“เจี๊ยกๆ”
ขณะเดียวกันกับที่เซี่ยฉิงสังหารกิ้งก่าธารทมิฬสิ้นไปกิ้งก่าโตเต็มวัยอีกตัวกลับพุ่งเข้ามา มันบุกอย่างรวดเร็วและรุนแรงใบหน้าเหี้ยมเกรียมเหมือนสัตว์ร้ายจากขุมนรก
เซี่ยฉิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย กำลังจะรวบรวมพลังหยวนแท้ออกมาทว่าอายหนาวมนตร์น้ำแข็งกลับทำลายการควบคุมขึ้นมากะทันหันพลังหยวนแท้เกิดเคลื่อนไหวเชื่องช้า แค่จะขยับตัวยังทำได้ยาก
“แย่แล้ว!” เซี่ยฉิงตกใจ
“ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผา!”
ปึ้ง
พริบตาต่อมา พละกำลังดั่งภูผาก็ระเบิดจากเบื้องหลังกระแสอากาศก่อเป็นคลื่นกระแทกรุนแรงพลังฝ่ามือน่าสะพรึงกระหน่ำใส่ร่างกิ้งก่าธารทมิฬโตเต็มวัยอย่างจัง
ตูม!
มันอยู่ห่างจากเซี่ยฉิงไม่ถึงหนึ่งเมตร แต่กิ้งก่าธารทมิฬกลับกระเด็นลอยไปร่างอันแข็งแรงกลับถูกตบจนบิดเบี้ยวไปแถบหนึ่ง
มาตรแม้นไม่อาจทำให้ตายคาที่ แต่ก็ทำลายกระดูกและอวัยวะภายในของกิ้งก่าไปไม่น้อย
กิ้งก่าร่วงหล่นลงบ่อน้ำสีดำอย่างแรง หยดน้ำสาดกระเซ็น
เซี่ยฉิงมองฉู่เหินข้างกายอย่างพิศวงดวงตาคู่งามมีเกลียวคลื่นอ่อนจาง
ฉู่เหินเลิกคิ้วคู่สวย หัวเราะแผ่วเบา “อย่าเห็นข้าอ่อนแอนักสิ ‘ลูกตุ๊กแก’ พวกนี้ข้ายังพอรับมือได้”
ลูกตุ๊กแก?
“ฮึ...” เซี่ยฉิงหลุดขำ แต่ไม่นานก็รีบสงบอารมณ์นี่ไม่ใช่เวลามาพูดคุยกัน “ไปกัน”
“อืม!” ฉู่เหินพยักหน้า
สองรารีบข้ามสะพานหินด้วยความเร็วสูงสุดไปถึงแท่นหินฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จ
แต่กิ้งก่าธารทมิฬกลับไม่คิดจะหยุดไล่ล่าฆ่าพวกเขาเลยร่างสีดำเหี้ยมเกรียมตัวแล้วตัวเล่ากระโดดจากบ่อน้ำ ไต่มาถึงฝั่งข้างแท่นหิน
ฉู่เหินชำเลืองมองประตูหินบนกำแพงหินเบื้องหลัง สบตากับเซี่ยฉิง“พวกเราหนี”
ไม่มัวรอเวลา ทั้งสองเข้าประตูหินนั้นไปตามๆ กันฉู่เหินรีบปิดตายประตูหินที่เปิดไว้ครึ่งบาน กันพวกกิ้งก่าธารทมิฬไว้ข้างนอก
“ฟู่”
ฉู่เหินถอนหายใจพรืดยาว ผ่านอันตรายด่านนี้ไปได้เสียที
“เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง? อายมนตร์น้ำแข็งหลุดการควบคุมแล้วหรือไม่?” ฉู่เหินไถ่ถาม
เซี่ยฉิงหน้าซีดขาวยิ่งนักในสภาพแวดล้อมอันมืดมัวเช่นนี้ยิ่งงดงามล้ำเลิศ เซี่ยฉิงส่ายหน้าเล็กน้อย“ข้าไม่เป็นไร รีบไปจากที่นี่กันดีกว่า!”
