"นี่เ้า...จำข้าไม่ได้หรือ?" คามิวดุสถามด้วยใบหน้าที่ตะลึง
ส่วนอาโนอิทอสเอียงคอตอบคำถามราวกับงุนงงในคำถามของคามิวดุส
เมื่อเห็นคำตอบนั้นของอีกฝ่าย แววตาของคามิวดุสก็ค่อยๆเผยความผิดหวังขึ้นมาราวกับเสียใจที่อีกฝ่ายจำหน้าตนไม่ได้
"ฝ่าา!" ตอนนี้เอง ลิโกและกองทหารคนอื่นๆรีบวิ่งตามมาสมทบ
ทางด้านคามิวดุส เมื่อเห็นคนอื่นเข้ามา คามิวดุสจึงรีบหาหน้ากากอันใหม่มาสวมทันที
"ฝ่าา! ฝ่าาทรงเป็อะไรไหมพะย่ะค่ะ!?" ลิโกถามด้วยความเป็ห่วง
อาโนอิทอสตอบพร้อมชูนิ้ว V และรอยยิ้มยิงฟัน "ข้าพเ้าไม่เป็อะไร สบายหายห่วง"
ลิโกได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจ "เช่นนั้นก็ดีแล้วพะย่ะค่ะ ว่าแต่ชายผู้นี้เป็ใครกัน?" หลังจากเช็คว่าอาโนอิทอสไม่เป็อะไรแล้วจากนั้นลิโกจึงเบือนสายตาไปยังคามิวดุส
คามิวดุสไม่ตอบอะไร ส่วนพวกกองทัพฏที่อยู่เนินเขาเมื่อเห็นคามิวดุสโดยล้อมก็ตื่นตูม พวกมันพลันรีบพากันวิ่งหนีไปเพื่อรีบไปรายงานกับหัวหน้า
ส่วนพวกใต้พิภพ 40 ตัว้าเมื่อเห็นสมาชิก 150 ตนของตนเองถูกฆ่าล้างจนหมดก็หนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศละทาง
"ข้าเป็ชาวบ้านธรรมดาที่ถูกพวกมันจับตัวมา มาที่นี่เพราะธุรกิจ แต่ระหว่างที่ทำงานอยู่นั้นก็โดนพวกมันจับตัวได้ ข้าขอบใจที่ช่วยเป็อย่างมาก บุญคุณครั้งนี้หากเจอกันอีกจะตอบแทนคืนอย่างแน่นอน ตอนนี้ข้ากับสหายข้าพลัดหลงกันข้าคงจะไม่อยากเสียเวลาพวกท่านมากไปกว่านี้ข้าต้องขออนุญาตไปตามหาพวกเขาก่อน ลาก่อน" คามิวดุสว่าแบบนั้นแล้วพยายามลี้กายออกจากกลุ่มอาโนอิทอสไป
แต่ลิโกก็ห้ามปรามเขาไว้ก่อน "ที่นี่ในตอนนี้ไม่ปลอดภัย เ้าและเพื่อนๆไม่ควรจะไปไหนมาไหนนอกกำแพงในเดือนนี้รีบกลับไปในกำแพงพร้อมกันกับเราก่อนจะเป็ตัวเลือกที่ฉลาดกว่า เพื่อนๆของเ้าหากยังปลอดภัยก็คงจะมุ่งหน้าไปที่นั่น"
คามิวดุสตอบ "ขอบคุณที่เป็ห่วง แต่สหายของข้าจอดเรือไว้เทียบท่า ที่นั่นปลอดภัยยิ่งกว่าอยู่ในกำแพง ข้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าหากพวกเขาปลอดภัย พวกเขาคงจะกลับไปที่นั่นมากกว่าตรงเข้าไปในเมืองเป็แน่"
ลิโกไม่พูดอะไรเมื่อคามิวดุสตอบเช่นนั้น ส่วนคามิวดุสก็จึงจะเตรียมตัวไป
