เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางจางจึงส่งทารกน้อยให้ถังฉีอย่างไม่เต็มใจ
“ครั้งหน้าก็รีบมาหน่อยสิ พวกเรามีอาหารให้เจ้ากินมากมายเลย”
ท่านตาที่เป็นคนไม่ค่อยพูดวางตะเกียบลงและหยิบกล้องยาสูบออกมาจุด
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านตา” ถังฉีเอ่ยตอบ ในใจรู้สึกถึงความอบอุ่นท่วมท้น
“ฉีเอ๋อร์ มากับข้าซิ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าหน่อย”
ผู้เฒ่าหวังมองถังเหอด้วยแววตาลึกซึ้ง จากนั้นก็เดินออกไปที่แปลงผักหลังบ้านพลางสูบกล้องยาในมือ
ถังฉีเลิกคิ้ว และขอให้ถังซานดูแลถังเหอ จากนั้นนางก็ตามผู้เฒ่าหวังไปที่สวน
“ฉีเอ๋อร์ แม่ของเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น” ประโยคแรกของผู้เป็นตาทำให้ถังฉีสั่นสะท้าน
“ยิ่งไปกว่านั้น เหอเอ๋อร์ยังมีหน้าตาเหมือนกับซานเอ๋อร์ตอนเด็ก ๆ ไม่ผิดเพี้ยน”
เมื่อพูดจบ ผู้เฒ่าหวังสูดลมหายใจลึกและสูบกล้องต่อไป
“ท่านพ่อของเจ้าไปรบจริงหรือ?”
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของถังฉีด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงการผ่านโลกมามาก
ถังฉีตกตะลึง ไม่คิดว่าชายชราจะมีความฉลาดหลักแหลมถึงเพียงนี้
“ท่านตา ข้าให้สัญญากับท่านแม่ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้…
เจ้าค่ะ ท่านพ่อแอบกลับมาครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน ท่านแม่ก็ตั้งท้องน้องคนเล็ก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้เฒ่าหวังก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และสูบกล้องอีกครั้ง
“ความกังวลของแม่เจ้าถูกต้องแล้ว เรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลับระหว่างเจ้ากับข้าและสวรรค์เท่านั้น หากทางการรู้ว่าพ่อของเจ้าละทิ้งหน้าที่ เจ้าและน้อง ๆ อาจได้รับผลกรรมที่ตามมา”
ถังฉีพยักหน้า ตั้งใจจะเก็บความลับนี้ไว้ให้ลึกสุดใจ
“เฮ้อ...น่าเสียดายที่แม่ของเจ้าต้องพบกับความอยุติธรรมโดยเปล่าประโยชน์…”
ผู้เฒ่าหวังดูชรามากขึ้นกว่าสิบปีเมื่อพูดประโยคเหล่านี้
“ท่านตา ท่านพ่อไม่ใช่คนละทิ้งหน้าที่ สถานการณ์ในเวลานั้นอาจจะเป็นเพราะเขากำลังทำภารกิจลับบางอย่าง”
ถังฉีนึกถึงสถานการณ์ในเวลานั้นอย่างละเอียด
“ก็เป็นไปได้ เช่นนั้น…เรื่องนี้จะต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้”
หลังจากที่ผู้เฒ่าหวังพูดเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที
ถังฉีพยักหน้าอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม นางไม่มีความตั้งใจที่จะบอกเรื่องนี้กับใครอยู่แล้ว
“กลับเข้าไปข้างในเถอะ ไม่เช่นนั้นท่านยายของเจ้าคงตำหนิข้าอีก”
เมื่อพูดจบ ผู้เฒ่าหวังก็เดินนำไปข้างหน้า ถังฉีสังเกตเห็นว่าแผ่นหลังของเขาตั้งตรงขึ้น
เมื่อมาถึงห้องครัว นางจางทำความสะอาดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ท่านป้าสะใภ้ ท่านยาย อย่าเพิ่งไป ข้ามีเรื่องสำคัญจะหารือกับพวกท่านเจ้าค่ะ!”
ถังฉีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ท่านลุงและท่านป้าจึงมารวมตัวกัน
“ท่านยาย นี่คือวัตถุดิบสำหรับเครื่องปรุงที่ข้ากำลังทำอยู่ ข้าจะแสดงวิธีทำให้ท่านดู แต่ว่าสูตรนี้จะต้องเก็บเป็นความลับนะเจ้าคะ”
ถังฉีชี้ไปยังถุงที่อยู่ใกล้ ๆ
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ครอบครัวหวังรู้สึกสับสน
เด็กหญิงจึงอธิบายข้อตกลงที่นางทำสัญญากับร้านเยว่ไหลเค่อให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด
อย่างไรเสีย ครอบครัวที่แท้จริงไม่ควรมีความลับต่อกัน
“ฉีเอ๋อร์ วิญญาณของแม้เจ้าจะต้องภูมิใจ”
นางจางเอ่ยพลางปาดน้ำตา
“ท่านยาย”
ถังฉีปลอบประโลมนางจางและเริ่มสอนพวกเขาทำเครื่องปรุงสำหรับหม้อไฟ
แม้แต่น้ำแกงไก่ชนิดผงก็ยังถูกใส่ไว้ในถุงผ้าใบใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น
จากนั้น ถังฉีก็สอนนางจางและท่านป้าทั้งหลายผสมเครื่องปรุง
บรรยากาศเป็นไปด้วยความกลมกลืนและครึกครื้น
พวกเขาใช้ขิง กระเทียม หัวหอมที่เตรียมมาจนหมด
“ฉีเอ๋อร์ ไขมันหมูพวกนี้กินได้เลยหรือ?” นางจางเอ่ยถามในตอนเย็น
ในเมื่อเนื้อวัวเป็นของหายากในยุคสมัยนี้ ถังฉีจึงใช้ไขมันหมูแทน รสชาติดีไม่แพ้กัน
ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องปรุงหม้อไฟ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะสูดดม
“กินได้เลยเจ้าค่ะท่านยาย ผักก็ล้างแล้ว น้ำแกงก็พร้อม เครื่องปรุงก็เตรียมเอาไว้แล้ว อีกเดี๋ยวท่านจะได้ลองชิม”
ถังฉีต้องการให้ทุกคนได้ลองกินหม้อไฟด้วยตัวเอง
อีกไม่กี่วัน เครื่องปรุงเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการของร้านอาหารในเมืองชิงเหลียง
“น้องหู่ ข้าจะบอกอะไรให้ หม้อไฟนี้ยอดเยี่ยมไปเลย” ถังเฟิงกอดไหล่เด็กชายตัวเล็กนามว่าหวังหู่และพูดอย่างภาคภูมิใจราวกับว่าพี่สาวคนโตของเขาเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งที่สุดในโลก!
ไม่นาน ครอบครัวก็นั่งล้อมรอบหม้อไฟ
“อา…หม้อไฟนี้เผ็ดร้อน แต่ก็ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น” ท่านลุงหวังอันเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
แม้เขาจะบอกว่าหม้อไฟนี้เผ็ดร้อน แต่มือก็คีบไม่หยุด อีกทั้งยังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
เด็ก ๆ เองก็เอร็ดอร่อยกับน้ำแกงใสที่ทำให้เบิกบานใจได้ไม่แพ้กัน
นางจางคีบอาหารใส่ชามของพวกเขาตลอดเวลา และไม่นานทุกคนก็อิ่มแปร้
“ฉีเอ๋อร์ หม้อไฟนี้น่าอัศจรรย์จริง ๆ”
ท่านป้าสะใภ้ชื่นชม นางไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!
“เอาละ พรุ่งนี้พวกท่านก็ทำตามสูตรนี้ต่อไป ข้าจะไปที่เมืองชิงเหลียงเพื่อดูว่าร้านเตรียมการไปถึงไหนแล้ว”
ไม่มีใครคัดค้าน และรู้สึกว่ากิจการนี้จะต้องรุ่งเรืองแน่!
เช้าวันต่อมา ถังโส่วเหรินก็มาถึงหมู่บ้านตระกูลหวังแต่เช้าตรู่เพื่อพาถังฉีเข้าเมืองชิงเหลียง
เมื่อออกเดินทาง เด็กหญิงห่อส่วนผสมเครื่องปรุงหม้อไฟที่ทำเมื่อวานด้วยกระดาษและวางไว้ในตะกร้าไม้ไผ่อย่างพิถีพิถัน
วัตถุดิบที่นางนำมาเมื่อวานนี้ถูกใช้ไปหมดแล้ว
หวังอันและหวังอวี่จ้างเกวียนจากหมู่บ้านเพื่อเข้าไปซื้อวัตถุดิบเพิ่ม
ตระกูลหวังมีเงินไม่มากนัก
ถังฉีจึงให้เงินพวกเขาหนึ่งร้อยตำลึง ทำให้นางจางประหลาดใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่า เด็กหญิงจะหยิบเงินออกมามากมายขนาดนี้
เมื่อถังฉีบอกว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินมัดจำที่เจ้าของร้านเยว่ไหลเค่อมอบให้ นางจางจึงยอมรับมัน
เมื่อลูกสะใภ้ได้เห็นเงินจำนวนนั้น ดวงตาของพวกนางพลันเปล่งประกาย
******************************