ตอนที่ 126 สถาบันใหญ่
กาติรัสยังคงเดินบนถนนหนทางของสถาบันมังกรด้วยท่าทางสบายๆ ถ้าเป็นไปตามที่ผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยาเล่าให้ฟัง บ้านพักของพวกนักเรียนตั้งอยู่ห่างจากตลาดสถาบันมังกรเพียงสองสามกิโลเมตรเท่านั้น นับว่าไม่ได้ห่างไกลอะไรเลย สำหรับยอดฝีมือ การเดินทางแค่นี้กระพริบตาก็ถึงที่หมายแล้ว ทว่ากาติรัสอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศมนุษย์ธรรมดาดูบ้าง
ที่นี่มีแต่ผู้คนสวมเครื่องแบบสถาบันมังกร ไม่อาภรณ์สีดำก็สีขาวซึ่งจะแยกกันอยู่เป็นกลุ่มตามสีของอาภรณ์แต่แตกต่างกัน พวกอาภรณ์ดำเกาะกลุ่มกับอาภรณ์ดำ อาภรณ์ขาวเกาะกลุ่มกับอาภรณ์ขาว สายตาของนักเรียนอาภรณ์ขาวล้วนมองเหยียดไปทางนักเรียนอาภรณ์ดำ ในขณะเดียวกันนั้นกลับมีกาติรัสแค่คนเดียวที่เดินอยู่ตัวคนเดียว
ไม่ว่านักเรียนคนใดได้เห็นล้วนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปตามๆกัน อาภรณ์สีดำไร้ดาวประดับอก คุณสมบัติสุดต่ำตมนี่มันอะไร? ทำไมถึงมีคนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินได้ขนาดนี้ ขนาดพวกที่พวกเขาเรียกกันว่าขยะยังเป็นอาภรณ์ดำหนึ่งดาวเลย อาภรณ์ดำไร้ดาวไม่เคยปรากฏขึ้นในสถาบันมังกรมาก่อน! ผู้คนต่างลอบสถบในใจ มันสอบเข้ามาได้อย่างไร?!
ทันใดนั้นเองที่มีกลุ่มนักเรียนชายอาภรณ์ขาวสี่ห้าคนเข้ามารุมล้อมขวางทางเดินกาติรัส พวกมันมีดาวประดับอกอย่างละดวง แต่มีเพียงคนเดียวที่มีดาวประดับอกสองดวง มันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “สอบติดได้ไงวะ ทำเอาพวกขยะอาภรณ์ดำดูเก่งขึ้นเป็นกองเลย สถาบันมังกรไม่เคยมีอาภรณ์ดำไร้ดาวมาก่อน ใช้เส้นสายรึ เป็นคนตระกูลไหน กล้ามากที่เดินคนเดียว”
เมื่อลูกพี่ของพวกมันเริ่มรัวคำถามใส่ พวกมันก็เริ่มขบขันกันออกมา ฝูงชนโดยรอบส่วนใหญ่ล้วนหยุดดูเหตุการณ์สนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น
“เฮ้ย เมินกันเรอะ!” ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวสองดาวตบไหล่กาติรัสเสียงดังตุบ สายตามองเหยียดมาทางเขาเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในขณะเดียวพวกนักเรียนอาภรณ์ขาวหนึ่งดาวที่รุมล้อมก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับการข่มขู่
“ปล่อยมือสกปรกนี้ซะ เจ้าหนอนแมลง”
สิ้นคำกล่าวของกาติรัส ใบหน้าของพวกมันล้วนบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนอาภรณ์ขาวสองดาว เขาโกรธจัดจนหน้าเขียว “รนหาที่ตาย!” มันปล่อยหมัดขาวออกอย่างสุดกำลัง ในขณะเดียวกัน พวกอาภรณ์ขาวหนึ่งดาวทั้งหมดล้วนกระโจนกันเข้ามา ก่อนหมัดของชายหนุ่มอาภรณ์ขาวสองดาวจะถึงตัวกาติรัส…
‘แรงดันวิญญาณ’
วูบบบบบบบ
คลื่นพลังงานไร้ลักษณ์สาดผ่านทั่วทุกสารทิศโดยมีกาติรัสเป็นศูนย์กลาง ผู้คนโดยรอบสัมผัสได้ถึงเส้นขนที่ลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง เพียงสามลมหายใจ นักเรียนชายอาภรณ์ขาวทั้งห้าคนพลันร่วงหล่นลงกับพื้นดุจใบไม้ร่วง น้ำลายฟูมปากนอนสิ้นสติในทันที กาติรัสไม่แม้แต่จะมองพวกมันด้วยหางตา พวกเจ้าไม่มีค่าพอ! ชายหนุ่มสาวเท้าเดินผ่านร่างนักเรียนที่นอนหมดสติด้วยใบหน้าเรียบเฉยสบาย
ชายหนุ่มกล่าวพึมพำกับตัวเองเล็กน้อย “ร้ายกาจกว่าที่คิด คำเขียนอธิบายมั่วซั่วสิ้นดี ทักษะนี้สามารถช่วงชิงชีวิตของผู้อื่นได้เลย”
กาติรัสถือเสียว่าพวกมันเป็นตัวทดลองการใช้แรงดันวิญญาณครั้งแรก ลำดับแรกชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงการที่เขาสามารถควบคุมแรงกดดันที่แผ่ออกไปได้ว่าให้หนักหรือเบา คราวแรกกาติรัสตัดสินใจจะใช้ระดับรุนแรงที่สุด ทว่า แรงกดดันนั้นเข้มข้นจนเกินไปราวกับสามารถบดขยี้ผู้คนได้เลย เขาจึงตัดสินใจใช้แรงดันที่อ่อนที่สุดแทนซึ่งคำอธิบายของทักษะนี้กลับบอกไว้เพียง “การทำให้พลังผันผวน” และ “การทำให้ศัตรูหมดสติ”
อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงกับร่างกายของเขา ขณะที่ส่องสเตตัสจะมีสเตตัสหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมา นอกจากชื่อ อายุ เผ่าพันธุ์ อายุขัย เลเวล พลังกาย พลังเวทย์และอาชีพ กลับมีสิ่งที่เรียกว่า พลังวิญญาณ เพิ่มขึ้นมาในหน้าต่างสถานะโดยข้อมูลที่ระบุไว้จะบอกเพียงว่ามีพลังวิญญาณต่างกับกาติรัสกี่เท่า
ฝูงชนล้วนตกตะลึงงันแข็งค้างราวกับรูปปั้นหิน ความวุ่นวายพลันบังเกิดขึ้นในช่วงวินาทีถัดมา กลุ่มนักเรียนที่รู้จักพวกมันห้าคนต่างวิ่งเข้าไปตรวจสอบอาการ หมดสติ… แม้กระทั่งในหมู่นักเรียนแถวนั้นกลับมีอาจารย์อยู่ด้วยกันถึงสองสามคน ทันใดนั้น อาจารย์คนหนึ่งก็วิ่งออกไปตรวจดูอาการนักเรียนทั้งห้า
“ถอย ถอย ให้อาจารย์ตรวจสอบดูให้ละเอียด”
พวกนักเรียนถอยห่างกันให้อาจารย์เข้าไปตรวจอาการ เมื่ออาจารย์ตรวจสอบสภาพร่างกายของพวกเขาดูกลับพบว่าพลังเวทย์ภายในมีความผันผวนอย่างมาก เขาเป็นถึงอาจารย์ในสถาบันมังกรซึ่งเป็นสถาบันที่ดีที่สุดในดินแดนมนุษย์ ความรู้ย่อมมีมากพอสมควร ถึงกระนั้น เขาก็มิอาจจินตนาการถึงทักษะที่ทำให้พลังเวทย์ผู้อื่นเกิดการผันผวนได้ ความสามารถในการแทรกแซงภายใน?!
ครั้นได้ทราบถึงความน่ากลัวที่นักเรียนอาภรณ์ดำไร้ดาวทิ้งเอาไว้ อาจารย์พลันหันขวับไปทางทิศที่เขาเดินไปปรากฏว่ากาติรัสลับหายไปจากครรลองสายตาเสียแล้ว “สถาบันเรามีสัตว์ประหลาดตั้งแต่เมื่อไหร่…”
ในที่สุด กาติรัสก็เดินทางมาถึงบริเวณบ้านพักนักเรียน! ภาพตรงหน้าของชายหนุ่มคือบริเวณโซนบ้านทั้งแถบ โดยบ้านพักนักเรียนของสถาบันมังกรจะแบ่งเขตออกเป็นสี่โซนด้วยกัน โซนนอกสุดคืออยู่ไม่เสียค่าใช้จ่าย โซนที่สองขึ้นไปเป็นการเสียค่าใช้จ่าย คุณภาพของบ้านย่อมเพิ่มมากขึ้นเมื่อโซนของท่านมีระดับที่สูงขึ้น บริเวณแถวนี้มีจำนวนนักเรียนเบาบางอย่างเห็นได้ชัด ในแต่ละวันนักเรียนส่วนใหญ่จะไปเดินตลาดไม่ก็ทำภารกิจล่าแต้มกันมากกว่า
ระดับจักรพรรดิมีหรือที่จะอยู่โซนนอกสุด กาติรัสเดินผ่านบ้านโซนนอกสุดหลายต่อหลายหลังจนกระทั่งชายหนุ่มถึงสุดสิ้นสุดของเส้นทาง รวมระยะทางทั้งสิ้นสิบกิโลเมตรถ้วน ภาพเบื้องหน้าของเขาคือม่านพลังทอแสงประกายสีฟ้าเบาบางคอยกั้นโซนนอกสุดกับโซนที่สองเอาไว้ กาติรัสเอื้อมมือสัมผัสกับม่านพลังนั้น แทบจะในทันทีที่มีเสียงบางอย่างดังขึ้นราวกับเสียงของชายชรา
จ่ายห้าหมื่นแต้มเพื่อปลดล็อคม่านพลังบ้านพักนักเรียนโซนที่สอง
ม่านพลังนี้มีระดับสูงถึงราชันจักรพรรดิเลยทีเดียว แน่นอน กาติรัสยังไม่มีแต้มเลยแม้สักแต้มเดียว ชายหนุ่มลืมคิดถึงเรื่องนี้เสียสนิท แต่ด้วยความสามารถของจักรพรรดิ เพียงชั่วพริบตาเดียว ชายหนุ่มพลันย่างกรายเข้าสู่เขตบ้านพักนักเรียนโซนที่สองได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ได้จ่ายด้วยแต้มแต่อย่างใด กาติรัสเพียงแทรกแซงม่านพลังให้ยอมรับเขาก็เท่านั้น ทันทีที่ชายหนุ่มเข้าสู่โซนที่สอง
คราวนี้มีหลายสิ่งแตกต่างออกไป ข้อมูลเกี่ยวกับบ้านพักนักเรียนที่ยังว่างอยู่ไหลเข้าสู่สมองของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ทั้งข้อมูลของขนาดบ้านที่อธิบายว่าดีขึ้นกว่าไม่เสียแต้มยังไง ดูเหมือนว่าการจ่ายแต้มปลดล็อคม่านพลังจะแยกกับซื้อบ้านในโซนอีกที นั่นหมายความว่ากาติรัสต้องจ่ายแต้มสองครั้ง ปลดม่านพลังและซื้อบ้าน สิ่งแรกที่จักรพรรดิสังเกตเห็นคือสายตาของคนจำนวนมากที่จับจ้องมาทางเขาเป็นภาพเดียว พวกนักเรียนที่อยู่ในโซนที่สองมีจำนวนมากกว่านอกสุดอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนเหล่านั้นล้วนสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์
“พวกอาภรณ์ดำ”
“คนที่สามที่เข้ามาในโซนที่สองได้ มันคงเก็บแต้มจนเลือดตากระเด็น”
“เข้ามาได้แล้วยังไงก็แค่ปลดล็อคม่านพลังเอง เขาจะมีแต้มซื้อบ้านหรือไม่ยังไม่รู้เลย”
นักเรียนอาภรณ์ขาวต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กาติรัสกันสนุกปาก มีเพียงส่วนน้อยอย่างมากที่เอ่ยปากชมกาติรัสถึงความบากบั่นที่ทนเก็บแต้มมานาน พวกเขาเข้าใจดีว่าห้าหมื่นแต้มนั้นหมายถึงสิ่งใด การเก็บแต้มกันโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนไงล่ะ! ขนาดพวกอาภรณ์ขาวยังใช้เวลากันกว่าครึ่งปี แล้วพวกอาภรณ์ดำที่อ่อนแอกว่าอาภรณ์ขาวมากย่อมเก็บแต้มนานกว่าอยู่แล้ว
จักรพรรดิล้วนไม่รู้สึกขุ่นเคืองหรือโกรธแต่อย่างใด ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ขณะที่ก้าวขาเดินต่อไป โซนไม่เสียค่าใช้จ่ายมีคนอยู่ราวพันเกือบห้าพันคน เก้าในสิบส่วนต่างเป็นนักเรียนอาภรณ์สีดำ โซนที่สองมีคนอยู่ราวหมื่นกว่าคนเห็นจะได้ เก้าสิบเก้าในร้อยเป็นพวกอาภรณ์ขาว ขณะที่กาติรัสเดินเท้าต่อหมายจะไปโซนถัดไปเขาก็ครุ่นคิดพลาง
“นักเรียนอาภรณ์ดำมีจำนวนน้อยกว่านักเรียนอาภรณ์ขาว ระบบเป็นการแบ่งแยกชนชั้น มีดาวประดับอกบอกถึงระดับที่สูงกว่า อาจารย์ให้ท้ายพวกอาภรณ์ขาวเพราะเป็นหน้าเป็นตาให้สถาบัน น่าสนใจ”
จวบจนกระทั่ง ชายหนุ่มมายืนอยู่ตรงหน้าม่านพลังสู่เขตโซนที่สาม บริเวณแถวนี้ไม่มีนักเรียนเลยสักคนเดียว พวกอาภรณ์ขาวเลือกจะซื้อบ้านกันใกล้ทางออกที่สุดเพื่อที่จะได้เดินทางสะดวก ระยะทางตั้งแต่แรกถึงสุดปลายสู่ม่านพลังโซนสามนั้นเป็นระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตร ทันทีที่ชายหนุ่มสัมผัสเข้ากับม่านพลัง เสียงของชายชราก็ดังขึ้นอีกครั้ง
จ่ายห้าแสนแต้มเพื่อปลดล็อคม่านพลังบ้านพักนักเรียนโซนที่สาม
กาติรัสที่ได้ยินดังนั้นถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่รู้หรอกว่าแต้มมันหายากขนาดไหน ทว่าราคาที่ดีดขึ้นสิบเท่านี่ล้วนมิใช่ราคาที่เป็นมิตรอย่างแน่แท้ ชายหนุ่มส่ายศีรษะเบาๆ เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย “นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับข้าอยู่ดี” เพียงกาติรัสปรับเปลี่ยนม่านพลังเล็กน้อย ม่านพลังนี้ก็ยอมรับเขาในทันที ชายหนุ่มเดินผ่านม่านพลังเข้าสู่โซนที่สามได้อย่างง่ายดาย โชคยังดีที่ไม่มีนักเรียนคนไหนเลยอยู่ละแวกนี้ มิเช่นนั้นพวกมันคงตกตะลึงจนลูกตาหลุดจากเบ้า นักเรียนอาภรณ์ดำไม่เคยมีปรากฏการณ์ผ่านม่านพลังโซนที่สามเข้าไปได้ กาติรัสนับเป็นคนแรกในประวัติศาตร์
ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลเข้าหัวของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วดุจสายน้ำหลาก สิ่งที่น่าประหลาดใจคงเป็นขนาดบ้านที่ใหญ่โตอย่างมากของแถบโซนที่สาม ในข้อมูลที่ไหลเข้ามาในหัวของเขามีบอกจำนวนคนที่เคยซื้อบ้านแถบนี้อยู่ด้วย ตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันมังกรขึ้นมา มีคนที่เคยซื้อบ้านโซนที่สามอยู่เพียงสามสิบกว่าคนเท่านั้นซึ่งปัจจุบันมีคนอยู่อาศัยเพียงห้าคนจากทั่วทั้งโซนสาม หนึ่งในข้อมูลเหล่านั้นก็มีเกี่ยวกับในโซนที่สี่ มันอธิบายว่าไม่สามารถซื้อได้ด้วยแต้ม แต่จะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อติดหนึ่งในสิบของหลักศิลาแห่งสถาบันมังกร
“น่าเสียดาย” กาติรัสมองไปทางม่านพลังโซนที่สี่ด้วยสีหน้าผิดหวัง หากเขาคิดจะแทรกแซงอีกล้วนสามารถกระทำได้อย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ ทว่าจำนวนของคนที่อยู่ในโซนที่สี่กลับมีจำนวนตายตัว จู่ๆมีสิบเอ็ดคนขึ้นมาเขาจะไม่ถูกจับได้รึ? กาติรัสได้แต่ถอนใจแล้วตัดสินใจซื้อบ้านพักแถบนี้เอา
แท้จริงแล้วนั้น ระบบแต้มเกิดขึ้นมาจากพลังเวทย์ของผู้อำนวยการ นี่จึงเป็นสาเหตุที่กาติรัสสามารถแทรกแซงระบบแต้มได้อย่างแนบเนียนเพราะมันคือพลังเวทย์! เขาสามารถกินอยู่ได้โดยไม่ต้องลงพักลงแรงอะไรเลย เขาสามารถทำได้ดีกว่านี้… กาติรัสแทรกแซงการซื้อบ้านโดยอาศัยการควบคุมเวทมนตร์ของเขา หากท่านเข้าใจเวทมนตร์ได้อย่างลึกซึ้งท่านก็สามารถทำแบบเดียวกันกับกาติรัสได้เช่นกัน
หลังจากชายหนุ่มซื้อบ้านเสร็จสิ้น เขาใช้ท่าท้าวข้ามจักรวาลเดินทางไปถึงบ้านพักของตนเองทันที กาติรัสเดินสำรวจบ้านเล็กน้อยด้วยความสนอกสนใจ บ้านพักของเขาเป็นบ้านชั้นเดียว ทว่ากลับมีพื้นที่ถึงห้าไร่ซึ่งเขาสามารถทำอะไรก็ได้ ในพื้นที่ห้าไร่นั้น กาติรัสชอบที่มันเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีเช่นนี้ เขาคงไม่คิดจะเปลี่ยนอะไรมันแล้ว เมื่อเดินสำรวจพื้นที่เสร็จ ชายหนุ่มพลันฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้ คำพูดของผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยาดังก้องไปมา
“สถาบันใหญ่เป็นสถานที่ให้ความรู้โดยเหล่าอาจารย์ผู้มากความสามารถ แต่จะมีเพียงวันเดียวในรอบหนึ่งเดือนเท่านั้นที่อาจารย์จากตำหนักหลักจะเข้าสอนด้วยตัวเอง โดยหัวข้อการสอนจะเป็นแนวการปูพื้นฐานให้แน่น ถึงหัวข้อจะฟังดูน่าเบื่อแต่พวกนักเรียนชอบการสอนของเขามากเลยละ จบการสอนของอาจารย์จากตำหนักหลัก มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่เลเวลอัพเพียงฟังเขาสอน ซึ่งวันนี้เป็นวันที่เขาจะเดินทางไปสอนที่สถาบันใหญ่พอดี เจ้าก็อย่าพลาดเชียวเผื่อจะได้ดาวสักดวงบ้าง”
กาติรัสเผยรอยยิ้มเล็กน้อย “มันทั้งสองยกยอกันเช่นนี้ข้าจะไม่ไปได้อย่างไร” ชายหนุ่มยกให้เรื่องอาจารย์จากตำหนักหลักเป็นประเด็นรอง ไม่สิ… ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะต้องเอามาคิดด้วยซ้ำ เขาอยากไปสถาบันใหญ่เนื่องจากมีนักเรียนไปฟังอาจารย์คนนั้นสอนเป็นจำนวนมาก ชายหนุ่มหวังลึกๆว่าลาซิเฟียอาจจะอยู่ที่นั่นด้วย
“หวังว่าเจ้าจะอยู่ที่นั่นด้วย”
โซนสามและโซนสี่เป็นโซนพิเศษอย่างมาก มันมีความสามารถในการพานักเรียนออกไปได้เพียงแค่คิด ท่านไม่ต้องเดินให้เหนื่อย แค่คิดอยากจะออกไปม่านพลังนี้ก็จะพาท่านออกไปยังโซนนอกสุด แน่นอนว่าความพิเศษนี้มีเพียงโซนสามและโซนสี่เท่านั้น แต่สำหรับกาติรัสนั้นเพียงชายหนุ่มใช้ท่าท้าวข้ามจักรวาล เขาพลันหายวับไปในชั่วพริบตา
….
ในขณะนี้เองที่สถาบันใหญ่ สถานที่แห่งนี้คล้ายกับสนามฝึกขนาดเล็ก มีแบ่งโซนแยกย่อยแตกต่างกันออกไป สนามที่ใช้ฝึกพวกโจมตีระยะไกล สนามวิ่งวัดความเร็ว สนามวัดพละกำลังและอื่นๆ โดยแต่ละสนามนั้นจะมีอาจารย์กำกับควบคุมเสมอ แต่ทว่า วันนี้ในทุกสนามล้วนว่างสนิทไร้ซึ่งผู้คน เว้นเสียแต่ห้องโถงขนาดใหญ่ยักษ์ห้องหนึ่ง ภายในห้องโถงนี้สร้างมาเพื่อที่จะสามารถบรรจุคนนับหมื่นได้อย่างสบายๆ
นี่คือห้องโถงที่สร้างไว้สำหรับการเรียนการสอนของอาจารย์จากตำหนักหลัก ในขณะนี้เองภายในห้องโถงใหญ่โตโอฬาร นักเรียนหลั่งไหลกันเข้ามาไม่ขาดสาย โดยแบ่งแยกโซนระหว่างพวกนักเรียนอาภรณ์ขาวและนักเรียนอาภรณ์ดำ
..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:11,512 พลังกาย:102,156,759 พลังเวทย์:108,060,987 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