แต่ว่า ตอนนี้เองอาโนอิทอสก็คว้าแขนเขาไว้ก่อน อาโนอิทอสบอก "าแของท่านสาหัสเกินไป าเ็ขนาดนี้ไม่มีทางไปถึงท่าเรือได้หรอก ข้าพเ้าว่าท่านกลับไปพร้อมกับเราเพื่อรักษาาแก่อนจะดีกว่า ข้าพเ้ามียาดีๆรักษาให้ท่านหายได้ในพริบตาอยู่"
คามิวดุสมองอาโนอิทอส เขาบอก "ขอบพระทัยในความเป็ห่วงของฝ่าา แต่ข้าไม่เป็อะไรจริงๆ"
อาโนอิทอสนำนิ้วแตะไปที่ไหล่และต้นขาคามิวดุสจากนั้นก็แตะที่เข่าเขา ทันทีที่แตะแค่นิดเดียวคามิวดุสก็ร้องครางแล้วล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเ็ป
อาโนอิทอสบอก "ทั่วร่างท่านสะบักสะบอมอย่างมาก กระดูกไหปลาล้าท่านแตก เส้นเอ็นขาท่านฉีกขาด กระดูกบริเวณต้นขาก็หัก หากยังฝืนเดินทางกลับไป ท่านมีโอกาสจะตายก่อนไปถึงท่าเรือ ถึงรอดได้ก็พิการตลอดชีวิต ท่านกลับไปพร้อมกับเราเถอะ ข้าพเ้าน่ะไม่อยากปล่อยให้ราษฏรของข้าพเ้าล้มตาย เรือท่านน่ะไม่หนีไปไหนหรอก"
"เ้า...เกิดอะไรขึ้นกับเ้า" คามิวดุสนอนกองกับพื้น ดวงตาลึกล้ำจ้องมองอาโนอิทอสสหายคนเดิมตรงหน้า ใบหน้าของอีกฝ่ายก็เหมือนเดิมแต่ไม่รู้ทำไมคามิวดุสถึงรู้สึกอีกฝ่ายไม่เหมือนเดิม ราษฎร? ั้แ่เมื่อไหร่ที่อาโนอิทอสเป็ห่วงราษฎรตนเอง
*****
หลังจากนั้น อาโนอิทอสและทุกคนก็กลับมาที่อาฟีโน ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณขณะมองอาโนอิทอส "พวกกระหม่อมต้องขอบพระทัยฝ่าาจริงๆพะย่ะค่ะ เป็เพราะฝ่าาจึงทำให้พวกเรามีชีวิตรอดมาได้"
อาโนอิทอสยิ้มเขิลอายและสะบัดมือ "ไม่ต้องขอบคุณข้าพเ้าหรอก การช่วยเหลือราษฎรเป็หน้าที่ของข้าพเ้าอยู่แล้ว"
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นดวงตาของเหล่าชาวเมืองต่างคลอด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง
คามิวดุสก็มองอาโนอิทอสด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากเดิม ราวกับรู้สึกว่าอาโนอิทอสไม่เหมือนคนเดิมที่เขารู้จักเมื่อ 5 ปีก่อนในครั้งล่าสุดที่เขาเจอจริงๆ
เหล่าชาวเมืองต่างคุกเข่าและก้มกราบอาโนอิทอสกับพื้นด้วยความขอบคุณ พวกเขากล่าวทั้งน้ำตา "พวกกระหม่อมขอบพระทัยฝ่าาจริงๆพะย่ะค่ะ สิ่งที่ฝ่าาทรงทำเพื่อพวกกระหม่อมในวันนี้พวกกระหม่อมจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตฝ่าาจะเป็เ้าชาย ไม่สิ ฝ่าาจะเป็าาของเราอย่างแท้จริงตลอดไป" น้ำตาของชาวเมืองทุกคนไหลออกมา ทั้งสองแม่ลูกและเด็กหนุ่มกำพร้าผู้นั้น พวกเขามองอาโนอิทอสแล้วเทียบกับอามอโฟส สองพี่น้องต่างไม่มีอะไรเหมือนกันเลย พวกเขารู้สึกเสียใจที่ตนเองเกิดมาที่อาฟีโน หากพวกเขาเกิดมาที่ชามิวลอสชีวิตพวกเขาคงจะดีกว่านี้ การที่มีผู้ปกครองห่วงใยพวกตนไม่ได้หาง่ายๆในอาณาจักรนี้
สุดท้ายอาโนอิทอสก็จากลาพวกชาวเมืองไป แต่ก่อนจากลาเขาก็ไม่ลืมเขียนวิธีใช้ะเิซีโฟร์ลงไปในกระดาษให้พวกชาวเมือง ก่อนจะไปกำจัดพวกใต้พิภพเมื่อครู่อาโนอิทอสนั้นได้ใช้พ็อกเก็ตมิติเรียกซีโฟร์ 50 ลูกมาเรียงไว้ที่หน้าประตูทางออกที่ถูกอามอโฟสปิดไว้นานแล้ว เหลือแค่รอพ็อกเก็ตมิติเคลื่อนย้ายมาเสร็จก็รอแค่ให้ชาวเมืองสักคนจุดไฟที่ชนวนแล้ววิ่งหนีมาที่ไกล
"จุดชนวนแล้วอย่าลืมวิ่งหนีไปให้ไกลนะ!" อาโนอิทอสขึ้นรถสิบล้อแล้วโบกมือลาชาวเมือง ก่อนลาก็ไม่ลืมย้ำเตือนชาวเมืองให้ระวังอีกครั้ง
ชาวเมืองทั้งหลาย ทั้งสองแม่ลูก และเด็กกำพร้าโบกมือลาอาโนอิทอส ทุกคนมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ
ลิโกและเหล่าทหารทั้ง 30 นาย รวมทั้งคามิวดุสขึ้นรถ หลังจากร่ำลากับชาวเมืองเสร็จ คราวนี้นาทีแห่งความตื่นเต้นก็กลับเข้าสู่ใบหน้าของลิโกและทหารฝึกหัดทั้ง 30 นายอีกครั้งราวกับรอคอย่เวลานี้มาตลอด
"ทำไมพวกเ้าทำหน้าเช่นนั้น?" คามิวดุสมุ่นคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าพิลึกของเหล่าทหาร
ทหารหนุ่มคนหนึ่งบอก "โอ้ น้องชาย ข้าลืมไป เ้าคงยังไม่เคยนั่งบนยานพาหนะนี้สินะ?"
คามิวดุสเผยสีหน้างุนงง "อะไร? นี่คือยานพาหนะหรือ? แล้วม้าลากรถอยู่ไหน?"
ทหารหนุ่มยกนิ้วชี้และส่ายไปมาพร้อมทำสีหน้าผู้รู้ราวกับกำลังสั่งสอน เขาบอก "จุ๊จุ๊จุ๊ น้องชายคงยังไม่รู้อะไร พาหนะชิ้นนี้ไม่จำเป็ต้องมีม้าลาก แต่มันสามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเองได้"
คามิวดุสมองอีกฝ่ายเหมือนอีกฝ่ายกำลังเล่นตลกอยู่ เขาบอก "ท่านกำลังเล่นมุขอะไรอยู่ ในโลกนี้จะมีเศษเหล็กเปล่าๆชิ้นไหนที่สามารถเคลื่อนที่เองได้ นั่นมีเพียงในนิยายเท่านั้น ท่านเห็นข้าเป็เด็กหรือ?"
