข้ากันและคิดว่าหอคอยเก้าชั้นมีความแข็งแกร่ง ขนาดสี่ชั้นย่อยยับหอคอยยังไม่ถูกทำลาย ด้านบนสุดสองชั้นกลับหายไป...
...ทำไมสองชั้นนั้นถึงยังอยู่ในสภาพดียิ่งเป็นชั้นที่มีสถูปเจดีย์ถึงมีความเก่าแก่กลับกักขังสิ่งมีชีวิตโบราณตัวนั้นได้ ไหนจะเสาหินที่ถูกสร้างขึ้นมาทีหลังเหมือนกับว่าเคยมีใครเข้ามาในหอคอยก่อนหน้าเรา แต่เป็นช่วงเวลาที่นานมาแล้ว’
เฮ้ออออออออออออ~
“ถ้าเกิดว่าร่องรอยทั้งหมดเป็นจริงเคยมีใครเข้ามาก่อนหน้าเราจริง แสดงว่าหอคอยต้องถูกทำลายก่อนหน้านั้น...ใครนั่น อาจสร้างเสาหินหรือทำให้สี่ชั้นล่างเสียหายย่อยยับแต่ใครนั่นเข้ามาทำไมล่ะ?” แอนดรูว์พึมพำยิ่งเขาเริ่มปะติดปะต่อ ทุกอย่างเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจ ตัวเขาเองยังเริ่มจะอยากสันนิษฐานทุกอย่างขึ้นมาใหม่แต่ไม่ว่าจะคิดจนหัวหมุนขนาดไหน เขาก็ไม่พบข้อสันนิษฐานที่ดีไปกว่านี้
แอนดรูว์ขยับตัวในสนามแรงโน้มถ่วงอีกครั้งเพื่อตามหารอยต่อระหว่างชั้น ด้วยการที่เขาใช้จิตวิญญาณเข้าช่วยทำให้เขาพบรอยต่อเพิ่มมาจริง ๆ และการค้นพบนี้ รวมกับชั้นทั้งสี่ของหอคอยถูกทำลายยิ่งช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานให้เป็นไปในทางเดียวกับที่เขาคาดเดาไว้บางส่วน
ผ่านไปอีกพักใหญ่แอนดรูว์ได้กลับลงมาด้านล่าง เขาเดินตรงเข้าไปหาเดโม่และบอกข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงให้สร้างแบบจำลองหอคอยตามข้อมูลที่ค้นพบ ก่อนจะบอกให้เดโม่ส่งข้อมูลทั้งหมดรวมถึงการสันนิษฐานของเขาไปให้โมบิทเพื่อสร้างแบบจำลองหอคอยเก้าชั้นรวมไปถึงสร้างสถานการณ์จำลอง
“ฉันจะนั่งพักตรงนี้รอพวกนายทำงานเสร็จ” แอนดรูว์ใช้เท้าปัดพื้นที่เหลือเพียงฝุ่นผง ก่อนนั่งลงด้านข้างวิเวียนพลางมองวิเวียนใช้เถาวัลย์เก็บเศษกระดูกมาให้เดโม่คัดแยก แล้วมองไปทางชีวจักรกลสีแดงที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง
‘รู้สึกว่าช่วงนี้ใช้จิตวิญญาณบ่อยแต่ไม่ค่อยมีผลกระทบอะไร เพราะใช้แค่ช่วงสั้น ๆ เทียบกับก่อนหน้านั้นไม่ติดเลย’แอนดรูว์คิดและนั่งมองการทำงาน สองมือจับกระบี่ล่าอสูรในท่าทางสบายถึงอย่างนั้นเขายังไม่ได้เปลี่ยนเกราะให้กลายเป็นกำไลเพราะยังคงระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ต่อให้ในเวลานี้แอนดรูว์กำลังพักเขาก็สังเกตไปรอบด้านและเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น