มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 176 : เล่ห์เหลี่ยม

    ตอนที่ 176 

     

    เมื่อการแข่งขันรอบที่สามสิ้นสุดลง แสงแห่งชัยชนะฉายส่องไปยังซูจินเฉินแห่งนิกายค้อนทองคำ หน้าไม้กลไกอันประณีตที่เขานำเสนอทำงานได้อย่างไร้ที่ติ สมกับชื่อเสียงที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ในที่สุดนิกายค้อนทองคำก็สามารถกอบกู้หน้าตาคืนมาได้ ทว่าในใจของผู้ชมส่วนใหญ่ต่างรู้ดีว่า ชัยชนะในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ศิษย์จากสำนักมังกรศักดิ์สิทธิ์อย่างชิงเทียนไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน 

     

    ภายใต้รอยยิ้มแห่งชัยชนะ ซูจินเฉินรู้สึกถึงความแปลกประหลาด ในความทรงจำราวกับมีบางส่วนขาดหายไป ภาพสุดท้ายที่เขายังจำได้ติดตาคือการยืนอยู่ในห้องอันเงียบสงัดของนิกาย หลังจากนั้นสติของเขาก็ดับวูบไป และรู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อศิษย์คนหนึ่งเข้ามาปลุกเขาให้เตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน 

     

    “หน้าไม้ที่เจ้าสร้างขึ้นมีกลไกที่ยอดเยี่ยมมาก” ผู้อาวุโสจากสำนักอัคคีทมิฬเอ่ยชมด้วยความสนใจ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่รายละเอียดอันปราณีตบนหน้าไม้  

     

    “พลังทำลายของมันเพียงพอที่จะใช้ลอบสังหารผู้บ่มเพาะในขอบเขตเซียนขั้นกลางได้ ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว” 

     

    เสียงพยักหน้าเห็นด้วยดังระงมจากเหล่าผู้ชม แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่พวกเขายังคงเฝ้ารอและคาดหวังอยู่ในใจลึกๆ ก็คือผลงานอันน่าตื่นตะลึงจากฝีมือของอัจฉริยะหนุ่มอย่างชิงเทียนมากกว่า 

     

    ถึงแม้จะไม่ได้เข้าร่วมในรอบสุดท้าย แต่ด้วยคะแนนรวมอันโดดเด่นจากการคว้าอันดับหนึ่งมาถึงสองครั้ง ทำให้รางวัลอันล้ำค่าอย่างแร่สลายปราณ ตกเป็นของสำนักมังกรศักดิ์สิทธิ์ ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้จ้าวเฟิงได้รับหน้าตาและคำชื่นชมไปอย่างเต็มที่ ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เขายังคงมืดแปดด้านและกังวลใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับการหาตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน 

     

    หลังจากพิธีมอบรางวัลสิ้นสุดลง ผู้อาวุโสจากหลายสำนักต่างพยายามเข้ามาทำความรู้จักกับชิงเทียน บางคนถึงขั้นยื่นข้อเสนอที่เย้ายวนใจ ชักชวนให้เขาย้ายไปสังกัดสำนักของตน พร้อมให้คำมั่นสัญญาถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์ ทว่าชิงเทียนกลับปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นด้วยความสุภาพ 

     

    เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าเพื่อเดินทางกลับ ชิงเทียนก็หันไปกล่าวกับจ้าวเฟิงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  

     

    “ในระหว่างทางกลับไปยังสำนัก ท่านควรใช้ปราณตรวจสอบให้ดีด้านนอกรถม้าให้ดี เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ่นบ้าง” 

     

    “เจ้าจะบอกว่าอาจมีคนดักปล้นเราอย่างนั้นรึ” จ้าวเฟิงถามด้วยความไม่แน่ใจ ก่อนจะมองแร่สลายปราณในมือ “แร่สลายปราณเป็นสิ่งล้ำค่าก็จริง แต่นั่นมันคุ้มค่าแล้วหรือที่พวกเขาจะตั้งตนเป็นศัตรูกับสำนักของเรา” 

     

    ชิงเทียนส่ายหน้า “แล้วถ้าเป้าหมายของพวกนั้นไม่ใช่แค่แร่สลายปราณ แต่เป็นตัวข้าล่ะ ตอนนี้ทุกคนรับรู้ถึงความสามารถของข้าแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าสำนักมังกรศักดิ์สิทธิ์อาจลดหรือยกเลิกการสั่งซื้ออาวุธเซียน แล้วใครกันล่ะที่จะเสียผลประโยชน์มากที่สุด” 

     

    จ้าวเฟิงเหมือนจะเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่ชิงเทียนกำลังสื่อ “เจ้าจะบอกว่านิกายค้อนทองคำอาจส่งคนมาสังหารเจ้าอย่างนั้นรึ” 

     

    “ก็แค่ในทางทฤษฎีเท่านั้น”  

     

    บทสนทนาที่ได้ยินในห้อง แม้ว่าตู่กู่หลินจะไม่ได้เอ่ยออกมาตรงๆ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าจิ้งจอกเฒ่าคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ 

     

    จ้าวเฟิงได้แต่ภาวนาในใจว่าคำพูดของชิงเทียนจะเป็นเพียงแค่ความกังวลที่มากเกินไปเท่านั้น ถึงกระนั้น สัญชาตญาณบางอย่างก็กระตุ้นให้เขาคอยสอดส่องความผิดปกติรอบตัวอยู่เสมอ ตลอดการเดินทางกลับสำนัก รถม้าเคลื่อนตัวไปตามถนนอย่างราบรื่น เมื่อเข้าสู่เขตชุมชนที่มีผู้คนสัญจรไปมา จ้าวเฟิงยังคงไม่พบสิ่งใดที่น่าสงสัย ทุกอย่างดูเป็นปกติ ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา ความสงบก็ถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน เมื่อรถมาของพวกเขาหยุดลงกะทันหัน 

     

    ความหวาดระแวงฉายชัดในแววตาของจ้าวเฟิง หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยลางสังหรณ์ร้าย ก่อนที่เขาจะได้ทันลงจากรถม้าเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ เปลวเพลิงสีแดงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า จ้าวเฟิงรวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มี ปลดปล่อยออกมาปกป้องร่างของตนเองจากแรงระเบิดได้ทันเวลา 

     

    ท่ามกลางกลุ่มควันที่คละคลุ้ง ในขณะที่เขากวาดสายตามองหาร่างของชิงเทียน มีดบินเล่มหนึ่งก็พุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง จ้าวเฟิงรีบชักกระบี่ออกจากฝัก ปัดป้องมีดบินนั้นออกไปอย่างหวุดหวิด ก่อนจะทะยานร่างออกไปในทิศทางที่มีดบินพุ่งเข้ามา  

     

    กระบี่ในมือจ้าวเฟิงปะทะเข้ากับมีดสั้น เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น มือสังหารในชุดคลุมสีดำสนิทปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างเย็นชา พลังบ่มเพาะที่แผ่ออกมารอบกายบ่งบอกถึงขอบเขตเซียนขั้นกลางระดับเก้า ไม่ต่างจากจ้าวเฟิง 

     

    “นิกายค้อนทองคำส่งพวกเจ้ามาอย่างนั้นรึ!” จ้าวเฟิงตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงของเขาดังสะท้านไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ เพลิงโทสะลุกโชนอยู่ในดวงตา  

     

    ร่างในชุดคลุมสีดำไม่ยอมปริปากพูด เขาใช้มีดฟาดฟันตอบโต้ราวกับพายุ ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกและพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือทั้งสองก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงปะทะจนพังพินาศ 

     

    ในระหว่างที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จู่ๆ ชายในชุดคลุมสีดำก็ชะงักไปเล็กน้อย เขารู้สึกราวกับถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทง เพียงชั่วพริบตา ความเจ็บปวดก็ลามไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด 

     

    จ้าวเฟิงเห็นช่องว่างในจังหวะป้องกันของอีกฝ่าย เขาไม่รีรอที่จะใช้โอกาสนั้น ฟาดกระบี่เข้าใส่มือสังหารอย่างรุนแรง จนแขนขวาขาดสะบั้น เลือดสีแดงกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้น 

     

    คมกระบี่ของจ้าวเฟิงจ่ออยู่ที่ลำคอของร่างในชุดคลุมสีดำ 

     

    “ยอมแพ้เสีย หากเจ้ายอมสารภาพมาโดยดีว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” 

     

    ร่างนั้นยังคงสั่นเทาอย่างอย่างรุนแรง ก่อนที่จ้าวเฟิงจะได้เค้นถามอะไรเพิ่มเติม คนผู้นั้นก็ล้มพับลงกับพื้นแน่นิ่ง จ้าวเฟิงรีบเข้าไปตรวจชีพจร ก่อนจะพบว่ามือสังหารได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมเป็นใบหน้าของชายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เบาะแสเดียวที่พอจะบ่งชี้อะไรบางอย่างได้คือจี้รูปอสรพิษสีดำที่ห้อยอยู่บนคอของศพ 

     

    “พวกเงาพราย… ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะกล้าลงทุนจ้างมือสังหารระดับนี้มาจัดการเรา” 

     

    จ้าวเฟิงรีบหันไปมองหาร่างของชิงเทียนด้วยความร้อนใจ แรงระเบิดเมื่อครู่รุนแรงถึงขนาดสังหารผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนขั้นกลางได้ แม้ความหวังจะริบหรี่เต็มที แต่เขาก็ยังคงตามหาร่างของชิงเทียนต่อไป จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดกับร่างของชายหนุ่มที่หมดสติอยู่ใต้ซากรถม้าที่ลุกไหม้ 

     

    โชคดีที่ชิงเทียนยังมีลมหายใจ จ้าวเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาไม่รอช้ารีบใช้ป้ายหยกสื่อสาร เรียกผู้อาวุโสจากสำนักให้มาช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด 

     

    “ลงมืออุกอาจถึงเพียงนี้ ท่านแน่ใจหรือว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือคนของนิกายค้อนทองคำ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวถามด้วยความสงสัย 

     

    จ้าวเฟิงส่ายหน้าอย่างลังเล “ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ก็มีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายที่เสียผลประโยชน์โดยตรง หากชิงเทียนยังมีชีวิตอยู่” 

     

    “แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ข้าสงสัย” จ้าวเฟิงกล่าวต่อ “ทั้งที่ในการต่อสู้ ชายผู้นั้นสามารถต่อกรกับข้าได้อย่างสูสี เหตุใดอยู่ๆ เขาถึงลดการป้องกันลง” 

     

    จ้าวเฟิงเดินกลับไปตรวจสอบศพมือสังหารอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ สายตาของเขาจับจ้องไปที่บริเวณหน้าอกของศพ ก่อนจะพบเข็มเล็กๆ เล่มหนึ่งปักลึกเข้าไปในเนื้อ เขาเอื้อมมือไปดึงเข็มนั้นออกมา เมื่อสังเกตอย่างถี่ถ้วนก็พบว่าบนเข็มเล่มนั้นมีของเหลวสีดำเคลือบอยู่ 

     

    “นี่มัน... เข็มพิษอย่างนั้นรึ” ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ข้างๆ เผยสีหน้าตื่นตะลึงอย่างเห็นได้ชัด 

     

    “นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ชายผู้นี้พ่ายแพ้ แต่ว่านี่เป็นฝีมือของใครกัน” จ้าวเฟิงขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่เคยเห็นพิษชนิดนี้มาก่อน และการที่มันสามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตเซียนขั้นกลางได้ภายในไม่กี่อึดใจ แสดงว่าพิษนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน 

     

    อีกด้านหนึ่ง ร่างที่หมดสติของชิงเทียนกำลังถูกนำตัวไปยังตำหนักโอสถของสำนักอย่างเร่งด่วนเพื่อรับการรักษา แม้จะถูกแรงระเบิดเข้าใส่อย่างจังจนรถม้าแหลกละเอียด ทว่าบนร่างของเขากลับมีบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  

     

    ทั้งหมดเป็นเพียงฉากละครที่ชิงเทียนบรรจงสร้างขึ้นเพื่อตบตาจ้าวเฟิง ระเบิดเมื่อครู่นี้แทบจะไม่ระคายผิวของเขาด้วยซ้ำ แต่เพื่อให้การแสดงสมจริง ชิงเทียนจึงต้องลงทุนสร้างบาดแผลเหล่านั้นขึ้นมาเองเพื่อความแนบเนียน และแน่นอนว่าเข็มพิษปริศนาที่ปักอยู่ที่อกของมือสังหาร ก็เป็นฝีมือของเขาเช่นเดียวกัน  

     

    ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไม่ให้ใครเกิดความสงสัยในตัวตนของเขา หากจ้าวเฟิงพบว่าชิงเทียนยังคงสบายดี นั่นจะยิ่งเพิ่มความระแวงให้กับจ้าวเฟิงมากขึ้นไปอีก ดังนั้นการกระทำนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด 

     

    ภายในอาณาเขตอันสงบสุขของนิกายค้อนทองคำ ตู่กู่หลินยืนทอดสายตาไปยังผืนน้ำสีเขียวมรกตในสระ ปลายนิ้วโปรยอาหารเม็ดเล็กๆ ลงไป ปลาน้อยใหญ่ต่างแหวกว่ายเข้ามาแย่งชิงอย่างร่าเริง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขา ราวกับความวุ่นวายภายนอกมิอาจรุกล้ำเข้ามาในโลกส่วนตัวอันเงียบสงบนี้ได้ ทว่าความสุขก็อยู่ได้เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น 

     

    “ทั้งที่ส่งคนของเงาพรายลงมือ เด็กนั่นกลับรอดไปได้อย่างไร!” ดวงตาที่เคยทอดมองปลาอย่างเอ็นดู บัดนี้กลับฉายแววความโกรธเกรี้ยว 

     

    ผู้อาวุโสคนสนิทรีบร้อนรายงานด้วยน้ำเสียงกังวล “ไม่เพียงเท่านั้นนะขอรับ ข้ายังได้ยินมาอีกว่าคนของเงาพรายถูกสังหาร แต่โชคดีที่มันสิ้นใจก่อน พวกนั้นจึงไม่สามารถสืบสาวไปถึงตัวผู้ว่าจ้างได้” 

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของตู่กู่หลินก็ยิ่งมืดครึ้มลง  

     

    “เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ข้าตัดสินใจทำด้วยตนเอง หากเจ้าสำนักรู้เข้า ข้าต้องซวยแน่ รีบไปจัดการทำลายหลักฐานการว่าจ้างพวกนั้นเสีย แล้วก็อย่าลืมปิดปากผู้ที่เกี่ยวข้องให้หมด” 

     

    ตู่กู่หลินก้าวเข้าไปใกล้ผู้อาวุโสคนนั้น “เจ้าเป็นคนที่ข้าไว้ใจที่สุด คงรู้นะว่าถ้าเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป จะเกิดอะไรขึ้น” 

     

    ผู้อาวุโสคนดังกล่าวผงกศีรษะรับคำอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จะไม่มีใครล่วงรู้เรื่องนี้แน่นอน” 

     

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786