บรรยากาศภายในห้องรับรองในตอนนั้นเงียบสงัด กลิ่นหอมละมุนของใบชาชั้นเลิศยังคงอวลอยู่ในอากาศ
ทว่าความอบอุ่นของมันกลับไม่อาจคลายความตึงเครียดที่แผ่กระจายอยู่ระหว่างคนทั้งสองได้เลยซักนิดเดียว
ซุนเหลี่ยงผิงนั่งนิ่งอยู่ตรงข้าม ดวงตาฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน รอยย่นบนใบหน้าดูคล้ายลึกขึ้นอีกหลายส่วน ความเป็นมืออาชีพที่เขารักษาไว้อย่างมั่นคงก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับสั่นคลอนด้วยความคิดของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแท้จริง
การกลืนกินโลหิตมังกรจำนวนมหาศาลเพื่อหวังผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงแบบเร่งรัดนั้น
ต่อให้เป็นนักล่ามังกรที่มีคุณสมบัติของผู้กลืนกินมังกรก็ตาม มันย่อมไม่อาจฝืนขีดจำกัดแห่งร่างกายได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมีกรอบของมัน และไม่มีผู้ใดสามารถละเมิดกฎเกณฑ์ของธรรมชาติอย่างไร้ผลลัพธ์ตอบแทน
ซุนเหลี่ยงผิงถอนหายใจออกมา ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“เจ้ากำลังเล่นกับไฟ!”
“ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์มากเพียงใด ร่างกายมนุษย์ก็ยังคงเป็นร่างมนุษย์!”
“การฝืนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติไม่เคยมีจุดจบที่ดีซักครั้ง!”
คำพูดของเขาคมกริบและตรงไปตรงมา ไม่มีการประนีประนอมแม้แต่น้อย
ทว่าหวงเยี่ยกลับเพียงยิ้มบาง ดวงตาสีฟ้าสว่างจับจ้องใบหน้าที่เหี่ยวย่นของชายชราโดยไม่หลบเลี่ยงแม้เพียงเสี้ยววินาที
“ข้ารู้ถึงข้อจำกัดนั้นดีท่านผู้อาวุโส.. แต่ข้าหวงเยี่ยไม่คิดจะหยุดเพียงเพราะคำว่าเป็นไปไม่ได้ หรือหากต้องใช้เวลาหนึ่งร้อยปีในการทำให้ร่างมังกรสมบูรณ์ งั้นข้าก็จะย่นระยะของมันให้สั้นลงนับหลายหมื่นเท่า!”
“สิ่งที่ผู้อื่นทำไม่ได้มันไม่ได้หมายความว่าข้าจะทำไม่ได้ เพราะยังไงซะ.. ข้าก็คือหวงเยี่ยซื่อจื่อยังไงเล่า!”
ประโยคเหล่านั้นเหมือนค้อนหนักที่กระแทกลงกลางอกของซุนเหลี่ยงผิง ทำให้หัวใจของชายชรากระตุกวูบ
เขาเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว ดวงตาจับจ้องไปยังนัยน์ตาที่กำลังเปล่งประกายด้วยความมั่นใจอย่างไร้ข้อสงสัย
ชั่วขณะหนึ่ง ชายชรารู้สึกราวกับได้มองเห็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอธิบาย
มันเป็นความทะเยอทะยานที่ไม่ใช่เพียงคำพูดลอยๆ แต่มีรากฐานของพลังรองรับอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ซุนเหลี่ยงผิงก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสติกลับคืน พลางขมวดคิ้วแน่นและทบทวนคำกล่าวเมื่อครู่
“เดี๋ยวก่อนนะ..”
“ข้าได้ยินว่าเจ้าต้องการโลหิตมังกรธาตุไฟ โลหิตมังกรธาตุน้ำ แล้วก็โลหิตมังกรธาตุพฤกษาอย่างนั้นหรือ?”
“นี่พูดอะไรผิดไปหรือเปล่า”
“ผู้กลืนกินมังกรสามารถมีได้เพียงธาตุเดียวเท่านั้น จะธาตุไฟก็ต้องเป็นไฟ! จะธาตุน้ำก็ต้องเป็นน้ำ!”
“โลหิตมังกรธาตุไฟต้องคู่กับผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟเท่านั้น หากกลืนกินโลหิตมังกรธาตุอื่นเข้าไป ร่างกายก็จะ..”
น้ำเสียงของเขาชะงักงัน
เพราะในวินาทีถัดมา หวงเยี่ยได้ยกแขนขวาขึ้น กล้ามเนื้อและผิวหนังแปรเปลี่ยนอย่างชัดเจน เกล็ดมังกรสีแดงเพลิงผุดขึ้นเรียงตัวแน่นหนา แสงสะท้อนราวเปลวไฟกำลังลุกโชน แขนมนุษย์แปรสภาพเป็นแขนมังกรเต็มรูปแบบ เล็บคมงอแหลมเปล่งประกายดั่งเหล็กกล้าเผาไฟ
ซุนเหลี่ยงผิงแทบลืมหายใจ
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจต้องสั่นสะเทือนยิ่งกว่านั้น คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นถัดมา เกล็ดสีแดงเพลิงค่อยๆเลือนหาย และแทนที่ด้วยสีฟ้าครามสดใสราวกับคลื่นสมุทรยามรุ่งอรุณ ความร้อนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบ พลังธาตุน้ำไหลเวียนผ่านอากาศจนเกิดไอละอองบางๆ
“นะ.. นี่มัน..”
ยังไม่ทันตั้งสติ สีฟ้าครามนั้นก็แปรเปลี่ยนอีกครั้ง เกล็ดมังกรกลายเป็นสีเขียวดั่งมรกต ลวดลายละเอียดปรากฏราวเส้นเถาวัลย์ พลังชีวิตอันอุดมสมบูรณ์แผ่กระจายออกมาอย่างชัดเจน
สามสี
สามพลัง
สามธาตุ
ทั้งหมดปรากฏอยู่ในแขนข้างเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ
“เปรี๊ยง!”
ห้องรับรองที่เคยเงียบสงบกลับเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจของซุนเหลี่ยงผิง
ชายชราแทบจะสำลักน้ำลายของตนเอง ดวงตาถลนกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน
“ผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟ.. ธาตุน้ำ.. แล้วก็ธาตุพฤกษา?!”
น้ำเสียงของเขาแตกพร่าขึ้น
“นี่เจ้า.. มันเป็นไปได้ยังไง! มันไม่มีทางเป็นไปได้โดยเด็ดขาด!”
เขาส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่อยากยอมรับ และเต็มไปด้วยความสั่นสะเทือนทางความคิด
ในสายตาของเขา สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าคือการทำลายทฤษฎีทั้งหมดที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต
หวงเยี่ยลดแขนลงอย่างสงบ เกล็ดมังกรค่อยๆจางหายกลับคืนสู่ผิวหนังมนุษย์ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ตอนนี้ท่านผู้อาวุโสยังคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่อีกหรือ?”
คำกล่าวของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้ซุนเหลี่ยงผิงต้องหอบหายใจหนักขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ หน้าอกของเขากระเพื่อมถี่ หัวใจเต้นระรัวดังกลองศึกสะท้อนก้องอยู่ในหูของตนเอง ความสั่นสะเทือนนั้นลึกไปถึงจิตใจที่เคยมั่นคงและยึดถือกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้มาอย่างยาวนาน
ตัวของเขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ตรงขอบเหวแห่งความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุด
และเบื้องล่างนั้นไม่ใช่ความว่างเปล่า หากเป็นมหาสมุทรแห่งโอกาสที่ไม่เคยมีใครกล้าจินตนาการมาก่อน
ซุนเหลี่ยงผิงจ้องมองหวงเยี่ยด้วยสายตาที่ไม่อาจซ่อนความตื่นตระหนกได้อีกต่อไป
“มีใครรับรู้บ้างว่าเจ้าเป็นผู้กลืนกินมังกรสามธาตุ!”
“เพราะนี่มันเรื่องใหญ่มากนะ มันพลิกผันประวัติศาสตร์ของอารยธรรมและองค์ความรู้ทั้งหมดของพวกเราไปอย่างถาวร!”
สายตาของเขาแข็งกร้าวขึ้น
“แล้วถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป.. โลกทั้งใบคงได้สั่นสะเทือนจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้แน่!”
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่กับโถงประมูลมังกรเร้นมายาวนาน ชายชราย่อมเข้าใจดีว่าข่าวสารบางอย่างสามารถสั่นคลอนโครงสร้างของอำนาจได้มากเพียงใด ซึ่งตัวของหวงเยี่ยก็พยักหน้ารับโดยไม่แสดงอาการตื่นตระหนก
ก่อนที่จะวางมือทั้งสองไว้บนโต๊ะเตี้ยอย่างผ่อนคลาย สีหน้าสงบเสมือนคนที่เตรียมรับมือกับผลลัพธ์ไว้แล้ว
“ตอนนี้ก็มีท่านอาจารย์ของข้า เฉินอี้หาน!”
“รวมถึงผู้บัญชาการสูงสุดของสมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทิศอุดร ท่านหลี่เซียงเหลียน!”
ชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยประโยคถัดไปอย่างมั่นคง
“เห็นว่าพวกท่านจะประกาศเรื่องราวของข้าออกไปในเร็ววันนี้”
“เพราะยังไงซะ.. สิ่งที่เกิดขึ้นกับข้ามันก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่วันยังค่ำ มันจะไม่มีทางปิดได้ตลอดไป!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนเหลี่ยงผิงก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความคิดหลากหลายแล่นผ่านสมองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะค่อยๆพยักหน้ารับ สีหน้ากลับคืนสู่ความสุขุมในระดับหนึ่ง แม้แววตาจะยังคงสั่นไหวอยู่บ้าง
“งั้นก็ได้”
“ข้ายอมรับคำขอของเจ้า!”
คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนการตัดสินใจครั้งใหญ่
“โลหิตมังกรธาตุไฟ ธาตุน้ำ แล้วก็ธาตุพฤกษาที่ต่ำกว่าระดับหก ข้าจะจัดหามาให้กับเจ้าทั้งหมดเท่าที่จะสามารถหาให้ได้”
“แต่เจ้าต้องเข้าใจว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย”
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของหวงเยี่ยและลุกขึ้นจากที่นั่งในทันที ชุดคลุมยาวพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหว
“ไปเตรียมตัวซะ ทางโรงประมูลมังกรเร้นจะจัดการอุปกรณ์และสถานที่ทั้งหมดให้ เพราะงั้นตามข้าไปยังห้องโถงพิเศษ!”