เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 137: สิ้นสุดเบญจพิษ (The End of 5 Toxic)

            “เพราะซากสัตว์พิษที่อยู่ในนั้น แม้ว่ามันจะตาย แต่ซากของมันนั้นก็ยังคงขยับเขยื้อนอยู่ราวกับซากเดินดิน หากพวกเจ้าเข้าไปยุ่งหล่ะก็ มันก็จะกระโจนออกมาจากในนั้น และทำอันตรายกับพวกเจ้าได้ แล้วมันก็จะออกล่าเหยื่อคนอื่นๆ ราวกับเป็นสัตว์กินเนื้อ และอาจจะเกิดความวุ่นวายตามมาในภายหลังได้...”

            เจ้าหญิงฮิเมรากิถอนหายใจสักพักก่อนที่เธอนั้นจะกล่าวกับพวกเศรษฐีโซจาถึงที่มาของโคโดกุต่อไป

            “สัตว์พิษเหล่านั้นได้ผ่านการทำพิธีโคโดกุ โดยการนำสัตว์พิษทั้ง 5 ชนิดมากัดกินเอง เพื่อให้เหลือรอดเพียงแค่หนึ่ง สัตว์พิษที่เหลือรอดเพียงหนึ่งนั้นจะกลายเป็นสุดยอดสัตว์พิษที่เปี่ยมไปพิษอันร้ายกาจเกินจะบรรยาย ซึ่งมาจากพิษของสัตว์ทั้ง 5 ชนิดได้มารวมกันเป็นหนึ่ง แม้ว่ามันจะตาย แต่ซากของมันก็ยังคงขยับเขยื้อนไปมา โดยที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออยู่เลย...”

            “โคโดกุนอกจากจะเป็นไสยศาสตร์และมนต์ดำที่ใช้ในการสาปแช่งผู้คนแล้ว สัตว์พิษทั้ง 5 ชนิดที่มาจากการทำโคโดกุนั้นยังสามารถนำมาใช้เป็นอาวุธสังหารได้อีกด้วย”

            หลังกล่าวจบ พวกเศรษฐีโซจาคนอื่นๆ ต่างก็รีบพากันเดินออกตามหากล่องเบญจพิษทั้ง 4 ใบ กับกระบอกเบญจพิษอีก 1 ใบที่ซ่อนอยู่ภายในบ้านคฤหาสน์หลังนี้ ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะเริ่มออกตามหานั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้กำชับเอาไว้ว่า หากเจอกล่องพวกนั้นแล้วไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน เพราะเดี๋ยวเธอจะเป็นคนจัดการเอง

            หลังจากที่เดินหามาได้สักพัก พวกเศรษฐีโซจาทั้งหมดก็ได้เจอกล่องพวกนั้นที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ตามที่ต่างๆ ภายในบ้านคฤหาสน์ โดยกล่องแรกจะเจอที่เสาหินโคมไฟที่อยู่ในสวน กล่องที่ 2 จะเจอที่หลังคาบ้าน กล่องที่ 3 จะเจอที่ใต้ต้นไม้ภายในสวน และกล่องที่ 4 จะเจอที่ชั้นใต้ดินภายในบ้านคฤหาสน์ ส่วนกระบอกเบญจพิษนั้นจะเจอที่กลางบ่อน้ำ

            ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปยุ่งกับมันแต่อย่างใด แต่เพียงแค่ยืนมองก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่าง เพราะแม้แต่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งก็ยังสัมผัสได้ถึงรังสีแห่งความอำมหิตและความร้ายกาจของซากสัตว์พิษโคโดกุที่อยู่ภายในกล่องแต่ละใบ และในกระบอก จนแทบจะไม่กล้าเข้าไปใกล้ๆ มัน

            พวกเศรษฐีโซจาและพวกคนอื่นๆ ในบ้านคฤหาสน์จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหญิงฮิเมรากิ เพราะแม้แต่เข้าใกล้ก็รู้สึกหวาดกลัวจนแทบจะเข่าอ่อน

            เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบเดินไปยังจุดต่างๆ ที่มีกล่องเบญจพิษทั้ง 4 ใบ กับกระบอกเบญจพิษอีก 1 กระบอกซ่อนไว้อยู่ เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบทำการร่ายเวทย์เพื่อสะกดซากสัตว์พิษโคโดกุที่อยู่ข้างในกล่องให้หยุดเคลื่อนไหว จนทำให้กล่องเบญจพิษทั้ง 4 ใบกับกระบอกเบญจพิษอีก 1 กระบอกนั้นหยุดนิ่งลง

            จากนั้น เธอก็รีบนำกล่องกับกระบอกเบญจพิษออกมา ก่อนที่เธอนั้นจะนำไปใช้ในการทำพิธีปัดเป่าหมอกอสูรที่กำลังปกคลุมไปทั้งบ้านคฤหาสน์อยู่ในขณะนี้ จากนั้นก็เริ่มมีการจัดพิธีปัดเป่าตามแบบลัทธิชินโตขึ้นที่ข้างๆ ลูกสาวของเศรษฐีโซจา ซึ่งกำลังนอนซมอยู่บนฟูกนอน และแล้ว พิธีปัดเป่าหมอกอสูรนั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบนำแผ่นยันต์ไปแปะไว้ที่กล่องเบญจพิษทั้ง 4 ใบ กับกระบอกเบญจพิษอีก 1 กระบอก ก่อนที่เธอนั้นจะเริ่มทำการร่ายเวทย์ขึ้นมาในทันที

            “Rin Pyo To Sha Kai Jin Retsu Zai Zen...OM!!” หลังจากที่การร่ายเวทย์นั้นสิ้นสุดลง วิญญาณร้ายของเหล่าสัตว์พิษโคโดกุทั้ง 5 ชนิดก็ได้ออกมาจากร่างลูกสาวของเศรษฐีโซจา พร้อมกับกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเสียงดังสนั่น

            เจ้าหญิงฮิเมรากินั้นไม่รอช้า จึงรีบเดินตรงไปยังกล่องเบญจพิษทั้ง 4 ใบกับกระบอกเบญจพิษอีก 1 กระบอกที่วางอยู่บนโต๊ะพิธีกรรมที่มาในรูปแบบของลัทธิชินโต ก่อนที่เธอนั้นจะรีบหยิบด้ามจับของดาบพลังแสงคุซานางิออกมา แล้วชักดาบลำแสงออกมาแทงเข้าไปในกล่องทั้ง 4 ใบ และกระบอกเบญจพิษอีก 1 ใบทะลุออกมาในรวดเดียว จนทำให้วิญญาณร้ายของเหล่าสัตว์พิษโคโดกุทั้ง 5 ชนิดนั้นได้ดับสลายหายไปเพียงชั่วพริบตา พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

            จากนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็รีบนำกล่องทั้ง 4 ใบกับกระบอกเบญจพิษอีก 1 กระบอกไปที่หน้าบ้านคฤหาสน์ ก่อนที่เธอนั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์ เพื่อยิงเปลวไฟอันร้อนระอุออกมาเผาซากสัตว์พิษโคโดกุทั้ง 5 ชนิดให้ไหม้เป็นจุณ จนทำให้ซากของพวกมันนั้นได้ดับสลายหายไปในทันที และต่อมา ลูกสาวของเศรษฐีโซจานั้นก็เริ่มมีอาการดีขึ้น และหมอกอสูรนั้นก็ได้ถูกปัดเป่าไปจนหมดสิ้น

            “ท่านองเมียวจิฮิเมะ ตอนนี้ลูกสาวของข้าหายจากโรคร้ายแล้ว ขอบพระคุณมากเลยนะขอรับที่ช่วยลูกสาวของข้าเอาไว้” เศรษฐีโซจากับพวกคนอื่นๆ ในบ้านคฤหาสน์นั้นต่างก็รีบเดินเข้ามาโค้งคำนับให้กับเจ้าหญิงฮิเมรากิเป็นการแสดงความขอบคุณกันยกใหญ่

            “จริงสิ เจ้าหญิงทามาสุ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้ลาออกจากตำแหน่งฐานันดรศักดิ์แล้วอย่างงั้นหรือ”

            เจ้าหญิงฮิเมรากิเอ่ยถามเจ้าหญิงทามาสุด้วยความสงสัย เพราะตอนที่เจ้าหญิงฮิเมรากิกำลังจะเสด็จออกมาจากพระราชวังหลวงเกียวโต พร้อมกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะวัย 7 ขวบนั้น เธอก็ได้พบกับพระมารดาของเจ้าหญิงทามาสุที่อยู่ภายในวังหลวงด้วย และเธอก็ได้ทราบเรื่องที่เจ้าหญิงทามาสุได้ลาออกจากตำแหน่งฐานันดรศักดิ์เพื่อไปแต่งงานกับเศรษฐโซจา ซึ่งในอดีตเคยเป็นชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีนามว่าโคโกโร่

