Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 86 ปรมาจารย์จง

            สามสิบนาทีผ่านไป ณ ทางเข้าถนนแกะสลักหยกฉวนโจว


            “ฮือๆ ๆ ๆ ในที่สุดก็ถึงแล้ว ฉันสาบานเลยว่าจากนี้ไปฉันจะเชื่อฟังคุณลุงตำรวจ” เจิงจื่อโหยวสะอึกสะอื้นสีหน้าเหมือนเพิ่งรอดพ้นจากภัยพิบัติ ราวกับคนที่หาโอเอซิส1กลางทะเลทรายเจอ

            ซูฮ่าวที่อยู่ด้านหลังก็กอดอกกลั้นขำเต็มกำลัง

            ในฐานะที่เขาเป็นยอดฝีมือตั้งแต่กำเนิด ต่อให้เขาเดินทั้งวันก็คงไม่เหนื่อยล้า

            แต่เจิงจื่อโหยวนั้นไม่เหมือนกัน เขาเป็นคนธรรมดาที่มีร่างกายอ่อนแอ และมักใช้รถแทนการเดินเท้าเสมอ ดังนั้นหากต้องเดินกลางแดดจ้าเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ก็คงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

            “เอาล่ะ เป็นผู้ชายอกสามศอก แต่ทำตัวเหมือนผู้หญิงไปได้ รีบไปเลือกหยกแกะสลักแล้วค่อยว่ากันอีกที” ซูฮ่าวผลักเจิงจื่อโหยว ก่อนจะเดินเข้าไปในถนนแกะสลักหยกฉวนโจว

            ถนนแกะสลักหยกฉวนโจวอยู่ในเมืองเป่ยเฉิง ซึ่งมีชื่อเสียงในวงการพอสมควร ส่วนปริมาณการผลิตก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองไห่เป่ย ทั้งยังมีชื่อเสียงเรื่องหยกแกะสลักที่ประณีตราวกับเนรมิตอีกด้วย

            ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการแกะสลักที่อยู่ภายในนั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง และช่างแกะสลักที่มีชื่อเสียงจำนวนมากก็อยู่ที่นี่ไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักแบบใดก็ล้วนมีทุกประเภทเรื่องนี้จึงทำให้ถนนแกะสลักหยกฉวนโจวมีชื่อเสียงขึ้นมา และก็เพราะชื่อเสียงเหล่านี้จึงทำให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยหลั่งไหลเข้ามา

            ระหว่างทางซูฮ่าวรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับร้านหยกที่มีมากมายตามสองข้างทางด้านในมีหยกจำนวนมากยิ่งกว่าขนวัวจนมองไปมองมาก็รู้สึกตาลายแล้ว 

            หลังจากเจิงจื่อโหยวเข้าเยี่ยมชมไปหลายร้าน ซูฮ่าวก็ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น

            เมื่อห้านาทีก่อนเขาแอบใช้การ์ดประสบการณ์การแกะสลักชั้นยอดจากนั้นก็ใช้สายตากวาดไปโดยรอบแล้วพบว่าภายในร้านหยกบนถนนเส้นนี้ส่วนใหญ่แล้วใช้หยกคุณภาพต่ำ ลวดลายแกะสลักก็ไม่น่าพอใจการจะเจอหยกคุณภาพดีสักชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย

            สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หยกที่ผ่านการแกะสลักเหล่านี้ขาดจิตวิญญาณและเสน่ห์ถ้าช่างไม่แกะสลักมาอย่างลวกๆ ก็อาจลอกเลียนแบบมา มันดูสวยงาม แต่ไม่อาจแสดงถึงความสง่างามที่แท้จริงออกมาได้ 

            เจิงจื่อโหยวเองก็ดูจะไม่ค่อยพอใจกับงานแกะสลักที่เลือกดู เขาคอยถามกับคนที่เดินผ่านไปมาแล้วชี้ไปที่ร้านหนึ่งท้ายตลาดพร้อมพูดกับซูฮ่าวว่า “ซูฮ่าวพวกเราไปที่ร้านจวีชื่ออู๋ชวงกันเถอะได้ยินมาว่าร้านนั้นเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในถนนแกะสลักหยกฉวนโจวด้านในน่าจะมีหยกสลักสวยๆ หลายก้อน” 

            “ได้!”  ซูฮ่าวพยักหน้า และเดินไปท้ายตลาดพร้อมกับเจิงจื่อโหยว

            ต้องบอกก่อนว่าร้านจวีชื่ออู๋ชวงนี้แตกต่างจากร้านทั่วไปไม่น้อยไม่เพียงแค่ภายในร้านที่มีขนาดใหญ่กว่า ร้านนี้ยังมีการแบ่งเป็นหลายส่วน แต่ละส่วนก็มีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

            “ซูฮ่าว ดูนั่นสิหยก ‘หงส์มังกรนำโชค’ ล่ะ คาดไม่ถึงว่าหยกชิ้นเล็กขนาดนั้นจะสลักหงส์กับมังกรลงไปได้สุดยอดมากเลย” 

            “แล้วนั่นก็ยังมีหยก ‘ขโมยหญ้าเซียน’ ที่สลักเป็นภาพหญิงสาวใบหน้างดงามขณะกำลังวิ่งไล่ล่าในปากก็ยังคาบเห็ดหลินจือดำไว้อยู่แต่ส่วนที่ทำให้คนตกใจมากก็คือ สีที่อยู่ภายในหยกแกะสลักนั้นเป็นสีเดิมทั้งหมดยอดเยี่ยมมาก!”

            “ให้ตายเถอะ หยก ‘เตาขวดภาชนะ’ อันนั้นแกะสลักได้น่าเกลียดมาก แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีราคาถึงหนึ่งล้านแกล้งกันเกินไปแล้ว?”

            ………………..

            เจิงจื่อโหยวเดินไปรอบๆ พร้อมอุทานอย่างตกใจด้วยนั้น ทำให้ลูกค้าในร้านต่างชี้นิ้วมาทางนี้แล้วกระซิบกระซาบกัน 

            ซูฮ่าวที่ติดตามมาด้านหลังก็มีใบหน้ามืดครึ้ม เขาอยากแขวนป้ายที่เขียนว่า ‘ฉันไม่รู้จักเขา’ เสียจริง

            แน่นอนว่าหยกชั้นดีจำนวนมากในสายตาเจิงจื่อโหยวและลูกค้าคนอื่นๆสำหรับซูฮ่าวแล้วเป็นเพียงของที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งนั้น 

            ยิ่งดูมากเท่าไร สายตาดูถูกเหยียดหยามก็มีมากขึ้นเท่านั้น 

            เดิมทีหยกแกะสลักเหล่านี้ไม่มีจิตวิญญาณที่ควรจะมีอีกทั้งยังขาดเสน่ห์มากเกินไป มันเป็นเพียงแค่กองขยะที่มีความมันวาวเท่านั้น 

            เจิงจื่อโหยวที่อยู่ด้านข้างพลันตบไหล่ซูฮ่าว แล้วพูดแต้มรอยยิ้มว่า “ซูฮ่าว ฉันรู้สึกว่างานแกะสลักของจงรั่วฉิงเป็นสิ่งที่ฉันตามหาฉันเพิ่งเลือกไปได้ไม่กี่อันนายช่วยดูหน่อยสิว่าชิ้นไหนเหมาะสำหรับเป็นของขวัญวันเกิดให้ซือซือ”

            “จงรั่วฉิงคือใคร?” ซูฮ่าวถามขึ้นมาอย่างสงสัย

            “จงรั่วฉิงคนนี้สุดยอดมากเลยนะ เขาเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงด้านการแกะสลักที่สุดในเมืองไห่เป่ยแล้วเขาก็ยังเป็นประธานสมาคมวิจัยหยกขาวแห่งเมืองไห่เป่ยด้วย เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหยกคนหนึ่งที่รู้จักกันในนามผู้สืบทอดโครงการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” เจิงจื่อโหยวกระแอมไอ แล้วแนะนำอีกฝ่ายให้ซูฮ่าวรู้จัก

            “ได้ยินมาว่าจงรั่วฉิงเริ่มแกะสลักหยกตอนอายุสิบเจ็ด เขาเป็นคนไม่รังเกียจที่จะเรียนรู้และไม่อายที่จะถาม เขาเริ่มเรียนรู้จุดแข็งของผู้อื่น จนทักษะมีความก้าวหน้ามากขึ้น สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดคือ การเลียนแบบการแกะสลักโบราณ เขายังศึกษาเกี่ยวกับการแกะสลักหยกชุนชิวจั้นกั๋วและยุคโบราณฮั่นเจิงด้วยนะ”

            “ผลงานเลียนแบบสไตล์โบราณของเขาไม่ได้มีเพียงความเก่าแก่โบราณ แต่จิตวิญญาณก็มีความคล้ายคลึงกัน และผลงานของเขายังเคยตีพิมพ์ในนิตยสารเฉพาะทางอย่าง ‘โลกของวัตถุโบราณ’ ‘นักสะสม’ อีกด้วย ขนาดว่านักสะสมทั้งในประเทศและต่างประเทศล้วนอยากสะสมผลงานของเขา”

            ซูฮ่าวเผยสีหน้าตกใจออกมา “สุดยอดขนาดนั้นเชียวหรือ?”

            “แน่นอนอยู่แล้วจงรั่วฉิงคนนี้เป็นปรมาจารย์แกะสลักเพียงคนเดียวในเมืองไห่เป่ยที่ได้รับรางวัลศตบุปผานายว่าเขาสุดยอดหรือเปล่าล่ะ?” เจิงจื่อโหยวพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม 

             ซูฮ่าวยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากกว่าเดิม 

            รางวัลศตบุปผาเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้ที่ยอดเยี่ยมในแต่ละสาขาวิชานั้นๆซึ่งเกณฑ์ในการตัดสินก็เข้มงวดเป็นอย่างมาก คนที่จะได้รับรางวัลศตบุปผานั้นน้อยยิ่งกว่าหนึ่งในหมื่น

            เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ในตอนนั้นเขาต้องการดูผลงานของจงรั่วฉิงมาก

            แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยความประหลาดใจ 

            “นั่นมันปรมาจารย์จงไม่ใช่หรือ?”

            ซูฮ่าวได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งตัวโยน เขารีบหันไปมองที่หน้าประตูร้านจวีชื่ออู๋ชวงทันที 

            ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็หันไปมองโดยพร้อมเพรียงกัน 

            ชายชราคนหนึ่งที่มีอายุเกินครึ่งร้อยเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าใบหน้าของเขาเหมือนผ่านชีวิตยากลำบากมาอย่างโชกโชน ดวงตาทั้งสองข้างมีจิตวิญญาณลุกโชนที่ทั้งลึกล้ำและกระจ่างใสเส้นผมถูกหวีอย่างตั้งใจ และไม่มีส่วนไหนที่ดูยุ่งเหยิงเลย 

            เขาสาวเท้าเดินไปด้านหน้าด้วยท่าทีกระปรี้กระเปร่า

            ด้านหลังของเขานั้นมีบรรดาชายหนุ่มท่าทางร่ำรวยแต่งตัวหรูหราเดินตามมาอยู่สองสามคน

            “ปรมาจารย์จงจริงๆ ด้วย ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เขาไปที่เมืองอวิ๋นซีและเข้าร่วมงานนิทรรศการผลงานศิลปะและการออกแบบของปรมาจารย์ระดับนานาชาติทั้งนี้เขาก็ได้รับรางวัลผลงานศิลปะและการออกแบบยอดเยี่ยมชื่อเสียงของเขานั้นไม่เป็นรองใครเลยจริงๆ ” 

            “สุดยอดมาก ฉันจำได้ว่าในงานคัดเลือก ‘รางวัลสวรรค์สรรค์สร้าง’ ของปีที่แล้ว ผลงานของปรมาจารย์จงอย่าง ‘สี่วิญญาณหก’‘ถ้วยชาเป๋าไท2’’ และ ‘ดรรชนีแปลกต่าง’ ก็ได้รับรางวัลเหรียญทอง เงินทองแดง ในเวลาพร้อมกัน เป็นครั้งแรกของวงการแกะสลักด้วยซ้ำ”

            “ในตอนนี้ปรมาจารย์จงกำลังทำงานวิจัยเรื่องศิลปะการแกะสลักกับเถียนอวี้ผลงานนี้ใช้ความดั้งเดิมเป็นพื้นฐาน และใช้การวาดภาพ แกะสลัก และศิลปะแขนงอื่นในปัจจุบันเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งทำให้ผลงานมีความเรียบง่าย กะทัดรัดได้ใจความ และชัดเจน แต่ก็ยังคงสไตล์อันสง่างาม และกลิ่นอายของยุคสมัยที่ไม่จางหายไป หากเขาแกะสลักหยกให้ฉันสักชิ้นฉันคงตายตาหลับแล้ว”

    ..………………

            เสียงกระซิบกระซาบจากรอบข้างดังขึ้นภายในน้ำเสียงเหล่านั้นแฝงไปด้วยความชื่นชมและนับถือคนเหล่านี้หยิบมือถือออกมาเพื่อถ่ายวิดีโอตั้งนานแล้ว เพราะพวกเขาไม่อยากพลาดเรื่องใดไปสักนิด 

            “ลูกค้าและสหายทุกท่านในที่สุดปรมาจารย์จงที่ทุกคนรอมานานก็กลับมาจากเมืองอวิ๋นซีอย่างสมเกียรติแล้วเพื่อเป็นการแสดงความยินดี วันนี้สินค้าภายในร้านทุกชิ้นจะลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ทุกคนสามารถซื้อได้เท่าที่ต้องการ” เถ้าแก่เดินออกมาจากภายในร้านและมายืนที่ด้านข้างของจงรั่วฉิง ก่อนจะตะโกนบอกทุกคนด้วยเสียงดังลั่น 

            สีหน้าลูกค้าทุกคนมีความสุขขึ้นมาทันที ราคาหยกแกะสลักภายในร้านจวีชื่ออู๋ชวงนี้มีราคาสูงมากพวกเขาลังเลอยู่นานกว่าจะซื้อสักชิ้น แต่หากลดไปยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ก็ประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย 

            ลูกค้าชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาด้านหน้าด้วยความร้อนรน ก่อนถามขึ้นว่า “ปรมาจารย์จง มีข่าวลือว่าคุณแกะสลัก ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ที่เมืองอวิ๋นซี และจะนำไปประมูลที่ถนนแกะสลักหยกฉวนโจว เรื่องนี้จริงไหมครับ”

            “เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง” จงรั่วฉิงมองหน้าเขาแล้วพยักหน้า 

            “เวลาประมูล  ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ยังไม่แน่นอน แต่หากไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วละก็ น่าจะเป็นวันอาทิตย์หน้าส่วนสถานที่ก็คือ ร้านจวีชื่ออู๋ชวง”

            ลูกค้าบางคนที่อยู่ด้านข้างเผยสีหน้าคาดหวัง “ปรมาจารย์จงคุณจะให้พวกเราดู ‘ขวดหยกขาวมังกรคู่’ ได้หรือไม่?”

            “ได้สิ!” จงรั่วฉิงหัวเราะเล็กน้อย ก่อนส่งสายตาไปให้คนข้างๆ

            คนหนึ่งในนั้นเดินขึ้นมา แล้วหยิบกล่องหยกใบหนึ่งที่สลักอย่างประณีตออกมาวางบนโต๊ะจัดแสดง

            เมื่อเขาเปิดกล่องออกมา ทุกคนล้วนเบิกตากว้างจับจ้องของที่อยู่ในกล่องหยกทันที

            ………………..

             

            1โอเอซิส คือ พื้นที่ที่มีแอ่งน้ำและพืชพันธุ์กลางทะเลทราย

            2ถ้วยชาเป๋าไท (薄胎茶) หมายถึง ถ้วยชาที่มีฝา

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912