บทที่1 การเริ่มต้น
ตึก ตึก ตึก¡¡ เสียงวิ่งขึ้นบันไดของใครสักคนที่ฉันฟังแล้วดูเหมือนเ้าตัวกำลังรีบมาก และเสียงฝีเท้านั้นมันทำให้ฉันตื่นจากความฝัน แต่ฉันยังคงหลับตาอยู่
แกร๊ก //หลังจากที่เสียงฝีเท้าจบลงฉันก็ได้ยิ้นเสียงเปิดประตูห้อง และแน่นอนว่าเสียงเปิดประตูนนั้นเป็เสียงประตูห้องฉัน
ยูกิ! ตื่นได้แล้ว เธอจะทำให้เราสายกันนะ //เสียงที่ดังแสบแก้วหูแผดดังขึ้น และนั้นทำให้ฉันค่อยๆหรี่ตามองไปยังต้นเสียงและพบกับเงาคนลางๆที่หน้าประตูก่อนที่ฉันจะเบือนหน้าพร้อมกลับพลิกตัวหนีไปอีกฝั่ง
ฉันขออีก5นาที ~_~ //และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย ใครบางที่ชอบตื่นเช้า ถึงมีก็น้อย และหนึ่งในนั้นไม่ใช่ฉันแน่นอน
ไม่ได้เธอต้องตื่นได้แล้ว วันนี้เปิดเทอมวันแรกนะ //เสียงเ้ากรรมที่ดังอยู่แล้วนั้น ยิ่งดังขึ้นไปอีก
ฉันจึงอดไม่ได้ที่ต้องลุกออกจากเตียงที่ฉันรัก พร้อมกับสะบัดผ้าห่มที่ห่มอยู่ออกจากตัวจนผ้าห่มลงไปกองอยู่ที่พื้น
โอเค โอเค ฉันตื่นแล้ว //ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อย พร้อมกับดันตัวลุกขึ้นจากเตียง และเดินตรงไปหยิบผ้าขนหนูที่แขวนอยู่หน้าตู้เสือผ้า
ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ //ฉันหันไปบอกกับคนที่ยืนอยู่หน้าประตูและจ้องมองเธออยู่สักพัก เหมือนเ้าตัวจะรู้ตัวว่าฉันจ้องเธอทำไม เธอจึงปิดประตูลงและเดินจากไป ฉันเองก็เดินเข้าน้ำเพื่อจัดการกับธุระของฉัน
เอี๊ยดๆๆ //เสียงเปิดฝักบัว
ฉ่า ฉ่า~~~ // เสียงน้ำจากฟักบัวในห้องน้ำที่หยดไหลเป็สาย ตกลงมากระทบกับตัวฉัน นั้นทำให้ฉันตื่นแบบเต็มตาในทันทีและไม่นานฉันก็จัดการธุระของฉันจนเสร็จเรียบร้อย ฉันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องพร้อมกับยืนคิดอะไรเหม่อลอยอยู่สักพัก และในที่สุดฉันก็นึกขึ้นว่าวันนี้เป็วันแรกของการใช้ชีวิตในรั่วของสถาบันสามตระกูล และฉันจะต้องเจออะไรอีกเยอะในการอยู่ในสถาบันในครั้งนี้ แต่ที่ฉันรู้สึกไม่โอเคกันมันมากที่สุดเลยคือมันทำให้เวลานอนของฉันน้อยลง
เฮ้อ //ฉันถอนหายใจยาวๆพร้อมกับก้าวเท้าแบบสโลโมชันแบบช้าๆออกจากห้อง แต่ว่า
ตึก ตึก ตึก. !!!! //ฉันต้องหันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน และฉันก็พบกับเ้ากรรมนายเวรยามเช้าของฉัน