            “ข้าได้ตัดสินใจแล้วหล่ะเพคะ ว่าข้าจะแต่งงานและอาศัยอยู่ร่วมกับโคโกโร่ แต่ก็ไม่ใช่เพราะถ้อยคำที่มาจากท่านเทพเจ้าไมโอจินแต่อย่างใดหรอกนะ แต่มาจากความรักที่ข้ากับโคโกโร่นั้นต่างก็มีให้ต่อกันต่างหากหล่ะเพคะ”

            เจ้าหญิงทามาสุกล่าวกับเจ้าหญิงฮิเมรากิด้วยความรู้สึกที่มาจากใจจริง ไม่ใช่เพราะความเชื่อ หรือคำแนะนำจากองค์เทพแต่อย่างใด

            “พระมารดาของเจ้าหน่ะคิดถึงเจ้ามากเลยนะ ท่านฝากให้ข้าช่วยมาบอกกับเจ้า ว่าถ้าหากเจ้าคิดถึงท่านเมื่อไหร่ เจ้าก็เดินทางไปหาท่านที่พระราชวังหลวงได้ทุกเมื่อเลยนะ อีกทั้งยังฝากให้ข้าช่วยมาบอกกับเจ้าอีกว่า ถึงแม้ว่าเจ้าจะลาออกจากตำแหน่งฐานันดรศักดิ์แล้วก็ตาม แต่เจ้าก็จะยังคงเป็นบุตรสาวของท่านอยู่เหมือนเดิม”

            หลังจากที่เจ้าหญิงฮิเมรากิกล่าวจนจบ เธอกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะก็รีบเดินออกมาจากพื้นที่บ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจาไปในทันที ส่วนทางด้านพวกหัวหน้าแก๊งค์โจรทั้งสามนั้นต่างก็พากันสิ้นใจลงอย่างน่าอนาถ จากการถูกคำสาปจากโคโดกุย้อนกลับมาคืนสนองพวกเขา

            “เดี๋ยวก่อนเพคะ”

            “มีอะไรหรือ”

            ก่อนที่พวกเธอทั้งสองจะก้าวเดินออกจากบ้านคฤหาสน์นั้น เจ้าหญิงทามาสุก็ได้รั้งพวกเธอไว้ ก่อนที่นางนั้นจะรีบเดินไปคุกเข่าที่ตรงหน้าเจ้าหญิงโอริฮิเมะวัย 7 ขวบ

            “ข้าขอโทษนะ เจ้าหญิงฮิเมโยโกะ...ไม่สิ เจ้าหญิงโอริฮิเมะ ที่ข้าเคยมองเจ้าว่าเป็นตัวกาลกิณีมาก่อน แถมยังเคยเดินหนีเจ้าด้วยความหวาดกลัวอีก ตอนที่มีจุดกระดำกระด่างปรากฏขึ้นบนกายของข้า ข้าก็ได้รู้ซึ้งแล้วว่า ความรู้สึกจากการถูกผู้คนเดินหนีนั้นมันเป็นยังไง เจ้ายกโทษให้ข้าด้วยนะ”

            เจ้าหญิงทามาสุกล่าวคำขอโทษด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามของนาง พลางกุมมือเรียวเล็กของเจ้าหญิงโอริฮิเมะไว้อย่างแนบแน่น เจ้าหญิงโอริฮิเมะวัย 7 ขวบนั้นค่อยๆ ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาลูบหัวของเจ้าหญิงทามาสุด้วยความไร้เดียงสา ซึ่งเหมือนกับเป็นการบ่งบอกว่าเธอนั้นไม่เคยคิดถือโทษโกรธนางเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย

            จากนั้น เจ้าหญิงโอริฮิเมะก็รีบเข้ามาสวมกอดร่างเจ้าหญิงโอริฮิเมะ และร้องไห้โฮออกมา หลังจากนั้นสักพัก เจ้าหญิงฮิเมรากิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นก็รีบเดินออกมาจากบ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจาไปในทันที

            จากนั้น เจ้าหญิงโอริฮิเมะก็รีบเข้ามาสวมกอดร่างเจ้าหญิงโอริฮิเมะ และร้องไห้โฮออกมา หลังจากนั้นสักพัก เจ้าหญิงฮิเมรากิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นก็รีบเดินออกมาจากบ้านคฤหาสน์ของเศรษฐีโซจาไปในทันที หลังจากนั้นเป็นต้นมา พ่อค้าซันสุเกะก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นซันโนะโจที่มีเกียรติคุณสูงเด่นกว่า พร้อมกับได้แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับลูกสาวของเศรษฐีโซจาอย่างมีความสุข

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน