น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    114 แผนแพร่โรคระบาด

    Chapter 114 แผนแพร่โรคระบาด

            แพร๊ด...

            เสียงบางอย่างดังออกมาจากทหารเซี่ยตัวปลอมแล้วกลิ่นเหม็นก็โชยขึ้นมา นายกองย่นจมูกทันที “ยี้!”

            เขาเห็นศัตรูมีคราบสีเหลืองๆเลอะกางเกง

            “ยี้! มันขี้แตก!”ทหารคนหนึ่งเอ่ยแล้วก้าวถอยหลังไปอย่างรังเกียจ นายกองมองดูแล้วสั่งว่า“ใครก็ได้ไปตามหมอมาที”

            “ขอรับ”ทหารคนหนึ่งรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งไปตามหมอ

            นายกองถอยห่างออกไปอย่างรังเกียจกลิ่นเหม็นทหารคนอื่นๆ ก็ถอยห่างไปเช่นกันพวกเขายืนล้อมทหารเซี่ยตัวปลอมที่ล้มกองอยู่กับพื้น

            จนกระทั่งหมอมาถึง นายกองจึงสั่งว่า “ตรวจพวกมันซิ”

            “ขอรับ”หมอรับคำแล้วก้าวไปตรวจคนที่นอนอยู่บนพื้นดิน ซึ่งบางคนก็ขาดใจตายไปแล้วบางคนก็ยังมีลมหายใจร่อแร่ๆ ใกล้จะตายเต็มที

            หมอตรวจๆอยู่พักใหญ่แล้วจึงรายงานว่า “มันเป็นโรคห่า(อหิวาตกโรค) ขอรับ”

            “ห๊ะ!” ทุกคนในบริเวณนั้นตกใจจนพากันถอยหลังกรูด หมอจึงสั่งว่า“รีบเอาพวกมันไปเผาไฟเสีย อย่าให้เหลือซาก แล้วพวกเจ้าทุกคนที่จับต้องตัวพวกมันจงตามข้าไปอาบน้ำให้สะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วย้ายไปพักที่กระโจมรักษา รอดูอาการ”

            “ไปๆรีบเอาพวกมันไปเผาเสีย” นายกองสั่ง พวกทหารจึงรีบช่วยกันหามทหารปลอมไปเผาซึ่งเป็นวิธีป้องกันโรคระบาดที่ท่านหมอใช้ หมอก็ตามไปกำกับยืนดูจนศพพวกนั้นมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านจากนั้นก็นำพวกทหารที่แตะต้องเนื้อตัวคนป่วยไปกักกันเอาไว้ ทหารพวกนั้นกลัวตายยอมทำตามคำสั่งหมอทุกอย่างพวกเขาอาบน้ำสระผมอยู่หลายรอบจนแน่ใจว่าเนื้อตัวสะอาดสะอ้านดีจึงได้หยุดอาบแล้วใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ส่วนชุดเก่าก็ถูกเอาไปเผาไฟจนหมดสิ้นหมอก็รายงานเรื่องนี้ให้ท่านแม่ทัพใหญ่ทราบ หยางซีถิงรับรู้แล้วก็ปรึกษากับกุนซือ“นี่จะทำอย่างไรดี?”

            “ก็ต้องจัดการตามที่ท่านหมอบอกนั่นแหละใครเป็นโรคก็ต้องแยกตัวออกไป ใครตายเพราะโรคห่าก็เผาเสียน้ำและอาหารก็ต้องดูแลเรื่องความสะอาดอย่างเข้มงวด” กุนซือบอกแล้วนวดๆ ขมับ“นี่ดีนะที่พวกเราพบก่อน หากว่าพวกมันปะปนเข้ามาได้จริงๆเกรงว่าคงมีคนตายอีกมากทีเดียว”

            “ที่สำคัญคือน้ำกับฟืนพวกเราต้องใช้น้ำต้มเดือดๆ จำนวนมาก ท่านแม่ทัพใหญ่เร่งให้คนเตรียมฟืนไว้ให้มากๆเถอะขอรับ” หมอบอก

            “อืมๆ รู้แล้วๆ”กุนซือพยักหน้าแล้วโบกมือให้หมอออกไป หมอจึงกุมมือคารวะแล้วถอยออกไปหยางซีถิงก็ปรึกษาหารือกับกุนซืออย่างเคร่งเครียด “นี่จะทำอย่างไรดี?เกิดโรคระบาดเช่นนี้พวกเราจะถอยก่อนดีไหม?”

            “ถอยหรือ?” กุนซือคิดๆเขาเองก็กลัวโรคระบาดเช่นกันแต่ว่าศึกมาถึงขั้นนี้แล้วหากว่าถอยไปย่อมเสียโอกาสในการต่อตีและหากปล่อยให้พวกซางหายจนฟื้นกำลังขึ้นมาก็จะยิ่งต่อตีได้ยากน่ะซิเขาจึงบอกกล่าวความคิดของตัวเองออกไป “ถอยไม่ได้ท่านแม่ทัพใหญ่หากว่าเราถอยตอนนี้พวกซางก็จะฟื้นกำลังกลับมาโอกาสที่พวกเราจะชนะศึกย่อมยื้ดเยื้อไปอีก ถอยไม่ได้เด็ดขาดนะขอรับ”

            “อืม...ข้าก็คิดเหมือนกันแต่ว่าโรค...”

            “ท่านหมอก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเขามีวิธีคุมโรคระบาดให้อยู่ในวงแคบ”กุนซือพูดแทรกก่อนที่แม่ทัพใหญ่จะพูดจบ หยางซีถิงมองตากุนซือทั้งสองสบตากันไปมาอย่างรู้ใจ แล้วหยางซีถิงจึงเอ่ยว่า “ข้าไม่ถอยแล้วต้องรีบตีพวกซางให้พ่ายแพ้ให้ได้ ว่าแต่เจ้ามีแผนอะไรดีๆ ไหม?”

            “แผนหรือขอรับ?ตอนนี้ข้าคิดว่าพวกเราแค่รอให้พวกซางติดโรคกันมากๆสุดท้ายพวกมันก็จะไร้กำลังสู้กับพวกเรา จากนั้นพวกเราก็...” กุนซือไม่พูดจนจบเขายกมือขึ้นทำท่าฟันฉับ หยางซีถิงจึงถาม “ไม่มีแผนที่มันเร็วกว่านี้หรือ?ข้าอยากกลับไปหาฮูหยินข้าเต็มทีแล้ว”

            “แผนน่ะมีแต่ว่าพวกเราจะสูญเสียไพร่พลมากน่ะซิ” กุนซือบอก หยางซีถิงส่ายๆ หน้า “ไม่ดีๆข้าไม่อยากให้พวกเขาตาย แม้ตายคนหนึ่งข้าก็เสียใจ ชีวิตจะอย่างไรก็คือชีวิต”

            เมื่อพวกทหารที่ยืนอยู่รอบๆได้ฟังพวกเขาล้วนรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ที่ท่านแม่ทัพใหญ่เห็นคุณค่าของพวกเขาไม่อยากให้พวกเขาไปตาย และทุกครั้งที่ทำศึกท่านแม่ทัพใหญ่ล้วนเลือกแผนการที่สูญเสียไพร่พลน้อยที่สุดทุกครั้งไปนี่ทำให้พวกเขายอมติดตามท่านแม่ทัพใหญ่ชนิดว่าบุกน้ำลุยไฟพวกเขาก็ไม่หวั่น

            “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับข้ามีแผน”

            เสียงหนึ่งดังขึ้นนอกกระโจมทุกคนในกระโจมหันไปมองที่ประตูกระโจม จึงเห็นซื่อจื่อหยางยืนอยู่ที่ประตูกระโจมมีทหารคนหนึ่งประคองเขาไว้

            “เฟิงเอ๋อร์...หยางถิงเฟิงเจ้ามีแผนอะไรรึ?” หยางซีถิงถาม เขาในตอนนี้คือแม่ทัพใหญ่ไม่อาจแสดงความสัมพันธ์พ่อลูกต่อหน้าคนอื่นไม่เช่นนั้นพวกลูกน้องจะคิดว่าเพราะหยางถิงเฟิงเป็นลูกของเขาจึงได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ ซึ่งเขาไม่ต้องการให้พวกลูกน้องคิดเช่นนั้น ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆเขาจึงเข้มงวดกับลูกมากเป็นพิเศษ

            หยางถิงเฟิงส่งสายตาให้ทหารข้างกายถอยไปเขาก้าวเดินเข้าไปในกระโจมพยายามวางท่าทางองอาจห้าวหาญ ทั้งๆที่บาดแผลยังไม่หายดีนัก แผ่นหลังยังเจ็บอยู่บ้าง แต่ความเจ็บปวดนี้ก็พอทนได้

            “ซื่อจื่อหยาง”

            “ซื่อจื่อหยาง”

            พวกทหารกุมมือคารวะเป็นแถวๆหยางถิงเฟิงกุมมือตอบ แล้วก้าวเดินไปหยุดยืนในระยะพอสมควรเขากุมมือคารวะท่านแม่ทัพใหญ่ “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ”

            “ว่ามาซิเจ้ามีแผนการอะไรรึ?” หยางซีถิงพยักหน้าพลางถาม หยางถิงเฟิงจึงบอก “ข้ามีแผนๆหนึ่ง ที่จะช่วยให้พวกเราเอาชนะศึกได้เร็วขึ้นขอรับ”

            ทุกคนมองซื่อจื่อหยางเป็นตาเดียวหยางถิงเฟิงจึงเอ่ยต่อ “ข้าต้องการใช้แผนสาวงาม ส่งสาวงามออกไปสักคน แล้วฆ่าไอ้เฒ่ากังห้าวเมื่อฆ่ามันได้แล้ว กองทัพของพวกมันย่อมเหมือนงูไร้หัวขอรับ”

            “แผนสาวงามย่อมดีแต่ว่าในกองทัพเราไม่มีสาวงามเลยนะ แล้วจะหาสาวงามจากไหนมาล่ะ?และสาวงามคนนั้นต้องมีฝีมือสูงส่งด้วย” กุนซือแย้ง หยางถิงเฟิงจึงบอก “ข้ามีสาวงามอยู่คนหนึ่งพวกท่านรอสักครู่ ข้าจะให้นางมาพบพวกท่าน”

            “อืม”กุนซือพยักหน้ารอดู หยางถิงเฟิงจึงเดินออกไป

            เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ทหารคนหนึ่งเดินเข้าไปรายงานว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับแม่นางหรูมาขอเข้าพบขอรับ”

            ทุกคนในกระโจมพลันตื่นตัวมองจ้องทหารที่มารายงานคนนั้นทันที กุนซือมองทหารคนนั้นซึ่งเป็นทหารเฝ้าอยู่ด้านนอกกระโจมเขาจึงถามว่า “แม่นางหรูอะไร?”

            “แม่นางหรูนางเป็นชาวเมืองอี้ขอรับนางบอกว่าอยากจะตอบแทนท่านแม่ทัพใหญ่ที่ท่านขับไล่พวกซางไปจากเมืองอี้ขอรับ”ทหารคนนั้นบอกพลางทำหน้าตาอย่างมีเลศนัยชวนให้คนสงสัย

            ตอบแทน?ตอบแทนอย่างไร? แล้วแม่นางหรูมีที่มาที่ไปอย่างไร?

            “นางมาคนเดียวรึ?หรือว่ามากันหลายคน?” กุนซือถาม ทหารจึงตอบ “นางมาคนเดียวขอรับตอนนี้รออยู่ด้านนอกขอรับ ไม่มีคนอื่นขอรับ นางมาคนเดียวจริงๆ ขอรับ”

            กุนซือจึงหันไปสบตากับท่านแม่ทัพใหญ่หยางซีถิงก็มองกุนซือ พวกเขาคิดเหมือนกันว่าหรือนางจะเป็นสตรีที่หยางถิงเฟิงเอ่ยถึง?

            กุนซือจึงจึงเอ่ยว่า“เช่นนั้นก็ให้นางเข้ามา”

            “ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วถอยออกไป สักพักทหารคนเดิมก็เดินกลับเข้าไปในกระโจมอีกครั้งด้านหลังเขามีหญิงสาวคนหนึ่งเดินตามมาด้วยจริงๆ 1 คนทุกคนในกระโจมล้วนมองหญิงสาวแซ่หรูคนนั้นเป็นตาเดียว นางมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวครั้นมองหน้าตานางแล้ว พวกเขาก็ลงความเห็นว่า งาม!เป็นสตรีงามคนหนึ่ง!

            “คารวะท่านทั้งหลาย”แม่นางหรูกุมมือคารวะอย่างชดช้อย ท่วงท่ากริยาล้วนอ่อนละมุนดูแล้วน่าจะเป็นคุณหนูจากบ้านไหนกระมังทำให้ทุกคนในกระโจมล้วนเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา หรือนี่จะเป็นสตรีที่จะใช้แผนสาวงาม!!!

            สายตาของทุกคนจับจ้องแม่นางหรูเป็นตาเดียวแม่นางหรูกุมมือคารวะแล้วยืนอยู่ตรงนั้น นางมองตรงไปยังแม่ทัพใหญ่พลางเอ่ยว่า“ท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าคะข้าน้อยมาในวันนี้ก็เพื่อมาขอบคุณที่ท่านแม่ทัพช่วยขับไล่พวกซางออกจากเมืองอี้เจ้าค่ะ”

            น้ำเสียงของนางค่อนข้างใหญ่ไม่แหลมเล็กฟังเสนาะหูเหมือนสตรีทั่วไป นี่อาจจะเป็นเพราะว่านางมีรูปร่างสูงกระมังส่วนสูงของนางเท่ากับชายชาตรีทั่วไปเลยทีเดียว

            “แม่นางเป็นคนเมืองอี้รึ?”กุนซือถามพลางจ้องมองแม่นางหรูไม่ละสายตา ไม่ใช่ว่าเขาหลงเสน่ห์นางหรอกนะแต่ที่เขาจ้องมองก็เพื่อที่จะดูท่าทีของนางมองให้ทะลุถึงแผนการของนางที่กล้าเข้ามาในค่ายทหารเพียงลำพังเขาไม่เชื่อหรอกว่านางมาเพื่อขอบคุณ หรือตอบแทน นางจะต้องมีแผนการอะไรแน่นอนไม่แน่ว่านางอาจเป็นไส้ศึกที่ถูกส่งมาเพื่อฆ่าท่านแม่ทัพใหญ่ก็ได้ดังนั้นทหารทุกคนในกระโจมจึงระแวงระวังอยู่ในที

            “ข้าไม่ใช่คนเมืองอี้เจ้าค่ะข้าเป็นคนเมืองหลวงเจ้าค่ะ” แม่นางหรูตอบพลางเบนสายตาไปมองกุนซือ

            “คนเมืองหลวงหรือ?”หลายๆ คนออกปากพลางจ้องมองแม่นางหรูราวกับจะมองให้ทะลุจิตใจและความคิดอ่านของนาง

            “แม่นางเป็นคนเมืองหลวงบ้านช่องอยู่ที่ใดรึ?” กุนซือถามต่อ แม่นางหรูจึงตอบว่า“บ้านข้าคือจวนแม่ทัพใหญ่เจ้าค่ะ ท่านพ่อข้าแซ่หยาง ชื่อซีถิง ท่านแม่ข้าแซ่เหอท่านย่าข้าแซ่จู”

            น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นห้าวทุ้มตั้งแต่คำว่า‘ท่านพ่อข้า’ทำให้ทุกคนตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างไปแล้ว เสียงนั่นคือเสียงของซื่อจื่อหยางชัดๆ!!!

            ทหารที่มารายงานแอบหัวเราะอย่างไร้เสียงเมื่อได้เห็นสีหน้าตกใจของทุกคนในกระโจมเขาร่วมมือกับซื่อจื่อหยางในแผนการปลอมตัวแต่เมื่อพวกเขาได้เห็นตัวตนปลอมของซื่อจื่อหยางแบบนี้ ทุกคนล้วนจดจำไม่ได้ทั้งยังคาดไม่ถึงว่าซื่อจื่อหยางจะกล้าปลอมตัวเป็นสตรีเช่นนี้!

            “จะ...เจ้า! เจ้า!” หยางซีถิงปากอ้าตาค้างพูดไม่ออกเลยทีเดียวเขาคิดไม่ถึงเลยว่าลูกชายจะกล้าปลอมตัวเป็นสตรีเช่นนี้!

            “ซะ...ซะ...ซื่อจื่อ!” กุนซือก็ตกใจเช่นกัน คนอื่นๆ ก็ตกใจยิ่งนักพวกเขาล้วนคิดไม่ถึงว่าซื่อจื่อจะกล้าแต่งกายเป็นหญิงเช่นนี้!

            นี่มันพลิกกลับมุมมองของพวกเขาไปแล้วซ้ำยังแต่งออกมาแล้วสวยยิ่งกว่าสตรีบางคนเสียอีก!

            ไม่ซิ! งามล่มเมืองได้เลยต่างหาก!

            “โอ้! การปลอมตัวของข้า แม้แต่ท่านกุนซือกับท่านแม่ทัพใหญ่ยังจำไม่ได้นี่ทำให้ข้าอยากใช้แผนสาวงามเข้าถึงตัวไอ้แม่ทัพใหญ่แซ่กังข้าว่าข้าคงสามารถฆ่ามันได้แน่นอน” หยางถิงเฟิงบอกพลางมองทุกๆ คนในกระโจมอันที่จริงแผนสาวงามนี้เขาวางแผนไว้ตั้งนานแล้ว เพียงแค่รอโอกาสเหมาะๆจึงเสนอแผนการนี้ออกไป ตอนที่เขาส่องกระจกหลังจากเจิ้งชูซินแต่งหน้าแต่งตัวให้เขาเขาไม่ตกใจเลยที่หน้าตาในกระจกนั่นช่างดูงดงามปานนั้น

            ส่วนเจิ้งชูซินก็ชะเง้อชะแง้อยู่ข้างประตูกระโจมพลางหัวเราะคิกคักที่ได้เห็นสีหน้าของทุกคนตกใจจนปากอ้าตาค้างกันถ้วนหน้าตอนที่ซื่อจื่อหยางมาขอให้นางช่วยแต่งตัวเป็นสตรีให้เขา นางยังตกใจอยู่เลยแต่ว่าในเมื่อซื่อจื่อหยางกล้าแต่ง นางก็กล้าช่วยเขาเช่นกันนางจึงหาเสื้อผ้าสตรีมาให้ซื่อจื่อหยางสวมใส่แล้วช่วยแต่งหน้าทำผมให้ซื่อจื่อหยางเสียใหม่จนกลายเป็นรูปลักษณ์อย่างที่ทุกคนเห็นอยู่ในขณะนี้

            “ไม่ได้ๆแผนนี้เสี่ยงเกินไป” หยางซีถิงรีบขัดขึ้นมาเขาจะยอมให้ลูกชายปลอมตัวเป็นสตรีไปฆ่าไอ้แก่แซ่กังได้อย่างไรหากว่ารู้ไปถึงไหนก็ขายหน้าไปถึงนั่นน่ะซิ!!!

            แผนการนี้หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเขาก็ไม่ยอมเด็ดขาด!

            “ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่คิดถึงฮูหยินหรือขอรับ?”หยางถิงเฟิงถาม เขารู้ดีว่าท่านพ่อย่อมคิดถึงฮูหยินจนแทบอยากจะยกทัพกลับเมืองหลวงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตัวเขาเองก็คิดถึงหวงเอ๋อร์ใจจะขาดอยู่แล้ว ในเมื่อไอ้เฒ่าแซ่กังนั่นชมชอบสตรีเช่นนั้นแผนสาวงามย่อมใช้ได้แน่นอน หากว่าสามารถฆ่าไอ้เฒ่าแซ่กังได้กองทัพพวกซางก็เหมือนงูที่ถูกตัดหัวนั่นเอง นี่จะทำให้สามารถเอาชนะได้เร็วขึ้นแล้วทำไมเขาจะไม่ทำล่ะเพื่อที่จะได้กลับไปหาหวงเอ๋อร์ เขายอมทุ่มเททุกอย่างเลยทีเดียว!

            หยางซีถิงพอถูกถามจี้ใจขึ้นมาเขาพลันคิดถึงฮูหยินคนงามจนแทบอยากจะยกทัพกลับเมืองหลวงเสียเดี๋ยวนี้เลยทีเดียว

            “ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่คิดถึงฮูหยินก็ช่างเถอะแต่ข้าคิดถึงท่านย่า คิดถึงน้อง ๆ ทั้ง 3 หากว่าเร่งยึดแคว้นซางได้เร็วเท่าไหร่พวกเราก็จะได้กลับเมืองหลวงเร็วเท่านั้น” หยางถิงเฟิงเอ่ยพลางมองทหารทุกคนทำให้ทหารทุกคนพากันคิดถึงครอบครัวที่เมืองหลวงขึ้นมาทันทีบางคนแทบสะกดกลั้นความคิดถึงไม่ไหวน้ำตาแทบจะไหลออกมาจนต้องกัดปลายลิ้นเอาไว้เพื่อให้รู้สึกเจ็บจะได้กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

            หยางซีถิงฟังลูกชายพูดแล้วก็ยิ่งคิดถึงครอบครัวมากขึ้นทำไมเขาจะไม่คิดถึงล่ะ เขาคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจเลยทีเดียวไอ้เด็กนี่ช่างกล้าพูดว่าเขาไม่คิดถึงได้อย่างไร!มันน่าตีให้ขาหักนัก!

            ดวงตาเขาจึงมองลูกชายอย่างถมึงทึงทีหนึ่ง

            “แผนสาวงามก็เข้าทีอยู่นา”กุนซือเอ่ยขึ้นมา เมื่อก่อนเขาก็คิดถึงแผนการนี้เพียงแต่ว่าสตรีในกองทัพมีน้อยยิ่งนักและหน้าตาสตรีแต่ละคนในกองทัพก็ไม่เข้าขั้นสาวงามสักคน ถ้าไม่หน้าตาสามัญก็ตัวใหญ่จนกล้ามเป็นมัดๆ แม้แต่บุรุษยังขยาดพวกนางดังนั้นแผนสาวงามนี้จึงไม่อาจนำมาใช้ได้สักทีแต่เมื่อได้เห็นซื่อจื่อแต่งตัวเป็นสตรีเช่นนี้ ซ้ำยังดูเป็นสาวงามที่จัดว่า ‘งามล่มเมือง’ ได้เลยเขาจึงตาวาวขึ้นมาเมื่อได้ยินซื่อจื่อพูดถึงแผนสาวงามนี้อีกทั้งวรยุทธ์ของซื่อจื่อก็ล้ำเลิศยิ่งนัก หากว่าสามารถเข้าใกล้ไอ้เจ้ากังห้าวได้เขาเชื่อว่าซื่อจื่อย่อมฆ่ามันได้แน่นอน และก็ย่อมหลบหนีออกจากกองทัพศัตรูได้แน่ๆหากว่าเขาวางแผนการดีๆ แผนการนี้ย่อมนำมาใช้ได้แน่แท้!

            เขาจึงหันไปมองท่านแม่ทัพใหญ่แล้วเอ่ยว่า“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ แผนการสาวงามนี้หากว่าวางแผนดีๆ สักหน่อยข้าคิดว่าทำได้ขอรับ”

            หยางซีถิงยังมีท่าทีต่อต้านกุนซือจึงเอ่ยว่า “ฝีมือซื่อจื่อล้ำเลิศนัก ขอเพียงสามารถเข้าใกล้ไอ้คนแซ่กังได้ข้าคิดว่าซื่อจื่อย่อมฆ่ามันได้แน่ๆ หลังจากฆ่ามันได้แล้ว ซื่อจื่อก็ตีฝ่าออกมาทางเราก็ประสานตีช่วยอีกแรง ซื่อจื่อย่อมหนีออกมาได้แน่นอน”

            “จะอย่างไรแผนการนี้ก็ยังเสี่ยงเกินไป”หยางซีถิงบอกแล้วขยับไปกระซิบกระซาบกับกุนซือว่า“เจ้าคิดว่าข้ายังขายหน้าไม่พออีกหรือ ลูกชายข้าแต่งกายเป็นหญิงเยี่ยงนี้ข้าไม่มีหน้าจะสู้หน้าใครแล้ว”

            “ท่านลองคิดดูซิหากว่าซื่อจื่อสามารถตัดหัวไอ้คนแซ่กังมาได้ความดีความชอบนี้ย่อมทำให้ทหารทุกคนในกองทัพยอมรับเขาอย่างไร้ข้อกังขาใดๆอีกทั้งความดีความชอบนี้ฝ่าบาทย่อมปูนบำเหน็จให้เขามากมายแน่นอนเมื่อก่อนท่านก็ยังเคยปลอมตัวเป็นขอทานปะปนเข้าไปในกองทัพศัตรูไม่ใช่หรือในเมื่อตอนนี้เรามีหมากดีๆ ถึงเพียงนี้แล้วไยไม่ใช้ล่ะ หากว่าไม่ใช้แผนการนี้ข้าคิดว่ากว่าพวกเราจะเอาชนะพวกซางได้ก็คงอีกปีกระมังท่านไม่คิดถึงครอบครัวก็ช่างเถิด”กุนซือกระซิบกระซาบโน้มน้าวครู่หนึ่งแล้วก็จี้ใจท่านแม่ทัพใหญ่ไปอีกนิดทำให้หยางซีถิงแทบจะเต้นผางๆ ลุกขึ้นมาบอกดังๆ ว่า ‘ทำไมข้าจะไม่คิดถึง!ข้าคิดถึงจะตายแล้วโว๊ย!’

            กุนซือเห็นสีหน้าท่านแม่ทัพใหญ่แล้วก็แอบยิ้มอยู่ในใจแล้วเขาก็พูดต่อว่า “ฮูหยินงามถึงเพียงนั้น ท่านไม่อยู่นานๆเช่นนี้ไม่แน่ว่าอาจจะมีใครถูกตาต้องใจนางขึ้นมาก็ได้ หากนางถูกลักตัวไปท่านก็หาเมียใหม่เถอะขอรับ”

            “เจ้า!” หยางซีถิงถลึงตาใส่กุนซือทันทีเขาแทบอยากจะชกปากไอ้คนปากเสียคนนี้ยิ่งนักกุนซือเห็นท่าทีเช่นนั้นจึงลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “วันนี้ก็เย็นแล้วข้าน้อยไปนอนก่อนล่ะขอรับ”

            เขาพูดแล้วก็ก้าวเดินออกไปทันทีคนอื่นๆ เห็นท่านแม่ทัพใหญ่ถลึงตาหน้าตาถมึงทึงราวกับจะฆ่าใครสักคนพวกเขาจึงรีบกุมมือคารวะแล้วถอยออกไปจนหมด หยางถิงเฟิงมองท่านพ่อแล้วพูดว่า“อันที่จริงที่เขาพูดเมื่อครู่ก็น่าคิดนะขอรับท่านพ่อ ฮูหยินงามถึงเพียงนั้นหากว่ามีผู้ชายสักคนชมชอบนางขึ้นมาจนถึงขั้นลักพาตัวนางไป...”

            “พอแล้ว! เจ้ารีบไปตัดหัวไอ้แก่แซ่กังมาเดี๋ยวนี้เลย!”หยางซีถิงแทบจะตวาดใส่ลูกชาย หยางถิงเฟิงจึงถอยออกไปเขาตรงไปยังกระโจมของกุนซือเพื่อปรึกษาหารือเรื่องแผนสาวงามกุนซือเองก็รอท่าอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นซื่อจื่อหยางมาหา เขาจึงลุกขึ้นต้อนรับจากนั้นทั้งสองคนก็ปรึกษาหารือกันจนกระทั่งฟ้าสว่างจึงได้แยกย้ายกันไป

            หยางถิงเฟิงกลับไปนอนที่กระโจมจวบจนบ่ายจึงได้ตื่นขึ้นมาหลังจากตื่นนอนแล้วเขาก็เรียกตัวเจิ้งชูซินมาพบทั้งสองพูดคุยกันครู่หนึ่งแล้วเจิ้งชูซินก็เดินออกจากกระโจมไป

    Donate

    เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย

    เลขบัญชี 084-3-79715-6

    ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย

    หรือทาง True Money wallet :098-651-1489

    จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ

     

    ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง

    เพจ readfree.in ค่ะ

    https://www.facebook.com/readfree.in/

    ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ

    และทาง Line Official Account : @www.readclub.in

    ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

    คล้ายกับเรื่องน้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก ที่คุณอ่าน