เมื่อเห็นคามิวดุสไม่เชื่อ ทหารหนุ่มอีกคนจึงยิ้มแล้วยืนยันเสริมทับ "นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่นหรอกน้องชาย สิ่งที่สหายข้าบอกนั้นถูกต้องแล้ว ตอนแรกนั้นข้าเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกับน้องชาย ไม่มีทางที่จะมีเศษเหล็กที่ไหนจะขยับเองได้แต่ว่าพอเ้าเศษเหล็กนี้ร้องคำรามออกมาและโลกทั้งใบสั่นะเื มันจึงทำให้ข้ารู้ว่ายังมีอีกหลายอย่างบนโลกนี้ที่ข้าไม่เคยรู้ เ้าเศษเหล็กนี้ถึงแม้จะไม่มีม้าลาก แต่กลับวิ่งเร็วยิ่งกว่าม้าเสียด้วยซ้ำ"
เมื่อทหารหนุ่มว่าแบบนั้นคามิวดุสก็ตกตะลึง จากนั้นดวงตาเขาก็สว่างวาบขึ้นมาขณะมองเศษเหล็กที่ตนเองกำลังนั่งอยู่ เขาพลันนึกถึงรายงานที่ลูกน้องตัวเองบอก จากนั้นก็มองเ้าเศษเหล็กนี้ 'เศษเหล็กที่บรรทุกคนกว่า 30 คนแล้วยังสามารถเคลื่อนที่เร็วยิ่งกว่าม้า' "หรือมันจะคือเ้าสิ่งนี้อย่างงั้นหรือ?" คามิวดุสพึมพำด้วยความทึ่ง จากนั้นท่าทีที่ไม่เชื่อมาตลอดก็หายไปแล้วดวงตาก็แปรเปลี่ยนเป็ความสนใจ เขานั่งลงกับที่อย่างว่าง่ายแล้วรอให้เ้าเศษเหล็กนี้มันเคลื่อนไหวราวกับเด็กน้อยที่รอดูของเล่นใหม่
ทันทีที่อาโนอิทอสบิดกุญแจและสตาร์ทรถ ก็ตอนนั้นเองที่เสียงร้องคำรามของรถสิบล้อดังขึ้นและโลกทั้งใบก็สั่นะเื
คามิวดุสใแล้วรีบลุกขึ้นมา สีหน้ามีความกลัว ทหารคนอื่นๆยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาคามิวดุสเป็แบบนั้น มันไม่ได้ผิดจากที่พวกเขาคาดไว้นักเมื่อพวกเขาก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกันตอนที่นั่งครั้งแรก
ใครบางคนบอกคามิวดุส "ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอกน้องชาย ปกติมันก็เป็แบบนี้แหละแต่ไม่มีอันตรายอะไรหรอก นั่งไปสักพักเดี๊ยวก็ชินเอง"
ทหารอีกคนแนะนำด้วยความหวังดี "ข้าแนะนำให้น้องชายรีบนั่งลงก่อนที่ฝ่าาจะบังคับมันให้เคลื่อนที่จะดีกว่า ไม่อย่างนั้นน้องชายอาจจะล้มาเ็ได้"
คามิวดุสที่เป็น้องใหม่นั่งรถสิบล้อเป็ครั้งแรกก็นั่งลงตามที่รุ่นพี่แนะนำ ขณะที่นั่งลงไปเขาก็มองออกไปข้างนอกและดูพื้นดิน เมื่อเห็นพื้นดินด้านนอกปกติดีก็ทำให้เขารู้ว่าที่สั่นไม่ใช่โลกแต่เป็เ้าเศษเหล็กนี้เอง ดวงตาของคามิวดุสสว่างวาบด้วยความสนใจ เขาหันมองทหารหนุ่มคนหนึ่ง "พี่ชาย ยานพาหนะชิ้นนี้ชามิวลอสช่วยกันสร้างขึ้นมาหรือ?"
ทหารคนนั้นสะบัดมือแล้วตอบ "ฮ่าฮ่า ไม่ใช่หรอกน้องชาย ชามิวลอสไม่มีทางสร้างเ้าสิ่งนี้ได้หรอก ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะเห็นมันตั้งนานแล้ว"
"ถ้างั้น.."