ยูกิ เสร็จหรือยัง ตามมานี้ ฉันมีอะไรให้ดู //ฉันจ้องมองใบหน้าเธอด้วยหน้าตาที่เบื่อหน่าย แต่อีกฝั่งกลับมีใบหน้าที่ตื่นตละหนก จนฉันอดส่งสัยไม่ได้ เพราะโดยปกติเธอไม่ค่อยมีเื่อะไรให้ใหรือวิตกกังวลเลยสักครั้ง
เสร็จแล้ว มีอะไรหรือเปล่า ริกะ ทำไมสีหน้าไม่ดีเลย //ฉันถามริกะพร้อมกับเอียงคอมองเธอ ใช่ริกะคือคนที่วิ่งขึ้นวิ่งลงในบ้านของฉัน เธอเป็ทั้งเพื่อนและองค์ลักษณ์ของฉัน
ตามมาเถอะ //เธอตอบฉันพร้อมกับเดินนำฉันลงไปข้างล้าง ฉันเองก็เดินตามเธอไปแต่โดยดี ฉันเดินตามริกะที่เดินอย่างเร่งรีบ ผ่านห้องโถง ผ่านโต๊ะอาหาร ผ่านห้องรับแขก และเดินออกมาที่โรงจอดรถ
นี่ ดูนั้นสิ มันใช่ ใช่ไหม //ฉันหันไปมองตามนิ้วมือที่เธอชี้ไป ฉันเห็นเสื้อคลุมตัวหนึ่ง พาดไว้บนรถบิ๊กไบค์ของฉัน และพอมองดีๆก็ทำให้ฉันเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมริกะ เธอถึงทำสีหน้าไม่สู้ดีแบบนั้น
เดียวฉันมา ฉันขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อน เธอก็ไปเปลี่ยนชุดเป็ชุดสถาบันแบบฟอร์มทางการสะ //ฉันพูดพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน และฉันก็มาหยุดชะงักที่โต๊ะอาหาร แน่นอนฉันไม่ลืมที่จะหยิบขนมปังบนจานที่ริกะเตรียมเป็อาหารเช้ายัดใส่ปาก ก่อนที่จะเดินขึ้นไปที่ห้องของฉันเพื่อเปลี่ยนชุดที่เหมาะสมกับฐานะของตัวเอง ฉันใช้เวลาในการเปลี่ยนชุดไม่นานฉันก็ลงมารอริกะที่โรงจอดรถ
ฉันมาแล้ว รอนานไหม //ริกะวิ่งลงมาพร้อมกับสะพายเป้น่ารักๆของเธอมาด้วย ริกะเธอเป็ผู้หญิงที่หน้ารักมาก และตอนนี้เธอก็อายุ 22 ปีแล้ว เธอสูงประมาน 163ซม. มีดวงตาสีชมพูนัยตาประกายน้ำตาลเล็กน้อย ซึ่งมันเข้ากันได้ดีกับผิวขาวอมชมพูของเธอ ทรงผมของเธอถูกจัดทรงให้เป็ลอนสวยงามนั้นรับรูปได้ดีกับปากสีชมพูจากลิปสติ๊กสีชมพูอ่อนๆนั้น แล้วใบน่ารูปไข่อันจิ้มลิ้มของเธอนั้นมันก็ชวนให้โลกสดใสขึ้นจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาชมเพื่อนตัวเองแล้ว ฉันต้องรีบไปที่สถาบัน
ไปกันเถอะ //ฉันพูดพร้อมกับโยนหมวกกันน็อคให้เธอ และฉันเองก็หยิบของฉันขึ้นมาใส่เช่นเดียวกัน แต่ฉันก็ไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อคลุมตัวนั้นขึ้นมาใส่ด้วย แล้วพวกเราสองคนก็ขับรถออกจากบ้านไปแบบเร่งด่วน
ในระหว่างที่ฉันขับรถกำลังเดินทางไปโรงเรียนในหัวก็คิดถึงเื่เสื้อคลุม ว่าทำไมต้องเริ่มั้แ่ตอนนี้ มันเร็วเกินไปไหมสำหรับคนที่พึ่งเข้าร่วมกับสถาบันปีนี้ ถึงแม้พวกเราจะไม่ใช่เด็กแล้วก็ตามเถอะ แต่พอคิดถึงว่าต้องมาค่อยลุ้นว่าจะเจอกับอะไร สู้เจอั้แ่ตอนนี้ไปเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา ฉันก็มีเื่ที่ต้องทำอยู่ด้วยเช่นกัน รีบทำให้จบไปเลยดีกว่า ฉันคิดอะไรในหัวไว้มากมาย จนไม่รู้ว่าตอนนี้ใช้เวลาไปเท่าไหร่กับการขับรถ รู้ตัวอีกทีฉันก็มาถึงสถาบันแล้ว
ยูกิ โรงจอดรถอยู่ทางนูนนะ ทางนั้นเป็แถวตู่เก็บของ ของพวกเราด้วย // ริกะพูดพร้อมกับชี้นิ้วบอกทางฉัน ริกะเป็คนของสถาบันนี้ั้แ่ยังเด็ก เธอจะรู้จักทุกซอกทุกมุมของสถาบันนี้ดี แตกต่างกับฉันที่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ได้มาที่สถาบัน ฉันไม่รอช้าและขับรถไปในทางที่เธอบอกทันที ไม่นานพวกเราก็จัดการเอารถเข้ามาจอดในโรงรถ และเดินเอาหมวกไปเก็บที่ตู้เก็บของของตัวเอง
ยูกิ ฉันว่าเธอถอดเสื้อคลุมออกมาถือดีกว่าไหม มันจะได้ไม่เด่นมากไป อร๊ายย!!!!// อยู่ๆริกะที่กำลังพูดอยู่ก็ส่งเสียงใออกมาสุดเสียง พอฉันหันไปก็พบว่ามีผู้ชายสองคนมายื่นอยู่ข้างหลังเธอ แล้วหนึ่งในนั้นก็เอามือกอดรวบคอเธอไว้ และนั้นทำให้เธอใจนร้องเสียงหลงออกมา
ญ/ช
เฮ้ย! (ยูกิ) / เงียบๆ พี่เอง พี่เอง(ผู้ชายที่กอดคอริกะ) //ฉันกับผู้ชายที่กอดรวบคอของริกะพูดขึ้นพร้อมกัน แต่อีกฝ่ายดูใจเย็น และพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลพร้อมกับท่าทีที่สบายใจดูไม่เป็พิษเป็ภัย แต่ต่างจากฉันที่พร้อมจะพุ่งเข้าใส่อีกพักได้ทุกเมื่อ แต่ถว่า
พี่ไนท์ ทำไมเล่นแบบนี้ ริกะแทบหัวใจวายตายแหนะ //ริกะหันไปพูดกับคนคนนั้นแล้วยิ้มร่าพร้อมกับตีที่แขนของคนที่ชื่อไนท์ไปหนึ่งที สรุปสองคนนี้รู้จักกันว่างั้นเถอะ ฉันที่เมื่อกี้รู้สึกใพร้อมกับเป็ห่วงริกะ ตอนนี้ฉันได้แต่นึกเสียดายความรู้สึกเมื่อกี้ที่นึกเป็ห่วงริกะ เล่นอะไรกันไม่เข้าเื่เลย ฉันก็นึกว่าจะมีเื่ั้แ่วันแรกที่มาสะแล้ว ฉันส่งสายตาแบบเซ็งๆไปมองที่ริกะ แต่เ้าตัวกลับส่งยิ้มแห้งๆมาให้ฉันแทน
ยังไงกันริกะ //ฉันถามเพื่อนของฉันพร้อมกอดอก ยืนมองทั้งคู่ที่กำลังส่งยิ้มให้กันแบบที่ว่าน้ำตาลเรียกพี่เลยก็ว่าได้
