ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 98 เจรจา

            “ท่านราชามารข้ารู้สึกว่าระหว่างข้ากับราชามารตะวันตกน่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันท่านอย่าได้แตกหักกันเพราะข้าน้อยเลย”

            เหลยป้าเทียนนั่งอยู่ตรงนั้นกล่าวกับราชามารทิศเหนือ

            “เจ้าตกคิดสังหารเจ้า”

            ราชามารทิศเหนือส่ายหัวพลางกล่าว

            “ท่านราชามารตะวันตกต้องเข้าใจผิดแน่ๆอีกทั้งนายท่านยังโดนลอบสังหารเมื่อหลายวันก่อนอีกฝ่ายไม่บรรลุเป้าหมายจะต้องมาอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอนหากพวกท่านร่วมมือกันจะมีโอกาสชนะมากกว่า”

            “เฮ้อคุณชายหนอคุณชาย เจ้าจิตใจดีต่อผู้อื่นมากเกินไปเขาทำกับเจ้าถึงขนาดนี้เจ้ายังคิดถึงเขาอีก หากเจ้าตกดีได้สักเสี้ยวหนึ่งของคุณชายข้าคงไม่ทำกับเขาแบบนี้”

            ราชามารทิศเหนือกล่าวเขาเชื่อมั่นในเหลยป้าเทียนอย่างที่สุดเพียงเพราะเหลยป้าเทียนเข้ามาช่วยเขาไว้ตอนที่เขาโดนลอบสังหาร

            เหลยป้าเทียนปรากฏตัวขึ้นในช่วงคับขันร่วมมือกับราชามารทิศเหนือโจมตีอีกฝ่ายจนล่าถอยไป ราชามารทิศเหนือต้องตอบแทนบุญคุณจึงเห็นเหลยป้าเทียนเป็นแขกระดับสูงของตน

            “ข้าน้อยยินดีทำเพื่อท่านราชามารอย่างสุดความสามารถ”

            ขณะที่กล่าวเหลยป้าเทียนยกมือประสานและโค้งกายคารวะต่อราชามารทิศเหนือ

            “คุณชายเกรงใจเกินไปแล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร”

            “ข้าน้อยยินดีที่จะไปสะสางความเข้าใจผิดระหว่างท่านทั้งสอง”เหลยป้าเทียนกล่าวทันที

            “ไม่ได้เขาจะสังหารเจ้า”

            ราชามารทิศเหนือปฏิเสธเขารู้ว่าแววตาของราชามารตะวันตกหมายถึงอะไรแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการจัดการเหลยป้าเทียนจริงๆ

            “ข้าเชื่อว่าท่านราชามารตะวันตกรู้ดีว่าอะไรที่สำคัญกว่า”เหลยป้าเทียนยิ้มน้อยๆ ทุกอย่างเหมือนอยู่ในการควบคุมของเขา

            “ได้ข้าเชื่อในความสามารถของคุณชาย แต่ยังคงเหมือนเดิม หากเขาทำร้ายเจ้าข้าจะให้เขาต้องชดใช้ด้วยชีวิต”

            ราชามารทิศเหนือนั่งอยู่ตรงนั้นพลางกล่าวเสียงเย็นนับเป็นการรับรองต่อเหลยป้าเทียน

            “ได้พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปหาท่านราชามารตะวันตก และจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”เหลยป้าเทียนกล่าว

             

            หลังจากพวกเสิ่นเสวียนดื่มเสร็จแล้วจึงเข้าไปพักผ่อนในห้องภายในห้องพักบรรยากาศยอดเยี่ยมมาก แต่ละคนได้ห้องพักส่วนตัวแต่เสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนยังคงใช้กฎเดิมนั่นคือพักห้องเดียวกัน

            ภายในห้องเสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนนั่งสมาธิอยู่บนเตียงของตนเอง

            ทันใดนั้นเสิ่นเลี่ยนที่นั่งอยู่กลับกระดิกหูเบาๆ

            “พี่เสวียนมีคนมา”

            เสิ่นเลี่ยนลืมตามองเสิ่นเสวียนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

            “ข้ารู้แล้วไม่ต้องสนใจ”

            เสิ่นเสวียนกล่าวเสียงเรียบโดยไม่ได้ลืมตามอง

            เขารู้นานแล้วว่ามีคนสอดแนมพวกเขาอยู่ในเมื่ออีกฝ่ายคิดสอดแนมแสดงว่ายังพอมีทางเจรจา

            เขาต้องการเข้าสุสานราชามารต้องการประนีประนอม เหลยป้าเทียนก็ต้องสังหาร

            ตอนนี้พลังสายหนึ่งพุ่งออกมาจากร่างของเสิ่นเสวียนอย่างช้าๆปกคลุมไปทั่วทั้งห้องราวกับหมอกหนาสิ่งที่ผู้สอดแนมจะมองเห็นคือเสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนกำลังนั่งสมาธิอยู่จากนั้นครู่หนึ่งพวกเขาก็ล้มตัวลงนอน

            ทว่าภายในห้องกลับไม่เป็นอย่างนั้น

            เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรเหนือกว่าเคล็ดวิชาของที่นี่มากอย่างเช่นหมอกที่เขาแสดงออกมานี้จะสร้างภาพมายาคล้ายกับกระจกสะท้อนออกไปเพื่อบังตาอีกฝ่ายทำให้การสอดแนมผิดพลาดและยังไม่ถูกจับได้ง่ายๆ อีกด้วย

            “ตอนที่สุสานเปิดแล้วเจ้าต้องเข้าไปด้วยเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดี” เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสิ่นเลี่ยน

            “ขอรับ”

            เสิ่นเลี่ยนพยักหน้าเขามุ่งมั่นที่จะเข้าไปในนั้น ตอนนี้เขาเพิ่งมีอายุสิบห้าปี พลังยุทธ์กลับถึงขั้นบรรพบุรุษแล้วพลังเช่นนี้สร้างความมั่นใจให้เขามาก

            “ก่อนเข้าไปเจ้าต้องมีพลังสังหารขั้นราชันเสียก่อน”

            เสิ่นเสวียนกล่าวออกมาอย่างกะทันหัน

            “เอ๋...ขั้นราชัน”

            เสิ่นเลี่ยนตะลึงไปทันทีเขาเชื่อมั่นว่าฝึกฝนถึงขั้นบรรพบุรุษแล้วจะสามารถสู้กับขั้นบรรพบุรุษทั่วไปได้แต่จะสังหารขั้นราชันได้อย่างไร อีกทั้งเขาต้องทำสำเร็จก่อนเข้าไปในสุสานอีกแค่คิดเขายังไม่กล้าเลย

            “วิถีของจอมยุทธ์สังหารไม่มีการต่อสู้ที่เฉพาะเจาะจง ขอเพียงเป็นผลสำเร็จ ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีการใดก็ตามสังหารอีกฝ่ายได้ก็พอแล้ว ไม่กี่วันหลังจากนี้ข้าจะส่งเจ้าเข้าไปในมิติเพื่อให้เจ้าได้สู้กับหุ่นเชิดจำไว้ว่าก่อนออกมาข้าต้องเห็นรอยกริชมากกว่าหนึ่งร้อยรอยบนร่างของหุ่นเชิดทั้งสอง”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสิ่นเลี่ยนเขาทุ่มเทกับการฝึกฝนของเสิ่นเลี่ยนเป็นอย่างมากเขาเข้มงวดต่อความก้าวหน้าของเสิ่นเลี่ยนเช่นเดียวกับที่เขาเข้มงวดกับตนเองเพราะเวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว

            “ขอรับ”

            เสิ่นเลี่ยนรับคำในทันทีทั้งที่รู้ว่าเขาอาจทำไม่ได้แต่เพราะเขาเชื่อมั่นในเสิ่นเสวียน เสิ่นเสวียนบอกว่าเขาทำได้ แสดงว่าเขาต้องทำได้

            “ไปเถอะ”

            เสิ่นเสวียนยิ้มมุมปากจากนั้นเขาก็สะบัดมือส่งเสิ่นเลี่ยนเข้าไปในมิติในมิติตอนนี้พี่ใหญ่เผ่าอนธการและเหลยต้งรอเสิ่นเลี่ยนอยู่แล้ววิธีการเพิ่มพลังที่รวดเร็วที่สุดนอกจากแสวงหาโอกาสและโชคจากภายนอกแล้วการต่อสู้คือวิธีที่ได้ผลเป็นอย่างดี

            ในนี้ยังมีร่างไร้วิญญาณขั้นราชันระดับสูงสุดอยู่อีกสองร่างน่าเสียดายที่ตอนนี้ยังมีวัตถุดิบไม่เพียงพอไม่อย่างนั้นหากสร้างหุ่นเชิดได้สำเร็จ เขาจะมีพลังป้องกันตัวในโลกใหม่แห่งนี้

            มิติในตอนนี้ใหญ่กว่าเมื่อวานไม่น้อยน่าจะมีขนาดประมาณบ้านหลังหนึ่ง เพียงพอที่เสิ่นเลี่ยนจะฝึกฝนอยู่ในนั้นนี่คือผลจากความช่วยเหลือของเสี่ยวเหยียนที่ทำงานอย่างแข็งขันอยู่ภายใน เมื่อมันก้าวหน้าขึ้นมิติก็จะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นตามไปด้วยกระทั่งเชื่อมต่อเข้ากับมิติภายในผังเมืองซานเหอได้อย่างสมบูรณ์จนเปิดโลกใหม่ขึ้นมาได้อีกครั้ง

            ภายในห้องเสิ่นเสวียนยังคงนั่งสมาธิต่อไป ตอนนี้ความเร็วในการฝึกฝนของเขาลดลงกว่าเดิมมากพลังยุทธ์ของเขาถึงขั้นแก่นทองคำระดับปลายแล้ว ยังเหลือเส้นทางอีกช่วงหนึ่งกว่าจะถึงจุดสูงสุดของขั้นแก่นทองคำระดับปลายที่เขาต้องเดินไปพลังฟ้าดินที่เขาต้องการในแต่ละขั้นเพิ่มขึ้นกว่าตอนแรกเริ่มไม่ต่ำกว่าพันเท่าหมื่นเท่าแน่นอนว่าหากไม่ใช่เพราะพลังเหล่านี้ คงมิอาจสนับสนุนเคล็ดวิชาของเขาในตอนนี้ได้

            แล้วค่ำคืนที่เงียบสงบก็ผ่านพ้นไป

            เช้าวันต่อมาประตูห้องของเสิ่นเสวียนถูกเริ่นเสี้ยวเทียนผลักออกเขาเห็นเสิ่นเสวียนนั่งฝึกฝนอยู่บนเตียงจึงอดชื่นชมไม่ได้

            “ข้าสงสัยมาตลอดว่าทำไมพลังยุทธ์ของเจ้าจึงก้าวหน้ารวดเร็วนักตอนนี้ดูเหมือนข้าจะได้รับคำตอบแล้ว เจ้าฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน เจ้าฝึกฝนสิบปีกลับก้าวหน้ารวดเร็วกว่าคนอื่นที่ฝึกฝนมายี่สิบปีเจ้าไม่นอนไม่รู้สึกอ่อนเพลียบ้างหรือ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถามเสิ่นเสวียนในคำชื่นชมของเขาเคล้าความสงสัยอยู่ด้วย ตอนกลางคืนมีไว้เพื่อให้นอนหลับแม้แต่คนที่บ้าฝึกฝนอย่างมากก็เก็บตัวฝึกฝนไม่กี่วันโดยไม่หลับไม่นอนแต่คนที่ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาอย่างเสิ่นเสวียนเขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

            “เจ้าลองดูก็ได้นอนหลับก็ฝึกฝนได้เช่นกัน ขอเพียงเปิดชีพจรดูดซับพลังฟ้าดินเข้าไปและรักษาระดับการดูดซับเอาไว้ก็พอ”

            เสิ่นเสวียนส่งยิ้มให้เริ่นเสี้ยวเทียนจากนั้นเขาก็ลุกขึ้น

            “มีคนมาใช่ไหม”

            “รักษาระดับการดูดซับฝึกฝนตอนกลางคืน? เพิ่มเวลาได้อีกหนึ่งเท่า?”

            ตอนนี้เริ่นเสี้ยวเทียนกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับคำของเสิ่นเสวียนตามที่เสิ่นเสวียนบอกมา เหมือนจะบรรลุผลในการฝึกฝนตอนกลางคืนได้จริงๆ

            “เอ๋?อ้อ! ใช่แล้ว มีคนมา จะไปดูไหม”

            เริ่นเสี้ยวเทียนดึงสติกลับมากล่าวกับเสิ่นเสวียนอย่างตะกุกตะกัก

            “ไม่ล่ะให้เวลาพวกเขาสักสองวัน ไม่อย่างนั้นคงจัดการได้ยาก”

            เสิ่นเสวียนกล่าวเบาๆพลางยิ้มน้อยๆ

            ส่วนภายในห้องของราชามารตะวันตกเหลยป้าเทียนคุกเข่าคาอยู่ที่พื้นเพื่อคารวะต่อราชามารตะวันตก

            “ท่านราชามารทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเอง หากไม่ใช่เพราะข้า ท่านราชามารทั้งสองคงไม่ผิดใจกัน”

            เหลยป้าเทียนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าราชามารตะวันตกท่าทางของเขาเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

            “รู้ว่าข้าต้องการสังหารเจ้าเจ้ายังกล้ามาอีกหรือ”

            ราชามารตะวันตกมองอีกฝ่ายพลางกล่าว

            “หากชีวิตของข้าน้อยทำให้ท่านราชามารทั้งสองคืนดีกันได้ข้าน้อยยอมตาย”

            คำของเหลยป้าเทียนนั้นกล้าหาญยิ่งนักคนที่ไม่รู้คงคิดว่าเขาคือผู้กล้าที่คอยช่วยเหลือสหายอย่างแท้จริง

            “อย่างนั้นหรือแต่เสิ่นเสวียนเป็นคนเรียกข้ามา”

            ราชามารตะวันตกนั่งอยู่ตรงนั้นพลันกล่าวชื่อของเสิ่นเสวียนออกมา

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน