[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    163 หมู่บ้านทาส

    “แกเป็นใคร ทำไมถึงต้องกลายมาเป็นทาส”


    ในระหว่างที่ลุงซิงหยุนเดินไปดูทาสคนอื่นๆ ตงฟางยังคงยืนอยู่หน้ากรงขังของทาสระดับผันแปรวิญญาณขั้น 9 เขามีความรู้สึกสงสัยตัวของมันมาก เหมือนกับถูกเตรียมเอาไว้ให้พวกเขาถูกใจโดยเฉพาะ 


    ตงฟางจึงอยากรู้ว่ามันเป็นใครด้วยการสะกดจิตแล้วให้มันตอบคำถามเขาผ่านโทรจิต กระทั่งตงฟางได้รู้ความจริงว่าตัวของมันไม่ได้เป็นเหมือนที่เจ้าของตึกทาสเล่าให้พวกเขาฟังก่อนหน้านี้ ตงฟางจึงกลับไปหาลุงซิงหยุน


    “ลุงหยุน อย่าไปเชื่อคำพูดของพ่อค้าทาสให้มาก มันวางแผนบางอย่างเอาไว้”


    “แผน”


    ซิงหยุนที่กำลังฟังคำอธิบายมากมายเขาก็เริ่มย่นคิ้วพลางทำหูทวนลมเหมือนกับว่าตัวเองกำลังฟังคำอธิบายความสามารถของทาสต่อสู้


    “ชายที่มันแนะนำให้เรา ส่วนมากเป็นคนที่มันเตรียมส่งเข้าไปแทรกแซงหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า”


    “งี้นี่เอง ดีนะที่ลุงพอจะมองแววตาของมันออก สำหรับทาสพวกเขาไม่ได้มีแววตาเหมือนชายที่เราเห็น”


    “ครับ งั้นผมจะบอกเองว่าทาสคนไหนที่ผมอยากได้”


    ตงฟางแอบสะกดจิตทาสทีละคนเพื่อสอบถามพวกมันถึงเบื้องหลังของการถูกจับเป็นทาส เขาต้องการพวกที่สามารถทำงานร่วมกันกับเขาได้ ไม่ใช่พวกที่จะนำไปใช้งานจนก่อให้เกิดเป็นปัญหาตามมา


    แม้ทาสจะมีตราสัญลักษณ์ทาสติดตัวจนไม่สามารถทรยศเจ้านายได้ก็ตาม มันกลับมีวิธีหักหลังเช่นกัน  เขาจึงต้องการพวกที่มีความจงรักภักดี จะติดตามคนที่ซื้อพวกมันไปจนกว่าจะตาย


    “ลุงซิงหยุน เอาคนนั้น”


    ตงฟางเริ่มกระซิบบอกถึงทาสที่เขาต้องการ ทางฝั่งเจ้าของตึกทาสแม้มันจะดีใจไม่น้อยที่ทาสถูกซื้อไป แต่แววตาของมันกลับแสดงออกถึงความเสียใจเพราะทาสที่เตรียมไว้ไม่ถูกเลือก ต่อให้ทาสจะค่อยๆถูกชี้ตัวไปหลายสิบคน ทาสของมันกลับไม่ถูกเลือกเลยสักคนเดียว กระทั่งทาสคนที่ 250 ถูกเลือกลุงซิงหยุนก็บอกว่าเขาต้องการทาสชาวบ้าน พ่อค้าทาสจึงชวนพวกเขาเดินทางลงไปยังห้องใต้ดิน


    เดินทีตงฟางไม่คิดจะซื้อทาสชาวบ้านไปด้วย แต่เมื่อนึกแล้วการจะสร้างแหล่งกบดานที่ตบตาคนอื่นได้ดี คนจำนวนมากจะต้องมีหลักแหล่ง สิ่งเดียวที่ตอบโจทย์เขาได้ก็คือหมู่บ้าน ดังนั้นมันจึงต้องมีเด็ก ชายวัยกลางคนและคนแก่ ตงฟางจึงซื้อทาสอีก 250 คนไปด้วย เพื่อให้พวกเขาอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน


    “ลุงซิงหยุน การที่เราเคลื่อนย้ายทาสมากมายขนาดนี้จะต้องเป็นจุดสนใจแน่นอน เราให้พ่อค้าทาสส่งคนเหล่านี้ไปยังจุดนัดหมายได้ไหม”

    “ได้สิ แค่ต้องเพิ่มเงินเล็กน้อยก็พอแล้ว”


    แม้ลุงซิงหยุนจะเป็นคนจ่ายเงินและรับสัญญาทาสมาก็ตาม ผู้ที่จ่ายเงินจริงกลับเป็นตงฟางที่ให้ลุงซิงหยุนหักเงินเก็บของเขาที่อยู่ในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าออกไป เขารู้สึกตกใจกับราคาเงิน 50 ล้านที่เสียไป  แต่เงินของเขาที่พี่ซิงเยียนพูดเป็นตัวเลขให้เขาฟังกลับมีเยอะมากๆตลอด 1 ปีที่เขาหายไปเงินเก็บของเขามีเป็นพันล้านหินวิญญาณ


    “อยากได้อะไรเพิ่มไหม” 


    ตงฟางส่ายหัวเล็กน้อยหลังจากพวกเขาซื้อทาสและบอกตำแหน่งส่งทาสเสร็จสิ้น ในตึกทาสแห่งนี้ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้ว ที่เหลือมีเพียงแค่พาทาสทั้ง 500 เดินทางไปยังจุดที่เขาต้องการจะสร้างเป็นหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านที่ว่ามันจะต้องอยู่กลางเส้นทางระหว่างเดินทางไปเมืองหลวงและเมืองหลงไห่ แต่ไม่จำเป็นต้องติดถนนหลักเพราะตงฟางต้องการทำให้เป็นหมู่บ้านลับๆ มีคนเดินทางเข้าไปเพียงน้อยนิด 


    “ถ้าอย่างนั้น กลับ!”


    รถม้าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามุ่งหน้ากลับช้าๆไม่เร่งรีบ ปล่อยให้พ่อค้าทาสยืนส่งพวกเขาด้วยรอยยิ้ม ระหว่างทางกลับตงฟางก็ได้ใช้หูทิพย์ของเขาดักฟังการพูดคุยของชาวเมืองในระยะ 15 กิโลเมตร เขาอยากรู้การเคลื่อนไหวของคนจากเมืองหลวงและกลุ่มอำนาจอื่นๆที่ยังคงเชื่อมั่นว่าพวกมันสามารถตามหาทักษะของนิกายโบราณจากเขาได้


     “เป็นยังไงบ้าง” พี่ซิงเยียนเดินเข้ามาถามตงฟางด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ในมือของเธอจะเป็นใบซื้อขายทาสของตงฟางก็ตาม


    “เรียบร้อยดีพี่ซิงเยียน หากมีคนถามพี่ซิงเยียนก็ตอบไปว่าคนที่นำยาระดับ 7 เข้าประมูลเป็นคนฝากซื้อทาสก็พอ”


    “จ้ะ เอาล่ะมีอะไรอยากจะทำก็รีบๆนะ เราใกล้จะเดินทางไปยังเมืองต้วนอี้แล้ว”


    ตงฟางสำรวจด้านนอกด้วยพลังจิตพบว่ามันใกล้จะค่ำแล้ว ตอนนี้คนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่ไปรอรับทาสคงจะรับเสร็จแล้ว เหลือเพียงแค่เขาตามไปเท่านั้น


    “ตงฟางจะสร้างกองกำลังเหรอ”


    “หืม”  ตงฟางหันมองพี่ซิงเยียนยื่นสัญญาทาสให้เขา


    “ทำไมพี่ซิงเยียนคิดแบบนั้นล่ะ” ตงฟางไม่ได้บอกเรื่องราวกองกำลังของเขาเลยสักนิด เขาบอกเพียงแค่เขาต้องการขยายหูและตาของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปยังเมืองต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขาได้รับผลประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น สำหรับการซื้อทาสเขาไม่ได้บอกว่านำไปทำอะไร แต่สิ่งที่พี่ซิงเยียนคาดการณ์ทำเอาตงฟางตกใจไม่น้อย


    “จากที่อยู่กับตงฟาง การซื้อชาวบ้านคงไม่ได้ส่งไปปลูกข้าว ทำไร่ ทำนา ส่งขายหรอก หากจะให้ไปดูแลสมุนไพรที่ปลูกก็อาจจะเป็นไปได้ แต่พี่ว่าตงฟางไม่น่าจะทำเรื่องที่เสียแรงเปล่าแบบนั้นหรอก ในเมื่อตงฟางใช้พลังวิญญาณปลูกสมุนไพรได้ ไม่จำเป็นต้องให้ชาวบ้านเหล่านี้ดูแลสมุนไพรเลย พี่สาวจึงคิดว่าพวกเขาคงจะถูกตงฟางซื้อไปทำกองกำลัง”


    “ปิดพี่ซิงเยียนไม่อยู่จริงๆ ใช่ แต่พี่อย่าไปบอกใครล่ะ หากคนถามถึงทาสพี่ซิงเยียนก็ตอบเหมือนเดิมว่ามีคนฝากซื้อเท่านั้น ส่วนจะส่งทาสไปไหนไม่รู้”


    “จ้ะ ระวังด้วยล่ะ พวกขี้สงสัยเยอะมากๆ ช่วงนี้หากมีการเคลื่อนไหวกลุ่มใหญ่พวกที่มาจากต่างเมืองล้วนแล้วพยายามตามสืบกันทั้งนั้น”


    “ครับ ผมจับตามองพวกมันอยู่ ไม่คิดจะทำพลาดเหมือนครั้งก่อน”


    “จ้า พี่สาวไปดูร้านก่อน”


    —------------------------


    พรึ่บ~!