ยูกิ นี้พี่ไนท์ แฟนริกะเอง ที่เคยเล่าให้ฟังไง พี่เขาอายุมากกว่าเรา 1 ปีนะ //ริกะพูดพร้อมกับชี้ไปที่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉัน ฉันมองสังเกตุไนท์ที่มีผิวสีขาวออร่า มีเส้นผมสีเหลืองประกายทองและถูกจัดทรงแบบลวกๆ ดวงตาสีอำพันและมีนัยที่ตาดุเหมือนงูพิษ ริมฝีปากบางกริบพร้อมกับมีสีชมพูธรรมชาติ ส่วนสูงของไนท์ก็สูงราวๆ180กว่าๆได้ ฉันมองหน้าไนท์พร้อมกับคิ้วขมวดเล็กน้อย แต่แล้วอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาโดยการโบกไม้โบกมือ เพื่อเป็การทักทายให้กับฉัน
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันยูกิค่ะ //ฉันแนะนำตัวกลับพร้อมก้มหัวให้เล็กน้อย แต่ทันทีที่ฉันเงยหน้าขึ้นสายตาฉันก็ไปจับจ้องอยู่ที่อีกคนที่มากับไนท์ เพราะเขาเอาแต่เงียบ และจ้องมองมาที่ฉัน ส่วนฉันเองก็มีความรู้สึกแปลกๆจากเขาเหมือนกัน
อ่อคนนี้เพื่อนพี่ ชื่อโคริ //ไนท์เหมือนจะรับรู้ได้ทันทีว่าฉันกำลังสงสัยว่าชายที่มีผมสีขาวอมเทา ดวงตาสีแดงเื นัยตาเ็าราวกับจะถูกแช่แข็งเมื่อมองเข้าไปในดวงตานั้น ใบหน้ารูปไข่ผิวซี๊ดเหมือนฉัน และตัวสูงกว่าพี่ไนท์เล็กน้อย เขาคนนั้นเป็ใคร ฉันจ้องมองเขาด้วยใบหน้าที่สงสัยและระแวงเขาอยู่ไม่น้อย
นี้ยูกิ ชื่อเธอ แปลว่าหิมะใช่ไหม ส่วนชื่อพี่โคริ แปลว่าน้ำแข็ง ชื่อคลายกันเลยนะ ความหมายนะ ความหมาย. //เพื่อนฉันพูดขึ้นแบบทำท่าทางขี้เล่น แต่นั้นทำให้ฉันกับคนที่ชื่อโคริต้องหันหน้าหลบกันไปคนละทางในทันที เพื่อนฉันเนี้ยนะ พูดอะไรทีทำเอาปวดหัวเลย แต่โครินี้เหมือนเคยเจอที่ไหนหรือเปล่านะเขาดูคุ้นๆตายังไงไม่รู้ แต่ฉันก็ยังคงนึกไม่ออกอยู่ดี ฉันจึงไม่คิดอะไรต่อเพราะต่อให้คิดไปฉันก็คิดไม่ออก
ห่างกัน 1 ปี งั้นฉันขอเรียกชื่อพวกนาย 2 คนแบบสบายๆแล้วกันนะ //ฉันพูดพร้อมกันถอดเสื้อคลุมออกมาถือไว้ และส่งยิ้มให้พวกเขาทั้งสองคน
ยัยตัวเล็ก //โคริพูดขึ้นมา พร้อมกับมองมาที่ฉัน นั้นทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจมาก ว่านั้นเขากำลังเรียกฉันเหรอ แต่ว่าปกติยัยตัวเล็กชื่อนี้ไม่มีใครใช่เรียกฉันมานานแล้ว แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรตอบกลับไปหาโคริ ไนท์ก็แทรกขึ้นมาก่อน
พี่ว่าเราเดินไปคุยไปดีกว่านะคะ // ไนท์ หันมองทุกคนแล้วก็เดินนำออกไป แน่นอนไนท์ก็เดินออกไปพร้อมกับริกะ ส่วนฉันก็ต้องเดินไปกับคนที่ชื่อโคริ จะบอกว่ายังไงละ เดิมทีฉันที่ไม่้าเป็จุดสนใจของใคร แต่ตอนนี้สิ ระหว่างทางเดินทุกคนก็หันมามองกลุ่มเราเป็สายตาเดียว เพราะอะไรนะเหรอ เพราะพวกฉันแปลกในลักษณะภายนอกยังไงละ ทั้งสีผม สีตา สีผิว และรังสีที่แผร่ออกมา นั้นทำให้เราต่างจากคนอื่นๆแบบจัดเจน
นี่ พี่ไนท์ พี่โคริคือดันโจของพี่หรอ //ริกะ
ใช่ พี่เป็องครักษ์ของโคริ แต่พวกพี่ก็ทำตัวเหมือนเป็เพื่อนกันแบบพวกเธอนั้นแหละ. //ไนท์พูดพร้อมกับเอามือขยี้หัวริกะเบาๆแบบเอ็นดู แต่คนที่ดูฟินที่สุดก็คงจะเป็ริกะ เพราะั้แ่ไน์มาฉันยังไม่เห็น
ริกะหุบยิ้มเลย
แต่ยูกิ ดูแตกต่างจากที่ริกะเล่าให้ฟังนิดหน่อยนะคะ //ไนท์พูดขึ้นพร้อมกับหันกลับมองมาที่ฉันพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ นั้นทำให้ฉันสงสัยขึ้นมาทันทีว่า สองคนนี้นอกจากคุยกันเื่ต่างๆนาๆแล้วยังคุยเื่ฉันด้วยเหรอ แล้วยัยเพื่อนของฉันเอาฉันไปขายไว้ขนาดไหนกัน
ฉันใช้สายตาจองมองด้านหลังของเพื่อนสาวพร้อมกับขมวดคิ้วเป็ปมเล็กๆ และใช้น้ำเสียงที่มีเลิศนัยถามเพื่อนรักของฉัน
ฉันต่างจากที่ริกะพูดถึงยังไงหรอ. //ฉันถามโดยที่ยังเดินอยู่และก้มลงมองที่พื้นก่อนที่จะช้อนตาขึ้น และมองไปที่สองคนที่เดินนำหน้าอยู่
ยูกิที่ริกะเล่าให้ฟังก็จะเป็คนขี้บ่น อารมณ์ขึ้นลงง่าย ยิ้มเก่ง ประมานนี้แต่นี้ยูกิตัวจริงคือนิ่งสงบต่างกันกบที่ริกะเหล่าให้ฟังมากเลยนะ //พอไนท์พูดเสร็จฉันหันไปมองริกะที่กำลังยิ้มร่า ประมานกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเหล่าถึงตัวฉันเป็แบบบุคคลิกของตัวเธอเองมากกว่ามั้ง ฉันส่ายหน้าหน่อยๆ และหันไปทางด้านขวาของตัวเองก็เห็นโคริกำลังมองหน้าฉันอยู่ ฉันจึงยกคิ้วเป็คำถามส่งกลับไป
เปล่า //โคริตอบกลับมา พร้อมกับหันไปมองข้างหน้า อะไรของเขาเนี่ย
ตึง !!โครม โอ้ย. //หลังจากสิ้นสุดเสียง ภาพที่เห็นต่อมาคือไนท์กับริกะเดินชนกับใครสักคน จนทำให้อีกฝ่ายล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ผู้หญิงคนนั้นมีผมสีส้มสดใสและยาวตรง ซึ่งมันดูสวยและสง่ามาก เธอเงยหน้าขึ้นมองริกะและไนท์ นั้นทำให้เห็นถึง ดวงตาที่คมกริบและมีั์ตาเป็สีน้ำตาลสว่าง และใบหน้ของเธอนั้นเรียวได้รูปเข้ากับจมูกเล็กๆของเธอ ริมฝีกปากของเธอมีสีคล้ายๆกับสีของกลีบดอกซากุระยังไงยังงั้น
พวกแกเดินกันไม่ดูทางเลยหรือไงใอ้พวกพันธ์ทาง //หญิงสาวที่ไนท์กับริกะเดินชนลุกขึ้นแล้วตะคอกใส่พวกเขาอย่างโมโหและเสียงดัง นั้นทำให้ฉันและโคริถึงกับหันมามองหน้ากัน ประดุจว่า เป็การบอกกันว่าเื่มาละ
