The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่144 บุกดันเจี้ยน47 (ควบคุมพลังLV50ได้สมบูรณ์)

              เช้าวันถัดไป..เมื่อทุกคนลืมตาตื่นขึ้นมา..

              นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาไม่ต้องนอนกันในห้องน้ำที่เปรียบเสมือนแคปซูลชะลอเวลา

              ทำให้พวกเขาต่างหลับได้เต็มอิ่มและคลายความเหนื่อยล้าที่สะสมทั้งหมด เพราะมีบรรยากาศการนอนที่ดีนั่นเอง 

              เช้าอันสดใส แม้ไม่มีดวงอาทิตย์แต่ก็มีแสงสว่างจากผลึกคริสตัลบนเพดานคอยให้แสงสว่างแก่ต้นไม้ใบหญ้าเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่

              ทะเลสาบสีฟ้าใสกว้างใหญ่เริ่มทอประกายแสงงดงามสอดรับกับผลึกคริสตัลด้านบน 

              ณ ที่แห่งนี้บริเวณริมชายฝั่งทะเลสาบซึ่งปูลาดด้วยพื้นหญ้าสีเขียวนุ่มสบายก็มีเด็กหนุ่มตัวน้อยคนหนึ่งกำลังยืนบิดขี้เกียจอยู่

              “ฮ้าววววว….."

              รูอันหาวเล็กน้อยพร้อมกับขยี้ตา จากนั้นฮัมเพลงเบาๆพร้อมกับเริ่มพับฟูกนอนเก็บ

              "ท่าทางจะหลับสบายนะรูอัน"

              "อ้ะ...ครับ"

              “เห้อ…วันสุดท้ายละ”

              “นั่นสินะคะ”

              หลังจากนี้ก็แค่ลงไปชั้นที่100 เพื่อรับสิ่งนั้นแล้วออกทางแท่นวาปในฝั่งตรงข้ามเพื่อออกไปด้านนอกพิระมิดแห่งนี้ หลังจากนั้นก็แค่หาทางกลับ รร.อัศวินเวทมนตร์ซึ่งไม่น่าจะยากละ(มั้ง) แต่ถึงแบบนั้นคงต้องขอบคุณสฟิงซ์ตัวนั้นที่บอกข้อมูลทางออกตรงส่วนนี้ให้จริงๆ

              "ทุกคนอย่าลืมเก็บน้ำจากทะเลสาบตรงนี้ไว้ให้เยอะที่สุดด้วยนะ เพราะหากออกไปข้างนอกได้ เราต้องเจอกับทะเลทรายและไม่รู้ว่าอีกไกลแค่ไหนกว่าจะไปถึงเขตเมือง"

              "อืมนั่นสิ..เห็นว่าทะเลทรายแห่งนี้อยู่นอกอาณาจักรพวกเราด้วยนิครับ"

              "ให้ตายสิ!..อย่างน้อยทางโรงเรียนก็ควรจะบอกสถานที่ตั้งของมันตั้งแต่แรกนะ...ไม่ใช่พามาส่งด้วยเวทมนตร์มิติแล้วจากไปดื้อๆแบบนี้" เซเลน่าอดบ่นด้วยความหงุดหงิดไม่ได้

              "คงเพราะดันเจี้ยนถือเป็นเขตการปกครองพิเศษมั้งคะ ฉะนั้นตำแหน่งสถานที่ของมันจึงถูกเก็บเป็นความลับ ไม่งั้นพวกนักพจญภัยอิสระคงมาลักลอบขโมยสมบัติจนหมดแน่ๆ"

              "เอ่อ..แต่พฤติกรรมของพวกเราในชั้น99ก็ไม่ต่างจากพวกนั้นเท่าไหร่มิใช่รึ?..อั๊ก"

              ฟิ้ววว....ตู้มมม

              เซเลน่าถีบเรเวลกระเด็นตกทะเลสาบ          

              "เจ้าบ้าาา...พวกเราเสี่ยงตายขนาดนี้ทั้งทีจะไม่ให้ได้อะไรกลับไปสักอย่างเลยงั้นหรอ...อีกอย่างใช่ว่าพวกเราอยากจะมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกสักหน่อย!!! ทั้งหมดนี้มันเป็นอุบัติเหตุ เข้าใจมั้ย อุบัติเหตุน่ะ!!!" 

              "จะ..ใจเย็นๆนะเซเลน่า.." 

              เซซิเลียรีบเข้ามาห้ามเธอ..พร้อมกับลูบหลังปลอบเธอเบาๆจนอารมณ์ของเด็กสาวผมแดงเริ่มสงบลง

              "ปะ..เป็นอะไรมั้ยครับเรเวล" 

              รูอันรีบมาช่วยดึงเรเวลขึ้นจากน้ำ

              "เห้อ..ตัวเปียกแต่เช้าเลยแหะ"

              เหล่าเด็กหนุ่มสาวทยอยเก็บข้าวของและทำกิจวัตรต่างๆยามเช้าร่วมกัน(ยกเว้นอาบน้ำ)  

              หลังอาหารมื้อเช้าซึ่งยังคงเป็นวัตถุดิบสุดหรูหายากระดับตำนานที่เก็บได้ในชั้นนี้เช่นเคยจบลง

              เรเวลหยิบวัตถุดิบชิ้นหนึ่งซึ่งยังไม่เคยลิ้มลองและไม่มีข้อมูลในสารานุกรมบนพื้นโลกขึ้นมาดู

              มันเป็นลูกแก้วกลมๆคล้ายลูกกวาด มีสีรุ้งขนาดประมาณ1นิ้ว ไม่มีกลิ่นหอมของน้ำตาล ,คาราเมล หรือกลิ่นผลไม้ใดๆเลย

              ไอ้นี่มันแปลกจังแหะ!?

             “จากข้อมูลอาร์ติเฟกซ์ของรูอันบอกว่ามันกินได้..งั้นขอลองดูหน่อยละกัน”

              ผมโยนมันเข้าปากทันที 

              ทันทีที่เข้าปากและลิ้นได้สัมผัสกับมัน ลูกกวาดสีรุ้งได้หายไปในพริบตาทันทีราวกับหายไปในความว่างเปล่า ไม่รู้สึกว่าได้กินมันแม้แต่น้อย รวมทั้งไม่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในปากเลยสักนิด

              นี่มันอะไรกันนะ..

              “!”

              ตอนนั้นเองเริ่มรู้สึกได้ถึงอาการร้อนรุ่มเล็กน้อย ตามมาด้วยความรู้สึกเย็นสบายปนสดชื่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

              กำลังวังชาและกำลังกายทั้งหมดเพิ่มขึ้น

              ข้อต่อแขนขาที่รู้สึกติดขัดราวกับไม่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเองก็เริ่มรู้สึกขยับได้ลื่นไหลขึ้น ควบคุมได้ดั่งใจมากขึ้น

              ไม่สิ..ไม่ใช่แค่นั้น 

              ยังมีพลังเวทอีกที่รู้สึกไหลเวียนในร่างกายได้ดีขึ้นด้วย

              ตอนนั้นเองกระแสพลังเวทเริ่มไหลล้นทะลักกระจายไปทั่วร่างจนมิอาจควบคุมได้ 

              ร่างกายของเด็กหนุ่มปลดปล่อยแสงและคลื่นพลังเวทสีแดงออกมาโดยรอบเป็นรัศมีกว่า5เมตร แล้วหดกลับเข้าไปเหมือนเดิมในทันที ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึง3วินาทีด้วยซ้ำ

              “เมื่อกี้นี้มัน!”

              เด็กหนุ่มรู้สึกสงสัยต่อปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อย่างมาก จนกระทั่งคนอื่นๆซึ่งกำลังสวมใส่เกราะเบาทับเครื่องแบบนักเรียนอัศวินเวทฯอยู่ได้หันมามอง

              “เมื่อกี้นายทำอะไรหรอเรเวล?” 

              รูอันหันมาถาม แม้กระทั่งเซเลน่ากับเซซิเลียก็ยังหันมามองด้วยท่าทีสงสัย

              “ไม่..ไม่รู้…ไม่สิ..เป็นไปได้ยังไง..เดี๋ยวนะ!” 

              เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามใครเพียงแค่รู้สึกว่าร่างกายตัวเองกำลังผิดปกติไปจากเมื่อกี้และพึมพัมออกมาคนเดียวเท่านั้น

              สูดดดดดดดดด..ฟู่ววววววววว

              ผมหลับตาลง ตั้งสมาธิ ควบคุมลมหายใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย จากนั้นลองบังคับพลังเวทซึ่งไหลวนจากแกนกักเก็บมานาที่มองไม่เห็น ให้ไหลไปรวมที่ฝ่ามือดู วินาทีนั้นเองผมเป็นอันต้องตกใจ

              “นี่มัน!…เราควบพลังเวทได้ดีขึ้นงั้นหรอ?…" 

              ตอนนี้สกิลและเวทมนตร์ของเรเวลไม่ได้ถูกผนึกจากผลข้างเคียงของ Holy Skill อีกแล้ว มิใช่แค่นั้น ตัวเขาในตอนนี้ยังรู้สึกควบคุมการเพิ่มลดปริมาณพลังเวทได้ดั่งใจด้วย พูดง่ายๆคือสามารถรีดเค้นพลังเวทได้จนถึงขีดสุดและลดพลังเวทได้จนต่ำสุดดั่งใจนึก จากที่เมื่อก่อนตั้งแต่ขึ้นLV31จนถึงLV50เป็นต้นมาไม่เคยทำได้เลย

              การควบคุมพลังเวทได้ไม่ดีพอ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการร่ายสกิลและร่ายเวทมนตร์คาถาปกติเป็นอย่างมาก แต่ว่าตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นได้หมดไปแล้ว

              เรเวลร่ายคาถาเวทปกติยิงลูกไฟ3ลูกไประเบิดกำแพงหินข้างผิวน้ำริมทะเลสาบ โดยขนาดบอลไฟสามารถควบคุมให้เรียงจากใหญ่ไปเล็กได้ดั่งใจนึกแบบสบายๆ

              “หะ..เห้ยๆๆ…นายทำอะไรน่ะ..ทำไมอยู่ดีๆถึงใช้พลังเวทสิ้นเปลืองเล่นๆล่ะ..นี่เรายังไม่ได้ออกไปบนพื้นเลยนะ”

              เซเลน่าตำหนิที่อยู่ดีๆเรเวลก็เอาพลังเวทไปทิ้งฟรีๆแบบเสียเปล่า แม้คาถาเวทที่ไม่ใช่สกิลจะกินพลังเวทไม่มากก็ตาม แต่ก็ควรใช้อย่างประหยัดและไม่ควรประมาท เพราะพวกเรายังไม่ได้ออกไปจากดันเจี้ยนแห่งนี้

              แต่เมื่อสังเกตขนาดไฟเยอร์บอลและผนังที่ถูกเจาะรู เซเลน่าก็ต้องอึ้ง

              ควบคุมพลังเวทได้งั้นหรอ!!!!

              “เดี๋ยว!..นายทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่??”

              ไม่ใช่แค่เซเลน่าเท่านั้น แม้กระทั่งคนอื่นๆเองก็ตกใจ เพราะพวกเขากับเด็กหนุ่มคนนี้ก็ขยายเพดานLVในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สู้กับสัตว์ปีศาจจำนวนพอๆกัน แถมระยะเวลาใช้งานร่างกายที่ถูกยกระดับจากพรแห่งสเตตัสก็เท่ากัน มันก็ไม่ควรจะปรับความคุ้นชินได้เร็วขนาดนี้

              เดิมทีเกณฑ์เฉลี่ยทั่วๆไปในการอัพจาก LV30-40 จะต้องใช้เวลาประมาณ3ปี และจาก40ไป50จะใช้เวลาประมาณ5-10ปี แน่นอนก็ต้องมีพวกหลุดเกณฑ์บ้าง แต่สำหรับพวกที่หลุดเกณฑ์ก็ต้องเผชิญปัญหาที่เรียกว่า จิตใจเติบโตตามร่างกายที่ถูกยกระดับไม่ทัน ทำให้เผชิญปัญหาในเรื่องการควบคุมพลังอย่างที่พวกเธอรู้สึกได้ในช่วงที่ผ่านๆมา แต่ไอหมอนี่มันกลับชินได้ในคืนเดียวเนี่ยนะ!!!

              ตอนนี้เด็กหนุ่มตื่นเต้นจนไม่ได้ยินใครพูดอะไรทั้งนั้น

              “ฮะๆๆฮ่าๆ..LV50 สามารถยิงบอลไฟได้ใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ..งั้นถ้าแบบนี้ล่ะ”

              ผมรวบรวมพลังเวทไปที่ปลายฝ่ามือทั้ง2ข้าง

              มือขวาร่าย ‘ไฟเยอร์บอล’ (บอลไฟ)

              มือซ้ายร่าย ‘ไฟเยอร์โบลต์’ (เพลิงสายฟ้า)

              เด็กหนุ่มประกบมือทั้ง2ข้างในท่าปล่อยพลังแล้วยิงออกไปพร้อมกัน

              สายฟ้าเพลิงห้อมล้อมบอลไฟม้วนเป็นเกลียวคลื่นพุ่งแหวกทะเลสาบด้านหน้าพร้อมกับผิวน้ำระเหยเป็นไอตลอดทางผ่าน

              การโจมตีพุ่งแหวกไปเรื่อยๆแล้วปะเข้ากับกำแพงหินจนแตกกระจาย

              ตู้มมมม

              เศษหินหลุดลอกถูกความร้อนจนเปลี่ยนเป็นสีแดงทยอยกระจายตกลงทะเลสาบจนเกิดควันฟู่วว..เหนือผิวน้ำ ณ ตำแหน่งที่ตก

              “โอ้..ถ้าเทียบกับเมื่อ1-2วันก่อน ความแรงประมาณนี้น่าจะพอๆกับสกิล <สเปียร์เจเวลิน> เลยแหะ..น่าทึ่งไม่น้อยเลย นี่ขนาดแค่คาถาเวทธรรมดานะเนี่ย..ถ้าเป็นสกิลจะแรงขนาดไหนกันนะ?”

              เดิมทีการร่าย2คาถาพร้อมกันเป็นการควบคุมพลังเวทที่ยากมากจนแทบเป็นไปไม่ได้เลยและเด็กหนุ่มก็ไม่เคยทำได้มาก่อนเช่นกัน แม้กระทั่งก่อนที่ตัวเองจะครอบครองอาร์ติเฟกซ์ด้วยซ้ำ หรือหลังครอบครองอาร์ติเฟกซ์แล้วก็ยังทำไม่ได้เหมือนเดิม

              ถ้าถามว่าในแผ่นดินนี้มีใครสามารถทำได้แบบนี้บ้าง เท่าที่เคยเห็นและนึกออกก็คงมีแค่อาจารย์สาวแสนสวยใส่หมวกแม่มดคนนั้นที่เคยฝึกสอนเทคนิคการต่อสู้และใช้งานเวทมนตร์หลายๆอย่างให้กับตนเองและรูอัน

              แน่นอนว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่ยากเกินฝัน จนกระทั่งพึ่งมากินลูกอมแปลกๆเมื่อกี้นี้เอง เรื่องที่เป็นไปไม่ได้กลับเป็นไปได้เฉย

              หากเราใช้แอเรียลและเวทมนนตร์สนับสนุนธาตุไฟอื่นๆได้2คาถาพร้อมกัน แถมยังร่ายสกิลได้เพิ่มอีก1สกิลละก็แบบนี้หลายๆอย่างคงง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะ นอกจากนี้

              ผมขยับแขนขาพร้อมกับบิดเอวสะโพกที่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับจิตใต้สำนึกมากขึ้น

              ย่อเข้าลงแล้วกระโดด

              “โว้ววววววววววว….สูงขนาดนี้เลยรึ!!”

              นี่คือพลังที่แท้จริงของเลเวล50สินะ..กระโดดเต็มแรงครั้งนึงก็สูงกว่าอาคาร10ชั้นเข้าไปแล้ว แม้ปริมาณความสูงระดับนี้จะไม่ถึง 1/50 ของดันเจี้ยนชั้นที่99 ก็เถอะ แต่ก็ถือว่าสูงกว่าที่คิดไว้มาก นี่คงเป็นครั้งแรกที่ตัวผมรู้สึกว่าตัวเองได้เข้าถึงพลังของ LV50 จริงๆสักที 

              ทันทีที่ขากลับมาเตะที่พื้นอีกครั้ง เรเวลก็ทดลองหลายอย่าง ทั้งวิ่งและกระโดดไปมาระหว่างก้อนหิน ชกรัวๆในอากาศหลายที สไลด์ไปมาแล้วม้วนตัวใช้ขาเปล่าเตะแหวกอากาศ

              ‘ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ!’ 

              ความรู้สึกติดขัดและไม่ชินกับร่างกายหายไปหมดแล้ว

              เมื่อTestทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเรเวลก็หันกลับไปหาทุกคนดังเดิมซึ่งเขาเหล่านั้นก็อยู่ในจุดที่ไม่ไกลกันสักเท่าไหร่

              “…”

              ความเงียบปรากฎขึ้นพร้อมกับเสียงนกกา…

              “อะ…เอ่อ..ดูเหมือนว่าฉันจะลืมบอกอะไรไปสินะ..”

        

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน