บทที่ 10 ซาลาเปาที่หายไป
มู่ไฉเฉิงอึ้งงันบ้าใบ้ไร้ภาษา แม้แต่เด็กเล็กวัยแปดขวบก็ดูออกงั้นหรือว่านางเป็สตรีปลอมตัวมา ที่น่าใยิ่งกว่าคือวิเคราะห์ได้อย่างเฉียบแหลมไม่มีส่วนผิดเพี้ยน แถมยังดูออกด้วยตาเปล่าว่ามู่ไฉเฉิงรู้สึกอย่างไรต่อสตรีนางนั้น!
‘มู่ติงเฉียว’ หรือที่เรียกจนคุ้นหูว่า ‘เสี่ยวติง’ เด็กชายร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์แก้มพองจ้ำม่ำคล้ายก้อนหมั่นโถว ปีนี้อายุแปดขวบแต่ช่างพูดช่างเจรจาและช่างประจบประแจง เสี่ยวติงเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของอาหยวน ย้อนไปในคราแรกที่ไฉเฉิงพบกับอาหยวน อาหยวนก็ได้ช่วยเหลือสตรีหนึ่งนางที่ถูกลวนลามเอาไว้ เพื่อให้นางเป็อิสระและซื้อใจอาหยวน ไฉเฉิงกล้าควักเงินหลายตำลึงทอง ไถ่ตัวนางจากโรงละครให้เป็อิสระแทนอาหยวน และนี่ก็เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่อาหยวนยอมติดตามไฉเฉิง
‘จุยเพียนฮั่ว’ นางเป็สตรีที่งามที่สุดในโรงละครสกุลเตี๋ยน หากจะพรรณนาถึงความงามล่มเมืองของนาง ต่อให้ปัดป่ายปลายพู่กันลงบนกระดาษ...เขียนสามวันสามคืนก็ไม่หมดไม่สิ้น เพียนฮั่วประทับใจในตัวอาหยวนั้แ่แรกเห็น ทั้งคู่รักใคร่ชอบพอ หลังจากถูกไถ่ตัวมา...นางก็อาศัยอยู่ในจวนของมู่ไฉเฉิงร่วมกับอาหยวน ทั้งคู่อยู่กินฉันสามีภรรยา แม้ไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดินหรือจัดพิธีเอิกเกริกตามครรลอง แต่เป็อันรู้กันดีว่าจะรักมั่นจวบจนชั่วฟ้าดินสลาย
เสี่ยวติงถือเป็สักขีพยานรักของพวกเขาสองคน ั้แ่เสี่ยวติงลืมตาดูโลกจวนแม่ทัพที่อึมครึมก็ดูสดใสครึกครื้นขึ้นมาก จวนหลังใหญ่ที่เงียบเชียบ...กลางคืนมีเสียงเด็กอ่อนร้องไห้ระงมแข่งกับเสียงจิ้งจก กลางวันมีเสียงหัวเราะของบ่าวไพร่และแม่นม เพียนฮั่วและอาหยวนรู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาช่างสมบูรณ์แบบนัก
ไฉเฉิงที่ครองตัวเป็โสดก็พลอยฟ้าพลอยฝนมีความสุขตามไปด้วย หัวใจที่เบ่งบานเป็สีชมพูของเขาเริ่มจินตนาการว่า หากจวนของเขามีภรรยาและบุตรของตัวเองเพิ่มเข้ามาอีกสักสองชีวิต ก็คงสราญพูนสุขอยู่ไม่น้อย
อ้า! แต่จะหาภรรยาดี ๆ สักคนไม่ใช่เื่ง่าย ใช่ว่าจะเจอรักลึกซึ้งอย่างเพียนฮั่วและอาหยวนได้ตามโรงละครทั่วไป คนที่จะเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพจะต้องเก่งกาจรอบด้านและคู่ควร ใครหน้าไหนจะหาว่ามาตรฐานสูงก็ช่างหัวมารดามันเถิด มู่ไฉเฉิงก็เป็คนเ้าระเบียบและจอมวางแผนเช่นนี้
ใช้ชีวิตสุขกายสุขใจได้ระยะหนึ่ง พี่น้องร่วมสาบานอย่างอาหยวนด่วนจากไป เพียนฮั่วก็มาตรอมใจจนป่วยตาย เหลือไว้ก็แต่เพียงเ้าก้อนแป้งที่เป็ดั่งสักขีพยานของพวกเขาทั้งคู่ ภาระอันหนักอึ้งคือการดูแลเด็กน้อยตกมาอยู่ในความรับผิดชอบของท่านแม่ทัพจอมเ็า ที่ไม่รู้จักรักใคร่สตรีมาก่อน แต่ถึงจะดูเข้ากันยากใน่แรก ไม่น่าเชื่อว่าไฉเฉิงจะดูแลเสี่ยวติงได้เป็อย่างดี
นับจากวันนั้นจวบจนวันนี้...เ้าก้อนแป้งเสี่ยวติงกลายเป็ซาลาเปาสีขาวนุ่มน่าหยิกน่าฟัดเข้าไปทุกวัน ไฉเฉิงไม่อยากให้เด็กน้อยเสี่ยวติงรู้สึกขาดเขินและเพื่อปกป้องไม่ให้ผู้ใดกล้าดูแคลนบุตรของอาหยวน ไฉเฉิงจึงอาสาเป็พ่อบุญธรรม อนุญาตให้เสี่ยวติงใช้แซ่มู่ เป็มู่ติงเฉียว...คุณชายน้อยสกุลมู่ที่ไอ้อีตัวไหนก็ไม่กล้าดูแคลน แต่ถึงไฉเฉิงจะทำมากขนาดนี้ เสี่ยวติงจอมทะเล้นเอาแต่เรียกท่านลุงจนติดปาก ยากนักที่จะยอมเปลี่ยนมาเอ่ยคำว่าบิดา
ไฉเฉิงไม่คิดจะบีบคั้นผู้ใด ขอเพียงเ้าอ้วนเสี่ยวติงกินอิ่มนอนหลับ ไร้ทุกข์คลายกังวลเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ส่วนจะเรียกว่าอันใดก็ตามแต่ใจ้าเถิด เสี่ยวติงในความดูแลของไฉเฉิงถูกชุบเลี้ยงอย่างเข้มงวดตามประสาชายชาตินักรบ หาได้ประคบประหงมตามใจจนเกินเหตุ นับั้แ่อายุครบแปดขวบพี่เลี้ยงสาวสวย เปลี่ยนเป็พลทหารไม่ซ้ำหน้า เพื่อนเล่นวันละสามเวลาเป็รองแม่ทัพเซ่าเหยียนจง
แต่ละวันกว่าจะผ่านพ้นไปสุดแสนน่าเบื่อ มู่ไฉเฉิงกวดขันให้ท่องตำรา เขียนอักษร รำกระบี่ ฝึกวรยุทธ หมูอ้วนจอมี้เีอย่างเสียวติงโอดครวญคางยาว มักจะหลบเลี่ยงแอบอู้อยู่บ่อย ๆ ไฉเฉิงที่ดูเข้มงวดบังหน้า...แต่ความจริงแล้วมักจะแสร้งปิดหูปิดตาทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเป็ครั้งคราว หากตามใจซึ่ง ๆ หน้าเกรงว่าเสี่ยวติงจะเคยตัว ลึก ๆ แล้วไฉเฉิงก็เอ็นดูเสี่ยวติงอยู่ไม่น้อย รักและหวงแหนประหนึ่งบุตรที่เกิดจากเืเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
*****
เ้าเด็กตัวอ้วนพุงพลุ้ยวิ่งสะบัดก้นจนฝุ่นตลบ ม้วนตัวเข้าไปในโรงครัว ขณะที่ทุกคนง่วนอยู่กับการผัดผักโฉงเฉง มือเล็กนุ่มเป็ปล้องกอดหมับขาซ้ายจากด้านหลัง หัวขนาดเล็กกลมมนของเ้าเด็กอ้วนเสียดสีคลอเคลียไปมาประหนึ่งลูกแมวหิวปลา ลี่หลินหั่นเต้าหู้อยู่หน้าเขียงสะดุ้งตัวโหยง ความรู้สึกประหลาดคลืบคานเข้าสู่ห้วงหัวใจ ผู้ใดกันช่างใจกล้ากอดผู้อื่นจากด้านหลัง
ลี่หลินพลันเข้าใจความรู้สึกของมู่ไฉเฉิงในตอนเช้าที่ถูกนางกอดจากด้านหลังโดยไม่บอกกล่าว ที่แท้มันก็รู้สึกตื่นเต้นและวูบวาบเช่นนี้เองหรือ แต่พอลี่หลินวางมีดไว้บนเขียงพลันหันกลับไปมอง ก็ต้องใชะงักไปกึ่งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าคนที่มาวอแวนางเป็แค่เด็กแก้มย้วยคนหนึ่ง
นิ้วเล็ก ๆ ของเขาเกาะแน่นหนึบเสียยิ่งกว่าที่นางเคยเกาะไฉเฉิง ปากที่อวบอิ่มของเขาคลี่ยิ้มยิงฟันส่งให้นาง ตาชั้นเดียวที่ถูกแก้มบวม ๆ ดันจนแทบแยกไม่ออกว่าลืมตาหรือหลับตา ทำให้ลี่หลินรู้สึกเอ็นดูเสี่ยวติงขึ้นมาในทันทีที่เห็นหน้ากัน
“ท่านป้าสะใภ้เสี่ยวติงหิวขอรับ”
เ้าเด็กอ้วนใช้สรรพนามเรียกลี่หลินว่าป้าสะใภ้เต็มปากเต็มคำไม่กำกวม อยากทำอันใดล้วนเปิดเผยผายผึ่งและตรงไปตรงมาเช่นนี้ ว่าแล้วก็เลิกอาภรณ์ตัวนอกขึ้นสูงอวดพุงโลที่กำลังร้องคำรามเพราะหิวโหย นิ้วมือสั้นขอดลูบวนไปมาที่บริเวณสะดือเพื่อสื่อว่าหิวนัก
“ลูกเล็กเด็กแดงบ้านใดกัน บุกหนานซี ใจกล้าบ้าบิ่น วิ่งเล่นในโรงครัว เรียกข้าท่านป้าสะใภ้ เ้าหนู…ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้าแต่งตัวเป็ชาย” ลี่หลินยองตัวลงนั่งพลางลั่นวาจาหลอกเด็ก
“กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ข้าไม่ได้วิ่งเล่นเสียหน่อย อีกอย่างหนวดเคราของท่าน ต่อให้มองมาจากชมพูทวีปยังดูออกว่าปลอมแปลง เื่หลอกเด็กพวกนี้พรางตาเสี่ยวติงไม่ได้หรอกขอรับ” เ้าเด็กอ้วนพูดจาฉะฉานมีเหตุผลประกอบ แต่ขณะที่พูดเจื้อยแจ้ว ตามองตรงเข้าหาคู่สนทนา...แต่มืออีกข้างค่อย ๆ กระเถิบเบาแอบหยิบซาลาเปานึ่งที่วางอยู่บนถาดข้าง ๆ อย่างแเี
“เ้าเด็กหัวขโมย! กล้าดีอย่างไรฉกของทีเผลอ” ลี่หลินตาไวเห็นคาตาว่าเด็กชายมีนิสัยลักขโมย จึงโพล่งเสียงดังขึ้นมาดูแคลนโดยไม่สนใจฐานะของเสี่ยวติง นางจงใจคว้าซาลาเปาไส้หมูกลับคืนมา คาดไม่ถึงว่าแค่เด็กอ้วนคนหนึ่งจะวิ่งเร็วและกระฉับกระเฉงขนาดนี้ ไม่เพียงเท่านั้นวรยุทธไหวพริบหลบหลีกเป็เลิศ ประหนึ่งแอบลักขโมยอาหารในโรงครัวจนติดเป็นิสัย
พอถูกจับตัวได้เ้าอ้วนจะกละรีบยัดซาลาเปาหนึ่งก้อนเข้าปากในคราวเดียว ดวงตาเล็กตี่ยักไปมาช่างยียวน เสี่ยวติงซ่อนของกินไว้ข้างแก้มเหมือนกระต่าย ดูซิว่าท่านป้าสะใภ้ยังจะกล้าเรียกคืนหรือไม่ นับว่าผิดคาดที่ลี่หลินพยายามบีบแก้มนุ่มนิ่มให้คายหลักฐานออกมา ในเมื่อลี่หลินไม่ยอม...อย่าหวังว่าเสี่ยวติงจะยอม
เด็กชายที่ฉลาดแกมโกงอย่างเสี่ยวติงรีบขยับกรามเคี้ยวหนุบหนับอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาเดียวซาลาเปาไส้หมูก็ถูกกลืนลงท้องจนไม่เหลือซาก ยียวนกวนใจยังมีหน้าออกเสียงเอิกเรอดัง อ้าปากแสดงโพรงแก้มให้ท่านป้าสะใภ้ดู ว่าอาหารอันโอชะละลายหายไปแล้ว หากจะเรียกคืนมาก็คงต้องผ่าท้องคน
“คุณชายน้อยท่านเกเรเกินไปแล้ว ปล่อยให้ข้าตามหาซะวุ่น” เหยียนจงวิ่งมาหยุดที่หน้าประตูด้วยสีหน้าหอบเหนื่อย เหงื่อเม็ดโตเกาะตามไรผมราวหยาดน้ำค้างในยามเช้า
“คะ…คุณชายน้อยงั้นหรือ?” ลี่หลินถลึงตาโตพูดจาติดขัดไม่เป็สำเนียงพลางชี้นิ้วไปที่เสี่ยวติง
เ้าเด็กอ้วนรู้งาน ถือคติที่ว่าเอาตัวรอดเป็ยอดดี วิ่งบิดตูดไปซ่อนด้านหลังใช้ท่านป้าสะใภ้เป็เกราะกำบัง นิ้วอวบอ้วนกระตุกเสื้อตัวนอกของลี่หลินเบา ๆ พลางทำหัวผลุบ ๆ โผล่ ๆ กึ่งกล้ากึ่งกลัว แล้วส่งเสียงงุดงอดออกมาอย่างแ่เบา
“ท่านป้าสะใภ้ช่วยเสี่ยวติงด้วยขอรับ”