คุณหนูในห้องหอ

    บทที่56: คู่หมั้นของข้า 56-1

    56

    คู่หมั้นของข้า

     

              จางหลินถงฟื้นแล้วจึงกลับพักต่อที่เรือนด้านหลัง ซึ่งเป็นที่พักส่วนตัวของจิวยี่ ที่นั่นอากาศดีกว่ามาก และเงียบสงบเหมาะแก่การพักรักษาตัว หลังจากจิวยี่รู้ว่าไห่เถิงและอู๋ฮวนรู้จักกัน นางสั่งให้จัดที่พักที่เรือนด้านหลังหอสราญรมย์ให้อู๋ฮวน และคนของอู๋ฮวนพักอยู่ที่นั่นด้วย

              เช้าวันต่อมาอู๋ฮวนให้คนนำเงินไปไถ่ตัวชิงเอ๋อร์และเด็ก ก่อนเดินทางออกจากนอกเมืองหลวง ชิงเอ๋อร์แวะไปกล่าวลาอู๋ฮวน ใจจริงนางไม่ได้อยากจากไป แต่นางไม่สามารถขัดคำสั่งได้ อู๋ฮวนมอบตั๋วเงินสองพันตำลึงให้ชิงเอ๋อร์ไว้ใช้จ่ายและดูแลเด็ก นางรับตั๋วเงินด้วยมือสั่นเทาพลางข่มความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ในอก

              “นายท่าน ชิงเอ๋อร์ไม่ไปไม่ได้หรือเจ้าคะ ให้ชิงเอ๋อร์เป็นสาวใช้คอยปรนนิบัติก็ได้ ชิงเอ๋อร์ยินดีทำทุกอย่าง ขอเพียงอย่าไล่ชิงเอ๋อร์ไปเลย” นางกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตาของอีกฝ่าย แต่ต่อมาต้องรีบหลบตาเมื่อเห็นแววตาเย็นเยียบของอีกฝ่าย

              “โจเจียงปลอดภัย พวกเจ้าสองแม่ลูกสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่นได้ หากเจ้าพบคนที่เจ้าพอใจก็แต่งงานออกเรือนกับเขาเถอะ ที่นั่นมีคนของข้า ขาดเหลืออันใดก็ไปบอกพวกเขา พวกเขาจะช่วยเจ้าเอง”อู๋ฮวนกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ

              “ขอบคุณนายท่าน”นางต้องกล่าวขอบคุณทั้งที่ในใจกำลังเจ็บปวด

              “รถม้ามาแล้วรีบไปเถอะ ข้าจะให้เจี่ยอิน กับยู่เฟิง คุ้มครองเจ้าไปส่งที่โจเจียง”อู๋ฮวนตัดบทไม่เหลือช่องว่างให้อีกฝ่ายได้ต่อรอง

              “เจ้าค่ะ”นางถือตั๋วเงินเดินจากไป สีหน้าเศร้าหมอง

              อู๋ฮวนมองตามหลังชิงเอ๋อร์ไปจนลับสายตา ก่อนจะหยิบนกกระดาษตัวหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ซึ่งเป็นตัวที่ชิงเอ๋อร์แอบหยิบไปนั่นเอง ตอนที่นางหยิบเขาเห็นแล้ว และเริ่มเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาคิดว่าไม่ผิดแน่

    ต่อมาจางหลินถงกล่าวเตือนขึ้นมาอีก กลางดึกเขาจึงส่งเฉินอี้เข้าไปในห้องชิงเอ๋อร์ตอนที่นางกำลังหลับ สับเปลี่ยนเครื่องหอมเป็นยาสลบเพื่อป้องกันไม่ให้ชิงเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาโวยวาย และค้นหาจนเจอจากนั้นสับเปลี่ยนนกกระดาษคืนมา โชคดีที่มันยังไม่ถูกแกะ แต่ถึงกระนั้นอู๋ฮวนก็ยังไม่วางใจ ชายหนุ่มหันไปสั่งเจี่ยอินกับยู่เฟิงว่า