ทหารหนุ่มบอก "ผู้ที่สร้างมันคือฝ่าาต่างหาก"
คามิวดุสตกตะลึง
ทหารหนุ่มอีกคนบอก "ฝ่าานั้นน่าทึ่งอย่างมาก ไม่ใช่แค่ยานพาหนะเหล็กคันนี้เท่านั้นที่ฝ่าาสร้าง แต่ทั้งอาวุธยิงลูกตะกั่วและอาวุธพ่นไฟนั่นอีก ทั้งหมดก็เป็ของที่มาจากฝ่าา ั้แ่เกิดมาข้าเพิ่งจะเคยเห็นอาวุธที่ทรงพลังเช่นนั้นนี่เป็ครั้งแรกที่ข้าเห็นคนอัจฉริยะที่สามารถสร้างของมหัศจรรย์ขนาดนี้ได้"
ทหารหนุ่มอีกคนพยักหน้า "ที่ผ่านมาข้านึกว่าฝ่าาจะเป็คนโง่เขลาและเ็าดั่งที่คนเขาว่ากัน แต่พอเห็นความรู้ความสามารถและการปฏิบัติของเขาต่อชาวเมืองข้าก็รู้ได้ทันทีว่าเขาต่างไปจากเมื่อก่อนแล้ว ถ้าหากว่าเ้าชายอาโนอิทอสเป็เ้าชายที่เลวร้ายที่สุดในเชื้อพระวงศ์ ข้าคิดว่าถ้าเช่นนั้นก็คงไม่มีใครเป็คนดีแล้ว"
ทหารคนอื่นๆต่างพยักหน้าเห็นด้วย หลังได้เห็นความอ่อนโยนที่อาโนอิทอสแสดงต่อชาวเมืองและความเป็ผู้นำของอีกฝ่ายที่กล้าหาญนำทัพทุกคนบุกไปโจมตีเผ่าใต้พิภพถึงค่ายโดยไม่เกรงกลัว มันก็ได้สร้างความนับถือในใจของทุกคนต่ออาโนอิทอส แต่ก่อนอาโนอิทอสอาจจะทำตัวแย่ แต่ตอนนี้พวกเขาคิดว่าอาโนอิทอสสมกับเป็ผู้นำอย่างมาก
*****
ผ่านไป 9 ชั่วโมง
พวกอาโนอิทอสก็ได้กลับมาถึงชามิวลอส
ที่หน้าประตูเมือง สองร่างได้ยืนเฝ้าตรงนั้นราวกับรออาโนอิทอสกลับมาโดยตลอด
เลวี่และเกลนถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าอาโนอิทอสกลับมาอย่างปลอดภัย
หลังจากกลับมาและนำสิบล้อไปจอดแล้ว เลวี่ลงมาจากกำแพงแล้วมาดูรถสิบล้อของอาโนอิทอสด้วยแววตาที่แปลกประหลาด
เกลนทักทายอาโนอิทอสเสร็จแล้วรีบไปดูทหารที่เหลือรอดกลับมา เมื่อเขานับจำนวนทหารที่รอดกลับมาแล้วเขาก็ต้องใที่พบว่าจำนวนทหารที่รอดกลับมามีเท่าเดิมเหมือนกับตอนไป
ทหารฝึกหัดทั้ง 30 นายยิ้มที่เห็นหน้าเกลนใ ราวกับเข้าใจว่าทำไมเกลนถึงทำสีหน้าเช่นนั้น จริงๆใน 30 นายที่ไปกับอาโนอิทอสตอนแรกก็ไม่มีใครสักคนที่คิดว่าจะรอดกลับมาได้ แต่ทั้งหมดเป็เพราะของประดิษฐ์ของอาโนอิทอสที่ทำให้พวกเขากลับมาตัวเป็ๆได้ หนำซ้ำไม่ได้กลับมาเปล่าๆแต่กลับมาพร้อมชัยชนะ
ลิโกที่ตื่นเต้นกับการเดินทางและของประดิษฐ์ชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่อาโนอิทอสเอาออกมาโชว์ให้พวกเขาดู ก็คันปากและอดกลั้นมาตลอดทางเพื่อที่จะมาบอกความน่าทึ่งของอาวุธชิ้นใหม่ที่จะผลิกชะตาของมนุษยชาติไปตลอดกาลให้เกลนรู้
"ท่านหัวหน้า!!!" ลิโกลุกจากรถแล้วแทบจะวิ่งไปจูบฝ่าเท้าของเกลน ขอบคุณที่เกลนให้เขาได้ติดตามอาโนอิทอสไปด้วย
"โอ้ ลิโก เ้าสบายดีรึ? ไม่าเ็ตรงไหนใช่หรือไม่?" เกลนถาม
ลิโกน้ำตาคลอ พยักหน้ารัวๆ "ข้ายิ่งกว่าสบายดีขอรับหัวหน้า แต่ที่สำคัญข้ามีบางสิ่งจะต้องรายงานให้ท่านฟัง ท่านต้องไม่เชื่อแน่ ตอนนี้มนุษยชาติอาจจะมีทางรอดพ้นจากการรุกรานของเผ่าใต้พิภพก็ได้แล้วขอรับ! ด้วยอาวุธสองชิ้นที่เ้าชายอาโนอิทอสประดิษฐ์ขึ้น พวกเรามีโอกาสที่จะสามารถเอาชนะเผ่าใต้พิภพลงได้!?"
เกลนได้ยินลิโกกล่าวเช่นนั้นก็สับสน "ใจเย็นๆก่อนลิโก เ้ากำลังพูดเื่อะไร?"
ลิโกกล่าวด้วยใบหน้าตื่นเต้น ทั่วร่างยังสั่นเครือไม่หยุด "ก็เื่เ้าชายยังไงล่ะขอรับ เป็เพราะเ้าชายจึงทำให้เราสามารถเอาชนะเผ่าใต้พิภพลงได้! เมื่อวานพวกเราไปที่อาฟีโนมาและสามารถขับไล่พวกเผ่าใต้พิภพที่กำลังเข่นฆ่าชาวเมืองออกไปได้ แต่เท่านั้นไม่พอ เ้าชายยังนำพวกเราบุกไปค่ายของพวกมัน---"
"ช้าก่อน! ช้าก่อน! ลิโกเ้ากำลังบอกว่าฝ่าาพาพวกเ้าบุกไปที่แหล่งรวมตัวของพวกปิศาจหรือ?" ในตอนแรกที่ฟังเกลนมีสีหน้าสับสน แต่พอฟังประโยคสุดท้ายสีหน้าเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็ความโกรธ
แต่ความโกรธนั้นมันก็อยู่ไม่นานเมื่อลิโกพูดต่อ "ใช่ขอรับ ฝ่าานำพวกเราบุกไปที่แหล่งรวมตัวของพวกใต้พิภพ แต่ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้น แต่ฝ่าายังพาชาวเมืองแถวนั้นไปช่วยกันต้อนพวกใต้พิภพด้วย ตอนแรกข้าคิดว่าแผนนี้บ้าบิ่นเกินไปและพยายามปฏิเสธ แต่ว่าสุดท้าย...สุดท้ายเรากลับสามารถโค่นพวกเผ่าใต้พิภพทั้งหมดที่รุกรานเขตอาฟีโนจนหมดได้! นั่นมันน่าทึ่งมากขอรับ ทั้งหมดต้องขอบคุณฝ่าา! เป็เพราะอุปกรณ์ที่ฝ่าาประดิษฐ์ขึ้นทำให้แม้แต่ชาวเมืองธรรมดายังสามารถสังหารเผ่าใต้พิภพลงด้วยตนเองได้!"
เกลนที่ตอนแรกหน้ามีความโกรธแต่พอฟังไปเรื่อยๆจนจบหน้ากลับเปลี่ยนเป็ตะลึง 'อะไรนะ!? ชาวเมืองธรรมดาสังหารเผ่าใต้พิภพ? นี่มันความจริงอย่างงั้นหรือ!?'
