ตอนที่ 22 ความเกลียดชัง
หลี่เฉินอันมิรู้ว่าการพบกันครั้งแรกกับหลิวจั๋วจะเป็การจัดฉากขึ้นโดยเจตนาของฮัวหม่านถิง
สิ่งที่เขาเป็กังวลนั้นยังคงเป็เื่ร้านสุราเล็ก ๆ ของเขา
การตกแต่งร้านสุราและเตรียมเครื่องใช้เ่าั้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการกลั่นสุรา
เขานั่งในศาลาเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในลานบ้าน พิจารณาดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการกลั่นแต่ละอย่างด้วยความรอบคอบ จากนั้นจดลงไปบนกระดาษ ทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว สุดท้ายเขาได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่ใช้เวลานานที่สุดก็คือ ‘การหมักสุรา’
การหมักสุราต้องใช้เวลานานถึง 20 วัน
แม้ว่าหมักเพียงแค่สี่วันก็สามารถกลั่นสุราได้ แต่ในเมื่องานนี้เขาจะทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ก็ควรที่จะทำทุกขั้นตอนให้เสร็จสิ้นก่อนหน้า รออีกสิบยี่สิบวันค่อยเปิดร้านก็ไม่สาย
บัดนี้ ในกระเป๋ายังเหลือเงินอยู่ 80 กว่าตำลึง เพียงพอให้เขาได้ใช้ชีวิตไปสักพัก
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงยัดแผ่นกระดาษใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วเดินไปทางห้องทิศตะวันออก นำกระดาษสองชิ้นที่ฮัวหม่านถิงเขียนให้เมื่อคืนนี้ออกมา ก่อนเดินตรงไปข้างนอกร้านสุรา
เขาจะไปหาร้านทำกรอบ เพื่อใส่กรอบบทกวีเชิญร่ำสุราและชื่อร้านของเขา
เขาไปทางตลาดทิศตะวันตก แล้วทิ้งหน้าที่นี้ให้แก่ร้านรับทำกรอบรูปแห่งหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไปที่ร้านธัญพืชหลี่จี้
เขาไม่ได้กังวลว่าเงินมัดจำ 10 ตำลึงที่จ่ายไว้กับหลี่เสี่ยวฮวาจะสูญหาย แต่เขาเพียงแค่ไม่มีอะไรทำ
ทว่าเมื่อเขาก้าวไปที่ถนนเส้นนั้น เขาพบว่าด้านนอกร้านธัญพืชหลี่จี้เต็มไปด้วยผู้คน
มีเสียงอันหดหู่โหยหวนดังออกมาจากฝูงชนว่า “โอ้ ์ ! บุตรชายข้าทำการค้าอย่างสุจริตเปิดเผย เหตุใดจึงได้พบกับเื่เช่นนี้ ! ”
เป็เสียงของสตรีนางหนึ่งที่ร้องอ้อนวอนออกมาด้วยความโศกเศร้า
หลี่เฉินอันขมวดคิ้วขึ้นแล้วรีบเบียดฝูงชนเข้าไปดู พบสตรีนางหนึ่งนั่งทุบอกตนเองร่ำไห้อยู่บนพื้น
“ท่านเป็อะไรไป ? ”
เขาคุกเข่าลงต่อหน้าสตรีนางนั้น
“บุตรชายข้า บุตรชายข้าถูกทางการจับตัวไป ! ”
“หลี่เสี่ยวฮวาหรือ ? ”
“ใช่แล้ว......”
นางเงยหน้าขึ้นมองแล้วจับมือหลี่เฉินอันไว้ราวกับฟางเชือกสุดท้ายที่เข้ามาช่วยชีวิตตน “คุณชายรู้จักบุตรชายข้าหรือ ? คุณชาย โปรดช่วยบุตรชายข้าได้หรือไม่ ทั้งชีวิตนี้ข้าจะยอมรับใช้เป็วัวเป็ควายให้แก่ท่าน ! ”
หลี่เฉินอันไม่ได้ถอนมือกลับไปทันที “อย่าได้รีบร้อนไป เล่าให้ข้าฟังก่อนเถิดว่าเกิดเื่ใดขึ้น ? ”
“คุณชาย เมื่อวานนี้มีลูกค้ามาที่ร้าน เสี่ยวฮวาได้ขายธัญพืชให้แก่เขา......ลูกค้าผู้นั้นเป็คนดียิ่งนัก เขา้าธัญพืชจำนวนมาก ทั้งยังให้สัญญาว่าจะให้เสี่ยวฮวาไปคุ้มกันจวนของเขา...... บุตรชายข้าดีใจยิ่งนัก เขาจึงนำธัญพืชออกไปส่ง เมื่อตอนกลับมาเขายังบอกกับข้าว่าคุณชายผู้นั้นยินดีจะซื้อธัญพืชทั้งหมดของเรา และกล่าวว่าในวันนี้ เราสองแม่ลูกจะได้ย้ายไปอยู่ที่จวนเขา”
“เดิมทีข้าน้อยคิดว่า์เปิดตามองพวกเราแล้ว คิดมิถึงว่าเมื่อสักครู่นี้ คนใจดำกลุ่มหนึ่งจะบุกเข้ามาในร้านของเรา”
“พวกเขากล่าวว่าเรามิควรขายธัญพืชให้แก่คุณชายผู้นั้น กล่าวว่าบุตรชายข้าทำให้แผนการของนายท่านพวกเขาต้องล้มเหลว”
“บุตรชายของข้าโต้เถียงกับพวกเขาด้วยเหตุผล แต่พวกเขาทุบตีบุตรชายของข้าด้วยท่อนไม้”
“บุตรชายข้าทนมิไหวจึงได้เกิดการต่อสู้ขึ้น เนื่องจากเขาเรี่ยวแรงค่อนข้างมาก คนเ่าั้จะต่อต้านได้อย่างไร เพราะฉะนั้น...... บุตรชายข้าจึงทำร้ายพวกเขาาเ็”
“พวกเขาไปฟ้องร้องศาล และเมื่อครู่เ้าหน้าที่ทางการเพิ่งจะมาจับตัวบุตรชายข้าไป ! ”
“คุณชายเ้าคะ ข้าน้อยขอร้องเถิด โปรดช่วยบุตรชายข้าด้วย ข้าขอคารวะท่าน ได้โปรด ! ”
หลี่เฉินอันพยุงร่างของนางขึ้น สีหน้าดูมืดมนเล็กน้อยเสียจนน่ากลัว ไม่ต้องเอ่ยถามก็รู้ได้ทันทีว่าการกระทำนี้คงเป็ฝีมือจวนเสิ่นส่งคนมาอย่างแน่นอน !
“ท่านป้า ข้าคือคนที่ซื้อธัญพืชเขาเอง ! ”
“หา ! ผู้มีพระคุณ ได้โปรดช่วยบุตรชายของข้าด้วย ! ”
“วางใจเถิด ข้าจะต้องช่วยเสี่ยวฮวากลับมาให้ได้อย่างแน่นอน บัดนี้ร่างกายท่านมิสู้ดีนัก รีบไปพักผ่อนในบ้านเถิด ข้าจะไปที่ศาลาว่าการบัดเดี๋ยวนี้ ! ”
“เ้าค่ะ เ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านยิ่งนัก ! ”
หลี่เฉินอันเบียดเสียดฝูงชนเดินตรงออกไปข้างนอก ในสมองได้แต่ครุ่นคิด จากนั้นเขาจึงมุ่งหน้าเดินไปที่ถนนจงโหลวซึ่งเป็ที่ตั้งของศาลาว่าการกวงหลิงด้วยใบหน้าอันมืดมน
ผู้คนในตลาดตะวันตกยังคงไม่แยกย้ายไปไหน บัดนี้ท่ามกลางพวกเขาได้เกิดคำถามขึ้นมากมาย “เอ๊ะ บุรุษหนุ่มเมื่อครู่ไม่ใช่หลี่เฉินอันหรือ ? ”
“หลี่เฉินอันคนไหนกัน ? ”
“ก็หลี่เฉินอันคนที่อยู่ในจวนหลี่แห่งเมืองกวงหลิง คนที่ถูกบิดาขับไล่ออกมาจากจวนอย่างไรเล่า ! ”
“อ๋อ เป็เขาจริง ๆ ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเปิดร้านขนมเปี๊ยะ เขาซื้อแป้งมันจากร้านของข้า”
“เ้าโง่นั่นซื้อธัญพืชมากมายไปทำไม ? ”
“ใครจะรู้เล่า ? ได้ยินมาว่าตระกูลเสิ่นได้เอาหนังสือหมั้นหมายกลับคืนไปแล้ว......พวกเ้าว่านี่เป็การแก้แค้นของตระกูลเสิ่นที่เขาไม่ยอมคืนหนังสือหมั้นหมายในก่อนหน้านี้หรือไม่ ? ”
“จะว่าไป เช่นนั้นตระกูลเสิ่นก็ทำไม่ถูก หาก้าแก้แค้นก็ไปแก้แค้นที่เขาสิ เหตุใดจึงมาลงที่หลี่เสี่ยวฮวา ? ”
“นี่ ๆ เมื่อครู่หลี่เฉินอันกล่าวว่าจะไปช่วยเสี่ยวฮวากลับมา...... พวกเ้าว่าเป็ไปได้หรือไม่ ? ”
“เหอะ ๆ เขาน่ะหรือ ? หากว่าเขามีความสามารถบากหน้าไปหาบิดาให้ใช้เงินเล็กน้อยในการสร้างสัมพันธ์บางอย่างที่ศาลาว่าการก็พอจะเป็ไปได้ ทั้งนี้ก็ต้องคอยดูว่าตระกูลเสิ่นจะเข้ามายุ่งเื่ราวในศาลาว่าการนี้หรือไม่ บัดนี้เขาถูกบิดาขับไล่ออกจากจวนแล้ว เขาจะเอาความสามารถมากมายเช่นนั้นไปเอาคนออกจากศาลาว่าการได้อย่างไร ? ”
มารดาของหลี่เสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้น นางก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และบัดนี้เพิ่งจะรู้ว่าคุณชายผู้สูงส่งซึ่งบุตรชายเล่าให้ฟัง ก็คือหลี่เฉินอันเ้าคนโง่นั่น !
“ลูกข้า......เ้าตาบอดไปแล้วหรือไร ! ”
……
……
ณ จวนจงหลี
จงหลีรั่วสุ่ยกำลังมองไปทางพี่รองของนาง จงหลีชิวหยาง ปากก็กัดปลายพู่กันเอาไว้
“ทำไมหรือ ? ท่านไม่เชื่อ ? ”
จงหลีชิวหยางนั่งลงตรงข้ามกับจงหลีรั่วสุ่ย “ข้าจึงจะเป็พี่รองของเ้าอย่างแท้จริง ! เื่ราวสำคัญเพียงนี้ ข้าจะคิดทำร้ายเ้าได้หรือ ? ”
“ผู้คนในใต้หล้านี้มีความสามารถมากมายนับไม่ถ้วน ข้าว่าเ้าก็เฉลียวฉลาดยิ่งนัก เหตุใดเื่นี้จึงได้ดื้อรั้นถึงเพียงนี้ ? ”
จงหลีชิวหยางโน้มกายเข้าไป เขาใช้นิ้วมือเคาะโต๊ะแล้วกล่าวว่า “พี่ได้ตรวจสอบทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับหลี่เฉินอันแล้ว และได้บอกเ้าอย่างชัดเจนแล้วด้วย”
“พี่เชื่อว่าคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่เ้าเชื่อหรือว่าคนคนหนึ่งที่แม้แต่คัมภีร์ตรีอักษรก็ยังท่องมิได้ จะสามารถประพันธ์กวีงดงามมากมายเ่าั้ออกมา ? ”
“บัดนี้เ้าอายุปาเข้าไป 16 ปีแล้ว อย่าทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ได้หรือไม่ ? ”
“ใช่ เป็ความจริงที่ทุกวันนี้เขาดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน แต่นั่นก็เป็เพียงเเค่บางเื่ เขาเพียงแค่ปรับปรุงร้านขายขนมเดิมของเขาให้กลายเป็ร้านสุรา อย่างน้อยร้านขนมเปี๊ยะของเขาก็เปิดได้ถึง 3 ปี แล้วร้านสุรานั้น หากเปิดได้ถึง 3 เดือนแล้วปิดตัวลงก็ดีมากแล้ว ! ”
“น้องพี่ น้องสาวของพี่ ! ”
“ถือว่าพี่ขอร้องเ้าได้หรือไม่ ? รีบได้ขึ้นมาเสียทีเถิด หากเ้าแต่งงานกับเขาจริง จวนจงหลีเรามิอาจทนอับอายกับเื่เช่นนี้ได้แน่ ! ”
จงหลีรั่วสุ่ยกัดปลายพู่กันแล้วเขย่าเล็กน้อย สีหน้าของนางไม่เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำพูดของจงหลีชิวหยาง
“ว่าจบแล้วหรือ ? ”
นางปล่อยปลายพู่กันนั้นออก แล้ววางพู่กันไว้ที่ชั้นวาง
“ข้ายังพูดไม่จบ ! ”
“เช่นนั้นก็เชิญต่อเลย ! ”
“พี่ถามเ้าสักหน่อยเถิด เฉิงเจ๋อไม่ดีตรงไหน ต่อให้เ้าไม่ชื่นชอบที่เฉิงเจ๋อมักจะใช้ดาบใช้มีดในการต่อสู้ เช่นนั้นฉีจือเสวี่ยก็ยังดีกว่าไม่ใช่หรือ ? ”
“หลานชายสายตรงทายาทของตระกูลฉีกั๋วกง เขาจะต้องได้เป็ฉีกั๋วกงคนต่อไปอย่างแน่นอน ร่างกายกำยำ รูปร่างสูงใหญ่ มั่งคั่ง น่าจะเป็แบบที่เ้าชื่นชอบไม่ใช่หรือ ? ”
“อย่าว่าแต่พี่ที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เ้าคิด แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็คงรับไม่ได้ ! ”
“เ้าละทิ้งศักดิ์ศรีของตนยังไม่เท่าไหร่ อย่างน้อยสามีของเ้าก็ควรเป็ซิ่วไฉ เงื่อนไขนี้เรียกร้องไม่สูงเกินไปใช่หรือไม่ ? แต่หลี่เฉินอันเป็เพียงแค่......”
“ท่านพี่ ! ”
จงหลีรั่วสุ่ยเอ่ยขึ้นขัดจังหวะของจงหลีชิวหยาง
“จงอย่าได้ลืมตัวตนของท่านย่า ! ”
จงหลีชิวหยางชะงักลง “อย่างน้อยท่านย่าก็เป็ยอดฝีมือในยุทธจักร ! ”
“หลี่เฉินอันเองก็เป็ปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมเช่นกัน ! ”
“......เขาเป็ปรมาจารย์ั้แ่เมื่อไหร่กัน ? ”
จงหลีรั่วสุ่ยลุกขึ้นยืนเลิกคิ้วขึ้น กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ท่านอาจารย์ฮัวหม่านถิงกล่าวเอาไว้ หากไม่เชื่อ ท่านพี่ก็ลองไปถามเขาดู ! ”
“แล้วเ้าจะไปที่ใด ? ”
“ฮ่า ๆ ข้าจะไปหาท่านาุโฮัว สนทนาเื่กวีสักหน่อย”
“เฉิงกั๋วกงกำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้แล้ว”
“มาถึงแล้วอย่างไรเล่า ? ข้าไม่มีเวลาต้อนรับเขาหรอกนะ”