เช้าวันถัดไป..เมื่อทุกคนลืมตาตื่นขึ้นมา..
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาไม่ต้องนอนกันในห้องน้ำที่เปรียบเสมือนแคปซูลชะลอเวลา
ทำให้พวกเขาต่างหลับได้เต็มอิ่มและคลายความเหนื่อยล้าที่สะสมทั้งหมด เพราะมีบรรยากาศการนอนที่ดีนั่นเอง
เช้าอันสดใส แม้ไม่มีดวงอาทิตย์แต่ก็มีแสงสว่างจากผลึกคริสตัลบนเพดานคอยให้แสงสว่างแก่ต้นไม้ใบหญ้าเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่
ทะเลสาบสีฟ้าใสกว้างใหญ่เริ่มทอประกายแสงงดงามสอดรับกับผลึกคริสตัลด้านบน
ณ ที่แห่งนี้บริเวณริมชายฝั่งทะเลสาบซึ่งปูลาดด้วยพื้นหญ้าสีเขียวนุ่มสบายก็มีเด็กหนุ่มตัวน้อยคนหนึ่งกำลังยืนบิดขี้เกียจอยู่
“ฮ้าววววว….."
รูอันหาวเล็กน้อยพร้อมกับขยี้ตา จากนั้นฮัมเพลงเบาๆพร้อมกับเริ่มพับฟูกนอนเก็บ
"ท่าทางจะหลับสบายนะรูอัน"
"อ้ะ...ครับ"
“เห้อ…วันสุดท้ายละ”
“นั่นสินะคะ”
หลังจากนี้ก็แค่ลงไปชั้นที่100 เพื่อรับสิ่งนั้นแล้วออกทางแท่นวาปในฝั่งตรงข้ามเพื่อออกไปด้านนอกพิระมิดแห่งนี้ หลังจากนั้นก็แค่หาทางกลับ รร.อัศวินเวทมนตร์ซึ่งไม่น่าจะยากละ(มั้ง) แต่ถึงแบบนั้นคงต้องขอบคุณสฟิงซ์ตัวนั้นที่บอกข้อมูลทางออกตรงส่วนนี้ให้จริงๆ
"ทุกคนอย่าลืมเก็บน้ำจากทะเลสาบตรงนี้ไว้ให้เยอะที่สุดด้วยนะ เพราะหากออกไปข้างนอกได้ เราต้องเจอกับทะเลทรายและไม่รู้ว่าอีกไกลแค่ไหนกว่าจะไปถึงเขตเมือง"
"อืมนั่นสิ..เห็นว่าทะเลทรายแห่งนี้อยู่นอกอาณาจักรพวกเราด้วยนิครับ"
"ให้ตายสิ!..อย่างน้อยทางโรงเรียนก็ควรจะบอกสถานที่ตั้งของมันตั้งแต่แรกนะ...ไม่ใช่พามาส่งด้วยเวทมนตร์มิติแล้วจากไปดื้อๆแบบนี้" เซเลน่าอดบ่นด้วยความหงุดหงิดไม่ได้
"คงเพราะดันเจี้ยนถือเป็นเขตการปกครองพิเศษมั้งคะ ฉะนั้นตำแหน่งสถานที่ของมันจึงถูกเก็บเป็นความลับ ไม่งั้นพวกนักพจญภัยอิสระคงมาลักลอบขโมยสมบัติจนหมดแน่ๆ"
"เอ่อ..แต่พฤติกรรมของพวกเราในชั้น99ก็ไม่ต่างจากพวกนั้นเท่าไหร่มิใช่รึ?..อั๊ก"
ฟิ้ววว....ตู้มมม
เซเลน่าถีบเรเวลกระเด็นตกทะเลสาบ
"เจ้าบ้าาา...พวกเราเสี่ยงตายขนาดนี้ทั้งทีจะไม่ให้ได้อะไรกลับไปสักอย่างเลยงั้นหรอ...อีกอย่างใช่ว่าพวกเราอยากจะมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกสักหน่อย!!! ทั้งหมดนี้มันเป็นอุบัติเหตุ เข้าใจมั้ย อุบัติเหตุน่ะ!!!"
"จะ..ใจเย็นๆนะเซเลน่า.."
เซซิเลียรีบเข้ามาห้ามเธอ..พร้อมกับลูบหลังปลอบเธอเบาๆจนอารมณ์ของเด็กสาวผมแดงเริ่มสงบลง
"ปะ..เป็นอะไรมั้ยครับเรเวล"
รูอันรีบมาช่วยดึงเรเวลขึ้นจากน้ำ
"เห้อ..ตัวเปียกแต่เช้าเลยแหะ"
เหล่าเด็กหนุ่มสาวทยอยเก็บข้าวของและทำกิจวัตรต่างๆยามเช้าร่วมกัน(ยกเว้นอาบน้ำ)
หลังอาหารมื้อเช้าซึ่งยังคงเป็นวัตถุดิบสุดหรูหายากระดับตำนานที่เก็บได้ในชั้นนี้เช่นเคยจบลง
เรเวลหยิบวัตถุดิบชิ้นหนึ่งซึ่งยังไม่เคยลิ้มลองและไม่มีข้อมูลในสารานุกรมบนพื้นโลกขึ้นมาดู
มันเป็นลูกแก้วกลมๆคล้ายลูกกวาด มีสีรุ้งขนาดประมาณ1นิ้ว ไม่มีกลิ่นหอมของน้ำตาล ,คาราเมล หรือกลิ่นผลไม้ใดๆเลย
ไอ้นี่มันแปลกจังแหะ!?
“จากข้อมูลอาร์ติเฟกซ์ของรูอันบอกว่ามันกินได้..งั้นขอลองดูหน่อยละกัน”
ผมโยนมันเข้าปากทันที
ทันทีที่เข้าปากและลิ้นได้สัมผัสกับมัน ลูกกวาดสีรุ้งได้หายไปในพริบตาทันทีราวกับหายไปในความว่างเปล่า ไม่รู้สึกว่าได้กินมันแม้แต่น้อย รวมทั้งไม่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในปากเลยสักนิด
นี่มันอะไรกันนะ..
“!”
ตอนนั้นเองเริ่มรู้สึกได้ถึงอาการร้อนรุ่มเล็กน้อย ตามมาด้วยความรู้สึกเย็นสบายปนสดชื่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน
กำลังวังชาและกำลังกายทั้งหมดเพิ่มขึ้น
ข้อต่อแขนขาที่รู้สึกติดขัดราวกับไม่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเองก็เริ่มรู้สึกขยับได้ลื่นไหลขึ้น ควบคุมได้ดั่งใจมากขึ้น
ไม่สิ..ไม่ใช่แค่นั้น
ยังมีพลังเวทอีกที่รู้สึกไหลเวียนในร่างกายได้ดีขึ้นด้วย
ตอนนั้นเองกระแสพลังเวทเริ่มไหลล้นทะลักกระจายไปทั่วร่างจนมิอาจควบคุมได้
ร่างกายของเด็กหนุ่มปลดปล่อยแสงและคลื่นพลังเวทสีแดงออกมาโดยรอบเป็นรัศมีกว่า5เมตร แล้วหดกลับเข้าไปเหมือนเดิมในทันที ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึง3วินาทีด้วยซ้ำ
“เมื่อกี้นี้มัน!”
เด็กหนุ่มรู้สึกสงสัยต่อปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อย่างมาก จนกระทั่งคนอื่นๆซึ่งกำลังสวมใส่เกราะเบาทับเครื่องแบบนักเรียนอัศวินเวทฯอยู่ได้หันมามอง
“เมื่อกี้นายทำอะไรหรอเรเวล?”
รูอันหันมาถาม แม้กระทั่งเซเลน่ากับเซซิเลียก็ยังหันมามองด้วยท่าทีสงสัย
“ไม่..ไม่รู้…ไม่สิ..เป็นไปได้ยังไง..เดี๋ยวนะ!”
เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามใครเพียงแค่รู้สึกว่าร่างกายตัวเองกำลังผิดปกติไปจากเมื่อกี้และพึมพัมออกมาคนเดียวเท่านั้น
สูดดดดดดดดด..ฟู่ววววววววว
ผมหลับตาลง ตั้งสมาธิ ควบคุมลมหายใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย จากนั้นลองบังคับพลังเวทซึ่งไหลวนจากแกนกักเก็บมานาที่มองไม่เห็น ให้ไหลไปรวมที่ฝ่ามือดู วินาทีนั้นเองผมเป็นอันต้องตกใจ
“นี่มัน!…เราควบพลังเวทได้ดีขึ้นงั้นหรอ?…"
ตอนนี้สกิลและเวทมนตร์ของเรเวลไม่ได้ถูกผนึกจากผลข้างเคียงของ Holy Skill อีกแล้ว มิใช่แค่นั้น ตัวเขาในตอนนี้ยังรู้สึกควบคุมการเพิ่มลดปริมาณพลังเวทได้ดั่งใจด้วย พูดง่ายๆคือสามารถรีดเค้นพลังเวทได้จนถึงขีดสุดและลดพลังเวทได้จนต่ำสุดดั่งใจนึก จากที่เมื่อก่อนตั้งแต่ขึ้นLV31จนถึงLV50เป็นต้นมาไม่เคยทำได้เลย
การควบคุมพลังเวทได้ไม่ดีพอ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการร่ายสกิลและร่ายเวทมนตร์คาถาปกติเป็นอย่างมาก แต่ว่าตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นได้หมดไปแล้ว
เรเวลร่ายคาถาเวทปกติยิงลูกไฟ3ลูกไประเบิดกำแพงหินข้างผิวน้ำริมทะเลสาบ โดยขนาดบอลไฟสามารถควบคุมให้เรียงจากใหญ่ไปเล็กได้ดั่งใจนึกแบบสบายๆ
“หะ..เห้ยๆๆ…นายทำอะไรน่ะ..ทำไมอยู่ดีๆถึงใช้พลังเวทสิ้นเปลืองเล่นๆล่ะ..นี่เรายังไม่ได้ออกไปบนพื้นเลยนะ”
เซเลน่าตำหนิที่อยู่ดีๆเรเวลก็เอาพลังเวทไปทิ้งฟรีๆแบบเสียเปล่า แม้คาถาเวทที่ไม่ใช่สกิลจะกินพลังเวทไม่มากก็ตาม แต่ก็ควรใช้อย่างประหยัดและไม่ควรประมาท เพราะพวกเรายังไม่ได้ออกไปจากดันเจี้ยนแห่งนี้
แต่เมื่อสังเกตขนาดไฟเยอร์บอลและผนังที่ถูกเจาะรู เซเลน่าก็ต้องอึ้ง
ควบคุมพลังเวทได้งั้นหรอ!!!!
“เดี๋ยว!..นายทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่??”
ไม่ใช่แค่เซเลน่าเท่านั้น แม้กระทั่งคนอื่นๆเองก็ตกใจ เพราะพวกเขากับเด็กหนุ่มคนนี้ก็ขยายเพดานLVในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สู้กับสัตว์ปีศาจจำนวนพอๆกัน แถมระยะเวลาใช้งานร่างกายที่ถูกยกระดับจากพรแห่งสเตตัสก็เท่ากัน มันก็ไม่ควรจะปรับความคุ้นชินได้เร็วขนาดนี้
เดิมทีเกณฑ์เฉลี่ยทั่วๆไปในการอัพจาก LV30-40 จะต้องใช้เวลาประมาณ3ปี และจาก40ไป50จะใช้เวลาประมาณ5-10ปี แน่นอนก็ต้องมีพวกหลุดเกณฑ์บ้าง แต่สำหรับพวกที่หลุดเกณฑ์ก็ต้องเผชิญปัญหาที่เรียกว่า จิตใจเติบโตตามร่างกายที่ถูกยกระดับไม่ทัน ทำให้เผชิญปัญหาในเรื่องการควบคุมพลังอย่างที่พวกเธอรู้สึกได้ในช่วงที่ผ่านๆมา แต่ไอหมอนี่มันกลับชินได้ในคืนเดียวเนี่ยนะ!!!
ตอนนี้เด็กหนุ่มตื่นเต้นจนไม่ได้ยินใครพูดอะไรทั้งนั้น
“ฮะๆๆฮ่าๆ..LV50 สามารถยิงบอลไฟได้ใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ..งั้นถ้าแบบนี้ล่ะ”
ผมรวบรวมพลังเวทไปที่ปลายฝ่ามือทั้ง2ข้าง
มือขวาร่าย ‘ไฟเยอร์บอล’ (บอลไฟ)
มือซ้ายร่าย ‘ไฟเยอร์โบลต์’ (เพลิงสายฟ้า)
เด็กหนุ่มประกบมือทั้ง2ข้างในท่าปล่อยพลังแล้วยิงออกไปพร้อมกัน
สายฟ้าเพลิงห้อมล้อมบอลไฟม้วนเป็นเกลียวคลื่นพุ่งแหวกทะเลสาบด้านหน้าพร้อมกับผิวน้ำระเหยเป็นไอตลอดทางผ่าน
การโจมตีพุ่งแหวกไปเรื่อยๆแล้วปะเข้ากับกำแพงหินจนแตกกระจาย
ตู้มมมม
เศษหินหลุดลอกถูกความร้อนจนเปลี่ยนเป็นสีแดงทยอยกระจายตกลงทะเลสาบจนเกิดควันฟู่วว..เหนือผิวน้ำ ณ ตำแหน่งที่ตก
“โอ้..ถ้าเทียบกับเมื่อ1-2วันก่อน ความแรงประมาณนี้น่าจะพอๆกับสกิล <สเปียร์เจเวลิน> เลยแหะ..น่าทึ่งไม่น้อยเลย นี่ขนาดแค่คาถาเวทธรรมดานะเนี่ย..ถ้าเป็นสกิลจะแรงขนาดไหนกันนะ?”
เดิมทีการร่าย2คาถาพร้อมกันเป็นการควบคุมพลังเวทที่ยากมากจนแทบเป็นไปไม่ได้เลยและเด็กหนุ่มก็ไม่เคยทำได้มาก่อนเช่นกัน แม้กระทั่งก่อนที่ตัวเองจะครอบครองอาร์ติเฟกซ์ด้วยซ้ำ หรือหลังครอบครองอาร์ติเฟกซ์แล้วก็ยังทำไม่ได้เหมือนเดิม
ถ้าถามว่าในแผ่นดินนี้มีใครสามารถทำได้แบบนี้บ้าง เท่าที่เคยเห็นและนึกออกก็คงมีแค่อาจารย์สาวแสนสวยใส่หมวกแม่มดคนนั้นที่เคยฝึกสอนเทคนิคการต่อสู้และใช้งานเวทมนตร์หลายๆอย่างให้กับตนเองและรูอัน
แน่นอนว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่ยากเกินฝัน จนกระทั่งพึ่งมากินลูกอมแปลกๆเมื่อกี้นี้เอง เรื่องที่เป็นไปไม่ได้กลับเป็นไปได้เฉย
หากเราใช้แอเรียลและเวทมนนตร์สนับสนุนธาตุไฟอื่นๆได้2คาถาพร้อมกัน แถมยังร่ายสกิลได้เพิ่มอีก1สกิลละก็แบบนี้หลายๆอย่างคงง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะ นอกจากนี้
ผมขยับแขนขาพร้อมกับบิดเอวสะโพกที่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับจิตใต้สำนึกมากขึ้น
ย่อเข้าลงแล้วกระโดด
“โว้ววววววววววว….สูงขนาดนี้เลยรึ!!”
นี่คือพลังที่แท้จริงของเลเวล50สินะ..กระโดดเต็มแรงครั้งนึงก็สูงกว่าอาคาร10ชั้นเข้าไปแล้ว แม้ปริมาณความสูงระดับนี้จะไม่ถึง 1/50 ของดันเจี้ยนชั้นที่99 ก็เถอะ แต่ก็ถือว่าสูงกว่าที่คิดไว้มาก นี่คงเป็นครั้งแรกที่ตัวผมรู้สึกว่าตัวเองได้เข้าถึงพลังของ LV50 จริงๆสักที
ทันทีที่ขากลับมาเตะที่พื้นอีกครั้ง เรเวลก็ทดลองหลายอย่าง ทั้งวิ่งและกระโดดไปมาระหว่างก้อนหิน ชกรัวๆในอากาศหลายที สไลด์ไปมาแล้วม้วนตัวใช้ขาเปล่าเตะแหวกอากาศ
‘ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ!’
ความรู้สึกติดขัดและไม่ชินกับร่างกายหายไปหมดแล้ว
เมื่อTestทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเรเวลก็หันกลับไปหาทุกคนดังเดิมซึ่งเขาเหล่านั้นก็อยู่ในจุดที่ไม่ไกลกันสักเท่าไหร่
“…”
ความเงียบปรากฎขึ้นพร้อมกับเสียงนกกา…
“อะ…เอ่อ..ดูเหมือนว่าฉันจะลืมบอกอะไรไปสินะ..”