ขอโทษค่ะพี่เดซี่ พวกเราไม่ได้มองทางเดิน ต้องขอโทษด้วยนะคะ. //ริกะขอโทษผู้หญิงคนนั้นอย่างรัวๆ และไนท์เองก็โค้งตัวให้เป็การขอโทษ แต่ว่าริกะรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอ แล้วทำไมต้องทำท่าทางเคารพขอโทษอะไรกันขนาดนั้นด้วย
เพี๊ยะ ! //แต่อยู่ๆ คนที่ชื่อเดซี่ก็ตบลงที่หน้าของริกะอย่างจัง ทำให้ฉันคนนี้ถึงกับตัวสั่นขึ้นมา และกำลังจะก้าวขาตรงไปที่เดซี่ แต่โคริก็ดึงแขนฉันไว้พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ เป็การบอกกับฉันว่า ให้อยู่เฉยๆ ฉะนมองหน้าโคริ แล้วคิ้วขม้วดเล็กน้อย แต่ก็ฟังเขาแต่โดยดี ใอ้ความรู้สึกที่ยอมต่อเขานี้มันคืออะไรกันเนี่ย
เดซี่! ริกะก็ขอโทษแล้วเธอจะตบริกะทำไม ทำไมไม่ตบฉัน เพราะฉันเองก็ชนเธอด้วยเหมือนกัน //ไนท์ตะคอกเสียงดังพร้อมใส่อารมณ์กับเดซี่แบบสุดๆ อย่างว่าละนะแฟนข้าใครอย่าแตะ แต่นั้นเองก็ทำให้ฉันเย็นลงได้เล็กน้อยละนะ อย่างน้อยๆ ตอนนี้เพื่อนของฉันก็มีคนปกป้องแล้ว ฉันใจเย็นลงมาบ้างที่เห็นว่าไนท์เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์นี้
พวกพันธ์ทางแบบพวกเธอฉันจะทำอะไรก็ได้ //เธอพูดเสร็จเธอก็มองมาที่ฉันและโคริ แสดงว่ายัยเดซี่
นี้เป็พวกลูกผสมสินะ ไนท์กับริกะถึงได้ให้ความเคารพ เฮ้อฉันละเหนื่อยใจกับใอ้พวกที่ยังยึดติดกับ
เื่เืบริสุทธิ์ ลูกผสม และพันธ์ทาง อะไรพวกนี้จังเลย นี้มันยุคไหนแล้ว
แต่แล้วเดซี่ก็เหมือนจะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ฉันกับโคริแทน เพราะเธอเดินตรงเข้ามาหาเราสองคน
พวกนั้นเพื่อนของพวกเธอหรอ พวกพันธ์ทางเหมือนกันสินะ. //เธอพูดพร้อมหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เดซี่เธอจะเอามือไปลูบที่หน้าของโคริ แต่ทว่าโคริก็ปัดออกอย่างแรง นั้นทำให้เดซี่เสียหน้าต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แต่ฉันเองสิ ที่รู้สึกสะใจที่โคริแสดงท่าทีปฏิเสธแบบนั้นออกมาชัดเจน ฉันว่านั้นมันก็สมควรละกับคนแบบเดซี่
กล้ามากนะที่นายปัดมือฉัน นายรู้ใช่ไหมว่าลูกผสมแบบฉันมีค่ามากกว่าพวกนายมากขนาดไหน
