“มิได้ขอรับ!” น้ำเสียงขององครักษ์จูแทบจะเป็ตวาด ดวงตาของเขาแดงก่ำหากปล่อยให้คุณชายจินมาตามสืบนางแทนเขาย่อมดูย่ำแย่ในสายตาขององครักษ์คนอื่น “นี่เป็ความรับผิดชอบของข้าหากให้ท่านเข้ามาสืบเื่ของนางก็เท่ากับข้าบกพร่องต่อหน้าที่ถ้าหัวหน้าหู่กลับมารู้เข้า ข้าย่อมมีความผิด”
จินวั่งซู่เห็นสีหน้าแข็งขันขององครักษ์จูก็นึกเห็นใจ“ได้!ข้าขอให้เ้าเร่งมือในการสืบให้เร็วยิ่งขึ้นเพราะข้าอยากได้ความจริงเื่นี้ด้วยแต่....ก็มิให้เ้าเหนื่อยเปล่าหรอกนะหากสืบได้ชัดว่านางภูมิหลังใสสะอาดแล้วข้าพานางไปทำงานเป็แม่ครัวที่เมืองหลวงได้ข้าจะให้เ้ากินแป้งทอดโดยไม่ต้องซื้อหนึ่งปีเลยเทียว”
จูจิ้นติ้งที่เริ่มติดใจในแป้งทอดฝีมือนางถึงกับต้องกินทั้งเช้าและเย็นก็เห็นผลประโยชน์ในภายภาคหน้าหากกลับเมืองหลวงไปแล้วคงจะมิได้กินแป้งทอดฝีมือนางอีก แต่หากเขาสืบเื่นางให้ดีผลลัพธ์ย่อมดีกับทั้งการงานและปากท้องของเขา
“ข้าจะตั้งใจสืบเื่ของนางอย่างเต็มที่ท่านไม่ต้องเป็ห่วง!”
เพราะความหวังเื่กินแป้งทอดหนึ่งปีนั้นแท้ๆทำให้จูจิ้นติ้งแอบมาซุ่มดูบ้านน้อยนอกเมืองตามลำพัง เขาเปลี่ยนมุมซุ่มดูในกลางดึกนั้นจึงได้เห็นสิ่งผิดปกติมีเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนที่ว่องไววูบเข้าไปในบ้านของนาง ตาของจูจิ้นติ้งเบิกกว้าง ‘นางมีความลับจริงข้าที่คาด’
องครักษ์จูกระโจนเข้าไปเกาะที่หลังคากระต๊อบของนางมุงด้วยหญ้าตากแห้งการเหยียบยิ่งต้องระมัดระวังแม้วิชาตัวเบาของเขาอาจจะไม่ดีเท่ากับหู่ซิ่นสือแต่ก็นับว่าได้คะแนนเป็รองสหายผู้นั้นเพียงเล็กน้อยเขาย่องไปใกล้กระโจนลงใกล้หน้าต่างยอบร่างลงต่ำรอฟังเสียงการพูดคุย
“เ้าสืบได้เื่บ้างหรือยัง?”
“หลายวันนี้ท่านอ๋องกับพระชายามิได้เสด็จออกไปไหนเลย เก็บตัวเงียบข้าได้ยินว่าพวกเขาตรวจสอบเงินของข้าราชการทุจริตและยึดทรัพย์พวกเขาทีละคนใกล้จะครบหมดแล้ว”
“เ้าเห็นพวกมาแถวนี้หรือไม่?”
“มาเ้าค่ะแต่ข้าพอจะหลบพวกมันได้”
“ระวังตัวให้ดีรอให้พวกมันลงมือเสียก่อน”
“เ้าค่ะ”
จูจิ้นติ้งได้ยินน้ำเสียงสตรีที่โต้ตอบกับนางเขาพยายามเลื่อนตัวขึ้นเพื่อจะได้เห็นใบหน้าของคนที่มาหาเซียนเจียวเหม่ย สตรีวัยกลางคนผู้นั้นยืนหันหลังให้เขาพอดีในมือนางถือกระบี่เล่มหนึ่ง เมื่อสั่งเซียนเจียวเหม่ยแล้ว ร่างเงานั้นก็กระโจนวูบออกไปทางประตูลอยผ่านกำแพงไป‘นางติดต่อกับผู้มีวิทยายุทธ์สูงส่งการมาขายแป้งทอดบังหน้าย่อมมีจุดประสงค์ใหญ่แน่’
เช้าวันต่อมาเขาจึงไปยืนรอเป็คิวแรกเพื่อซื้อแป้งทอดที่ผ่านมาเขามักจะเห็นนางอยู่ไกลๆครั้งนี้หากอยากจะตามจับผิดนางให้ถึงที่สุดก็ต้องได้เห็นใบหน้าชัดๆ สักครา
“ใต้เท้าข้าเพิ่งมาถึง เตาไฟก็ยังไม่ตั้งท่านไปนั่งรอในร้านน้ำชาดีหรือไม่ข้าจะให้น้องสาวเขียนที่กระดานไว้ว่าท่านมาเป็ลำดับแรก”เซียนเจียวเหม่ยเห็นบุรุษตรงหน้ารูปลักษณ์สง่าแต่งกายสุภาพภูมิฐานจึงรู้สึกเกรงใจที่เขามายืนรอั้แ่นางเพิ่งเข็นรถมาถึงจูจิ้นติ้งหันไปมองด้านข้างแผงขายของมีกระดานเพิ่มมาแผ่นหนึ่ง
“เ้าทำลำดับในการซื้อขายด้วยหรือ?”
“เ้าค่ะข้าเปิดให้จองสำหรับผู้มาก่อน ไม่ต้องยืนต่อคิวให้เมื่อยท่านอยากได้กี่ชิ้นก็ลงชื่อและจ่ายเงินไว้ ข้าจะเตรียมใส่ถุงไว้ให้ท่าน”ใบหน้าของนางงดงามสมคำ ร่ำลือจะว่าไปนางงดงามพอๆ กับแม่นางเซี่ยเม่ยคนดังแห่งหอซิงเยว่ผู้นั้นเขาเพิ่งได้เห็นนางในระยะใกล้ ใบหน้าเล็กรูปหัวใจ คิ้วโก่งเรียวดวงตาพราวระยับคล้ายมีดวงดาวกระพริบอยู่ข้างใน ริมฝีปากบางเล็กจิ้มลิ้ม น่าเสียดาย...นางเป็นกต่อ
จูจิ้นติ้งควักเงินมาจองไว้ยี่สิบชิ้นได้ยินว่าท่านอ๋องเก้ากับพระชายาโปรดปรานแป้งทอดร้านนางนัก ไหนๆเขาก็มาต่อคิวแต่เช้าก็ซื้อไปถวายท่านอ๋องก็ดีเหมือนกัน ที่แน่ๆแป้งทอดร้านนางถูกตรวจสอบพิษทุกวันก็เห็นว่าปลอดภัยดี!
“อ้าว! องครักษ์จูข้านึกว่าข้าจะมาเป็คิวแรกเสียอีก”
จูจิ้นติ้งหันกลับไป“คารวะคุณชายจินข้าตื่นแล้วเดินเลยมาถึงร้านก็เลยจองไว้ไปเผื่อแผ่เพื่อนร่วมงานขอรับ”
“เช่นนั้นข้าก็จะจองไว้สักสามสิบชิ้นแล้วฝากท่านเอาไปที่จวนด้วยได้หรือไม่?”
“ได้ขอรับ!”
จินวั่งซู่หันไปมองแม่ค้าคนงามยิ้มหวานให้นางก่อนจะควักเงินออกมาจ่ายลงชื่อบนกระดานไว้เป็คนที่สองแล้วก็กลับเข้าจวนไปปล่อยให้องครักษ์จูนั่งอยู่ในร้าน น้ำชาฝั่งตรงข้ามแผงขายแป้งทอดจับจ้องมองเซียนเจียวเหม่ยนำแป้งที่ปั้นไว้ลงทอดในกระทะจนครบจำนวนที่เขาและจินวั่งซู่จองไว้นางเงยหน้ามองหน้าชายหนุ่มที่มาจองแป้งทอดไว้เป็คนแรกพอเห็นเขาจ้องนางเขม็งก็อดสะดุ้งไม่ได้! หนทางเดียวที่สตรีอย่างนางจะบิดเบือนความสงสัยของเขาได้คือรอยยิ้มคิดได้เช่นนั้น เซียนเจียวเหม่ยก็ส่งยิ้มหวานให้กับจูจิ้นติ้งระยะที่เขานั่งอยู่แค่เพียงข้ามถนนทำให้มองเห็นใบหน้าสวยหวานที่ยิ้มให้พร้อมยกถุงขนมแป้งทอดขึ้นองครักษ์หนุ่มรีบลุกขึ้นเดินตรงมายังแผงขายแป้งทอดบนกระดาษมีรายชื่อของผู้จองแป้งทอดยาวจนสุดขอบล่าง
“ของใต้เท้าเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”นางยื่นหูหิ้วเชือกที่มัดถุงขนมกระดาษแยกเป็ห่อละสิบชิ้น “ส่วนซ้ายเป็ของท่านและส่วนขวาเป็ของคุณชายเพื่อนท่าน”
“ขอบใจแม่นาง”เขาเผลอเหม่อไปกับรอยยิ้มของนางั้แ่เมื่อตอนอยู่ในร้านน้ำชาแล้วแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองมีทีท่าอย่างไรตอนรับห่อขนมจากนางจนเมื่อเดินมาถึงหน้าจวนแล้วถูกทหารหน้าประตูเอ่ยทักจึงได้รู้ตัว
“องครักษ์จูขนมห่อนั้นใกล้จะหลุดมือท่านแล้ว”
เขาก้มลงมองเชือกที่ห้อยนิ้วอยู่กำลังจะหลุดมือไปห่อหนึ่งจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวขอบใจทหารผู้นั้น ก่อนรีบรุดไปยังห้องโถงที่จินวั่งซู่รออยู่
“เมื่อคืนเ้าไปเฝ้านางเห็นอันใดผิดปกติบ้าง?”
จูจิ้นติ้งมองไปรอบๆเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้จึงหันไปกระซิบกระซาบ“นางติดต่อกับสตรีวรยุทธ์สูงผู้หนึ่งพวกเขาพูดราวกับว่ามีคนอีกกลุ่มที่กำลังเข้ามาใน เมืองนี้”
“หรือว่าจะมีนักฆ่าเข้ามาในเมืองชิงหลิว”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
“เ้าคิดว่านางเกี่ยวข้องงั้นหรือ?”สัญชาตญาณคนชอบยุ่งเื่ชาวบ้านของจินวั่งซู่เริ่มทำงานทันที “จู่ๆก็มีร้านค้ามาตั้งแผงบริเวณนี้ข้าคิดอยู่แล้วว่ามันผิดปกติ”
“สอบภูมิหลังทุกคนแล้วมีเพียงสองคนที่น่าสงสัยนางเองก็เป็หนึ่งในนั้น”
“ที่เ้าไม่อยากให้ข้าไปสืบเื่ของนางเองเพราะสงสัยนางมาั้แ่ต้นจึงคิดจะจับผิดนางให้ได้ด้วยตนเองสินะ”
“ขอรับ”
“เช่นนั้นเ้าก็จงไปเฝ้านางให้ดีเถิดส่วนงานของเ้าข้าจะจัดการให้เอง!”
************