    “จับตาดูนางให้ดีว่าระหว่างทาง นางติดต่อหรือพูดคุยกับใครบ้าง ระวังตัวด้วย”

             

              ระหว่างทางที่เดินไปรถม้า ชิงเอ๋อร์เหลือบเห็นจางหลินถงกับชูหลิงเดินมาตามระเบียงทางเดินพอดี ดวงตาเศร้าหมองแปรเปลี่ยนเป็นมุ่งร้าย ในเมื่อนางไม่ได้กลับมาอยู่ใกล้ๆเขาอีกแล้ว ก็ไม่ควรมีใครได้อยู่ข้างกายเขาอย่างมีความสุขเช่นกัน นางมองรอบตัวพบว่าไม่มีใครจึงปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม แล้วเดินเข้าไปทักทาย

    “แม่นางอาหลิน”

              จางหลินถงหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ หอสราญรมญ์กว้างใหญ่เหตุใดต้องมาเจอนางที่นี่ด้วย หากจำไม่ผิด ผู้ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้ามาที่ส่วนใน โดยเฉพาะนางคนิกาที่พักอยู่ส่วนนอก หรือว่าชิงเอ๋อร์ถูกเรียกตัวมาที่นี่

    “แม่นางชิงเอ๋อร์”จางหลินถงขานรับตามมารยาท

              ชิงเอ๋อร์มองใบหน้าจางหลินถงอย่างเหม่อลอย แม้อีกฝ่ายจะแต่งกายด้วยชุดบุรุษ แต่เครื่องหน้างดงามสะดุดตา เรียกได้ว่าเป็นโฉมสะคราญที่มีอายุน้อยมาก ในใจชิงเอ๋อร์เกิดความริษยายิ่งนัก ปีนี้นางอายุยี่สิบแล้ว หากนางยังเยาว์ความงามของนางก็ไม่เป็นรองใคร หากครอบครัวนางไม่พังพินาศ นางคงยังสามารถเชิดหน้าชูตาได้ แต่ว่าตอนนี้นางไม่เหลือเกียรติเหล่านั้นแล้ว ฐานะของนางเป็นเพียงนางคนิกาต่ำต้อย ชาตินี้อย่าว่าแต่จะมีคนมาสู่ขอ แค่เป็นอนุผู้คนยังรังเกียจ

    ขณะที่จางหลินถงวาสนาดี เป็นถึงทายาทหน่วยพยัคฆ์ขาวที่มีชื่อเสียงเกรียงไกร และเป็นคู่หมั้นจวิ้นอ๋อง เยาว์วัยและงดงาม ได้ครอบครอบคนที่นางไม่อาจครอบครอง แค่คิดหัวใจชิงเอ๋อร์ก็ร้อนรุ่มจนไม่เป็นสุขแล้ว

              “แม่นางชิงเอ๋อร์มีอะไรหรือ”จางหลินถงเอ่ยถาม ไม่น่าเชื่อว่านางยังยืนสงบนิ่งอยู่ได้ ทั้งที่รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดี แม้แต่ชูหลิงที่ยืนด้านหลังยังรับรู้เช่นเดียวกัน

    ชูหลิงเห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้องมอง ไม่ยอมพูดจุดประสงค์การมาเสียที นางจึงขยับตัวจะเดินขึ้นไปรับหน้าแทน“แม่นางชิงเอ๋อร์ไม่ได้ยินที่คุณหนูของข้าถามงั้นหรือ?”

    “ชูหลิง”จางหลินถงคว้ามือชูหลิงดึงลงมา พลางส่ายหน้าปรามชูหลิงว่าหากอีกฝ่ายยังไม่เริ่มก็อย่าไปเริ่มก่อน

    “เฮ้ ดูนั่นแม่ชางชิงเอ๋อร์กำลังทำอะไร ไม่รู้หรือว่านางกำลังตอแยอยู่กับใคร”เจี่ยอินร้องทัก เวลานั้นเจี่ยอิน ยู่เฟิง และอีม่านเดินออกมาเห็นพวกนางเข้าจึงหยุดดูห่างๆ

    “ไม่มีใครบอกหรือว่าการยืนจ้องมองผู้อื่นเช่นนี้ เป็นการกระทำที่เสียมารยาท”ชูหลิงอดใจไม่อยู่เอ่ยออกไปคำหนึ่ง ต่อให้สัญญาขายตัวเป็นทาสอยู่ในมืออู๋ฮวน แต่นางเลือกนายแน่แล้ว ถึงอย่างไรนางก็เลือกจางหลินถง นางชังบุรุษที่มีนิสัยเช่นอู๋ฮวนยิ่งนัก ไม่ฟังใคร เจ้าบงการ ทำราวกับคนรอบข้างเป็นสัตว์เลี้ยง ยิ่งรู้ว่าชิงเอ๋อร์คือคนโปรดของอู๋ฮวน นางยิ่งรู้สึกรังเกียจเข้าไปใหญ่ ต่อให้ชิงเอ๋อร์เป็นคนโปรดนางก็ไม่สน

              “อ้ะ ขออภัยเจ้าค่ะ แม่นางอาหลินช่างงดงามนัก ชิงเอ๋อร์ก็เลยเสียมารยาทไปหน่อย แม่นางอาหลินยกโทษให้ชิงเอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะ”นางจีบปากจีบคอกล่าว

              “ถ้าข้าไม่ยกโทษให้เล่า”จางหลินถามกลับ นางอยากรู้เช่นกันว่าชิงเอ๋อร์จะมาไม้ไหน แต่ดูแล้วคงไม่พ้นแผนหญิงงามอ่อนแอที่ถูกรังแก นางอยู่ในตระกูลจางเคยเห็นเล่ห์เหลี่ยมมารยาของบรรดาภรรยาบิดามาบ้าง

              “ข้า..ข้า”ชิงเอ๋อร์รีบก้มหน้า จากนั้นนางก็บีบน้ำตา และกล่าวเสียงดังขึ้น“แม่นางอาหลิน ชิงเอ๋อร์ทำผิดไปแล้วได้โปรดยกโทษให้ชิงเอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะ”

    “ก่อนที่แม่นางอาหลินจะโมโห ข้าว่ารีบรายงานจวิ้นอ๋องเถอะ”เจี่ยอินอินกล่าว ยู่เฟิง และอีม่านที่กำลังเฝ้ามองอยู่เห็นพ้องต้องกัน หลังจากได้เห็นธาตุแท้ของสตรีอ่อนหวานเช่นชิงเอ๋อร์

    “ข้าไปเอง พวกเจ้าดูไว้ ระวังอย่าให้เกิดเรื่องเด็ดขาด”อีม่านออกตัว

              จางหลินถงอมยิ้ม เป็นตามที่นางคาดการณ์ไว้จริงๆ“เจ้ากำลังเล่นละครเรียกใครอยู่? จวิ้นอ๋อง?”

              ชิงเอ๋อร์แอบยิ้มพลางส่ายหน้า นางไม่ได้ต้องการให้จวิ้นอ๋องออกมาเสียหน่อย นางแค่ต้องการให้คนละแวกนี้ได้เห็นว่านางถูกคู่หมั้นจวิ้นอ๋องรังแก ผู้คนจะได้เอาไปติฉินนินทาให้เสื่อมเสียต่างหาก

    “แม่นางอาหลิน ชิงเอ๋อร์ผิดไปแล้ว ต่อไปชิงเอ๋อร์จะไม่ทำอีกแล้ว”

               “ดูเหมือนเจ้าตั้งใจทำให้คนมาเห็นว่าข้ากำลังรังแกเจ้าอยู่จริงๆ แม่นางชิงเอ๋อร์เจ้าอยู่ที่นี่มานาน เจ้าไม่รู้หรือว่าที่นี่เป็นพื้นที่ห้ามคนนอกเข้า นอกจากแม่นางจิวยี่และแขกของที่นี่ก็ไม่มีคนอื่น ข้าว่าเจ้าทำเสียแรงเปล่าแล้ว”จางหลินถงกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ

    นางรู้ว่าชิงเอ๋อร์คิดทำลายชื่อเสียงของนาง หวังทำให้นางดูแย่ในสายตาอู๋ฮวน แต่ชิงเอ๋อร์คงลืมไปว่าที่นี่คือเขตพื้นที่ส่วนตัวของจิวยี่ คนเดินเพ่นพ่านน้อย ต่อให้ชิงเอ๋อร์ตะโกนจนคอแห้ง ก็ไม่แน่ว่าจะมีคนออกมาหรือไม่

              “แม่นางอาหลิน...”ชิงเอ๋อร์หน้าเสียพลางหันมองรอบตัวพบว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ นางหวังแค่อยากเอาชนะทำให้นางลืมข้อนี้ไป แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่ยอมแพ้แน่

              “เหตุใดจึงเงียบแล้วเล่า หรือเงียบเพราะรู้ว่าแผนใช้ไม่ได้ผล”

              ชิงเอ๋อร์ยกยิ้มที่มุมปาก“สมกับเป็นทายาทหน่วยพยัคฆ์ขาว จิตใจหนักแน่นไม่หวั่นไหว แต่ว่าแม่นางอาหลินคงไม่รู้ว่าที่ชิงเอ๋อร์มาพบจวิ้นอ๋องวันนี้ เป็นเพราะจวิ้นอ๋องห่วงใยเราสองแม่ลูก เกรงว่าจะมีอันตราย จึงให้คนคุ้มกันเราออกนอกเมืองก่อนจะลงมือช่วยอู๋อ๋อง จวิ้นอ๋องช่างดีต่อชิงเอ๋อร์และลูกมาก แต่น่าเสียดายต่อไปนี้ชิงเอ๋อร์จะไม่ได้อยู่ดูแลปรนนิบัติใกล้ชิดจวิ้นอ๋องอีกแล้ว จวิ้นอ๋องชอบรสชาติชาที่ชิงเอ๋อร์ชงยิ่งนัก ชิงเอ๋อร์ห่วงแต่ว่าจะไม่มีใครชงชาที่ถูกปากจวิ้นอ๋อง”

              ความหมายของชิงเอ๋อร์คือ คนที่รู้ใจจวิ้นอ๋องมากที่สุดคือนาง

    จางหลินถงสูดหายใจลึกพลางบอกตัวเองว่า อีกฝ่ายตั้งใจยั่วยุให้นางโมโหและลงมือทำร้ายคน หากนางทำจริงนางก็จะกลายเป็นนางมารใจคออมหิตทันที จางหลินถงอมยิ้ม พลันสมองนางก็คิดบางอย่างออก ดวงตากลมโตกระจ่างใสมีแววเจ้าเล่ห์ปนอาฆาตผุดขึ้น เมื่อสักครู่นางเห็นหลังอีม่านคิดว่าคงกลับไปรายงานอู๋ฮวน อีกไม่นานเขาก็น่าจะมาถึง ก็ดี นางจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ดูว่า อู๋ฮวนจะเข้าข้างใคร นางหรือว่าชิงเอ๋อร์

              “หน้าไม่อาย เจ้ากล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าคุณหนูได้อย่างไร ไม่รู้หรือว่าคุณหนูเป็นคู่หมั้นจวิ้นอ๋อง”ชูหลิงออกปากปกป้องนายหญิงเต็มที่

    “ตายจริง แม่นางอาหลินเป็นคู่หมั้นจวิ้นอ๋องหรือเจ้าคะ ชิงเอ๋อร์ไม่รู้มาก่อน ชิงเอ๋อร์นึกว่าแม่นางอาหลินเป็น...” ‘คนโปรดในหอนางโลม’ ชิงเอ๋อร์ก้มหน้าสำนึกผิด ทว่าในใจกำลังหัวเราะเยาะเย้ย

    “บังอาจนัก!” ชูหลิงทนฟังไม่ไหว ขยับเข้าหาชิงเอ๋อร์ เงื้อมือจะตบสั่งสอนคนปากดีสักฉาด แต่มือของนางถูกใครบางคนคว้าไว้ เป็นไห่เถิงนั่นเอง ไม่รู้ว่าเขามาตั้งแต่เมื่อใด

              “หลิงหลิง อย่าใช้มือของเจ้าไปแตะต้องสิ่งของแปดเปื้อนพรรณนั้นเลย หากเจ้าเจ็บมือขึ้นมาข้าต้องปวดใจแน่”ไห่เถิงกล่าวพลางกุมมือชูหลิง และล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือชูหลิงเบาๆ

              ชิงเอ๋อร์หันไปมองการกระทำของไห่เถิง ใบหน้านางพลันเห่อร้อน นางจำได้คนผู้นี้เป็นสหายของนายหญิงหอสราญรมญ์ ได้ยินว่าเป็นต้วนซิ่ว เมื่ออีกฝ่ายกล่าวว่านางเป็นสิ่งของแปดเปื้อน ชิงเอ๋อร์ก็เริ่มโมโหเสียเอง

              “เจ้า!”ชิงเอ๋อร์ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ใบหน้างามบูดบึ้งเกรี้ยวกราด

              “พี่สาวมาพอดี”ชูหลิงหันไปขอความช่วยเหลือ

              “หืม ไหนเล่าข้าฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น มีคนรังแกพวกเจ้างั้นหรือ?” ไห่เถิงวางมือชูหลิงลง แล้วหันไปมองชิงเอ๋อร์ด้วยแววตาที่ทำให้คนถูกมองถึงกับขนลุก ใบหน้างามปานสตรีขรึมขึ้นมาก เขาไม่สนว่าชิงเอ๋อร์จะเป็นคนโปรดของใคร หากคิดรังแกจางหลินถงกับชูหลิง เขาก็ไม่ไว้หน้าเช่นเดียวกัน

              “นาง...”ชูหลิงอ้าปากจะฟ้อง แต่มีเสียงหนึ่งกล่าวแทรกขึ้น

              “มีอะไรกัน!”เป็นเสียงของอู๋ฮวน เขาเดินมาหยุดด้านหลังชิงเอ๋อร์ ยังมีเจี่ยอิน ยู่เฟิง และอีม่านอยู่ด้วย หลังจากอีม่านไปรายงานอู๋ฮวนก็รีบมาทันทีเพราะเป็นห่วงจางหลินถง

    เขาไม่อยากให้มีอะไรมาระทบกระเทือนใจจางหลินถงอีก แค่เรื่องที่นางเข้าใจผิดคิดว่าเขามีสัมพันธ์กับชิงเอ๋อร์ ก็ทำให้ความรู้สึกของคนทั้งคู่ตึงเตรียดมากพอแล้ว ไหนจะยังมีเรื่องอื่นที่ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันอีกมาก เขาคิดมาตลอดคืนว่าเขาทำผิดพลาดตรงไหน เหตุใดจางหลินถงถึงได้เอ่ยคำนั้น เขาถึงกับเรียกเซินสี่มาปรึกษาว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะทำให้จางหลินถงพอใจและเชื่อใจเขาอีกครั้ง

              จางหลินถงปรายตามองอู๋ฮวนพลางยิ้ม และหันไปมองชิงเอ๋อร์ “เอาเถอะข้าเชื่อแล้วว่าพวกเจ้าสองแม่ลูก มีความสำคัญต่อจวิ้นอ๋องมากจริงๆ”

              “หมายความว่าอย่างไร ชิงเอ๋อร์”อู๋ฮวนขมวดคิ้วสงสัย หันไปคาดคั้นเอาความกับชิงเอ๋อร์

              “จวิ้นอ๋อง ชิงเอ๋อร์แค่มาทักทายแม่นางอาหลินเท่านั้นเจ้าค่ะ”นางไม่กล้าพูดว่านางพูดอะไรไปบ้าง เพราะนางรู้ดีว่าระหว่างนางและจางหลินถง สุดท้ายอู๋ฮวนจะเข้าข้างใคร

              “เจ้ายังพูดไม่หมด เจ้ายังกล้าเสียมารยาทจ้องหน้าคุณหนูของข้า ทั้งยังพูดจาทำร้ายจิตใจคุณหนูของข้า ทั้งดูถูกคุณหนูของข้าว่าเป็น เป็น...” ชูหลิงกล่าวเพียงเท่านั้นทุกคนก็เข้าใจได้ ชิงเอ๋อร์หน้าเสีย

              อู๋ฮวนเดินแทรกกายขึ้นไปหยุดข้างจางหลินถง พลางคว้ามือหญิงสาวมากุมและบีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจ“บังอาจ อาหลินนางเป็นคู่หมั้นของข้า ต่อให้เจ้าไม่รู้ว่านางเป็นใคร ก็ใช่ว่าเจ้าจะพูดจาส่งเดชกับนางได้”

    “กล่าวว่าไม่รู้ก็ไม่ถูก นางรู้กระทั่งข้าเป็นใคร เหตุใดจะไม่รู้ว่าข้าเป็นคู่หมั้นของจวิ้นอ๋อง”จางหลินถงกล่าวขึ้นมาบ้าง คิดว่าหมิ่นเกียรตินางแล้วจะลอยนวลไปได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ ไม่มีทาง!

    “ชิงเอ๋อร์!”อู๋ฮวนตวัดสายตามองชิงเอ๋อร์ด้วยแววตาเย็นเยียบ“ข้าเมตตาต่อพวกเจ้า รับลูกของเจ้าเป็นบุตรบุญธรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะล้ำเส้น นำความเมตตาที่ได้รับมาคุยโวอวดอ้างใครต่อใครมั่วซั่วได้ และยิ่งกับคู่หมั้นของข้ายิ่งไม่สมควร ชิงเอ๋อร์เจ้าทำเกินไปแล้ว”

    “จวิ้นอ๋อง ชิงเอ๋อร์ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” ชิงเอ๋อร์รีบคุกเข่าสำนึกผิดทันที

    “ชิงเอ๋อร์ ความผิดที่เจ้าดูหมิ่นเกียตริคู่หมั้นของข้า รู้หรือไม่ว่าต้องชดใช้อย่างไร?”

    “ชิงเอ๋อร์ทราบเจ้าค่ะ”ชิงเอ๋อร์กล่าวน้ำตาซึม ขณะยกมือขึ้นมาหมายจะตบปากลงโทษตัวเอง

    จางหลินถงเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยแทรก“นี่ไม่ถูก นางกล่าวหมิ่นเกียรติข้า ผู้ที่จะลงโทษนางได้ก็ควรเป็นข้า”

    อู๋ฮวนหันไปมองสตรีข้างกาย ในฐานะที่เขาเป็นคู่หมั้นเขาควรปกป้องนาง และให้เกียรตินางตัดสินเรื่องนี้“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าควรทำอย่างไร”

    จางหลินถงอมยิ้ม“ชูหลิง เจ้าว่าคนที่ชอบพูดจาหมิ่นเกียรติผู้คนต้องลงโทษอย่างไรดี”

    “ตบปากเจ้าค่ะคุณหนู ตบให้เลือดกบปากกินข้าวไม่ได้สักสามสี่วันก็น่าจะพอเจ้าค่ะ”ชูหลิงรีบกล่าวเสริม ไห่เถิงอมยิ้มตามพลางคิดในใจว่า หลิงหลิงน้อยของข้าช่างกล่าวได้ถูกใจยิ่งนัก!

