ทวยเทพกับนิศนาเป็เพื่อนเก่ากันมาและเคยเป็แฟนกันมาก่อน แต่หลังจากเลิกเป็แฟนกัน ทำให้ทั้งสองต่างไปมีครอบครัวของตัวเอง
นายทวยเทพมีรักครั้งใหม่กับกันกนก คลอดลูกชายคนแรกชื่อ ธนกร ด้วยเพราะเป็ลูกชายคนแรก ทำให้นายทวยเทพรักลูกชายคนนี้มาก พอคลอดแล้ว สามเดือนต่อมาก็ตั้งครรภ์ต่อเลย แต่เพราะด้วยตั้งครรภ์ติดต่อกัน อีกทั้งสุขภาพของกันกนกก็ไม่ดี ส่งผลทำให้กันกนกเสียชีวิตหลังจากคลอดทศพลแล้ว นายทวยเทพเสียใจมากอีกทั้งยังโทษว่าเป็เพราะทศพลทำให้ต้องพรากชีวิตภรรยาไป ดังนั้นนายทวยเทพจึงเห็นธนกรเป็ลูกรัก ส่วนทศพลเป็ลูกชังมาโดยตลอด โดยตัวธนกรเองก็ไม่เคยทำให้ทวยเทพผิดหวังเลย เป็ที่น่าภาคภูมิใจเสมอ และในบัดนี้ธนกรได้เรียนป.ตรี ปี 4 คณะบริหารธุรกิจ อีกทั้งทำงานพิเศษในระหว่างเรียน แบ่งเงินมาให้พ่อตลอด ซึ่งผิดกับนายทศพลซึ่งมีนิสัยเกเร ไม่ตั้งใจเรียนทำให้ได้ไปเรียนสายวิชาชีพ เข้าปวช.ต่อปวส. เรียนจบแล้ว ก็ได้เป็ช่างประจำอู่แห่งหนึ่ง
นายทวยเทพซึ่งเป็เ้าของร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าได้พบกับนิศนาซึ่งเป็ครูสอนเด็กวัยประถมเข้ามาในร้านเพื่อซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ การพบกันครั้งนี้ทำให้ทั้งสองออกไปทานข้าวด้วยกันเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ จนกระทั่งนายทวยเทพรู้ว่าสามีของนิศนาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว นิศนามีลูกติดอยู่สองคน คือนลิน ตอนนี้เธอเรียนอยู่ปี 3 คณะเภสัชศาสตร์ และนาลันอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น
ั้แ่ที่พบกันครานั้นทำให้ทั้งนายทวยเทพและนิศนาติดต่อกันมาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดถ่านไฟเก่า ทั้งสองยอมรับต่อกันว่ายังคงรักกันอยู่จึงตกลงแต่งงานใหม่
ในสามทุ่มของคืนหนึ่ง ที่บ้านทวยเทพ
“พ่อจะแต่งงานใหม่นะ ลูกเห็นว่าเป็ยังไง”
“ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อครับ ผมไม่คัดค้าน”
“ขอบใจมากเลย ธนกรลูกรัก”
พอสองพ่อลูกคุยกันจนกระทั่งสี่ทุ่ม นายทศพลก็กลับมาบ้าน
พ่อเลยพูดประชดว่า “วันนี้กลับมาเร็วดีนี่ ทำไมไม่ได้ไปสํามะเลเทเมาล่ะ กินยาผิดมารึเปล่า”
“วันนี้ผมเหนื่อยเลยรีบมานอน”
“เออ ฉันจะแต่งงานใหม่นะ ต่อไปนิศนากับลูกอีกสองคนจะย้ายมาอยู่กับพวกเราที่นี่ด้วย”
“รับทราบ ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย ผมจะไปนอน”
ทวยเทพมองลูกชายคนรองด้วยความเอือมระอา
******************************************************
หลังจากที่นายทวยเทพกับนิศนาจดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อย นิศนาจึงพาสองพี่น้องย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของทวยเทพ พ่อเลี้ยงได้แนะนำลูกชายทั้งสองให้นลินกับเด็กน้อยนาลันรู้จัก
เมื่อนลินซึ่งเป็เป็สาวแว่นเด็กเรียนเห็นธนกรก็ใเป็อย่างมาก เพราะธนกรเป็รุ่นพี่ที่อยู่ในมหา’ ลัยเดียวกัน เป็ที่หมายปองของสาวๆ แม้กระทั่งตัวเธอเอง ดังนั้นเมื่อนลินมองไปที่ธนกรจึงยิ้มแบบเขินๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่ธนกร”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ มีอะไรให้พี่ช่วยเนี่ย บอกพี่ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
แต่ผิดกับอีกคนนึง คือ ทศพล ที่มองไปแล้วดูหน้ากลัว หนวดเครา ก็ไม่โกน ลักษณะเหมือนนักเลงซะมากกว่า
“สวัสดีค่ะ พี่ทศพล”
“อื้อ หวัดดี”
แต่สำหรับน้องสาวนลินกลับเกรงกลัวพี่ชายทั้งสองของเธอเป็อย่างมาก ไม่กล้าเข้าใกล้ ได้แต่ยกมือไหว้ แล้ววิ่งไปหลบอยู่หลังแม่
“อย่าถือสาเด็กเลยนะคะ แกคงตื่นกลัวคนแปลกหน้าน่ะค่ะ”
“ไม่เป็อะไรครับ ผมเข้าใจ ไปกันเถอะครับ ผมจัดอาหารไว้ให้เรียบร้อย ถือเป็การฉลองครอบครัวใหม่นะครับ”
“อื้อดีเลย ไปกันเถอะคุณ”
ผู้หญิงทั้งสามคนเดินตามธนกรไปที่โต๊ะรับประทานอาหาร
“เอ้อ ผมมีนัดด่วน ไปก่อนนะพ่อ” ทศพลเดินออกไปทันที
พ่อเลยะโตามหลัง “มากินข้าวด้วยกันก่อนสิ มันเสียมารยาทรู้มั้ย”
“ไม่เป็อะไรค่ะคุณ เขาคงมีธุระจริงๆ กินข้าวกันดีกว่านะคะ” นิศนากลัวพ่อลูกทะเลาะกัน
เมื่อนลินกับนาลันเห็นพี่ชายคนรองพูดจาโผงผาง ไม่เชื่อฟังพ่อของตัวเอง ทำให้ทั้งสองคนเกรงกลัวพี่ชายคนนี้และไม่อยากเข้าใกล้หรือสนทนาด้วยเลย
******************************************************
นลินเริ่มสงสัยว่าทำไมนาลันต้องกลัวพี่ชายทั้งสองขนาดนั้นด้วย นลินรู้ว่าน้องสาวของตัวเองมีความสามารถพิเศษเหมือนพ่อแท้ๆ ของเธอคือสามารถมองเห็นิญญาได้ แต่จะไม่สามารถได้ยินเสียงของิญญาเ่าั้ จึงไม่รู้ว่าพวกเขา้าจะสื่ออะไรหรือ้าอะไร เพราะเหตุนี้น้องสาวของเธอจึงเป็คนเงียบ ไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะมักถูกเพื่อนล้อว่าเป็ตัวประหลาด ชอบพูดจาเพ้อเจ้อว่าเห็นนั่นเห็นนี่
“นาลัน! น้องพี่กลัวอะไรคะคนดี ทำไมไม่ทักทายพี่เขาดีๆ คะ”
“นาลันกลัวผีค่ะพี่นลิน นาลันเห็นิญญาติดตามพี่ทั้งสองคนเลยค่ะ” “พี่ธนกรเป็ิญญาผู้หญิงสวย ส่วนพี่ทศพลเป็ิญญาน่ากลัวค่ะ”
นลินเชื่อว่าน้องสาวของตัวเองเห็นจริง และเข้าใจว่าิญญาที่ติดตามพี่ชายทั้งคู่คงเป็เ้ากรรมนายเวรของเขา นลินทำได้เพียงปลอบน้องสาว “คงเป็ิญญาที่ตามคุ้มครองทั้งคู่มั้งคะ เขาคงไม่ทำอันตรายเราหรอกนะคนดี”
“พี่นลินยอมเชื่อนาลันหรอคะ ว่าเห็นผีจริงๆ”
“พี่เชื่อน้องสาวของพี่เสมอจ้า ไปนอนกันดีกว่านะ”
สาเหตุที่นลินเชื่อ ก็เพราะครั้งสมัยที่พ่อยังอยู่ พ่อก็เป็คนเห็นผีเช่นเดียวกัน และทั้งพ่อและนาลันจะบอกตรงกันว่าเห็นเป็ใคร รูปร่างแบบไหน แต่พ่อจะมีความสามารถมากกว่านาลันตรงที่สามารถสื่อสารได้ จึงรู้ว่าิญญาเ่าั้เขา้าความช่วยเหลืออะไร
******************************************************
“พี่ธนกรคะ ไม่ต้องให้นลินนั่งรถมามหา’ ลัยด้วยก็ได้ค่ะ นลินนั่งรถเมล์ประจำอยู่แล้วนะคะ”
“ไม่ได้หรอกนลิน พวกเราก็ถือว่าเป็พี่น้องกันแล้ว และยังไงพี่ก็ต้องมาเรียนที่นี่เหมือนกัน ทำไมนลินถึงจะไม่ยอมมากับพี่ล่ะ หรือว่านลินรังเกียจ”
“เปล่าๆ ค่ะ นลินเพียงแต่ไม่อยากให้แฟนของพี่เขาเข้าใจผิดค่ะ” นลินก้มหน้าตอบ
“พวกเราเลิกกันแล้วครับ มันเป็เพราะความไม่เข้าใจกัน แต่ถ้านลินกลัวแฟนหึง ก็ไม่เป็ไรนะครับ”
“นลินก็ยังไม่มีแฟนค่ะ โอเคค่ะ นลินจะนั่งรถไปมหา’ ลัยกับพี่ด้วย แต่ถ้าวันไหนพี่ไม่สะดวกก็บอกนลินได้นะคะ”
“รับทราบครับผม”
พอทั้งสองลงจากรถและกำลังเดินเข้าไปในโรงอาหารเพื่อทานข้าวก่อนเข้าเรียนตอนเช้า เนื่องจากธนกรเป็ดาวเด่น และมีคนจับตามอง โดยพวกเขาต่างพากันสงสัยว่าธนกรได้ควงผู้หญิงคนใหม่มาหรือเปล่า จึงมีเพื่อนคนหนึ่งะโว่า
“ธนกร! แฟนใหม่หรอ แต่ครั้งนี้นายเปลี่ยนสเปคใหม่นะเนี่ย มาแนวสาวแว่นเชียว”
“เฮ้ย ไม่ใช่แฟน แต่เป็น้องสาวต่างสายเืน่ะ เรียนมหา’ ลัยเดียวกัน เลยมาด้วยกันเฉยๆ” แล้วธนกรก็หันมาคุยกับนลิน “อย่าถือสาเพื่อนพี่เลยนะนลิน มันก็เป็ของมันแบบนี้นั่นแหละ”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่ธนกร เอ้อ ลืมไปเลยค่ะ นลินมีนัดกับเพื่อนต้องรีบไปก่อนนะคะ และเพื่อนคนนั้นจะเป็คนส่งนลินกลับบ้านเองค่ะ พี่ธนกรไม่ต้องรอนลินนะคะ”
เนื่องจากนลินเห็นสายตาของคนในมหา’ ลัยที่รู้จักธนกรต่างพากันจับจ้อง ทั้งนี้เพราะธนกรถือว่าเป็คนดังพอสมควร นลินไม่อยากทำตัวเด่นจึงพยายามเลี่ยงไม่ไปไหนมาไหนกับธนกรมาก แม้ตัวจะแอบชอบธนกรอยู่ก็ตาม
******************************************************
พอมาถึงวันเสาร์ ในวันนี้นายธนกรได้ออกจากบ้านเพื่อทำรายงานส่งอาจารย์ที่มหา’ ลัย ผู้หญิงสามคนจึงได้อยู่กับพ่อทวยเทพและนายทศพล ทศพลมัวแต่ล้างรถจนลืมเวลาที่ทุกคนต้องทานข้าวพร้อมกัน ดังนั้นนิศนาจึงให้ลูกสาวทั้งสองไปตามทศพลกินข้าว แต่นาลันยังกลัวผีอยู่จึงขอให้นลินไปคนเดียว
“แม่ให้มาตามไปทานข้าวค่ะ พี่ทศพล” นลินพูดด้วยแบบกล้าๆ กลัวๆ
“อื้อ จะเสร็จแล้วล่ะ เดี๋ยวตามไป”
นลินพยักหน้า ไม่รอช้าก็รีบกลับมาที่โต๊ะรับประทานอาหารทันที “เดี๋ยวพี่เขาตามมาค่ะแม่”
“ไปรอมันทำไม เสียเวลา” ทวยเทพพูดด้วยความโมโหลูกชาย
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณ นั่นไงเขามาแล้ว ไม่เอาค่ะไม่อารมณ์เสียนะคะ”
“อ้าว เร็วๆ มารีบกินข้าว”
ทศพลมานั่งทานข้าวแบบหน้าบึ้ง การที่พ่อลูกไม่ยอมพูดดีๆ ต่อกัน ทำให้บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด โดยทั้งนลินกับนาลันพากันทานข้าวแบบเกร็งๆ