ฉู่เหินไม่ได้พูดมากไปกว่านั้นทั้งสองมุ่งไปยังเส้นทางเบื้องหลังอย่างระมัดระวัง
เดินไปราวสิบกว่าเมตรทั้งสองก็เข้ามาถึงพื้นที่สิ่งปลูกสร้างเหมือนวังใต้ดินแห่งหนึ่ง
“ที่นี่ที่ไหนอีกเล่านี่?”
ฉู่เหินขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตามีแววรอบคอบหลายส่วน
เทียบกันกับเมื่อครู่แล้ว วังใต้ดินที่นี่ค่อนข้างแห้งไม่ได้ชื้นเป็นพิเศษ อากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายร้อน
“นั่นมัน?”
ฉู่เหินสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเห็นแท่นหินอยู่บนวังใต้ดิน แท่นหินเป็นทรงกลมกว้างมากกว้างตกสิบกว่าเมตร ทั้งยังมีโครงกระดูกยืนอยู่บนนั้นด้วย
โครงกระดูกนั้นก็สูงสองเมตรกว่าดูจากลักษณะแล้วไม่ใช่โครงกระดูกของมนุษย์
ศีรษะแบนยาว ปากยาวเหมือนจระเข้เต็มไปด้วยฝันซี่แหลม แขนขาเหยียดยาวสันหลังมีหนามกระดูกเรียงราย แม้จะกลายเป็นโครงกระดูกแล้วแต่หนามนั้นก็ยังเฉียบแหลมคมกริบ
“กิ้งก่าธารทมิฬหรือ?” ฉู่เหินหลุดปากถาม
“ไม่ใช่” เซี่ยฉิงปฏิเสธทันควัน “กิ้งก่าธารทมิฬไม่มีทางยืนตรงได้”
“แล้วมันคือ?”
“มังกรล่าโลหิตหลังกระโดง...” เสียงอันอ่อนหวานเอื้อนเอ่ย
อะไรนะ?
มังกรล่าโลหิตหลังกระโดง?
เพียงคำนั้นเอื้อนเอ่ยออกมาฉู่เหินก็รู้สึกถึงไอเย็นที่แล่นริ้วไปตามแนวกระดูกสันหลังมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงเป็นสัตว์ปีศาจเก่าแก่โบราณ รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายคลึงกับกิ้งก่าธารทมิฬอยู่บ้างแต่ความแตกต่างระหว่างทั้งสองนั้นเรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหวมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงเดินเหินด้วยสองขา โหดร้ายทารุณ กระหายเลือดเป็นที่ยิ่ง
เป็นราชาในหมู่สัตว์ที่อันตรายอย่างยิ่ง
“ดีที่มันตายแล้ว”
ฉู่เหินทำการสำรวจโครงกระดูกของมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงอีกครั้งหน้าอกของมันมีหอกคมกริบเสียบอยู่ หอกแทงทะลุอกของมังกรล่าโลหิตไปยังอีกด้านกระดูกเส้นเอ็นอกป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
เห็นได้ชัดว่าเป็นแผลสาหัสถึงแก่ชีวิต!
ฉู่เหินหยุดสายตาที่หอกเล่มยาวอย่างไม่อาจห้ามใจ
เขาอยากจะเข้าไปตรวจสอบอีกสักหน่อย
“ทางนั้นมีโครงกระดูกอีกโครงหนึ่ง” เซี่ยฉิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน
“หือ?”
ฉู่เหินชะงัก เขามองไปตามทิศที่นางชี้ไปเห็นโครงกระดูกนอนอยู่ข้างกำแพงวังบาดาล เป็นโครงกระดูกมนุษย์ไม่ผิดแน่เอนหลังพิงกับกำแพง กระดูกส่วนอกก็หักสลายไม่เหลือชิ้นดี
“คนผู้นี้สังหารมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงหรือ?” ฉู่เหินโพล่งถาม
“มังกรล่าโลหิตหลังกระโดงก็สังหารเขาด้วยเช่นกัน” เซี่ยฉิงเสริม
ด้วยอารามสงสัย ฉู่เหินจึงย่างเท้าเข้าไปยังโครงกระดูกข้างกำแพงครั้นตรวจดูแล้วก็พบอย่างไม่คาดคิดว่ามือขวาของโครงกระดูกกำกริชไว้เล่มหนึ่งข้างกริชสลักอักษรหลายบรรทัดด้วยกัน
ฉู่เหินเลิกคิ้ว เขานั่งลงอ่านอักษรเหล่านั้น
...
ข้านามฟางปู้ฝาน เป็นที่รักแลเทิดทูนของปวงชนในใต้หล้า ขนานนาม ‘หอกปีศาจ’ ยี่สิบปี
ทิวานี้บังเอิญบุกเข้ารังโบราณแห่งมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงโรมรันพันตู ทว่ามอดม้วยมรณาสิ้นทั้งสอง!
นี่ฤาข้าน้อยฟางจักผงาดในโลกหล้า ชูหอกท้าทายสิ้นอริราชทิวานี้กลับสิ้นไร้ชีวี นี่ฤาผู้สมญาหอกปีศาจ!
กระนั้น ชีวาข้าน้อยฟางมิปรารถนาสิ่งใดสิ่งเดียวที่ละอายแก่ใจคือมิอาจให้คมแห่ง ‘หอกพิชิตมารสะท้านวิญญา’ คงอยู่ในโลกานี้ได้
อนิจจา! น่าอาดูร!
มาตรแม้นผู้มีวาสนาเหยียบย่างมายังที่แห่งนี้ โปรดให้ ‘หอกพิชิตมารสะท้านวิญญา’ สู่สายตาโลกหล้าอีกครา ข้าน้อยฟางในปรภพจึงจักนิทราได้ตาหลับ
...
ตัวหนังสือเพียงไม่กี่บรรทัดแต่ฉู่เหินกลับสัมผัสได้ถึงความโศกศัลย์จาบัลย์จากถ้อยวจีเหล่านั้นได้
ข้างอักษรนั้นยังมีม้วนกระดาษฝุ่นจับวางอยู่ด้วยตำแหน่งผนึกม้วนกระดาษเห็นตัวอักษรเลือนรางหลายตัวด้วยกัน เขียนคำว่า ‘หอกพิชิตมารสะท้านวิญญา’ ตัวใหญ่เอาไว้ด้วย
“ไม่นึกเลยว่าคนผู้นี้จะเป็นหอกปีศาจฟางปู้ฝาน”เซี่ยฉิงยืนอยู่ข้างกายฉู่เหิน ดวงหน้างามล้ำฉายแววตะลึงและซับซ้อนหลายส่วน
ฉู่เหินพยักหน้า ถอนหายใจพรืดยาว เขาเปรย “ข้าเคยได้ยินนามอันเลื่องลือของผู้อาวุโสฟางมาตั้งแต่ยังแบเบาะหนึ่งใน ‘สามมหาราชันหอก’ ผู้โด่งดัง ว่ากันว่าเพลงหอกของเขานั้นพิเศษเฉพาะตัวปราดเปรียวเปลี่ยนแปรได้เสมอ ใต้หล้าให้สมญาว่า ‘หอกปีศาจ’...ได้ยินว่าผู้อาวุโสฟางสาบสูญไปเมื่อเจ็ดปีก่อนแต่หลังจากนั้นก็ยังไร้วี่แวว ไม่นึกเลยว่าเขาจะมาจบชีวิตลงที่นี่”
หวนนึกถึงยามเยาว์วัยหลงจ้านมักกล่าวถึงนามอันยิ่งใหญ่ของหอกปีศาจฟางปู้ฝานให้ฉู่เหิน หลงชิงหยาง และหลงเสวียนซวงฟังบ่อยๆ
กล่าวกันว่าคนผู้นี้ไม่เพียงแต่เลิศเลอในวิชาหอกเขายังเป็นผู้ผดุงคุณธรรมค้ำจุนฟ้า แยกแยะผิดชอบชั่วดี
หลงจ้านนับถืออุปนิสัยของฟางปู้ฝานเสมอมา
และเหตุที่ฉู่เหินใช้หอกเป็นศาสตราวุธประจำตัวส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะได้ยินได้ฟังจากหลงจ้านมาตั้งแต่ยังเล็กนั่นเอง
หลังเงียบสงัดชั่วอึดใจ ฉู่เหินก็ดวงตาเรืองรอง
“ผู้อาวุโสฟาง ผู้น้อยฉู่เหินวันนี้โชคดีได้หอกพิชิตมารสะท้านวิญญามา จากนี้ไปจะไม่กลบฝังเนืองนามผู้อาวุโส”
ประโยคอันสุดแสนเรียบง่าย ไม่มีถ้อยคำสละสลวยเลิศหรู
แต่กลับครองไว้ซึ่งลิขิตฟ้าของตนเอง
เซี่ยฉิงข้างกันดวงตาวูบไหว มุมปากยกเป็นยิ้มบาง“เชื่อว่าผู้อาวุโสฟางคงได้อมยิ้มอยู่ในปรภพ”
“ข้าจะทำให้ดีที่สุด!” ฉู่เหินประสานมือทั้งสองทำความเคารพอย่างยิ่งใหญ่ต่อโครงกระดูกของฟางปู้ฝานจากนั้นจึงหยิบม้วนกระดาษกระบวนยุทธ์หอกพิชิตมารสะท้านวิญญาเก็บเข้าแหวนเก็บของไป
“แล้วก็อาวุธของผู้อาวุโสฟางด้วย...” เซี่ยฉิงเตือน
ฉู่เหินเบนสายตากลับไปมองแท่นหินเบื้องบนวังบาดาลหอกยาวเฉียบคมเสียบอยู่ในโครงกระดูกของมังกรล่าโลหิตหลังกระโดง
ฉู่เหินเดินไปยังแท่นศิลาอย่างไร้ลังเล ยื่นมือหยิบหอกเล่มนั้นมาตัวหอกยาวกว่าสองเมตร คมหอกค่อนข้างยาว ตัวหอกเป็นสีดำมืดเขตติดต่อกันระหว่างคมหอกกับตัวหอกวาดลวดลายวิจิตรงดงาม
ลวดลายนั้นดูราวกับเถาวัลย์เส้นยาวพันเกี่ยว สีสันหม่นมืดทอแสงสีเทาดำออกมา
กลางตัวหอกยังสลักอักษรตัวเล็กที่ลายเส้นชัดหนาสามตัว หอกพิชิตมาร...
“หอกพิชิตมาร?”
ฉู่เหินพึมพำแผ่วเบา ใบหน้าเจือยิ้มพอใจ
ของสิ่งนี้หาใช่สิ่งสามัญไม่ไม่นึกเลยว่าจะได้เก็บเกี่ยวอย่างยิ่งใหญ่เสียที่นี่
ฉู่เหินออกแรงเบาๆ ดึงเอาหอกออกมาจากโครงกระดูกของมังกรล่าโลหิตหลังกระโดง
แกรก
เสียงกระดูกแตกลั่นชัดเจนผิดธรรมดา ทันใดนั้นเองที่เรื่องไม่คาดฝันพลันบังเกิดเห็นโครงกระดูกไร้ชีวิตนั้นส่งคลื่นพลังงานประหลาดออกมาทันใด
ขณะเดียวกันกับที่โครงกระดูกมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงแตกสลายเป็นเศษผงจุดแสงสีแดงก็ลอยออกมาจากกะโหลกของมันโดยไร้ลางบอกเหตุใด
จุดแสงที่เหมือนเลือดสดๆ อย่างยิ่งยวดภายในมีของเหลวงามประหลาดไหลเวียนอยู่
เซี่ยฉิงใต้แท่นศิลาหน้าเปลี่ยนสี นางรีบตะโกน “หลบเร็วเข้านั่นมันแก่นเลือดที่มังกรล่าโลหิตหลังกระโดงเหลือไว้ในโครงกระดูก”
หลบเร็ว!
เสียงอันลนลานของเซี่ยฉิงสะท้อนอยู่ข้างหูฉู่เหินอยู่กันใกล้แค่นี้แต่ไยรู้สึกเหมือนห่างกันไกลนัก พริบตาต่อมาแก่นเลือดเรืองแสงแดงงามพิศวงก็ร่วงลงที่หน้าผากของฉู่เหินแผ่วเบาราวหยาดน้ำฟ้าร่วงโรย
ตึกๆ
ชั่ววินาทีนั้น หัวใจฉู่เหินสั่นไหวหลายครั้ง
ดวงตาฉู่เหินพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดพลังโหดร้ายบ้าคลั่งดั่งลาวาระเบิดออกมาจากในกายฉู่เหินทันที
................................