“ท่านราชามารข้ารู้สึกว่าระหว่างข้ากับราชามารตะวันตกน่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันท่านอย่าได้แตกหักกันเพราะข้าน้อยเลย”
เหลยป้าเทียนนั่งอยู่ตรงนั้นกล่าวกับราชามารทิศเหนือ
“เจ้าตกคิดสังหารเจ้า”
ราชามารทิศเหนือส่ายหัวพลางกล่าว
“ท่านราชามารตะวันตกต้องเข้าใจผิดแน่ๆอีกทั้งนายท่านยังโดนลอบสังหารเมื่อหลายวันก่อนอีกฝ่ายไม่บรรลุเป้าหมายจะต้องมาอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอนหากพวกท่านร่วมมือกันจะมีโอกาสชนะมากกว่า”
“เฮ้อคุณชายหนอคุณชาย เจ้าจิตใจดีต่อผู้อื่นมากเกินไปเขาทำกับเจ้าถึงขนาดนี้เจ้ายังคิดถึงเขาอีก หากเจ้าตกดีได้สักเสี้ยวหนึ่งของคุณชายข้าคงไม่ทำกับเขาแบบนี้”
ราชามารทิศเหนือกล่าวเขาเชื่อมั่นในเหลยป้าเทียนอย่างที่สุดเพียงเพราะเหลยป้าเทียนเข้ามาช่วยเขาไว้ตอนที่เขาโดนลอบสังหาร
เหลยป้าเทียนปรากฏตัวขึ้นในช่วงคับขันร่วมมือกับราชามารทิศเหนือโจมตีอีกฝ่ายจนล่าถอยไป ราชามารทิศเหนือต้องตอบแทนบุญคุณจึงเห็นเหลยป้าเทียนเป็นแขกระดับสูงของตน
“ข้าน้อยยินดีทำเพื่อท่านราชามารอย่างสุดความสามารถ”
ขณะที่กล่าวเหลยป้าเทียนยกมือประสานและโค้งกายคารวะต่อราชามารทิศเหนือ
“คุณชายเกรงใจเกินไปแล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร”
“ข้าน้อยยินดีที่จะไปสะสางความเข้าใจผิดระหว่างท่านทั้งสอง”เหลยป้าเทียนกล่าวทันที
“ไม่ได้เขาจะสังหารเจ้า”
ราชามารทิศเหนือปฏิเสธเขารู้ว่าแววตาของราชามารตะวันตกหมายถึงอะไรแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการจัดการเหลยป้าเทียนจริงๆ
“ข้าเชื่อว่าท่านราชามารตะวันตกรู้ดีว่าอะไรที่สำคัญกว่า”เหลยป้าเทียนยิ้มน้อยๆ ทุกอย่างเหมือนอยู่ในการควบคุมของเขา
“ได้ข้าเชื่อในความสามารถของคุณชาย แต่ยังคงเหมือนเดิม หากเขาทำร้ายเจ้าข้าจะให้เขาต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
ราชามารทิศเหนือนั่งอยู่ตรงนั้นพลางกล่าวเสียงเย็นนับเป็นการรับรองต่อเหลยป้าเทียน
“ได้พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปหาท่านราชามารตะวันตก และจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”เหลยป้าเทียนกล่าว
หลังจากพวกเสิ่นเสวียนดื่มเสร็จแล้วจึงเข้าไปพักผ่อนในห้องภายในห้องพักบรรยากาศยอดเยี่ยมมาก แต่ละคนได้ห้องพักส่วนตัวแต่เสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนยังคงใช้กฎเดิมนั่นคือพักห้องเดียวกัน
ภายในห้องเสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนนั่งสมาธิอยู่บนเตียงของตนเอง
ทันใดนั้นเสิ่นเลี่ยนที่นั่งอยู่กลับกระดิกหูเบาๆ
“พี่เสวียนมีคนมา”
เสิ่นเลี่ยนลืมตามองเสิ่นเสวียนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“ข้ารู้แล้วไม่ต้องสนใจ”
เสิ่นเสวียนกล่าวเสียงเรียบโดยไม่ได้ลืมตามอง
เขารู้นานแล้วว่ามีคนสอดแนมพวกเขาอยู่ในเมื่ออีกฝ่ายคิดสอดแนมแสดงว่ายังพอมีทางเจรจา
เขาต้องการเข้าสุสานราชามารต้องการประนีประนอม เหลยป้าเทียนก็ต้องสังหาร
ตอนนี้พลังสายหนึ่งพุ่งออกมาจากร่างของเสิ่นเสวียนอย่างช้าๆปกคลุมไปทั่วทั้งห้องราวกับหมอกหนาสิ่งที่ผู้สอดแนมจะมองเห็นคือเสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนกำลังนั่งสมาธิอยู่จากนั้นครู่หนึ่งพวกเขาก็ล้มตัวลงนอน
ทว่าภายในห้องกลับไม่เป็นอย่างนั้น
เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรเหนือกว่าเคล็ดวิชาของที่นี่มากอย่างเช่นหมอกที่เขาแสดงออกมานี้จะสร้างภาพมายาคล้ายกับกระจกสะท้อนออกไปเพื่อบังตาอีกฝ่ายทำให้การสอดแนมผิดพลาดและยังไม่ถูกจับได้ง่ายๆ อีกด้วย
“ตอนที่สุสานเปิดแล้วเจ้าต้องเข้าไปด้วยเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดี” เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสิ่นเลี่ยน
“ขอรับ”
เสิ่นเลี่ยนพยักหน้าเขามุ่งมั่นที่จะเข้าไปในนั้น ตอนนี้เขาเพิ่งมีอายุสิบห้าปี พลังยุทธ์กลับถึงขั้นบรรพบุรุษแล้วพลังเช่นนี้สร้างความมั่นใจให้เขามาก
“ก่อนเข้าไปเจ้าต้องมีพลังสังหารขั้นราชันเสียก่อน”
เสิ่นเสวียนกล่าวออกมาอย่างกะทันหัน
“เอ๋...ขั้นราชัน”
เสิ่นเลี่ยนตะลึงไปทันทีเขาเชื่อมั่นว่าฝึกฝนถึงขั้นบรรพบุรุษแล้วจะสามารถสู้กับขั้นบรรพบุรุษทั่วไปได้แต่จะสังหารขั้นราชันได้อย่างไร อีกทั้งเขาต้องทำสำเร็จก่อนเข้าไปในสุสานอีกแค่คิดเขายังไม่กล้าเลย
“วิถีของจอมยุทธ์สังหารไม่มีการต่อสู้ที่เฉพาะเจาะจง ขอเพียงเป็นผลสำเร็จ ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีการใดก็ตามสังหารอีกฝ่ายได้ก็พอแล้ว ไม่กี่วันหลังจากนี้ข้าจะส่งเจ้าเข้าไปในมิติเพื่อให้เจ้าได้สู้กับหุ่นเชิดจำไว้ว่าก่อนออกมาข้าต้องเห็นรอยกริชมากกว่าหนึ่งร้อยรอยบนร่างของหุ่นเชิดทั้งสอง”
เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสิ่นเลี่ยนเขาทุ่มเทกับการฝึกฝนของเสิ่นเลี่ยนเป็นอย่างมากเขาเข้มงวดต่อความก้าวหน้าของเสิ่นเลี่ยนเช่นเดียวกับที่เขาเข้มงวดกับตนเองเพราะเวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว
“ขอรับ”
เสิ่นเลี่ยนรับคำในทันทีทั้งที่รู้ว่าเขาอาจทำไม่ได้แต่เพราะเขาเชื่อมั่นในเสิ่นเสวียน เสิ่นเสวียนบอกว่าเขาทำได้ แสดงว่าเขาต้องทำได้
“ไปเถอะ”
เสิ่นเสวียนยิ้มมุมปากจากนั้นเขาก็สะบัดมือส่งเสิ่นเลี่ยนเข้าไปในมิติในมิติตอนนี้พี่ใหญ่เผ่าอนธการและเหลยต้งรอเสิ่นเลี่ยนอยู่แล้ววิธีการเพิ่มพลังที่รวดเร็วที่สุดนอกจากแสวงหาโอกาสและโชคจากภายนอกแล้วการต่อสู้คือวิธีที่ได้ผลเป็นอย่างดี
ในนี้ยังมีร่างไร้วิญญาณขั้นราชันระดับสูงสุดอยู่อีกสองร่างน่าเสียดายที่ตอนนี้ยังมีวัตถุดิบไม่เพียงพอไม่อย่างนั้นหากสร้างหุ่นเชิดได้สำเร็จ เขาจะมีพลังป้องกันตัวในโลกใหม่แห่งนี้
มิติในตอนนี้ใหญ่กว่าเมื่อวานไม่น้อยน่าจะมีขนาดประมาณบ้านหลังหนึ่ง เพียงพอที่เสิ่นเลี่ยนจะฝึกฝนอยู่ในนั้นนี่คือผลจากความช่วยเหลือของเสี่ยวเหยียนที่ทำงานอย่างแข็งขันอยู่ภายใน เมื่อมันก้าวหน้าขึ้นมิติก็จะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นตามไปด้วยกระทั่งเชื่อมต่อเข้ากับมิติภายในผังเมืองซานเหอได้อย่างสมบูรณ์จนเปิดโลกใหม่ขึ้นมาได้อีกครั้ง
ภายในห้องเสิ่นเสวียนยังคงนั่งสมาธิต่อไป ตอนนี้ความเร็วในการฝึกฝนของเขาลดลงกว่าเดิมมากพลังยุทธ์ของเขาถึงขั้นแก่นทองคำระดับปลายแล้ว ยังเหลือเส้นทางอีกช่วงหนึ่งกว่าจะถึงจุดสูงสุดของขั้นแก่นทองคำระดับปลายที่เขาต้องเดินไปพลังฟ้าดินที่เขาต้องการในแต่ละขั้นเพิ่มขึ้นกว่าตอนแรกเริ่มไม่ต่ำกว่าพันเท่าหมื่นเท่าแน่นอนว่าหากไม่ใช่เพราะพลังเหล่านี้ คงมิอาจสนับสนุนเคล็ดวิชาของเขาในตอนนี้ได้
แล้วค่ำคืนที่เงียบสงบก็ผ่านพ้นไป
เช้าวันต่อมาประตูห้องของเสิ่นเสวียนถูกเริ่นเสี้ยวเทียนผลักออกเขาเห็นเสิ่นเสวียนนั่งฝึกฝนอยู่บนเตียงจึงอดชื่นชมไม่ได้
“ข้าสงสัยมาตลอดว่าทำไมพลังยุทธ์ของเจ้าจึงก้าวหน้ารวดเร็วนักตอนนี้ดูเหมือนข้าจะได้รับคำตอบแล้ว เจ้าฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน เจ้าฝึกฝนสิบปีกลับก้าวหน้ารวดเร็วกว่าคนอื่นที่ฝึกฝนมายี่สิบปีเจ้าไม่นอนไม่รู้สึกอ่อนเพลียบ้างหรือ”
เริ่นเสี้ยวเทียนถามเสิ่นเสวียนในคำชื่นชมของเขาเคล้าความสงสัยอยู่ด้วย ตอนกลางคืนมีไว้เพื่อให้นอนหลับแม้แต่คนที่บ้าฝึกฝนอย่างมากก็เก็บตัวฝึกฝนไม่กี่วันโดยไม่หลับไม่นอนแต่คนที่ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาอย่างเสิ่นเสวียนเขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
“เจ้าลองดูก็ได้นอนหลับก็ฝึกฝนได้เช่นกัน ขอเพียงเปิดชีพจรดูดซับพลังฟ้าดินเข้าไปและรักษาระดับการดูดซับเอาไว้ก็พอ”
เสิ่นเสวียนส่งยิ้มให้เริ่นเสี้ยวเทียนจากนั้นเขาก็ลุกขึ้น
“มีคนมาใช่ไหม”
“รักษาระดับการดูดซับฝึกฝนตอนกลางคืน? เพิ่มเวลาได้อีกหนึ่งเท่า?”
ตอนนี้เริ่นเสี้ยวเทียนกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับคำของเสิ่นเสวียนตามที่เสิ่นเสวียนบอกมา เหมือนจะบรรลุผลในการฝึกฝนตอนกลางคืนได้จริงๆ
“เอ๋?อ้อ! ใช่แล้ว มีคนมา จะไปดูไหม”
เริ่นเสี้ยวเทียนดึงสติกลับมากล่าวกับเสิ่นเสวียนอย่างตะกุกตะกัก
“ไม่ล่ะให้เวลาพวกเขาสักสองวัน ไม่อย่างนั้นคงจัดการได้ยาก”
เสิ่นเสวียนกล่าวเบาๆพลางยิ้มน้อยๆ
ส่วนภายในห้องของราชามารตะวันตกเหลยป้าเทียนคุกเข่าคาอยู่ที่พื้นเพื่อคารวะต่อราชามารตะวันตก
“ท่านราชามารทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเอง หากไม่ใช่เพราะข้า ท่านราชามารทั้งสองคงไม่ผิดใจกัน”
เหลยป้าเทียนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าราชามารตะวันตกท่าทางของเขาเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
“รู้ว่าข้าต้องการสังหารเจ้าเจ้ายังกล้ามาอีกหรือ”
ราชามารตะวันตกมองอีกฝ่ายพลางกล่าว
“หากชีวิตของข้าน้อยทำให้ท่านราชามารทั้งสองคืนดีกันได้ข้าน้อยยอมตาย”
คำของเหลยป้าเทียนนั้นกล้าหาญยิ่งนักคนที่ไม่รู้คงคิดว่าเขาคือผู้กล้าที่คอยช่วยเหลือสหายอย่างแท้จริง
“อย่างนั้นหรือแต่เสิ่นเสวียนเป็นคนเรียกข้ามา”
ราชามารตะวันตกนั่งอยู่ตรงนั้นพลันกล่าวชื่อของเสิ่นเสวียนออกมา