"ลิโก...เ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังโกหก ฝ่าาเอาเงินยัดเ้าให้ยอเขารึเปล่า?" เกลนรู้สึกว่าเื่ราวมันน่าเหลือเชื่อเกินไปจึงไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่
แต่ทหารฝึกหัดคนหนึ่งก็บอก "เื่ที่ท่านรองหัวหน้ากล่าวนั้นเป็ความจริงนะขอรับท่านหัวหน้า ข้าเองก็ไปด้วย เห็นมากับตา หญิงแม่หม้ายผู้หนึ่งใช้อาวุธที่ฝ่าาประดิษฐ์ขึ้น ในเสี้ยววิเดียวเท่านั้นที่นางลั่นไก เผ่าใต้พิภพก็ตายหนำซ้ำตัวที่ตายยังไม่ใช่ระดับ 'อิสโซกีโอ' ทั่วไป แต่เป็ระดับ 'คาฟาลิ' ด้วย" ทหารฝึกหัดคนนั้นว่าแบบนั้นแล้วโยนหัวของ 'คาฟาลิ' เพื่อแสดงเป็หลักฐานให้เกลนดู หลังจากเกลนฟังอิทธิฤทธิ์ของอาวุธใหม่ของอาโนอิทอสที่ทหารเล่าและมองรูบนหัวของ 'คาฟาลิ' ตนนั้น เขาก็ทึ่ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาทึ่งจริงๆไม่ใช่อานุภาพของอาวุธใหม่ แต่เป็ท่าทีของเหล่าทหารของเขารวมทั้งลิโกที่ต่างพากันเยินยออาโนอิทอสถึงความปราดเปรื่องและความกล้าหาญของอีกฝ่ายที่ออกไปรบแนวหน้า เพราะตลอดมาทหารของเขาโดยเฉพาะลิโกนั้นไม่ชอบหน้าอาโนอิทอสมาโดยตลอด พอวันนี้มาเห็นพวกมันชื่นชมอาโนอิทอสราวกับเป็บิดาของพวกมัน มันก็อดจะทำให้เขายิ้มเล็กๆออกมาไม่ได้
พาเน่ที่ออกมาดูอาโนอิทอสเพราะความเป็ห่วงก็ยิ้มให้เขาเมื่อเห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัยและได้ประสบความสำเร็จอีกแล้ว ในใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นเวลาเห็นพวกทหารสนิทสนมกับอาโนอิทอส
"ฝ่าา" ตอนนี้เอง หลังรายงานทุกอย่างเสร็จ และอาโนอิทอสก็กำลังจะกลับคฤหาสน์ หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินตรงมาหาเขาและมองเขาเขม็ง
อาโนอิทอสมองหญิงสาวแปลกหน้าตรงหน้า
เลวี่มองอาโนอิทอสเขม็งแล้วกล่าว "ฝ่าา เมื่อสองวันก่อนั้แ่ฝ่าาออกไปที่อาฟีโน หม่อมฉันและหัวหน้ารักษาปราการก็ขนย้ายชาวเมืองไปเมืองชั้นในจนหมดแล้ว ที่ชามิวลอสแห่งนี้ไม่เหลือสิ่งใดให้ปกป้องอีก ฝ่าาได้โปรดปล่อยทหารที่เหลือ...กลับไปเมืองชั้นในพร้อมกันด้วยเถอะเพคะ"
เลวี่จ้องอาโนอิทอสเขม็ง ดวงตามีความจริงจังแต่ในใจนั้นมีความกังวล ตลอดมาอาโนอิทอสเมินความสำคัญของทหารตัวเองและให้ทหารเ่าั้ประจำการปกป้องเมืองอยู่ตลอดถึงแม้ชาวเมืองจะอพยพไปหมดแล้วก็ตาม มีทหารหลายนายต้องตายเพื่อให้อาโนอิทอสได้รับความสนใจจากพ่อตนเอง แต่เมื่อวานเลวี่ได้ฟังจากเกลนว่าตอนนี้อาโนอิทอสเปลี่ยนไปแล้วและเริ่มเห็นคามสำคัญของชีวิตราษฎร ทำให้เลวี่อยากลองขอร้องเื่นี้กับเขาอีกครั้ง ถึงจะไม่รู้แล้วว่านี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เธอขอร้องเขาเื่นี้แล้วเขาปฏิเสธ แต่เธอก็อยากจะลองอีกครั้ง
อาโนอิทอสมองเลวี่ "แม่นางช่วยท่านหัวหน้ากองอพยพชาวเมืองของข้าพเ้าหรือ?"
เลวี่มีความรู้สึกแปลกกับวิธีพูดแบบใหม่ของอาโนอิทอสเล็กๆ แต่เธอก็ไม่สนใจและพยักหน้า "ใช่แล้วเพคะ"
อาโนอิทอสมองเลวี่อย่างจริงจัง ชั่วครู่ต่อมาเขาก็ยิ้มแล้วบอกเธอ "เช่นนั้นข้าพเ้าต้องขอบคุณแม่นางอย่างมากขอบคุณแม่นางจริงๆที่ช่วยอพยพชาวเมืองของข้าพเ้าไป เพราะแม่นางทำให้ภารกิจของข้าพเ้าที่ข้าพเ้าเกือบทำล้มเหลวได้รับการป้องกัน ข้าพเ้าเป็หนี้แม่นางหนึ่งครั้ง หากแม่นางมีสิ่งใดปรารถนาสามารถบอกข้าพเ้าได้เลย"
เลวี่นิ่งค้าง ใบหน้าอึ้งและร่างกายแข็ง ราวกับได้รับสิ่งที่ไม่คิดว่ามันจะเป็ไปได้จากชายตรงหน้า เธอคิดว่าตนเองกำลังฝันไป เมื่อครู่หูเธอฝาดรึเปล่า? ทำไมเธอถึงได้ยินเหมือนอาโนอิทอสกำลังพูดว่าขอบคุณเธอ
เ้าชายที่เ็าคนนั้น เ้าชายที่พูดหยาบคายและไม่เคยพูดรักษาความรู้สึกเธอมาโดยตลอด ตอนนี้กำลังขอบคุณเธอ เลวี่อึ้ง
"ระ เื่นั้นช่างมันเถอะเพคะ หม่อมฉันไม่ปรารถนาสิ่งใดจากฝ่าาหรอก ขอแค่อย่างเดียว ช่วยยกเลิกเื่ให้ทหารอยู่ปกป้องเมืองที่นี่ด้วยเถอะเ้าค่ะ" เลวี่ขอร้อง
อาโนอิทอสตอบ "ย่อมได้"
คราวนี้เลวี่ก็อึ้งอีกครั้ง อาโนอิทอสตอบเร็วเกินไปจนทำให้เธอราวกับไม่อยากเชื่อหูตนเอง เธอจึงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ "มะ เมื่อครู่ ฝ่าาทรงว่าอะไรนะเพคะ?"
อาโนอิทอสบอก "ย่อมได้ ข้าพเ้าจะให้พวกท่านหัวหน้ากองและทหารทั้งหมดกลับเมืองชั้นใน อันที่จริงต่อให้แม่นางไม่ขอเื่นี้ ข้าพเ้าก็คิดจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว ข้าพเ้าไม่มีความคิดจะต่อสู้กับเผ่าใต้พิภพตอนนี้เพราะอาวุธข้าพเ้ายังไม่พร้อม ไม่มีความจำเป็ที่ข้าพเ้าต้องสูญกำลังคนเพื่อเื่ไร้ค่าอย่างการเรียกความสนใจจากกษัตริย์"
เลวี่อึ้ง เธอแทบจะไม่อยากเชื่อหูตนเอง เธอเอามือหยิกตนเองไม่หยุดราวกับคิดว่านี่คือความฝัน อาโนอิทอสพูดแบบนั้น เขาบอกว่าการเรียกร้องความสนใจจากบิดาเป็เื่ไร้ค่า!? เธอแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเพราะที่ผ่านมาอาโนอิทอสพยายามไขว้คว้าความรักจากพ่อตัวเองมาตลอด ยอมแม้กระทั้งปล่อยให้คนตายเพื่อให้ได้ความรักนั้น แต่ตอนนี้เขากลับบอกว่าความรักพวกนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับชีวิตคน เลวี่มองอาโนอิทอส เธอรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปอย่างที่เกลนบอกจริงๆ
เกลนมองเลวี่ที่มีใบหน้าทึ่ง จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมา