โอ้วววว!!
เสียงร้องนั้นฟังดูทุกข์ทรมานสุดขีดดังลั่นจนสั่นสะเทือนไปทั่วสนามรบ
ทั้งฝ่ายมนุษย์และอสูรทะเลตอนนี้ไม่ว่ามันจะสู้กันดุเดือดขนาดไหนต่างก็ชะงักนิ่งไปล้วนหันสายตามามองบริเวณด้านหน้าของเรือฉลามทมิฬ
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต่างก็ถูกเสียงหวีดร้องอย่างเจ็บปวดนั่นเรียกความสนใจเอาไว้โดยเฉพาะฝั่งของอสูรทะเล พวกมันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ลูกพี่ฉลามเสือยักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกมันตอนนี้กำลังส่งเสียงร้องโอดครวญอย่างน่าสังเวช
เป็นเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวที่จะร้องออกมาก็ต่อเมื่อชีวิตของมันกำลังตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น
เกิดอะไรขึ้นน่ะ?
คนที่สับสนกับเหตุการณ์นี้มากที่สุดน่าจะเป็นคนบนเรือฉลามทมิฬ
พวกเขาที่แต่เดิมที่ถูกเทพแห่งความตายไล่ต้อนจนจนมุมแล้วแต่อยู่ๆ สถานการณ์ก็เกิดพลิกผันในจังหวะที่ศัตรูกำลังจะลงมือพอดี
ฉลามเสือยักษ์ที่ก่อนหน้านี้ยังทำตัวโอหังอวดดีอยู่นั้นบัดนี้มันเริ่มดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่อาจควบคุมได้ตรงหน้าเรือฉลามทมิฬราวกับว่ามันกำลังทุกข์ทรมานแสนสาหัสอย่างที่มิอาจจินตนาการถึงได้
นั่นมัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หลินหยางอย่างไร”ในขณะที่ผู้คนกำลังสับสนอยู่นั่นเององค์หญิงเซียวเซียงกล่าวขึ้นด้วยความสงบว่า “หลินหยางกำลังทำลายอวัยวะภายในของอสูรนั่นจากในท้องของมัน”
อะไรนะ??
ผู้คนตะลึงขึ้นอีกครั้ง
แบบนั้น แบบนั้นก็ได้หรือ?
อย่าบอกนะว่าเมื่อครู่นี้หลินหยางจงใจยั่วโมโหมันน่ะ?
เพื่อที่จะล่อให้มันกลืนเข้าไปในท้องนี่นะ?
แต่ว่าเสื้อเกราะธรรมดาของเขานั่นจะสามารถทนคมเขี้ยวอันแหลมคมและน้ำกรดเข้มข้นในท้องของฉลามเสือยักษ์ได้อย่างไร?
อีกทั้งเขายังมีพลังแค่ระดับอวิ้นหลิงขั้นกลางเท่านั้นเองจะไปทำลายกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของอสูรระดับราชันขั้นสูงสุดได้อย่างไร?
ต่อให้ใช้ดาบเฟิ่งอู่ก็ไม่น่าจะทำได้อยู่ดีนี่นา?
“หึหึ...”
หั่วเอ๋อร์ไม่รู้ว่าโผล่มายืนอยู่บนไหล่ของเซียวเซียงตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของหลินหยางแล้ว ไม่มีใครที่รู้มากไปกว่ามันแน่นอน
มันกำลังยืนกระซิบเบาๆ พร้อมกัยยิ้มเยาะอยู่ที่ข้างหูของเซียวเซียง
“ไอ้ฉลามน้อยนั่นน่ะยังไม่สามารถกัดทะลุชุดเกราะชุดนั้นของหลินหยางได้หรอกแหงล่ะ ก็นั่นมันเป็นชุดที่ข้าอุตส่าห์ใช้เวลานานกว่าหนึ่งเดือนเพื่อช่วยสร้างมันขึ้นมาเลยนะ...ส่วนวิธีโจมตีที่เจ้าหมอนั่นซ่อนไว้น่ะเจ้ารอดูเอาเองดีกว่านะ แม่เจ้าหญิงน้อย หึหึ”
คำพูดนี้มีเพียงเซียวเซียงเท่านั้นที่ได้ยินแต่คนอื่นๆ ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งฟังเหมือนกันเพราะว่าเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นกำลังปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาแล้ว
ฉลามเสือยักษ์ที่แม้แต่หวงซางยังไม่อาจต่อกรได้นั้นบัดนี้มันมีสภาพเหมือนแทบจะไม่เหลือพลังชีวิตแล้วร่างกายขนาดมโหฬารของมันเริ่มหงายหลังขึ้นมาแล้วจิตสังหารที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในดวงตาของปลาที่กำลังจะตายโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองโดนอะไรทำร้ายนั้นค่อยๆ สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
แต่แค่นั้นยังไม่เท่าไรสิ่งที่ทำให้ผู้คนอึ้งจนดวงตาแทบถลนออกมาแล้วนั้น คือการที่อยู่ๆ ก็มีลำแสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งทะลุออกมาจากท้องของฉลามเสือนั่นราวกับคมดาบ
พรูดดดด
คงมีแต่ฟ้าเท่านั้นที่รู้ว่าไอ้แสงสีแดงนั่นมันคืออะไรแต่ความแหลมคมและทรงพลังของมันนั้นอยู่เหนือกว่าขีดจำกัดที่คนทั้งหมดเคยรับรู้มาทั้งสิ้นถึงกับสามารถเจาะรูขนาดใหญ่บนท้องของฉลามเสือยักษ์อันไร้เทียมทานนั่นได้อย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษ
เลือดจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาดุจดั่งธารโลหิตพร้อมกับที่พลังชีวิตของอสูรระดับราชันค่อยๆสูญสิ้นไป ในพริบตาเดียวก็เปลี่ยนให้ผืนน้ำโดยรอบกลายเป็นสีแดงฉาน
เลือดสดๆ เหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นที่ดีที่สุดของเหล่ามัจฉาอัคคีที่อยู่แถวนั้นพวกมันเลิกสนใจเรือฉลามทมิฬทันที แล้วหันไปรุมกัดกินร่างกายของฉลามเสือยักษ์ขนาดมหึมากันอย่างบ้าคลั่ง
ภาพต่อไปที่เกิดขึ้นนั้นโหดเหี้ยมเกินบรรยาย
ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีอสูรสุดแข็งแกร่งทรงพลังที่เป็นดั่งผู้ปกครองของท้องทะเลอันกว้างใหญ่แห่งนี้ก็ถูกรุมกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูกกลายเป็นสัตว์อสูรชั้นสูงตัวแรกที่ถูกส่งไปหาพยายมในการต่อสู้อันดุเดือดครั้งนี้
ส่วนเงาร่างของผู้ที่คนอื่นๆ กำลังรีบเร่งตามหาตัวอยู่นั้นพลันดีดตัวขึ้นฟ้าท่ามกลางเสียงโวยวายทั้งหลาย
“ดูนั่น หลินหยาง!!”
หลินหยางที่ลอยอยู่บนฟ้ายังคงมีสภาพที่ดูสง่างามน่าเกรงขามบนชุดเกราะที่ส่องประกายสีเงินเงางามนั่นไม่มีรอยเปื้อนเกิดขึ้นเลยแม้แต่จุดเดียวทำให้เขายังคงดูเหมือนผู้กล้ามากฝีมือที่เพิ่งกลับมาจากการปราบอสูร
“หลินหยาง เขาเขาทำได้จริงด้วย!”
“ไชโย คุณชายหลิน! ท่านสุดยอดเกินไปแล้ว!!”
“บ้าเอ๊ย พี่น้องหลินเจ้ารีบลงมาเลยนะ เล่นซะข้าเป็นห่วงเจ้าแทบตายแน่ะ! วะฮ่าฮ่าฮ่า!”
เซวี่ยเทียนตะโกนเสียงดังออกมาท่ามกลางฝูงชนซึ่งก็เป็นคำพูดแทนความรู้สึกของคนอื่นๆด้วยเหมือนกัน
ผลงานของหลินหยางในครั้งนี้มีความหมายต่อพวกเขามากเหลือเกินจริงๆ
แต่เดิมสถานการณ์ต่อสู้กันระหว่างยอดฝีมือเผ่ามนุษย์และอสูรทะเลระดับสูงนั้นได้เกิดเป็นความสมดุลอันพิสดารขึ้นถ้าหากหวงซางถูกสังหารละก็ฉลามเสือยักษ์นั่นจะสามารถไปเข้าร่วมการต่อสู้ของกลุ่มอื่นได้ทันทีไม่ว่ามันจะไปช่วยกลุ่มไหนก็ตาม เผ่ามนุษย์ก็มีแต่จะถูกไล่สังหารไปเรื่อยๆ จนผลลัพธ์สุดท้ายที่รออยู่จะเหลือแต่เพียงความพินาศเท่านั้น
แต่ตอนนี้หลินหยางสามารถสังหารมันทิ้งได้แล้วผลลัพธ์จึงกลับตาลปัตรทันที
อย่างแรกคือเรือฉลามทมิฬตอนนี้ถือว่าหนีพ้นจากการอับปางได้แล้วแต่ถึงอย่างนั้นสถานการณ์ในสนามรบตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไรนักแต่อย่างน้อยก็สามารถโล่งใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว
ถ้าหากยอดฝีมือสุดแข็งแกร่งอย่างหวงซางออกโรงช่วยกลุ่มอื่นจัดการสัตว์อสูรระดับสูงได้เพิ่มสักสองสามตัวละก็ความกดดันของเผ่ามนุษย์จะถูกลดลงไปหลายเท่าเลยทีเดียว
สามารถพูดได้ว่าการที่หลินหยางสามารถจัดการฉลามเสือยักษ์ลงได้อย่างเด็ดขาดนั้นมันช่วยให้สถานการณ์ของฝ่ายมนุษย์ดีขึ้นไม่น้อย
ถึงแม้ว่าผู้คนทั้งหลายจะยังไม่รู้ว่าหลินหยางซ่อนไพ่ตายอะไรไว้ไพ่ตายที่สามารถบดขยี้ร่างกายของสัตว์อสูรระดับราชันขั้นสูงได้ แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญเลย
พวกเขาสนใจแค่ว่าคุณชายหลินได้นำความหวังกลับคืนมาให้พวกเขาจากความสิ้นหวังแล้วขอแค่สามารถทนได้อีกหนึ่งชั่วยาม ก็จะสามารถบุกฝ่าไปจากทะเลอสูรได้หนีจากสถานที่บ้าๆ นี่ได้แล้ว!
ฮ่าฮ่าฮ่า!
“ลุย!!”
กำลังใจของสมาชิกเรือฉลามทมิฬตอนนี้เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าพวกเขาหยิบเอาโอสถขึ้นมาเคี้ยวไปหนึ่งคำ จากนั้นก็ออกไปเปิดศึกต่ออีกรอบ
ส่วนหวงซางที่ไม่มีศัตรูตัวฉกาจมาวุ่นวายแล้วก็ไม่ได้พักผ่อนแต่อย่างใด เขาเข้าไปรับช่วงต่อจากหลานไห่ในการจัดการกับราชันหมึกยักษ์อย่างไม่ยากเย็นนักเขาเหวี่ยงแส้ดาวตกสวรรค์เข้าใส่เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้นก็สามารถเจาะรูขนาดใหญ่บนลำตัวอันอ่อนนุ่มของเจ้าเดรัจฉานนั่นได้ เลือดสดๆ สีเขียวเข้มออกดำพลันพุ่งทะลักออกมามันพลันปล่อยหนวดออกจากเรือฉลามทมิฬอย่างอ่อนแรงทันที
ยอดเยี่ยม!!
นี่ก็เป็นเหมือนการเติมเชื้อเพลิงให้พรรคพวกอีกครั้งทำเอาพวกเซวี่ยเทียนถึงกับเลือดร้อนขึ้นมาทันทีจนกระโดดลงทะเลไปฉะกับพวกมัจฉาอัคคีวานรทะเล เหล่าอสูรที่บินได้ทั้งหลายและเหล่าอสูรประเภทปลาที่ถูกปลาตกเบ็ดเจ็ดสีพามาด้วยอย่างบ้าคลั่ง
เรือฉลามทมิฬในตอนนี้มีพลังบุกทะลวงเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากจนดูเหมือนว่าพวกเขาได้กลายเป็นผู้นำในการบุกฝ่าวงล้อมเพื่อหนีออกจากทะเลอสูรแห่งนี้
ขณะเดียวกันนั้นเอง บนท้องฟ้าตอนนี้
นักดาบชุดขาวมู่หยงไป๋กำลังต่อสู้อยู่กับพญาวิหคปีกทอง
ยอดนักดาบผู้นี้ไม่ได้สนใจเลยว่าบนท้องทะเลตอนนี้กำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างเพราะเจ้านกยักษ์อันน่าหวาดกลัวตรงหน้าเขานี้ทำให้เขาต้องต่อสู้ติดพันจนไม่สามารถเสียสมาธิไปสนใจเรื่องอื่นได้
บนเสื้อผ้าสีขาวของเขานั้นตอนนี้มีขนนกสีทองติดอยู่เต็มไปหมด พอดูผ่านๆ แล้วเหมือนกับโจรกระจอกที่เพิ่งไปขโมยแม่ไก่มาจากเล้าก็ไม่ปานสภาพย่ำแย่สุดขีด
การที่เขาต้องต่อสู้บนฟ้านั้นทำให้การเคลื่อนไหวของเขาถูกจำกัดอยู่แค่บนดาบบินที่เหยียบอยู่เท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่า นักดาบจากลัทธิศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้แข็งแกร่งจริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
เขาต่อสู้พัวพันอยู่กับนกบ้านั่นอยู่บนฟ้ามานานถึงหนึ่งชั่วยามแล้วนอกจากจะมีแค่ขนนกติดเต็มเสื้อผ้าแล้วมู่หยงไป๋ในตอนนี้ยังไม่เคยโดนเล่นงานจนเสียหลักเลย
เขาเคยหันกลับลงไปมองเหตุการณ์ด้านล่างเพียงครั้งเดียวเท่านั้นนั่นคือตอนที่มีเสียงหวีดร้องเรียกชื่อของหลินหยางจากนั้นก็เห็นหลินหยางถูกฉลามเสือนั่นเขมือบเข้าไปซึ่งตอนนั้นเขาที่ยังต่อสู้ติดพันอยู่นั้นยังต้องแสยะยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา
“ไอ้มดปลวกโง่เง่า ขนาดเจ้ามีของประหลาดๆอยู่ตั้งมากมาย ก็ยังไปรนหาที่ตายอยู่อีก!”
และในตอนนั้นเอง พญาวิหคปีกทองที่ยิ่งสู้ยิ่งเก่งจนมู่หยงไป๋เริ่มรู้สึกตึงมือขึ้นมาบ้างแล้วทำให้เขาไม่มีโอกาสหันกลับไปมองที่ผืนทะเลเบื้องล่างนี้เลยถึงแม้ว่าเขาจะได้ยินเสียงร้องตกใจดังขึ้นเป็นพักๆ ก็ตาม
แต่ในหูเขาตอนนี้ อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นอย่างกรทันหันอีกครั้ง“คุณชายมู่หยงข้าจะช่วยท่านเอง”
ฟึบ
ดาบยาวของหลินห่ายพลันพุ่งตรงเข้าใส่นกยักษ์จนทำให้มู่หยงไป๋หลุดออกจากการต่อสู้ติดพันทันที
“ขอบคุณผู้อาวุโสหลานมู่หยงไป๋ทราบซึ้งเป็นอย่างมาก”
มู่หยงไป๋ถึงแม้ว่าจะหยิ่งยโสแต่ก็ยังพอมีสัมมาคารวะอยู่บ้าง การกระทำของหลานไห่เมื่อครู่นั้นช่วยเขาได้เยอะเลยทีเดียวถึงอย่างไรเขาก็ควรมีคำขอบคุณตอบกลับไปบ้าง
“คุณชายมู่หยงไม่ต้องเกรงใจไปหรอกโชคดีที่คุณชายหลินสามารถสังหารฉลามเสือยักษ์ตัวนั้นได้ก่อน ข้าเลยสามารถปลีกตักมาช่วยท่านได้!”
“โอ้ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณ....”
เพียงครู่เดียว
เจ้าว่าอะไรนะ?
มู่หยงไป๋สะดุ้งจนเกือบตกลงจากดาบบินไปแล้วเขาตั้งสติใหม่แล้วค่อยๆ พิจารณาคำพูดของหลานไห่ใหม่หลายรอบจากนั้นค่อยเอ่ยปากถามว่า
“เถ้าแก่หลาน ท่าน ท่านบอกว่า...ไอ้หลินหยางนั้นฆ่าฉลามเสือยักษ์ไปแล้ว?”
“ระวัง!”
หลานไห่ไม่ทันได้ตอบเขาร่วมมือกับมู่หยงไป๋เพื่อต้านรับการโจมตีของนกนั่นไปทีหนึ่งก่อนจะหันกลับมาบอกว่า
“เป็นคุณชายหลินเองได้แสดงอิทธิฤทธิ์ระดับเทพออกมาช่วยกู้สถานการณ์ต่อสู้ให้อีกด้วย... โอย คุณชายมู่หยงข้าเห็นสีหน้าท่านดูไม่ค่อยดีเลย ท่านลงไปพักก่อนสักหน่อยดีหรือไม่ บนเรือมีคุณชายหลินคอยคุ้มกันอยู่ท่านสามารถวางใจได้เปราะใหญ่เลยละ”
พักผ่อนบ้านป้าเจ้าสิ
หลานไห่ย่อมไม่รู้ว่าระหว่างมู่หยงไป๋กับหลินหยางนั้นมีบุญคุณความแค้นอะไรกันอยู่
พอเขาได้ยินข่าวเรื่องหลินหยางแสดงฤทธิ์เดชระดับสุดยอดออกมามู่หยงไป๋ก็แทบบ้าไปแล้ว หลานไห่นี่ก็ช่างไม่รู้เรื่องอะไรเลยยังมาบอกให้เขาไปขอให้หลินหยางช่วยปกป้องอีก
นี่กะจะยั่วให้โมโหจนตายเลยใช่ไหม!