ตอนที่ยี่สิบเก้า นางเอกสอบสวนวายร้ายประจำตอน
“ผมขอโทษที่กล่าวหาเธออย่างนั้นนะ แอนนา ผมอยากให้เธอรักษาจิตใจเช่นนี้ไว้ตลอดไปนะ”
ผมดึงเธอมากอด
แอนนาผลักออก
“อะไรน่ะ อยู่ๆก็มากอด “แอนนาไม่มีท่าทางเขินอะไรก็อย่างว่านั่นล่ะ
เธอเข้าสุมทุ่มพุ่มไม้กับอดีตแฟนของเธอมาก่อนและอืม.เสียพรหมจรรย์ให้แฟนเธอที่เป็นแวมไพร์ปลายปีนี้มั้ง?
จนมีแฟนคลับบอกว่าเธอมีแฟนมาก่อนหน้านี้หลายคนจะมาบอกว่าเสียเวอร์จิ้นให้แฟนให้คนที่เป็นแวมไพร์นี่นะ?
แต่คนเขียนก็ยืนยันว่าอย่างนั้น ดังนั้นผมจะเชื่อตามคนเขียนละกัน
ในโลกแห่งความจริงเสียเวอร์จิ้นไม่มีผลอะไรมากนัก
แต่ในโลกนี้หากมองแบบแง่ร้ายหน่อยอาจจะดีกว่าก็ได้เพราะอย่างน้อยคนอื่นจะจับเราเอาไปบูชายัญยาก
ผมยังงงๆว่าหากเทพเจ้ายอมรับหนุ่มพรหมจรรย์พวกแอนดรูกับแฮงก์คงโดนจับบูชายัญไปแล้ว
ก็มีตอนที่ล้อเลียนเรื่องพรหมจรรย์เหมือนกันว่าพ่อเลี้ยงดูลูกสาวอย่างดีเพราะหวังจะบูชายัญลุกในวันเกิดอายุสิบแปด แต่เฉลยว่าลูกสาวมีอะไรกับคนทั้งบ้านไปแล้วแต่พ่อไม่รู้
เทพเจ้าที่จะกินเด็กสาวเลยโมโหจะทำร้ายพ่อของเด็กสาวนั้นแทน
การสำมะเลเทเมา ไม่รักษาพรหมจรรย์จึงช่วยชีวิตเด็กสาวคนนั้นได้ในที่สุด
จากนั้นก็จะเริ่มมีความสัมพันธ์ถึงเนื้อถึงตัวมากขึ้น
แต่ตอนนี้ก็อย่างน้อยเธอยังไม่มองว่าการฆ่าเด็กในครรภ์เป็นเรื่องดีล่ะนะ
ผมอาจจะแค่คิดว่าหากจะฆ่าเด็กในครรภ์อย่างการทำแท้ง อย่างน้อยควรจะได้พลังตอบแทนกลับมา
ไม่ควรทำไปฟรีๆ
อืมไปไล่เก็บซากศพที่โดนทำแท้งมาใส่ในคอมพิวเตอร์ดีไหมนะ อย่างน้อยพวกเด็กพวกนั้นก็ยังมีชีวิตต่อไปได้ในรูปแบบดิจิตัล
กลยุทธขุนแผนกับกุมารทอง
มีสถานทำแท้งเปิดเด่นเป็นสง่าอยู่หลายที่เสียด้วย
แต่อย่างว่าล่ะ การเล่นกับวิญญาณคนตายเอาไว้ทีหลัง
ผมต้องศึกษาการส่งคนไปเกิดใหม่ก่อนที่จะศึกษาเรื่องการชุบชีวิต
ผมพยายามลอยตัวขึ้นๆลงๆให้เหมือนกับโหนบาร์โดยไม่มีบาร์
“ว่าแต่มีเรื่องอะไรหรือ”
ผมยกตัวขึ้นลงไปด้วยเวลาคุยถือเป็นการผ่อนคลายสมองอย่างหนึ่งในการเคลื่อนไหวเล็กน้อย
แค่การยกตัวขึ้นลงของผมเป็นการยกตัวบนอากาศที่ไม่มีอะไรแต่จินตนาการว่าโหนบาร์ที่ไม่มีอยู่จริงอยู่
หืม พวกเธอทำสีหน้าแปลกๆแฮะเมื่อเห็นผมลอยตัวไปมาได้
ผมก็นึกว่าเธอเจอพวกตัวที่ลอยได้มาสองสามตัวแล้วนะในตอนที่ไปปราบปีศาจ
ไม่น่าจะทำให้ตกใจได้แล้วแปลกจริงๆ
ความสามารถมองเห็นออร่านี่ผมฝึกไว้เพราะต้องการให้อ่านอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามออก โดยหลีกเลี่ยงการรับรู้เสียงจากจิตใจของชาวบ้านโดยตรง
จำได้ว่าแอนนาเคยฟังเสียงจากจิตใจได้และเกือบจะเสียสติไปเลยตอนที่พลังตื่นขึ้นมาแรก
ต้องฝึกควบคุมให้ได้ก่อนที่จะคิดเรื่องการใช้พลังขั้นสูงขึ้น
ก่อนหน้าที่จะอ่านใจคนอื่นก็ต้องเริ่มจากการป้องกันจิตใจของตนเองด้วยหนังสือควบคุมจิตใจ
มันมีเด็กบางคนที่ตามเนื้อเรื่อง อ่านสีของออร่าออกว่าใครเป็นฆาตกรด้วยนี่นะ
หากเด็กคนนั้นอยู่ในมังงะคงกลายเป็นหนึ่งในแนวนักสืบแนวพลังจิต
ที่ตัวเอกที่มีพลังเห็นออร่าจะตามสืบคดีตามออร่าที่เห็นและไขคดีที่ซับซ้อน
แต่น่าเสียดายที่นี่คือโลกที่แอนนาเป็นนางเอก
เด็กคนนั้นเลยโดนส่งเข้าโรงเรียนประจำไปไม่มีใครพบเธออีกเลย
แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าส่งเข้าหลุมศพหรือโรงพยาบาลโรคจิตในเคสอื่นๆล่ะนะ
ผมหลับตากลับหัวอยู่กลางอากาศ สัม(สถึงแรงดึงดูดที่กระทำต่อตัวผมและพยายามจะสัมผัสแรงดึงดูดและค่อยๆควบคุมมัน
“ผมยังตื่นอยู่ไม่ต้องมาแตะผมหรอกวิลโล่”
ผมกล่าวถึงวิลโล่ที่พยายามจะเอื้อมมือมาแตะผมที่เห็นผมหลับตาอยู่
Echolocation การจับสัมผัสตำแหน่งที่อยู่ด้วยเสียง ไม่ใช่ความสามารถเวทย์เหนือธรรมชาติด้วยซ้ำ เป็นความสามารถที่คนตาบอดหรือค้างคาว โลมา นั้นก็มีกันตามปรกติ
ทำให้ผมมองเห็นภาพได้ค่อนข้างชัดเจนว่ามีวัตถุอยู่ตรงไหนแม้ว่าจะหลับตาอยู่ก็ตาม
ผมฝึกความสามารถนี้ไว้เผื่อต้องสู้กับพวกแวมไพร์ที่ชอบอาศัยในที่มืดๆอย่างสุสานร้างต่างๆ
“เอาเถอะ พวกเธอเข้ามาอย่างน้อยก็ดีกว่ามีแวมไพร์เข้ามาล่ะนะ”
วิลโล่ที่นิสัยสอดรู้สอดเห็นมากกว่าแอนนาเริ่มไปค้นตรงโต๊ะเอกสารและคอมพิวเตอร์ของผม
เฮ้แม่คุณก็รู้หรอกว่ามักจะเจอข้อมูลคนร้ายโดยแอบไปค้นเอกสารของคนร้ายอยู่บ่อยๆ แต่อย่างน้อยก็คอยจนผมไม่อยู่แถวนี้ก่อนสิ
ผมดีดนิ้วส่งกระแสไฟฟ้าไปปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่วิลโล่กำลังเปิดค้นข้อมูลอยู่
“อุ่ย”
วิลโล่สะบัดมือเนื่องจากโดนกระแสไฟฟ้าเข้าไปเล็กน้อย
โปรเจค ไพรมาร์ชของผมคงเก็บเป็นความลับไว้ได้สักพักล่ะน่ะ
“การควบคุมจิตใจ,ดัดแปลงร่างกายของปีศาจ,เวทย์โลหิต..เลโอนาร์ดนี่นายคิดจะทำอะไรกันแน่?”
วิลโล่ไล่สายตาไปตามโน้ตต่างๆที่อยู่บนโต๊ะของผม
หืม ก็ค่อนข้างตรงไปตรงมานะ ผมพยายามค้นหาข้อมูลเรื่อง เลือดเนื้อ กระดูกโครงสร้างของร่างกายและผลกระทบต่อเวทมนตร์ในการสร้างสิ่งที่เหนือกว่าสเลเยอร์
“ผมให้ความสนใจกับที่คุณโธมัสพูดน่ะ วิทยาศาสตร์ของเราที่เคยอธิบายไว้เกี่ยวกับมนุษย์นั้นกล่าวผิดหรือ? โลกนี้เก่าแก่เกินกว่าที่พวกเรารู้ ผมเลยสนใจเรื่องพวกนี้ขึ้นมา”
ผมยักไหล่เป็นความจริงพอสมควร
แอนนาหรี่ตามอง
“นายกำลังปกปิดอะไรอยู่?”
“ก็คงเรื่องหาวิธีเอาชนะเธอล่ะมั้ง?” ผมตอบไปตามตรง
“ผมไม่อยากโดนเธอชกไปมาเลยต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ไว้ก่อน”
ผมชี้ไปที่กองเอกสารบนตะและกระดาษโน๊ตต่างๆที่คำนวณมิติและเวทมนตร์ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย
“ผมเห็นบางอย่างในตัวเธอที่ไม่ใช่มนุษย์ บางอย่างที่ลึกลับ”
ผมลดเสียงลงทำให้วิลโล่มองมาอย่างสงสัยใคร่รู้
ส่วนแอนนา..หน้าขาวซีดลง กลัว?
เธอกลัวหรือนี่?
ก็อย่างว่าล่ะ
แบ่งพื้นที่ของวิญญาณบางส่วนกับเอลเดอร์ก็อด แอนนาก็ต้องรับรู้ดีว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในตัวเธอ
“ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น ผมไม่ใช่คนที่ยึดถือคิดมากจะพูดประมาณว่า เผาแม่มด และหาทางฆ่าเธอแบบแม่มดสมัยโบราณ ผมแค่ต้องการรู้ก่อนว่าสิ่งที่ผมเห็นคืออะไรจะได้ป้องกันตัวไว้ได้
สิ่งสีดำที่อยู่ในวิญญาณของเธอไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ ผมแค่อยากจะป้องกันตัวจากสิ่งนั้นไว้...หรือเธอจะบอกว่าผมคิดผิดและเธอคิดว่าสิ่งนั้นไว้ใจได้ล่ะแอนนา?”
ผมคิดว่าแม้แต่ตัวผมเองก็รู้ว่าการเจรจาต่อรองกับปีศาจเพื่อแลกกับพลังนี่ไม่ค่อยใช่เรื่องดีเท่าไร
แอนนามองผมอย่างสับสนที่แม้แต่ไม่ต้องมองออร่าก็พอเข้าใจได้
สีหน้าเธอขาวซีดและสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยตระหนักถึงมาก่อน..หรือเป็นสิ่งที่เธอตระหนักแต่พยายามไม่คิดถึงมัน
เธอไม่เคยคิดมาก่อนที่จะเจอว่าความเป็นไปได้ที่เธอเป็นผู้ร้าย แน่นอนเธอเตรียมใจโดนหาว่าเผาโรงยิมของโรงเรียนหรือทำร้ายร่างกาย
แต่เธอไม่เคยเจอกับความเป็นไปได้มาก่อนที่ว่าเธอจะเป็นหนึ่งในปีศาจเสียเอง
“แอนนา ตอบคำถามผมมาหน่อย..ทำไมเธอถึงมีพลังได้? สเลเยอร์เอาพลังมาจากไหน? สิ่งสีดำที่เยห็นในวิญญาณของเธอนั่นคืออะไร?”
แอนนา ถึงกับเซถอยไปข้างหลังราวกับ..กลัว หนีห่างจากผมที่จ้องมองเธอ
“ชั้นไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ไปกันเถอะวิลโล่”
แอนนาพยายามดึงแขนวิลโล่ที่กำลังกำบันทึกวิเคราะห์เวทมนตร์ที่ผมจดไว้อยู่
“วางโน้ตของผมลงด้วยก่อนไป”
ความจริงไม่จำเป็นเท่าไรหรอก ต่อให้คอมพิวเตอร์พัง โน้ตหาย
ผมก็เข้าใจและจำโครงสร้างได้ทั้งหมดอยู่แล้ว
ต่อให้ลืมบางส่วนแต่จำหลักการพื้นฐานได้ ใช้เวลาสักพักก็รวบรวมข้อมูลใหม่ได้
แต่ผมไม่อยากให้วิลโล่ได้ข้อมูลไปเท่านั้นเอง
เธอคงจะแซงหน้าผมไปด้วยความรวดเร็วแน่ๆ
แอนนาพยายามฉุดดึงวิลโล่ให้วางมือจากโน้ต
เอ๊ะ มีคนมา
“นี่ไม่ใช่อย่างที่เธอเข้าใจนะเทเลอร์ พวกเราแค่ เอ พยายามจะมีเซ็กส์กันเฉยๆไม่ได้พยายามศึกษาเรื่องเวทมนตร์”
ผมพูดกับเทเลอร์ที่เบิกตากว้าง จ้องมองผมที่กลับหัวลอยอยู่กลางอากาศ
และเทเลอร์ที่ถือสมุดโน้ตที่ท่าทางจะต้องการเอาโน้ตที่ผมขาดเรียนไปมาให้ผม
เธอปิดปากและกรีดร้อง
ทำไมคนชอบเข้ามาในบ้านผมได้ง่ายจังนะ
ผมต้องหาทางติดปืนยิงน้ำแข็งไว้เป็นหนึ่งในระบบรักษาความปลอดภัยแล้วในคราวหน้า