ทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้

    ตอนที่ 48 ละทิ้งหน้าที่

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางจางจึงส่งทารกน้อยให้ถังฉีอย่างไม่เต็มใจ


    “ครั้งหน้าก็รีบมาหน่อยสิ พวกเรามีอาหารให้เจ้ากินมากมายเลย”


    ท่านตาที่เป็นคนไม่ค่อยพูดวางตะเกียบลงและหยิบกล้องยาสูบออกมาจุด


    “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านตา” ถังฉีเอ่ยตอบ ในใจรู้สึกถึงความอบอุ่นท่วมท้น


    “ฉีเอ๋อร์ มากับข้าซิ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าหน่อย”


    ผู้เฒ่าหวังมองถังเหอด้วยแววตาลึกซึ้ง จากนั้นก็เดินออกไปที่แปลงผักหลังบ้านพลางสูบกล้องยาในมือ 


    ถังฉีเลิกคิ้ว และขอให้ถังซานดูแลถังเหอ จากนั้นนางก็ตามผู้เฒ่าหวังไปที่สวน


    “ฉีเอ๋อร์ แม่ของเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น” ประโยคแรกของผู้เป็นตาทำให้ถังฉีสั่นสะท้าน


    “ยิ่งไปกว่านั้น เหอเอ๋อร์ยังมีหน้าตาเหมือนกับซานเอ๋อร์ตอนเด็ก ๆ ไม่ผิดเพี้ยน”


    เมื่อพูดจบ ผู้เฒ่าหวังสูดลมหายใจลึกและสูบกล้องต่อไป


    “ท่านพ่อของเจ้าไปรบจริงหรือ?”


    เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของถังฉีด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงการผ่านโลกมามาก


    ถังฉีตกตะลึง ไม่คิดว่าชายชราจะมีความฉลาดหลักแหลมถึงเพียงนี้


    “ท่านตา ข้าให้สัญญากับท่านแม่ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้…


    เจ้าค่ะ ท่านพ่อแอบกลับมาครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน ท่านแม่ก็ตั้งท้องน้องคนเล็ก”


    เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้เฒ่าหวังก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และสูบกล้องอีกครั้ง


    “ความกังวลของแม่เจ้าถูกต้องแล้ว เรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลับระหว่างเจ้ากับข้าและสวรรค์เท่านั้น หากทางการรู้ว่าพ่อของเจ้าละทิ้งหน้าที่ เจ้าและน้อง ๆ อาจได้รับผลกรรมที่ตามมา”


    ถังฉีพยักหน้า ตั้งใจจะเก็บความลับนี้ไว้ให้ลึกสุดใจ


    “เฮ้อ...น่าเสียดายที่แม่ของเจ้าต้องพบกับความอยุติธรรมโดยเปล่าประโยชน์…”


    ผู้เฒ่าหวังดูชรามากขึ้นกว่าสิบปีเมื่อพูดประโยคเหล่านี้


    “ท่านตา ท่านพ่อไม่ใช่คนละทิ้งหน้าที่ สถานการณ์ในเวลานั้นอาจจะเป็นเพราะเขากำลังทำภารกิจลับบางอย่าง”


    ถังฉีนึกถึงสถานการณ์ในเวลานั้นอย่างละเอียด


    “ก็เป็นไปได้ เช่นนั้น…เรื่องนี้จะต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้”


    หลังจากที่ผู้เฒ่าหวังพูดเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที


    ถังฉีพยักหน้าอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม นางไม่มีความตั้งใจที่จะบอกเรื่องนี้กับใครอยู่แล้ว


    “กลับเข้าไปข้างในเถอะ ไม่เช่นนั้นท่านยายของเจ้าคงตำหนิข้าอีก”


    เมื่อพูดจบ ผู้เฒ่าหวังก็เดินนำไปข้างหน้า ถังฉีสังเกตเห็นว่าแผ่นหลังของเขาตั้งตรงขึ้น


    เมื่อมาถึงห้องครัว นางจางทำความสะอาดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว


    “ท่านป้าสะใภ้ ท่านยาย อย่าเพิ่งไป ข้ามีเรื่องสำคัญจะหารือกับพวกท่านเจ้าค่ะ!”


    ถังฉีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ท่านลุงและท่านป้าจึงมารวมตัวกัน


    “ท่านยาย นี่คือวัตถุดิบสำหรับเครื่องปรุงที่ข้ากำลังทำอยู่ ข้าจะแสดงวิธีทำให้ท่านดู แต่ว่าสูตรนี้จะต้องเก็บเป็นความลับนะเจ้าคะ”


    ถังฉีชี้ไปยังถุงที่อยู่ใกล้ ๆ 


    “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ครอบครัวหวังรู้สึกสับสน


    เด็กหญิงจึงอธิบายข้อตกลงที่นางทำสัญญากับร้านเยว่ไหลเค่อให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด


    อย่างไรเสีย ครอบครัวที่แท้จริงไม่ควรมีความลับต่อกัน


    “ฉีเอ๋อร์ วิญญาณของแม้เจ้าจะต้องภูมิใจ”


    นางจางเอ่ยพลางปาดน้ำตา


    “ท่านยาย”


    ถังฉีปลอบประโลมนางจางและเริ่มสอนพวกเขาทำเครื่องปรุงสำหรับหม้อไฟ


    แม้แต่น้ำแกงไก่ชนิดผงก็ยังถูกใส่ไว้ในถุงผ้าใบใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น


    จากนั้น ถังฉีก็สอนนางจางและท่านป้าทั้งหลายผสมเครื่องปรุง


    บรรยากาศเป็นไปด้วยความกลมกลืนและครึกครื้น


    พวกเขาใช้ขิง กระเทียม หัวหอมที่เตรียมมาจนหมด


    “ฉีเอ๋อร์ ไขมันหมูพวกนี้กินได้เลยหรือ?” นางจางเอ่ยถามในตอนเย็น


    ในเมื่อเนื้อวัวเป็นของหายากในยุคสมัยนี้ ถังฉีจึงใช้ไขมันหมูแทน รสชาติดีไม่แพ้กัน


    ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องปรุงหม้อไฟ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะสูดดม 


    “กินได้เลยเจ้าค่ะท่านยาย ผักก็ล้างแล้ว น้ำแกงก็พร้อม เครื่องปรุงก็เตรียมเอาไว้แล้ว อีกเดี๋ยวท่านจะได้ลองชิม”


    ถังฉีต้องการให้ทุกคนได้ลองกินหม้อไฟด้วยตัวเอง


    อีกไม่กี่วัน เครื่องปรุงเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการของร้านอาหารในเมืองชิงเหลียง


    “น้องหู่ ข้าจะบอกอะไรให้ หม้อไฟนี้ยอดเยี่ยมไปเลย” ถังเฟิงกอดไหล่เด็กชายตัวเล็กนามว่าหวังหู่และพูดอย่างภาคภูมิใจราวกับว่าพี่สาวคนโตของเขาเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งที่สุดในโลก!


    ไม่นาน ครอบครัวก็นั่งล้อมรอบหม้อไฟ


    “อา…หม้อไฟนี้เผ็ดร้อน แต่ก็ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น” ท่านลุงหวังอันเอ่ยด้วยความตื่นเต้น


    แม้เขาจะบอกว่าหม้อไฟนี้เผ็ดร้อน แต่มือก็คีบไม่หยุด อีกทั้งยังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ


    เด็ก ๆ เองก็เอร็ดอร่อยกับน้ำแกงใสที่ทำให้เบิกบานใจได้ไม่แพ้กัน


    นางจางคีบอาหารใส่ชามของพวกเขาตลอดเวลา และไม่นานทุกคนก็อิ่มแปร้


    “ฉีเอ๋อร์ หม้อไฟนี้น่าอัศจรรย์จริง ๆ”


    ท่านป้าสะใภ้ชื่นชม นางไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!


    “เอาละ พรุ่งนี้พวกท่านก็ทำตามสูตรนี้ต่อไป ข้าจะไปที่เมืองชิงเหลียงเพื่อดูว่าร้านเตรียมการไปถึงไหนแล้ว”


    ไม่มีใครคัดค้าน และรู้สึกว่ากิจการนี้จะต้องรุ่งเรืองแน่!


    เช้าวันต่อมา ถังโส่วเหรินก็มาถึงหมู่บ้านตระกูลหวังแต่เช้าตรู่เพื่อพาถังฉีเข้าเมืองชิงเหลียง


    เมื่อออกเดินทาง เด็กหญิงห่อส่วนผสมเครื่องปรุงหม้อไฟที่ทำเมื่อวานด้วยกระดาษและวางไว้ในตะกร้าไม้ไผ่อย่างพิถีพิถัน


    วัตถุดิบที่นางนำมาเมื่อวานนี้ถูกใช้ไปหมดแล้ว


    หวังอันและหวังอวี่จ้างเกวียนจากหมู่บ้านเพื่อเข้าไปซื้อวัตถุดิบเพิ่ม


    ตระกูลหวังมีเงินไม่มากนัก


    ถังฉีจึงให้เงินพวกเขาหนึ่งร้อยตำลึง ทำให้นางจางประหลาดใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่า เด็กหญิงจะหยิบเงินออกมามากมายขนาดนี้


    เมื่อถังฉีบอกว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินมัดจำที่เจ้าของร้านเยว่ไหลเค่อมอบให้ นางจางจึงยอมรับมัน


    เมื่อลูกสะใภ้ได้เห็นเงินจำนวนนั้น ดวงตาของพวกนางพลันเปล่งประกาย


    ******************************

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้ ที่คุณอ่าน