นี่! ก่อนจะพูดอะไรนะเธอดูดีแล้วใช่ไหม ว่าเธอมีค่ากว่าเรานะ //โคริพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่โมโห พร้อมกับดึงเสื้อคลุมที่ฉันถืออยู่ในมือไป และชูขึ้นกลางอากาศให้เดซี่ได้เห็น แต่เดซี่กลับทำใบหน้างงๆกับเสื้อตัวนั้น
อะไร? ก็เหมือนทั่วไป เสื้อคลุมทั้งสถาบันก็เป็สีดำเหมือนกันหมด //เดซี่พูดขึ้นพรางยิ้มเยาะ แต่โคริก็จับเสื้อคลุมกางออกให้เห็นสัญญาลักษ์ที่อยู่ด้านหลังเสื้อคลุม แล้วทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็พร้อมใจกันคุกเข่าลงกับพื้น รวมทั้งคนที่ชื่อเดซี่ด้วย ฉันคิดว่าทุกคนคงจะรู้ตัวกันแล้วว่าเสื้อตัวนั้นมันต่างออกไปยังไง
ฉะ ... ฉันต้องขออภัย ฉันไม่ทราบว่าคุณเป็ทายาทบ้านรัตติกาล //เดซี่ที่คุกเข่าลงละล่ำละลักพูดออกมา พร้อมกับหันหน้ามองมาทางฉันพร้อมกับกล่าวคำขอโทษ แล้วทำไมอีตานี้ถึงมาหยิบเอาเสื้อคลุมฉันไปโชว์ด้วยละเนี่ย เดซี่เหลือบสายตาไปมองที่โคริด้วยสายตาที่อาฆาตแค้น แต่เหมือนโคริจะรู้ว่าทำไมเธอถึงหันไปมองเขาแบบนั้น เขาเลยหยิบเสื้อคลุมของเขาออกมากางและคลุมทับเสื้อคลุมของฉัน เพื่อให้ทุกคนเห็นตราสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านหลังเสื้อ ทันทีที่ทุกคนเห็นตราสัญลักษณ์ที่อยู่บนเสื้อของโคริ ทุกคนต่างมีใบหน้าที่ตกตลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเริ่มมีเสียงซุบซิบเกิดขึ้น
ทายาทบ้านเหมันต์ //ทุกคนพูดพร้อมกัน แล้วมันแปลกยังไงเนี่ย แค่ลูกหลานของสองตละกูลมาที่สถาบัน และเสื้อคลุมสองตัวนี้มันก็แค่แตกต่างจากตัวอื่นที่มีตราประจำตละกูล
ถ้างั้นช่วยหลีกทางให้พวกเราไปที่ห้องด้วย รู้ฐานะของตัวเองแล้วนะยัยเืผสม. //โคริพูดพร้อมกับใช้หางตา
มองไปที่เดซี่ นั้นทำให้เดซี่ที่นั่งอยู่ลุกขึ้น พร้อมกับหลีกทางให้พวกเราแบบหมดหนทางสู้
คืนให้นะ ขอบคุณนะที่ให้ยืม //โคริส่งเสื้อกลับมาให้ฉันและยิ้มให้ฉันหน่อยๆ ฉันรับมันไว้และหันไปดูริกะและไนท์ แต่ทว่า
ฮ่า ฮ่า ฮ่า~~. //ฉันขำออกมาสุดแรงเกิด เมื่อเห็นใบหน้าของไนท์และริกะ สองคนทำหน้าเหมือนกับว่าพึ่งโดนผีหลอกกันมายังงั้นแหละ
ขำอะไรยัยตัวเล็ก. //โคริถามฉันน้ำเสียงต่างออกไปจากตอนที่พูดกับเดซี่ ฉันหันหน้าไปมองโคริแว๊บนึ่ง และฉันก็หันหน้ากลับมามองริกะและไนท์ตามเดิม ริกะและไนท์มีท่าทีที่ใและหน้าซี๊ดเผือก จนตอนนี้ฉันเริ่มยิ้มแห้งให้กับทั้งคู่เพราะฉันเริ่มไม่เข้าใจกับสถานะการในตอนนี้ที่กำลังเผชิญอยู่ ว่าฉันพลาดอะไรไป