    “อืม” อู๋ฮวนพยักหน้าอนุญาต 

    “ในเมื่อจวิ้นอ๋องอนุญาตแล้ว เช่นนั้นข้ายกหน้าที่นี้ให้เจ้า ชูหลิงตบปากนาง!”จางหลินถงกล่าวแล้วยิ้มอย่างสะใจ หากเป็นแต่ก่อนเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ นางคงไม่คิดเอาความ แต่เวลานี้นางไม่ใช่คุณหนูในห้องหอคนนั้นอีกแล้ว ใครดีมานางดีตอบ ใครร้ายมานางร้ายตอบอย่างเท่าเทียม นางไม่ยอมเสียเปรียบอีกแล้ว

    “เจ้าค่ะคุณหนู”ชูหลิงยกมือขึ้นมาถูไปถูมา ก่อนจะเดินไปหยุดหน้าชิงเอ๋อร์และเงื้อมือตบปากชิงเอ๋อร์อย่างแรง การต่อสู้นางไม่ถนัด แต่การตบปากคนนางถนัดนัก

    เพียะ! เสียงมือกระทบใบหน้าดังขึ้นหนแรกทำให้เจี่ยอิน ยู่เฟิง อีม่านถึงกับสะดุ้ง มองสตรีตัวเล็กที่พวกเขาคิดว่านางอ่อนแอมาตลอดอย่างคาดไม่ถึง จากนั้นครั้งที่สอง สาม สี่ ห้าก็ตามมา

    “พอแล้ว”จางหลินถงเอ่ยปาก เมื่อเห็นว่าใบหน้างดงามของชิงเอ๋อร์ถูกชูหลิงตบจนบวมเป่ง เลือดกบปากอย่างที่พูดไว้ ชูหลิงมือหนักจริงๆ ตบแค่ห้าครั้งปากก็แตกยับเยินแล้ว ภาพที่เห็นทำให้จางหลินถงพอใจมาก ชูหลิงหยุดมือแล้วถอยออก ไห่เถิงก็รีบคว้ามือชูหลิงไปเช็ดถูและเป่ายกใหญ่

              “ชิงเอ๋อร์ ในเมื่อเจ้าถูกลงโทษไปแล้ว ข้าจะไม่เอาความเจ้าอีก แต่บุญคุณระหว่างเจ้าและข้าเป็นอันสิ้นสุด นับจากนี้ไปเจ้าดูแลบุตรให้ดี ขาดเหลืออันใดก็ไปหาคนของข้าไม่ต้องรายงานข้า เจี่ยอิน ยู่เฟิงส่งนางไปโจเจียง”

              “ขอรับ” เจี่ยอิน ยู่เฟิงประกบหมัดรับคำสั่ง“แม่นางชิงเอ๋อร์ เชิญ”

              ชิงเอ๋อร์พูดไม่ออก ดวงตาร้อนผ่าว นางเหลือบมองจางหลินถงพลางกำหมัดแน่น นางเห็นสายตาของอีกฝ่ายกำลังเยาะเย้ยนางว่า ‘ทีนี้รู้แล้วหรือยัง ว่าเจ้านับเป็นตัวอะไรในสายตาของเขา’ ชิงเอ๋อร์ยิ่งโกรธเคือง นางยกมือกุมใบหน้าน้ำตาร่วงหล่น และเดินจากไปพร้อมกับความแค้นที่สุมแน่นในอก

              ‘จวิ้นอ๋องในเมื่อท่านกล่าวว่าบุญคุณระหว่างข้าและท่านสิ้นสุด หากเกิดอะไรขึ้นก็อย่าหาว่าข้าไม่สำนึกบุญคุณ’

    คล้ายกับเรื่องคุณหนูในห้องหอ ที่คุณอ่าน