ครั้นเมื่อ เมี่ยนจือ นางสัมผัสได้ ถึงสิ่งผิดปกติในกายาของ อี้เฉินได้ ดวงหน้าของนาง ก็ถึงกับมืดทะมึนขึ้นมาในทันที กายา สั่นกระเพื่อมขึ้นมาอย่างรุนแรง 3-4ครั้ง ราวกับเป็นสัญญาณเตือนถึงบางสิ่ง มันก็คือการเตือนของไฟเทพ ที่กำลังจะลุกโหมเผาผลาญ กลืนกิน กายาของอี้เฉิน นางถึงกับ ก่นด่าออกมาตามไรฟันในทันที
"บัดซบเอ๊ย ขอเวลาข้าใช้ ร่างกายนี้ อีกนิดหนึ่ง ก็ไม่ได้"
ในฉับพลัน ทั่วทั้งร่างของนาง ก็ราวกับถูกไฟเผาผลาญ มากขึ้นกว่ายามก่อนหลายสิบเท่า กายาหลายๆ ส่วน กลายเป็นเหล็กร้อนที่โดนเผาไฟ ขึ้นมาในทันใด แม้แต่แขนขาในยามนี้ ก็เริ่มเต็มไปด้วยบาดแผลราวกับถูกไฟแผดเผา ราวกับภูเขาไฟที่ปะทุ อาภรณ์หลายๆ ส่วน ถึงกับหลุดลอกเผยให้เห็น กายาบางส่วนกำลังจะลุกไหม้ นิ้วมือข้างซ้ายถูกทำลายไปจนสิ้น มองเห็นกระดูกนิ้วสีขาวโผล่ออกมา เท้าข้างขวาถึงกับเป็นหลุมเลือดใหญ่ เศษเนื้อกลายเป็นเถ้าธุลี สลายไปกับสายลม กายา กว่า7ส่วนในยามนี้ เริ่มเต็มไปด้วยบาดแผล ถูกไฟเทพเผาผลาญกลืนกิน
เมี่ยนจือ นางต้องทนทุกข์ทรมาน อย่างแสนสาหัส ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด บ้าคลั่ง แต่ก็ยังยืนหยัดกัดฟันทน จนใบหน้าของนาง บูดเบี้ยวไม่มีชิ้นดี ความงดงามหายไปหลายส่วนในฉับพลัน ไม่คิดการเตือนของไฟเทพในครั้งนี้ จะกลืนกินกายา ของอี้เฉินไปมากมายเช่นนี้ อวัยวะภายในหลายๆ ส่วนเริ่มถูกทำลาย ไปทีละน้อย ไม่สามารถรักษาได้อีกต่อไป มีแต่จะพังทลายลงไปเรื่อยๆ เท่านั้น ประหนึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟ รอกาลเวลาดับมอดลงไปเท่านั้น
เมี่ยนจือ นาง ไม่รอช้า ในยามนี้นางไม่มีเวลาหลงเหลือให้เฉื่อยชาอีกต่อไป หน้ากากหยกที่นางสิงสถิต ในยามนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว กำลังจะพังทลายตกลงจาก อาวุธ ระดับ จักรพรรดิ เข้าไปทุกที แต่นางก็ไม่มีทางเลือก ต้องทำหน้าที่ของจักรพรรดิ นำพาผู้คนไปสู่ยุคสมัยใหม่ บวกกับทำความหวังของอี้เฉินให้เป็นจริง ครั้นนึกถึงการเสียสละของอี้เฉิน มันก็ทำให้ตัวนางรู้สึกเจ็บปวดหัวใจขึ้นมา อย่างบอกไม่ถูก เมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มอายุ20ปี ต้องมาแบกรับชะตากรรมเช่นนี้ ไม่คิดให้การเสียสละของอี้เฉินต้องสูญเปล่า
ทันใดที่ เมี่ยนจือ นางเก็บ สินสงครามจาก เทพสวรรค์มาได้ ดวงตาของนางหันไปมองเหล่าผู้คนในทันที เหมือนในยามนี้มีเพียงแต่นางเท่านั้น ที่จะสามารถเจรจา กับองค์จักรพรรดิ องค์ปัจจุบันได้ หากเป็นไปได้ด้วยดี โลกแห่งนี้ก็อาจจะไร้ซึ่ง ความบาดหมางอีกต่อไป
เมี่ยนจือนางเอ่ยพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนข้อ เข้าไปภายในโสตประสาทของเหล่าผู้คนที่จับจ้องมาที่ตัวนางในทันที "ข้าต้องการพูดคุยกับ จักรพรรดิ องค์ปัจจุบัน ไม่ต้องมากพิธี ข้าไม่มีเวลามาก"
เมื่อเหล่าผู้คนได้ยินน้ำเสียงของหญิงสาว พวกเขากลับมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวของ องค์จักรพรรดิ เมี่ยนจือ ดวงตากลับมา มีท่าทีกังวลอีกครั้ง พวกเขาไม่รู้เลย องค์จักรพรรดิ พระองค์แรกมีนิสัยเช่นไร ในยามนี้หลายๆ คนจึงทำตัวไม่ถูก ถึงพวกเขาจะถูกปลดปล่อยจากเทพสวรรค์แล้วก็ตาม แต่กระนั้นในยามนี้ก็เหมือน ช่วงเวลาที่ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เหล่าเชื้อพระวงศ์ ไม่รอช้า พวกเขาบินทะยานฝ่าสายฝน ขึ้นมาด้านบนท้องฟ้าในทันที ก่อนจะคำนับมาที่ นางด้วยความหวั่นเกรง ไม่รู้ในยามนี้นางเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ แต่จิตสังหารที่กายาของนาง ปลดปล่อยออกมาแผ่ซ่านไปทั่วกายา ไม่มีท่าที จะลดโทสะลงแม้แต่น้อย มันจึงทำให้กลุ่มเชื้อพระวงศ์ ในยามนี้หวาดหวั่น กันอยู่ไม่น้อย ยกมือน้อยๆ ขึ้นมาปาดเหงื่อ อยู่หลายครั้งหลายครา
เมี่ยนจือ นางสะบัดฝ่ามือขึ้นมาน้อยๆ ให้พวกกลุ่มเชื้อพระวงศ์ เงยหน้าขึ้นมา ก่อนนางจะเอ่ยถามไปที่ ชายหนุ่มวัยกลางคน ที่สวมอาภรณ์สีดำปักลวดลายจันทรา ราวภาพสลักของผืนนภา ยามค่ำคืน "เจ้าก็คือองค์จักรพรรดิ องค์ปัจจุบัน ใช่หรือไม่ ออกคำสั่งออกไปให้กวาดล้าง เหล่าผู้คนที่คิดคดทรยศทั้งหมดเสีย"
จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ที่ได้ยินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน เหงื่อไหลไคลย้อย กายา ร้อนๆ หนาวๆ ในทันที 'คำสั่งเช่นนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับ ทำให้ดินแดนอาบย้อมไปด้วยเลือด เลยไม่ใช่หรือ จักรพรรดิเมี่ยนจือ นางคิดจะทำอะไรกันแน่ เขาเองก็อยากรู้ จึงเอ่ยออกไปด้วยความสัตย์จริง'
"จักรพรรดิเมี่ยนจือ เกรงว่าข้าในยามนี้จะไม่มีอำนาจ ข้าเป็นเพียงแค่ องค์จักรพรรดิแค่ในนามเท่านั้น ท่านคงจะเข้าใจที่ข้าเอ่ยพูดออกไป"
เมี่ยนจือ นางได้ยิน ถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดในทันที ไม่คิดยุคสมัยผ่านไป ราชวงศ์จะไร้ซึ่ง อำนาจ หากเป็นเช่นนี้การจะทำอะไร เกรงว่าจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เมื่อไร้ซึ่งกำลัง ก่อนนางจะคำรามออกมาก้องฟ้า "ผู้ใดที่มีอำนาจในการสั่งการ จงออกมาเสีย อย่าทำให้ข้าต้องเสียเวลา"
เหล่าผู้อาวุโสชรา ของทั้ง2ตระกูลใหญ่ ที่ได้ยินน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของหญิงสาว พวกเขาไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน จ้องมองไปที่ จักรพรรดิเมี่ยนจือ ด้วยท่าทีกังขาเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า พุ่งกายาออกไปอย่างฉับพลัน ก่อนยกฝ่ามือทั้งสอง คำนับไปที่จักรพรรดิเมี่ยนจือ แต่ลึกๆ พวกผู้อาวุโสชรา พวกนี้เต็มไปด้วยความโอหัง และจองหอง ไม่มีท่าทีอยากจะก้มหัว เท่าใดนัก ประหนึ่งคำพูดของพวกเขาคือประกาศิต แม้แต่องค์จักรพรรดิ ยังต้องรับฟัง
เมี่ยนจือ นางเองที่กวาดตามองปาดเดียว ก็รู้ได้ในทันที พวกผู้อาวุโสทั้งสอง ไม่มีทีท่า หวั่นเกรงในตัวนางแม้แต่น้อย นางเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงดุดันแข็งกร้าว ใบหน้าไม่มีความสะทกสะท้านที่จะฆ่าสังหารเหล่าผู้คนของตัวเอง "เจ้าจงออกคำสั่ง กวาดล้าง เหล่าผู้คนที่คิดคดทรยศ ต่อดินแดนจันทราทมิฬ ทั้งหมดให้สิ้น"
ผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ ทั้งสอง ปาดเหงื่อ เย็นๆ บนหน้าผากในทันทีเมื่อ ได้ยินคำสั่งเช่นนี้ 'หากออกคำสั่งเช่นนี้ออกไป ดินแดนจันทราทมิฬได้เลือดอาบนอง ย้อมผืนพระสุธา อย่างแน่นอน ไหนจะคนของตระกูลใหญ่ พวกเขาอีก ที่ไปเข้าร่วมกับเทพสวรรค์ ที่มีอยู่ด้วยกันหลายส่วน หากถูกกวาดล้าง เกรงว่าพวกเขาจะสูญเสียสมดุลอย่างแน่นอน อำนาจอาจพังทลายก็เป็นได้'
ชายชรา ทั้งสองเอ่ยค้านหัวชนฝาขึ้นมาในทันที สีหน้าของพวกเขาไม่มีท่าทียินยอมแม้แต่น้อย หาข้ออ้างเพื่อดินแดนขึ้นมาโดยไม่มีทีท่า หวั่นเกรง "จักรพรรดิเมี่ยนจือ โปรดไตร่ตรอง ถึงพวกเขาจะทำผิดบาป แต่พวกเขาก็เป็นกำลังสำคัญ ในการทำศึกสงคราม"
เมื่อเหล่าผู้คนได้ยิน ความคิดของพวกเขาก็แตกแยกกันออกไป บางคนก็เห็นด้วยกับองค์จักรพรรดิเมี่ยนจือ ผู้ทำผิดบาปก็ต้องชดใช้กรรม ฆ่าหนึ่งชีวิต ชดใช้หนึ่งชีวิต ตามกฎสมดุลของหยินและหยาง
แต่บางกลุ่มไม่คิดเช่นนั้น หากพวกเขาสูญเสียเหล่าจอมยุทธ์ไป ในช่วงเวลาแห่งยุคเสื่อมถอยในการฝึกฝน การจะหาตัวแทนของจอมยุทธ์สักคน จึงยากลำบากเป็นอย่างมาก ครั้นสูญเสียไปก็มีแต่จะสิ้นเปลืองเปล่าๆ
แต่ในทันใด เหล่าฝูงชนที่จับตาดู ก็ต้องเบิกรูม่านตาออกกว้าง ไม่อยากเชื่อกับภาพเบื้องหน้าที่เห็น ครั้นเห็นองค์จักรพรรดิ เมี่ยนจือ ยกฝ่ามือสะบัดไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ก่อเกิดคลื่นพายุ ตัดหัวของผู้อาวุโสชราทั้งสองจนขาดวิ่น ร่างแตกสลาย กลายเป็นหมอกเลือดในทันที ไม่มีคำพูดใด เอ่ยพูดออกมาจากริมฝีปาก ของนางแม้แต่น้อย ประหนึ่งมารหญิงลงทัณฑ์ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องโหยหวน เล็ดลอดออกมา ตายจากไปด้วยความไม่จำยอม
เหล่าผู้คนต่างตัวเย็นเยือก ด้วยความหวาดกลัว เหงื่อแตกจนชุ่มแผ่นหลัง มองไปที่จักรพรรดิ เมี่ยนจือ ด้วยความยำเกรง เหมือนว่านางผู้นี้ คิดจะคืนอำนาจกลับไปสู่องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ทำให้ขุนนางหลายๆ คนที่ จงรักภักดี ต่อองค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน มีรอยยิ้มเล็กๆ ขึ้นมา ดวงตาทอประกายขึ้นมาน้อยๆ
แต่ขุนนางฝั่งบู๊ พวกเขากลับเดือดดาลบ้าคลั่ง เมื่อผู้อาวุโสชราผู้นำของพวกเขาตายตก คำรามออกมาด้วยความเดือดดาล ไม่มีท่าทียำเกรงแม้กระทั่ง องค์จักรพรรดิที่อยู่เบื้องหน้า ราวกับพวกเขาเป็น เจ้าบ้านของดินแดนแห่งนี้
"เจ้า ต้องการอะไรกันแน่ องค์จักรพรรดิเมี่ยนจือ เหตุใดต้องฆ่าสังหาร ผู้อาวุโสชราเก่าแก่ เช่นนี้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าขุนนางฝั่งบู๊ ก็ไม่อาจยืนนิ่งดูดายได้"
ชายชราอีกคนเอ่ยพูดขึ้นมาในทันที โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวต่อความตาย "ใช่ๆ ท่านไม่ใช่ว่า ไร้อำนาจ ในราชวงศ์ไปแล้วหรอกหรือ นี่ก็ผ่านมาหลายพันปีแล้ว ไหนจะต้องตรวจสอบตัวของท่านอีก หากลงมือบุ่มบ่ามเช่นนี้ ขุนนางฝั่งบู๊ หลายๆ ส่วนก็ไม่อาจยอมรับได้"
เมี่ยนจือเมื่อนางได้ยินถึงกับ หนังตากระตุกขึ้นมาน้อยๆ อยากจะเข้าไปตบตีขุนนางพวกนี้ ให้รู้แล้วรู้รอด แต่นางไม่มีเวลาที่จะทำเช่นนั้น ไม่คิดต่อความยาวสาวความยืดอีกต่อไป