ตอนที่ 36 อสูรน้อยเสี่ยวซา
อสูรพงไพรตาเดียวเสี่ยวซา เมื่อนางเกิดมามารดาของนางก็ตายจากไปส่วนบิดานางไม่เคยได้ยินข่าวคราวของเขามาก่อน ยายของนางบอกว่ามารดาของนางได้ออกไปพจญภัยนอกเผ่าหลังจากกลับมาไม่นานก็ท้องนาง เมื่อเสี่ยวซาเกิดมาตัวของนางเล็กกว่าอสูรตนอื่นๆในเผ่ากว่าสองเท่าทำให้คนอื่นเริ่มดูถูกนางที่มารดาของนางไปสมสู่กับเผ่าอื่น เสี่ยวซาร่างกายไม่ได้แข็งแรงดั่งเช่นอสูรตนอื่นๆ พลังธาตุธรรมชาติแต่ละอย่างก็ไม่แข็งแกร่ง เสี่ยวซาใช้ชีวิตแต่ละวันด้วยความยากลำบาก ทุกคนทำตัวราวกับนางไม่มีตัวตน แต่วันนี้จู่ๆท่านหัวหน้าเผ่าและผู้อาวุโสก็เรียกรวมอสูรทุกตนในเผ่าไปคุกเข่ารอที่หน้าถ้ำเทพมารท่านหัวหน้าเผ่าบอกว่าเทพมารได้จุติลงมาแล้วและกำลังพำนักที่อยู่ที่ถ้ำนี้ เสี่ยวซางุนงงเป็นอย่างมากเทพมารในตำนานที่บรรพบุรุษเคยทำนายไว้ว่าในอนาคตจะมีเทพมารตนนึงมาเยือนที่เผ่าจงรับใช้ท่านเทพมารตนนั้นด้วยความเคารพนอบน้อมจากนั้นท่านจะมอบความรุ่งโรจน์ให้แก่เผ่าอสูรพงไพรตาเดียวของเราตนนั้นน่ะรึ เสี่ยวซาคุกเข่ารออยู่ที่ถ้ำเป็นเวลานานจนในที่สุดนางได้เห็นโครงกระดูกตัวหนึ่งเดินออกมา เมื่อเห็นครั้งแรกร่างเทพมารเดินออกมานั้นอสูรทุกตนต่างตกใจ โครงกระดูกที่รูปทรงเหมือนมนุษย์แต่ไอมารเข้มข้นที่แผ่ออกมานั้นช่างหน้าหวาดกลัว ยิ่งเสียงที่เปล่งออกมาจากเทพมารตนนั้นราวกับเสียงวิญญาณที่กำลังกรีดร้องของอสูรกระทั่งนางที่ไม่เคยกลัวอะไรในชีวิตยังอดสั่นเล็กน้อยไม่ได้ นางมองไปข้างหน้าเป็นครั้งแรกที่นางเห็นหัวหน้าเผ่าและผู้อาวุโสมีท่าทางเคารพนอบน้อมเช่นนี้ สำหรับนางที่ไม่เคยออกไปนอกเผ่า หัวหน้าเผ่าและเหล่าอาวุโสคือตัวตนที่ทรงพลังที่สุดเมื่อพวกเขาไปที่ใดทุกคนก็จะก้มหัวอย่างเคารพนอบน้อมนางฝันว่าสักวันนางจะยืนอยู่ตรงนั้นเป็นที่ยอมรับและเป็นที่เคารพของทุกคน ขณะที่เสี่ยวซากำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเทพมารตนนั้นก็ชี้ที่นางแล้วบอกว่านางคือผู้ถูกเลือก เสี่ยวซารู้สึกมึนงงไปชั่วขณะแม้กระทั่งผู้อาวุโสเรียกให้ยืนเสี่ยวซาก็นิ่งงันราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นจนผู้อาวุโสฟูหลินคุนเดินมาแตะไหล่นาง “เสี่ยวซาเจ้ามัวทำอะไรอยู่รีบเดินไปหาท่านเทพมารซะสิ ท่านเทพมารได้เลือกเจ้าแล้ว” ฟูหลินคุนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนเคารพ เสี่ยวซาได้ยินผู้อาวุโสพูดกับนางก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเป็นครั้งแรกที่มีคนระดับนี้มาพูดกับนางแถมไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงดูถูกอีก “ขะข้า” เสี่ยวซาที่ยังอึ้งอยู่ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี ฟูหลินคุนเห็นเสี่ยวซาเป็นแบบนี้จึงขำเล็กน้อยแล้วพูดให้กำลังใจนาง “อนาคตที่รุ่งโรจน์ของเจ้าอยู่ตรงหน้าแล้ว จงไปไขว้ขว้ามันมาซะสิ” ฟูหลินคุนยิ้มแล้วตบไหล่เสี่ยวซาเบาๆ เสี่ยวซาได้ยินที่ฟูหลินคุนพูดก็สูดลมเข้าปอดเพิ่มความกล้าของตัวเองจากนั้นก็เดินตรงไปข้างหน้าอย่างสง่าผ่าเผย เสี่ยวซามองไปรอบๆเห็นอสูรทุกตนมองนางด้วยความอิจฉามันทำให้นางรู้สึกราวกับล่องลอยได้ เหตุการณ์นี้จะเป็นเหตุการณ์ที่นางจะจดจำไปตลอดชีวิตวันนี้นางได้หลุดพ้นจากการเป็นอสูรไร้ค่า เสี่ยวซาเดินมาหยุดที่หน้าทีโอและคุกเข่าลงข้างนึง “ข้าเสี่ยวซายินดีรับใช้ท่านเทพมารตราบชั่วนิรันด์!!” เสี่ยวซาสาบานในใจไม่ว่าท่านเทพมารจะสั่งให้นางทำอะไรก็ตามนางจะไม่มีทางทำให้นายท่านผิดหวัง!.....ทีโอมองอสูรพงไพรตาเดียวที่ชื่อเสี่ยวซาที่คุกเข่าตรงหน้าอสูรตนนี้ตัวเล็กกว่าตนอื่นสองเท่าแต่ก็ดูทะมัดทะแมงและปราดเปรี่ยวฟังจากเสียงแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นอสูรเพศหญิง ทีโอสังเกตรูปร่างเสี่ยวซาแล้วรู้สึกว่าเพศหญิงของเผ่านี้เอวจะโค้งๆบางๆกว่าเพศชายนิดหน่อย อสูรพงไพรตาเดียว(ลูกผสม) ระดับรวบรวมลมปราณ ขั้น3ลูกผสมระหว่างมารดาอสูรพงไพรตาเดียวและบิดามารจิ้งจอกมายา มีความสามารถในการต้านทานภาพมายาและมีความแข็งแกร่งทางด้านกายภาพที่สูง พลังหลัก:โลกมายา พลังรอง:ค่ายกล ทีโอเห็นข้อมูลของเสี่ยวซาก็รู้สึกดีใจมากเขาได้ลูกน้องที่มีพรสวรรค์ทางด้านภาพมายา ในมิติเวทมนตร์มันคือศาสตร์ที่น้อยคนนักที่จะใช้ได้เนื่องจากมันต้องการคนที่มีพรสวรรค์ด้านนี้เท่านั้นถึงจะสามารถฝึกได้ทำให้นักเวทย์ใช้ศาสตร์มายาถือว่าเป็นทรัพยากรล้ำค่าอย่างมากในมิติเวทมนตร์ แถมพลังรองของเสี่ยวซายังเป็นค่ายกลอสูรตัวน้อยตรงหน้าเขาเกิดมาเพื่อกับปรมาจารย์ภาพมายาชัดๆ หรืออาจจะเป็นสุดยอดนักฆ่าก็ได้ หรือทั้งสองอย่างเลย ทีโอที่พอใจแล้วก็สั่งให้อสูรทุกตนแยกย้ายยกเว้นข้ารับใช้ของเขา ฟูเฉิงพยักหน้ารับคำสั่งด้วยความเคารพแล้วก็นำอสูรทั้งหมดจากไป “เอาล่ะพวกเจ้าตามข้ามา” ทีโอเรียกฟูหมิงและเสี่ยวซาให้เข้าไปในถ้ำ แต่ทั้งสองกลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนจนทีโอที่เดินนำไปไกลแล้วหันกลับมาถาม“พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่?” ฟูหมิงในฐานะที่เป็นรุ่นพี่คนรับใช้ของเสี่ยวซาจำเป็นต้องยกมือถามแทน “แล้วพวกข้าจะเข้าไปอย่างไรรึขอรับ?” ทีโอได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าฟูหมิงกับเสี่ยวซาไม่มีไอมาร ”ข้าขอคิดวิธีก่อน” ทีโอหันหลังกลับจากนั้นก็รีบสอบถามระบบในใจ ระบบข้าสามารถถ่ายโอนไอมารได้หรือไม่? เมื่อทีโอถามระบบก็ขึ้นหน้าต่างร้านค้าทันที ‘วิธีใช้ไอมารเบื้องต้น 70แต้ม’ ทีโอเห็นชื่อก็สงสัยทำไมมันถูกจังนี้มันระบบเทพเจ้าที่เขารู้จักหรือ? ‘มันคือหนังสืออธิบายการใช้สิ่งที่ท่านมีไม่สามารถนับได้ว่าเป็นทักษะ’ ทีโอได้ยินที่ระบบพูดก็คิดได้เรื่องนึงแล้วรีบถามระบบ แล้วหนังสือเกี่ยวกับระดับบ่มเพราะกับระดับสมบัติล่ะ? ‘ข้อมูลระดับบ่มเพาะและระดับสมบัติของมิติเซียน 100แต้ม’ ทีโอได้ยินก็รู้สึกโมโหทันที มีของแบบนี้ทำไมไม่บอกแต่แรกต้องให้เขาลำบากถามไปทั่วทำไม เป็นเพราะตอนนั้นข้าเผลอดูถูกเจ้าใช่ไหม! ทีโอนึกถึงตอนนั้นเขาแอบดูถูกเจ้าระบบนิดหน่อยเพราะเป็นถึงระบบเทพเจ้าทั้งทีแต่ต้องให้เขาหาข้อมูลบ่มเพาะเอง นี้เจ้าระบบเจ้าโกรธเป็นด้วยหรือ ทีโอตะโกนในใจแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา ในใจทีโอตอนนี้รู้สึกร้อนเป็นไฟเขาแค่ดูถูกหน่อยเดียวเอง ถ้าอ่านใจเขาได้ก็ไม่ควรคิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้ไหม? ความคิดคนเรามันจะห้ามได้อย่างไรกันทีโอบ่นอย่างคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม