[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    71 เขต F47

    “คุณแอชเชอร์ครับ นี่เป็นเอกสารทั้งหมดที่คุณแอชเชอร์จะต้องอ่าน”


    แอชเชอร์เดินขึ้นมายังรถมองไปยังเอกสารปึกใหญ่ เขาจึงอ่านมันคร่าวๆแล้วเก็บเอาไว้ พลางถามถึงเขตที่เขาต้องไปทำภารกิจในครั้งนี้


    “พอจะรู้ไหมว่าเขต F47 เป็นเขตแบบไหน”


    “ครับ เขต F47 ที่เรากำลังเดินทางไปเป็นพื้นที่รกร้างเต็มไปด้วยป่า ถูกทำเป็นพื้นที่สงครามระหว่างมนุษย์และมอนสเตอร์เพื่อเก็บผลประโยชน์จากพวกมัน แต่ก็มีเรื่องบางอย่าเกิดขึ้นทำให้หลายหน่วยเข้าไปจัดการเรื่องนี้ครับ”


    แอชเชอร์นั่งฟังเรื่องเล่าของคนขับรถ พลางมองไปตามถนนที่กำลังมุ่งหน้าผ่านหลายเขตที่เชื่อมกันด้วยอุโมง กระทั่งการเล่าเรื่องทุกๆอย่างรวมไปถึงสถานการณ์จบลง แอชเชอร์ก็ก้มลงมองเอกสารในมืออีกรอบ


    “เมื่อกี้คุณบอกว่า เขต F47 มีการเพิ่มขึ้นของมอนสเตอร์เมื่อหลายเดือนก่อนใช่ไหม”


    “ครับ หลังจากนั้นพวกมันก็หายไป ตอนนี้ภารกิจของเราคือตามหาสาเหตุการหายตัวไปของพวกมัน”


    แอชเชอร์หลับตานึกคิดย้อนไปถึงชีวิตก่อน เขาอยากรู้ว่าเขต F47 เป็นเขตแบบไหน แม้สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตก่อนกับชีวิตนี้จะมีหลายอย่างเปลี่ยนไปมากแล้วก็ตาม เขายังอยากจะรู้ถึงเขต F47 ในความทรงจำ ทันใดนั้นเองคิ้วทั้งสองของแอชเชอร์ได้ขมวดเข้าชนกัน เมื่อจำได้ว่าชีวิตก่อนเขตแห่งนี้เขาจะต้องเดินทางไปในช่วงอายุ 20 ปี ชีวิตนี้เขากลับมาก่อนกำหนดทำเอาแอชเชอร์กุมขมับ


    “ชิ”


    ในช่วงที่เขาอายุ 20 ปีเขต F47 เป็นเขตการต่อสู้ขนาดใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตที่เขาจดจำได้ ครั้งนั้นทำให้เขาเกือบตาย แต่ก็รอดมาได้เพราะฝืนใช้งานชุดเกราะของคนอื่น อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับภาวนาให้เหตุการณ์ในช่วงที่เขาอายุ 20 ปีไม่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาอายุ 15 ถ้ามันเป็นจริง เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เขาจึงภาวนาให้มันเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเท่านั้น


    “ระบบซื้อสกิลเชี่ยวชาญขวาน”


    ระหว่างเดินทาง แอชเชอร์ได้ทำความเข้าใจกับเอกสารที่เขาต้องจดจำเพื่อปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการทำงานของค่ายทหารที่นั่น พลางทำการซื้อสกิลมาไว้เพื่อจะพัฒนาตัวเองต่อไปตามแผนที่วางเอาไว้   จากนี้ไปเขาจะพัฒนาสกิลเชี่ยวชาญขวานและเชี่ยวชาญธนูให้เป็นขั้นปรมาจารย์ 


    ส่วนสกิลปรมาจารย์ดาบ ปรมาจารย์มีดและปรมาจารย์หมัด เขาไม่จำเป็นต้องฝึกอีกต่อไป ต่อให้เขาจะไม่ใช้มันเป็น 10 ปีเมื่อใดก็ตามที่เขาหยิบดาบและมีดขึ้นมาใช้ ความสามารถของเขายังคงอยู่ในจุดสูงสุดเช่นเดิม แอชเชอร์ที่มาถึงจุดสูงสุดของการใช้ดาบและมีดรวมไปถึงหมัด จึงเปลี่ยนไปฝึกอย่างอื่นเพื่อตอบสนองต่อการเอาตัวรอดของเขา


    “อ๋อ ร้อยตรีแอชเชอร์ครับ ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ฝากสิ่งนี้มาให้คุณด้วย”


    แอชเชอร์มองไปยังกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ก่อนจะเปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างใน ปรากฎว่าด้านในกล่องมีนาฬิกาข้อมือสีดำเรือนหนึ่งใส่เอาไว้ เขาจึงทำการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ จากนั้นก็ปล่อยให้มันสแกนม่านตาตามข้อความที่ระบุ กระทั่งการยืนยันตัวเสร็จสิ้นนาฬิกาก็ได้แสดงข้อความกลางอากาศให้เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่มาจากหน่วยสำรองพิเศษดาวมฤตยูที่เขาสังกัด


    “นี่คืออะไร”


    “ผู้บัญชาการบอกว่าสิ่งนี้เป็นของที่หน่วยสำรองจะได้รับกันทุกๆคน ข้างในจะมีข้อมูลของหน่วยสำรองพิเศษเก็บเอาไว้และสามารถใช้เครือข่ายรับภารกิจของหน่วยสำรองได้ครับ”


    หลังจากที่ได้รับนาฬิกาแอชเชอร์ก็เริ่มเข้าใช้งาน โดยระบบของนาฬิกาเป็นเหมือนเกมที่เขาจะต้องผ่านด่านฝึกฝนไปเรื่อยๆ มันจะนำเขาเข้าสู่ฟังก์ชันต่างๆ เริ่มต้นด้วยยืนยันตัวตน ฟังสิ่งที่นาฬิกาทำได้ จากนั้นก็อ่านกฎมากมายที่มันฉายขึ้นมา ก่อนที่แอชเชอร์จะรู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปรายงานตัวในหน่วยสำรองพิเศษดาวมฤตยู เนื่องจากผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ทำเรื่องทุกอย่างให้เขาหมดแล้ว จนเขาได้รับนาฬิกาข้อมือนี้มา 


    มันจะทำการสแกนใบหน้าของเขาเพื่อเชื่อมต่อเข้าไปในหน่วยสำรองพิเศษ ภายในนี้จะประกาศชื่อของคนที่ต้องรับภารกิจ พร้อมกับบอกคะแนนภารกิจที่สะสม ซึ่งตัวสำรองคนแรกที่แอชเชอร์เห็นมีถึง 7,600 แต้ม  


    ในเรื่องของกฎไม่มีอะไรมาก ทุกๆอย่างเหมือนกฎของทางกองทัพ เพียงแต่มันมีการเน้นย้ำไม่ให้พวกเขาทำงานสกปรกหรือทำเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเองรวมไปถึงห้ามทำเรื่องผิดศีลธรรมและจริยธรรม  ส่วนในเรื่องที่พักของหน่วยสำรองพิเศษไม่มีเหมือนที่แอชเชอร์รู้พวกเขาสามารถนอนที่ไหนก็ได้ในค่ายฝึกเพียงแสดงตราของพวกเขา ส่วนการเข้าไปในสหพันธ์ที่หน่วยสำรองพิเศษขึ้นตรงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพวกเขาถูกเรียกตัวเท่านั้น


    ในเรื่องของการรับภารกิจที่แอชเชอร์ก้มอ่านเขาพบว่าการทำภารกิจทุกๆภารกิจจะได้คะแนนที่ 50 - 100 คะแนน ด้วยคะแนนนี้เองจะนำไปใช้จัดอันดับผู้ที่มีโอกาสถูกดึงตัวเข้าเป็นตัวจริงหน่วยพิเศษมฤตยู  แต่เมื่อแอชเชอร์ลองคำนวณคะแนนของอันดับ 1 ที่มีโอกาสสูงสุดในการเป็นตัวจริงทำเอาเขาอึ้งเพราะคะแนนสูงสุด 7,600 คะแนนน่าจะผ่านการทำภารกิไปแล้ว 76 ครั้ง ซึ่งเขาให้ทุกๆภารกิจได้ 100 คะแนน มันเป็นจำนวนภารกิจที่เยอะมากๆ จนรู้ว่าตัวเองจะต้องทำงานหนักในปีนี้เพื่อไต่ไปยังอันดับ 1


    ส่วนแต้มของเขายังเป็นเลข 0 คะแนนเพราะพึ่งเข้าไปในหน่วย ยังดีที่ภายในหน่วยสำรองไม่ได้มีคนมากเป็นร้อย จากอันดับที่แสดง มีระดับ S ที่ยอมมาเป็นตัวสำรองเพียง 15 คนเท่านั้น นอกจากเขาแล้วยังมีดีแลนกิ๊กที่ถูกเพิ่มเข้ามาเช่นกัน ดูเหมือนว่าอนาคตที่ดีแลนกิ๊กจะเป็นหน่วยพิเศษจะเป็นจริง


    ติ๊ด~!


    “สวัสดีครับ”


    ระหว่างที่แอชเชอร์กำลังมองดูสิ่งที่อยู่ในระบบของหน่วยสำรองพิเศษ เขาก็เงียบเสียงเพราะคนขับรถกำลังพูดคุยบางอย่างที่ดูน่าจะสำคัญ เนื่องจากเขาได้ทำการย่นคิ้วอย่างหนัก กระทั่งการพูดคุยจบด้วยการวางสาย คนขับรถก็ได้หันหน้ามาบอกแอชเชอร์


    “คุณแอชเชอร์ครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ค่ายทหารที่เรากำลังจะเดินทางไปจะออกสำรวจในวันพรุ่งนี้ คุณแอชเชอร์ต้องออกไปทำภารกิจเช่นกัน ตอนนี้ทุกๆคนก็กำลังคุยกันเรื่องภารกิจ”


    “แสดงว่าฉันจะต้องทำงานพรุ่งนี้เลย”


    “ครับ จับแน่นๆนะครับ ทุกคนกำลังรอคุณแอชเชอร์เข้าประชุม”


    บนใบหน้าของแอชเชอร์ย่นเข้าหากันดูเหมือนว่าหลายอย่างมันจะถูกเร่งให้เร็วขึ้น เพื่อให้เขาสบายใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเป็นเหตุการณ์เหมือนที่เขาอายุ 20 ปี แอชเชอร์จึงโทรหาผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ทันทีเพื่อที่จะพูดคุยถึงภารกิจที่เขาได้รับ


    “โอ้ว ถึงแล้วอย่างนั้นเหรอแอชเชอร์” เสียงกล่าวทักทายเป็นกันเองดังมาจากผู้บัญชาการ


    “ผู้บัญชาการครับ ผมเกิดความสงสัยเล็กน้อย แต่ก่อนอื่นช่วยยืนยันก่อนได้ไหมครับว่าคนขับรถเป็นคนของคุณ”


    แอชเชอร์หันหน้าจอโทรศัพพ์เพื่อถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ผู้บัญชาการก่อนจะได้รับการยืนยันว่าเป็นคนของผู้บัญชาการจริงๆ


    “ใช่ เขาเป็นคนของฉัน”


    “ถ้าอย่างนั้นผมขอถามตามตรงเลยนะครับ ค่ายทหารที่ผมกำลังเดินทางไป ผมต้องทำอะไรบ้าง หน้าที่หลักๆที่ผมต้องทำคืออะไร”


    “หน้าที่หลักของนายคือป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หน้าที่สำรองของนายคือสำรวจ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นอาทิตย์ละ 1 ครั้ง มีอะไรอย่างนั้นเหรอ”


    “ผมมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย มันเป็นลางสังหรณ์ของผมเอง ผู้บัญชาการครับ พรุ่งนี้ผมจะได้ทำงานเป็นหน่วยสำรวจ ผมจึงอยากจะขอบางอย่าง ช่วยส่งข้อมูลมอนสเตอร์ในเขต F47 ที่หายตัวไปมาให้ผมได้ไหมครับ ขอทั้งหมดเลย”


    แอชเชอร์ได้ยินเรื่องมอนสเตอร์หายมาจากทหารในตอนที่อยู่ค่ายฝึกพิเศษ ตอนนั้นเขากลับไม่รู้รายละเอียดมากนักรู้เพียงแค่ว่ามอนสเตอร์ส่วนใหญ่เป็นแมงมุมเหมือนกับเหตุการณ์ในช่วงอายุ 20 ปีของเขา ซึ่งแอชเชอร์ก็ยังไม่เชื่อเท่าไหร่เพราะมันไม่ควรจะเกิดเร็วแบบนี้  อย่างไรก็ตามยิ่งเขาเข้าใกล้เขต F47 เขาก็ยิ่งรู้สึกวิตกจึงขอข้อมูลมอนสเตอร์จากผู้บัญชาการ ด้วยอำนาจของเขาในหน่วยพิเศษสามารถทำมันได้


    “ได้ รอสักครูฉันจะให้คนส่งไปให้”


    แอชเชอร์นั่งรอด้วยใจที่จดจ่อก่อนที่เขาจะได้รับอีเมลเข้ารหัส จึงใช้รหัสที่ผู้บัญชาการให้มาในตอนที่ทำข้อตกลงเปิดมันดู ปรากฎว่าสิ่งที่อยู่ข้างในเป็นข้อมูลมอนสเตอร์ทุกตัวอย่างละเอียดที่อาศัยอยู่ในเขต F47 ทันทีที่แอชเชอร์เห็นรูปร่างหน้าตาของมอนสเตอร์ ขนทั่วร่างของเขากลับลุกชัน เนื่องจากพวกมันเหมือนกับที่อยู่ในความทรงจำช่วงที่เขาอายุ 20 ปีไม่มีผิด


    “ผู้บัญชาการครับ ผมขอถามตรงๆเลยนะครับ คุณไปมีเรื่องกับใครหรือเปล่า”


    ด้วยคำถามของแอชเชอร์ ผู้บัญชาการจึงเป็นฝ่ายย่นคิ้วเหมือนกับว่าแอชเชอร์จะรู้อะไรสักอย่าง เขาจึงถามกลับไปในทันที เนื่องจากเขต F47 ที่แอชเชอร์เดินทางไปนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเขาและกองทัพที่ 7


    “แอชเชอร์ เธอเจออะไรผิดสังเกต”


    “ไม่มีครับ แต่ลางสังหรณ์ของผมบอกเอาไว้ว่ากำลังจะมีเรื่องร้ายแรงมากๆเกิดขึ้น เรื่องที่กองทัพถึงขั้นต้องร่วมมือกันจัดการเรื่องนี้”


    ยิ่งฟังผู้บัญชาการที่ 7 ยิ่งเกิดความสงสัยในตัวของแอชเชอร์ ที่เหมือนกับรู้ว่ามีอะไรกำลังจะเกิด แต่หากจะถามถึงสาเหตุแอชเชอร์คงไม่ยอมตอบ 


    “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมีเรื่องกับใครบ้าง แต่ที่ฉันรู้มีหลายคนอยากจะมีเรื่องกับฉัน คงเป็นเพราะว่าฉันไปรุกล้ำเส้นแบ่งของพวกมันเข้า”


    “มีจริงๆสินะครับ”


    แอชเชอร์ถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนว่าภารกิจแรกของเขาจะเป็นงานที่ใหญ่มากๆ ในเอกสารที่ผู้บัญชาการส่งมา บอกขอบเขตของผู้ที่ทำการดูแลเขต F47 ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของกองทัพที่ 7 ทั้งๆที่กองทัพที่ 8 อยู่ใกล้ที่สุด กองทัพที่ 7 กลับเป็นฝ่ายได้รับหน้าที่ดูแลแทน 


    “ทำไมกองทัพที่ 7 ถึงได้ดูแลเขตนี้ครับ”


    “เรื่องมันยาว แต่เอาเป็นว่ากองทัพที่ 8 ติดภารกิจกวาดล้างมอนสเตอร์ จึงทำให้คนขาดไปมาก ผู้บัญชาการหลายคนจึงนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมแล้วให้ฉันรับหน้าที่ดูแลแทน”


    “แล้วถ้าหากว่างานนี้กองทัพที่ 7 ล้มเหลวล่ะครับ จะเกิดอะไรขึ้น”


    แอชเชอร์ถามต่อไป ตอนนี้เขต F47 ยังคงปกติ แต่หากว่ามันเหมือนกับชีวิตก่อนของเขาแล้วละก็ ถ้ามันระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่มอนสเตอร์จะไล่ทำลายเขตที่อยู่รอบๆอย่างแน่นอน ในชีวิตก่อนมีหลายเขตต้องถูกทำลายเพราะเหตุการณ์นี้  


    “ฉันน่าจะหลุดออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ”


    “แล้ว ผู้บัญชาการที่ลงคะแนนให้กองทัพที่ 7 เป็นผู้ดูแลมีใครบ้างเหรอครับ”


    แอชเชอร์ถามถึงจำนวนผู้บัญชาการที่ลงความเห็นให้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เป็นคนเข้าไปจัดการเรื่องนี้ แทนที่พวกเขาืุกคนจะรับหน้าที่ดูแลร่วมกับกองทัพที่ 8 ซึ่งผู้บัญชาการก็รู้ได้ว่าแอชเชอร์กำลังถามถึงคนที่คิดร้ายกับเขา 





     





     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน