บทที่ 1 พิชัยยากร
หลังจากที่เขาได้พูดกับกระจกไปในวันนั้นแล้ว จนผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว เขาก็ไม่ได้คุยกับกระจกอีกเลย เพราะต้องเตรียมตัวสอบย่อยในวิชาต่างๆ ซึ่งวันนี้ก็เป็วันสุดท้ายของการสอบย่อยทั้งหมดแล้ว
“เฮ้ออ สอบเสร็จสักที จะได้มีเวลาพักดูละครแล้ววว” จันทร์ะโออกมาอย่างเสียงดัง จนต้นเพื่อนสนิทต้องเข้ามาปราม
“ไอ้จันทร์ เสียงดังเกินไปแล้ว ไม่มีใครอยากรู้หรอกว่าแกจะดูละครอะไรหน่ะ” ต้นว่าแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“โหย ก็ฉันดีใจนี่หน่า ฉันอยากพักผ่อนจะแย่แล้วนะ” จันทร์พูดออกมาอย่างอ่อนแรง
“ตอนแรกฉันว่าจะชวนแกไปเที่ยวต่อ แต่แกดูเหนื่อยๆ ฉันคงไม่ชวนแล้วหล่ะ” เขาพูดออกมาอย่างเสียดาย
“ที่ไหนหรอต้น” จันทร์รีบพูดขึ้นมาเพราะกลัวเพื่อนน้อยใจ
“ตลาด...หน่ะ เห็นเขาว่าเป็ตลาดโบราณ” ต้นเน้นคำว่าโบราณ เขารู้ใจเพื่อนเขาที่สุด ถ้าอะไรที่เก่าๆ จันทร์จะสนใจมาก ที่เขาเลือกเพราะว่าเขาอยากให้จันทร์ได้พักผ่อน
“ตลาดโบราณ! ที่ไหนหรอต้น” จันทร์พูดออกมาอย่างสนอกสนใจ
“ใกล้ๆนี่แหละ จะไปไหมจันทร์” ต้นพูดลองเชิง
“ไปๆ ฉันหายเหนื่อยแล้ว” จันทร์พูดออกมาเหมือนเด็กๆที่อยากได้ของเล่นใหม่ ก่อนจะเดินทางไปยังตลาดโบราณทันที
ตลาดโบราณแห่งนี้ เป็ตลาดที่ยังคงรูปแบบสมัยเก่าเอาไว้ ทั้งบ้านเรือนที่เป็บ้านไม้ให้คนรุ่นหลังชม ตลาดแห่งนี้เป็ตลาดที่ควบคู่ไปกับบ้านเรือนที่ผู้คนอาศัยอยู่จริง เป็ตลาดที่ติดแม่น้ำ มีเรือแล่นรับผู้โดยสารเพื่อชมวิวของตลาดแห่งนี้ ซึ่งตรงกับสมัยก่อนจริงๆ ที่ผุ้คนสมัยก่อนจะตั้งบ้านติดแม่น้ำ เพราะเมื่อก่อนนิยมการคมนาคมทางน้ำ เพราะสะดวกแก่การค้าขาย
หลังจากที่จันทร์มาถึงแล้ว จันทร์ก็ขอที่จะเดินคนเดียว เพราะตนอยากที่จะเรียนรู้ชีวิตที่คล้ายๆผู้คนสมัยก่อน ซึ่งต้นก้ไม่ว่าอะไร เพราะถือว่าพาจันทร์มาผ่อนคลาย แต่ก็นัดเวลาที่จะกลับบ้านเอาไว้ เพราะกลับดึกมากไปก็คงไม่ดี จันทร์เดินดูข้าวของไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกือบสุดสายทางเดินนั้น จันทร์ก็เจอผู้หญิงอายุราวๆ 50-60 ปี นั่งขายของอยู่ แต่ของที่ผู้หญิงคนนั้นขายมีเพียงอย่างเดียวที่วางอยู่บนผ้ากำมะหนยี่สีแดงนั้น จันทร์ไม่รอช้ารีบเดินไปหาเธอ ก่อนจะเห็นว่าของที่อยู่บนผ้านั้นคือแหวน แหวนสีทอง ้าประดับด้วยอัญมณีสีขาวใสบริสุทธิ์ จันทร์ที่รู้สึกสนใจแหวนวงนี้ เดินไปหาหญิงชราผู้นั้นอย่างลืมตัว ก่อนที่จะถามเธอว่า
“เอ่อ คุณป้าครับ ไม่ทราบว่าคุณป้าขายแหวนวงนี้เท่าไหร่เหรอครับ” ชายหนุ่มนั่งลงยองๆเพื่อถามเธอ
“หนูเห็นของที่อยู่ตรงนี้เหรอลูก” หญิงชราถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ เห็นครับ แหวนสีทองวงนี้สวยจังเลยครับ” จันทร์ว่าพลางพิจารณาแหวนวงนี้
“อย่างนั้นเหรอจ้ะ หนูลองดูดีๆสิ” หญิงชราว่าพลางยื่นแหวนนั้นไปให้จันทร์
“ขอบคุณครับ” จันทร์รับมา แล้วพิจารณาดู จนได้เห็นข้อความที่สลักไว้ด้านในของแหวนว่า ‘พิชัยยากร’ จันทร์รู้สึกคุ้นชื่ออย่างบอกไม่ถูก แล้วรู้สึกถูกชะตาแหวนวงนี้เป็อย่างมาก
“หนูอยากได้ใช่ไหมลูก” หญิงชราถามขึ้นมาหลังจากเห็นจันทร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับแหวนวงนี้
“ครับ คุณป้าขายเท่าไหร่ฮะ” จันทร์เงยหน้าถามหญิงชราคนนั้นทันที
“หนูเห็นแหวนวงนี้ แหวนวงนี้เป็ของหนูอยู่แล้ว ป้าไม่คิดเงินหรอกจ้ะ” หญิงชรายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“อะไรนะครับ ?” จันทร์ถามอย่างสงสัย เขาไปเป็เ้าของแหวนวงนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน เข้าเพิ่งเคยเห็นแหวนวงนี้เมื่อกี้เสียด้วยซ้ำ
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เอาเป็ว่าป้าไม่คิดเงินหรอก” หญิงชรายังคงตอบแบบเดิม
“ไม่เอานะครับ ผมไม่อยากได้ฟรีๆ” จันทร์ว่าพลางรู้สึกผิด ให้เอาของคนอื่นมาฟรีๆแบบนี้ จันทร์ทำไม่ได้จริงๆ
“ 2000 ละกัน ป้าเอาแค่นี้” หญิงชรายอมแพ้ ก่อนจะเสนอเงินออกมาก ทั้งๆที่ยังยิ้มไม่หยุด
“นี่ครับ ขอบคุณนะครับคุณป้า” จันทร์ยื่นเงินให้ก่อนจะเดินออกไป
“อิฉันเจอคนที่คุณท่านให้หาแล้วนะเ้าคะ สวยอย่างที่คุณท่านบอกจริงๆ” หญิงชรายิ้มก่อนที่เดินหายไปในกำแพงด้านหลังทันที เหมือนไม่เคยมีใครอยู่ที่นี่มาก่อน
“เอ่อ คุณป้า คะ ครับ..” จันทร์หันไปที่เดิมเพื่อจะถามว่าใครคือ พิชัยยากร แต่เมื่อหันกลับไปแล้วกลับไม่เจอคุณป้าซะงั้น
“หายไปไหนนะ”จันทร์พูดออกมา แต่ก็ไม่สงสัยอะไรมาก เพราะคิดว่าเมื่อขายของออกแล้วก็คงกลับบ้านไปแล้ว
หลังจากที่จันทร์ซื้อแหวนวงนั้นมาแล้ว จันทร์ก็ลองใส่แหวนทันที แต่น่าแปลกที่เขากลับใส่แหวนนี้ได้ที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างพอดีเป๊ะ เหมือนมันเป็ของเขาจริงๆมาก่อน
หลังจากถึงเวลานัดแล้วจันทร์เดินมาจนพบต้นที่หน้าตลาด ต้นที่เห็นแหวนก็ถามจันทร์ว่าไปวื้อที่ไหนมา
“ซื้อที่คุณป้าท้ายตลาดน่ะ เห็นว่าสวยดีเลยซื้อมา” จันทร์พูดพลางลูบแหวนวงนี้ไปด้วย
“ท้ายตลาดเหรอ..” ต้นว่าอย่างสงสัย เพราะเขาก็มาที่นี่หลายที ท้ายตลาดนั้นไม่มีคนมาขายของ เพราะว่าส่วนใหญ่คนจะเดินไม่ค่อยถึง ซึ่งเขาก็เดินไปมาแล้วเหมือนกัน มันไม่มีใครมาขายของ แล้วจันทร์ไปซื้อมาได้ยังไง ต้นที่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามจันทร์ออกไป
“อื้ม” จันทร์พูดออกมา แต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง จึงไม่ได้เห็นใบหน้าของต้นที่ยังคงสงสัยไม่หาย
“กลับบ้านกันเถอะจันทร์ เย็นแล้ว” ต้นพูดก่อนที่จะเดินนำจันทร์ไปที่รถ
18.30
เมื่อจันทร์ถึงคอนโดแล้วนั้น จันทร์ก็เข้าครัวทันที เพราะตนรู้สึกหิวมากว่าปกติ วันนี้ตนทำข้าวต้มปลากิน เพราะตนแพ้กุ้ง ข้าวต้นปลาเป็อาหารง่ายๆที่ตนทำได้ในเวลาไม่นาน จะได้ไม่ต้องหิ้วท้องรอนานกว่านี้
หลังจากที่จันทร์กินข้าวล้างจานเสร็จ จันทร์ก็ขึ้นไปอาบน้ำตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือวันนี้จันทร์เลือกที่จะมานั่งดูทีวีที่ห้องรับแขกแทนการดูละครอย่างที่เคยทำ จันทรืดูทีวีจนเผลอหลับไปที่ห้องรับแขก
‘จันทร์ พี่คิดถึงเ้าเหลือเกิน น้องน้อยของพี่’ เสียงนุ่มทุ้มนี้ดังมากลับสายลมอีกครั้ง แต่คราวนี้จันทร์กลับรู้สึก แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“เสียงอะไรกัน เสียงนี้ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน” จันทร์ว่าพลางมองหาที่มาขอเสียงอีกครั้ง แต่เมื่อมองหาแล้วกลับไม่เจอที่มาของเสียง จันทร์ก็เลิกหาทันที
“เราคงเหนื่อยมากเกินไปสินะวันนี้ ไม่มีอะไรหรอก” จันทร์พูดกับตัวเองๆก่อนที่จะเดินเข้าไปนอนที่ห้องนอนของตัวเอง
เช้าวันใหม่
วันนี้เป็วันเสาร์วันที่ผู้คนต่างหลับสบายในยามเช้านี้ เช่นเดียวกับจันทร์ ที่ยังคงหลับอยู่บนเตียงใหญ่ แต่บนเตียงนั้นกลับมีชายคนหนึ่ง ที่สวมเสื้อราชประแตน กับ นุ่งผ้าม่วงโจงกระเบน ใบหน้าคมคายตามแบบฉบับผู้คนสมัยก่อน จมูกเป็สัน ผิวสีแทนตามแบบฉบับผู้ชายทำงาน มานั่งอยู่ข้างๆเตียงของจันทร์ พร้อมรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นเมื่อมองมาที่จันทร์ ก่อนที่จะหายไปในเวลาไม่นาน
10.00
“อื้อออ สบายจังเลย” จันทร์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเหนื่อยที่หายไป ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วไปอาบน้ำอย่างไม่เร่งรีบ เพราะวันนี้เป็วันหยุดของจันทร์
หลังจากที่จันทร์อาบน้ำเสร็จแล้วนั้นจันทร์ก็ลงมาทำกับข้าวตามปกติ ข้าววันนี้ของจันทร์คือ ผัดผักรวม เป็อาหารที่จันทร์ชอบและทำง่ายไม่เสียเวลาจนเกินไป เพราะวันนี้จันทร์มีเป้าหมายว่า จะไปที่ตลาดโบราณนั่นอีกครั้ง อยากจะไปหาคุณป้าคนนั้น เพื่อสอบถามชื่อบนแหวนนี้ให้ได้
จันทร์มาถึงที่ตลาดนี้อีกครั้ง ก่อนที่เดินไปยังท้ายซอย แต่คราวนี้กลับไม่มีร้านค้า จันทร์จึงเดินไปถามคุณป้าที่ขายของอยู่ไม่ไกล
“คุณป้าครับ คุณป้าเห็นผู้หญิงที่มาขายของตรงนั้นเมื่อวานไหมครับ” จันทร์ว่าพลางชี้ไปยังท้ายซอยที่ตัวเองเดินจากมา
“หนูลูก ที่ตรงนั้นไม่มีร้านค้ามาขายของมาหลายปีแล้วจ้ะ เพราะตรงนั้นมันทำเลไม่ค่อยดี ไม่ค่อยมีลูกค้าเดินมาถึงตรงนั้น เลยไม่มีใครมาขายแล้วจ้ะ” คุณป้าบอกพร้อมกับหันไปขายของต่อ
“อย่างนั้นเหรอครับ” จันทร์พูดออกมาเบาๆ ถ้าไม่มีคนขายมาแล้วหลายปี แล้วคุณป้าคนเมื่อวานเป็ใครกัน ทำไมถึงไปขายตรงนั้นกัน...
-----------------------------------------------------------------------------------------------
มาต่อแล้ววว จบไปแล้วสำหรับบทที่ 1 นะคะ มีความพายเรือกลับบ้านไม่ได้ ออกทะเลสุด ฮ่าๆ อยากได้รับคำติชมมากๆเลยค่ะ เพราะอยากที่จะปรับปรุงตัวเองเื่สำนวนภาษา น้อมรับทุกคำติชมค่ะ J
ไอนิลย์.
TBC.