    ผ้าคลุมสีดำปิดทับตัวอีกชั้นจากนั้นตงฟางก็เริ่มบินไปทางทิศใต้ของเมืองหลงไห่ สิ่งที่เขาต้องทำเป็นอันดับแรกคือสร้างร่องรอยการเดินทางของคนจำนวนมากขึ้นมา จากนั้นก็ทำให้มันหายไปด้วยความสมเหตุสมผล เพื่อให้พวกที่ตามเลิกสนใจกลุ่มทาสทั้ง 500 คนที่เขาได้ซื้อมา


    “ออกเดินทางแล้วสินะ”


    ขบวนรถม้ามีทาสมากมายเดินตามหลังค่อยๆเคลื่อนตัวช้าๆไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังทางใต้ของเมืองหลงไห่ ระหว่างทาสกำลังเดินมุ่งหน้าไปยังทางใต้ คนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็ร้องตะโกนบอกทาสให้เดินมุ่งหน้าตามถนนไปอีกราว 2 กิโลเมตรจะมีคนออกมารับพวกเขา 


    โดยการพุ่งตัวกลับเมืองของคนจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ทำเอาเหล่าคนที่แอบสะกดรอยตามเกิดความสงสัย  การปล่อยทาสจำนวน 500 คนให้เดินทางไปเฉพาะพวกทาส มีโอกาสมากมายที่พวกเขาจะถูกจับไปขายเป็นทาสอีกครั้งหนึ่ง


    “หมายความว่ายังไง หรือว่าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะเป็นแค่นายหน้าในการซื้อทาส”


    “คงจะเป็นแบบนั้น เดี๋ยว หยุดก่อน มีใครบางคนออกมารับตัวทาส”


    กลุ่มคนที่แอบซุ่มตามมาหมอบตัวลงต่ำ มองไปยังชายสวมผ้าคลุมสีดำเดินออกมาดักหน้าทาสทั้ง 500 คนพร้อมกับนำกระดาษออกมาปึกหนึ่ง โดยพวกมันรู้ว่ากระดาษในมือชายชุดดำเป็นหนังสือสัญญาทาส ทันทีที่เห็นเจ้าของทาสคนใหม่พวกมันก็คิดจะกลับไปรายงานแต่ทันใดนั้นรอบๆเส้นทางที่ทาสกำลังหยุดยืนก็ได้ปรากฎสัตว์อสูรมากมายออกมาล้อมรอบจนไม่สามารถหนีไปไหนได้ กลุ่มคนที่กำลังจะกลับไปรายงานจึงหยุดตัวมองดูสถานการณ์ก่อน


    “น่าจะสมจริงแล้ว”


    ตงฟางใช้พลังจิตของเขาเรียกพายุให้พัดออกมาจากป่า ทำเหมือนว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวมากๆกำลังเดินออกมา ทันใดนั้นเขาก็ใช้พลังจิตของตัวเองควบคุมศพสัตว์อสูรที่ฆ่าตายให้มันเหมือนสัตว์อสรูที่มีชีวิตพุ่งออกมาจากป่า สาเหตุที่เขาต้องฆ่าแล้วควบคุมเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากให้ตรวจจับพลังวิญญาณของสัตว์อสูรได้ เขาอยากสร้างเรื่องราวสัตว์อสูรลึกลับทางตอนใต้เมืองหลงไห่เข้ากวาดล้างทาสจนตกตายไปทุกๆคน 


    ทันทีที่สัตว์อสูรปรากฎตัวกลุ่มคนที่แอบสะกดรอยต่างมองจ้องมัน แม้รูปร่างของสัตว์อสูรจะเป็นเพียงแค่ระดับ 2 ก็ตาม แต่เมื่อมันอ้าปากกว้างรวบรวมเปลวเพลิงก้อนกลมเอาไว้ในปากของมัน เหล่าคนที่แอบสะกดรอยต่างสั่นสะท้าน เมื่อความร้อนที่กำลังพวยพุ่งออกมารอบๆร้อนมากจนพวกมันไม่กล้าเข้าใกล้


    บู้ม~!


    ลำแสงสีแดงเพลิงจากพลังจิตที่ทำให้ตงฟางควบคุมเปลวไฟ ยิงออกมาจากสัตว์อสูรที่เขาควบคุม มุ่งหน้ามายังทิศทางที่เขาและทาสยืนอยู่ กลุ่มทาสที่ถูกสะกดจิตพวกเขาต่างยืนนิ่งมองลำแสงพุ่งตรงเข้ามาหา ทันทีที่ชายชุดดำยื่นมือไปข้างหน้าลำแสงสีแดงเพลิงก็ระเบิดกลืนกินทุกๆอย่าง จนเกิดรอยไหม้ขนาดใหญ่กว้างกว่า 200 เมตร


    “หะ…หายไปหมดแล้ว”


    “มันไปไหน”


    สองตารีบกวาดหาสัตว์อสูรที่โจมตี ทว่ากลุ่มคนที่แอบสะกดรอยไม่เจอสัตว์อสูรเลยสักนิด พวกเขาเห็นเพียงแค่ศพคนตายไหม้เกรียมเป็นสีดำหลงเหลืออยู่ราว 10 ชิ้น จึงพากันพุ่งตัวหนีก่อนจะถูกสัตว์อสูรเข้ามาฆ่า


    “วิ่ง วิ่งเร็วเข้า เราฆ่ามันไม่ได้~!!!”


    ตงฟางมองจ้องไปยังด้านล่างที่เขาระเบิดทิ้งไปเมื่อครู่ ตอนนี้เขาใช้พลังจิตยกร่างของคนที่เหลืออยู่เพียง 490 ให้ลอยอยู่เหนือก้อนเมฆเตรียมจะเดินทางหนีไป ถึงอย่างนั้นเขาอยากเห็นท่าทางของคนกลุ่มที่แอบตามจึงลอยตัวเพื่อดูท่าทางพวกมัน จนมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดน่าเชื่อถือเพราะมีศพถูกทิ้งให้ตายจากการระเบิด เขาจึงพาทุกคนบินอ้อมไปยังทิศเหนือเพื่อสร้างหมู่บ้าน


    โดยคนที่ตายนั้นเป็นทาสที่ถูกสับเปลี่ยนด้วยฝีมือเจ้าของตึกทาส ดูเหมือนว่ามันจะพยายามแฝงทาสตัวเองไปกับผู้มีอำนาจภายในเมืองเพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับมัน ตงฟางที่ไม่เห็นค่าในตัวทาสที่แฝงเข้ามานั้น เขาจึงใช้พวกมันเป็นเครื่องสังเวยในเรื่องราวที่เขาแต่งขึ้น


    “ใช้เวลาเดินเท้า 3 วัน น่าจะไกลพอ”


    ตงฟางมองไปยังภูเขาเขียวขจี เขาต้องการใช้ตำแหน่งนี้สร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ แม้ระยะทางมันจะไกลจากเมืองหลงไห่ แต่หากเปลี่ยนจากการเดินไปเป็นการบินระยะทางไม่ได้ไกลอย่างที่คิดเลย


    ตึง~!


    พลังจิตธาตุดินส่งไปยังตีนภูเขา ก่อนที่ตงฟางจะใช้พลังจิตเลเวล 7ควบคุมดินให้มันแหวกต้นไม้ออกไปเป็นที่ราบ เขาต้องการสร้างหมู่บ้านตีนเขา ผู้คนใช้ชีวิตปลูกข้าว ล่าสัตว์และส่งของป่าเข้าไปขายในเมือง 


    กระทั่งเขาปรับหน้าดินเสร็จแล้วตงฟางก็เริ่มใช้พลังจิตของเขาเข้าควบคุมดินอีกครั้งหนึ่งให้พวกมันก่อตัวขึ้นเป็นบ้านดินคล้ายกับดอกเห็ดที่มีขนาดต่างกัน กระทั่งเขาได้บ้านหลายร้อยหลังคาเรือน ตงฟางก็เริ่มบังคับต้นไม้ให้เข้าไปเกิดแทรกตามบ้านที่เขาสร้าง ทำเหมือนว่าหมู่บ้านนี้อยู่มานานแล้ว ไม่ใช่พวกมันพึ่งสร้างใหม่ 


    การควบคุมธาตุดินได้ ทำให้ตงฟางสามารถปรับหน้าดินได้ตามที่เขาต้องการ จะทำให้ดินเหมือนพึ่งมีการก่อสร้างใหม่หรือก่อสร้างมานานแล้วก็ทำได้ ทำให้ทุกอย่างในหมู่บ้านดูเก่า แต่ความคงทนของพวกมันยังอยู่ดีไม่ต่างจากของใหม่


    “บ่อน้ำ”


    พลังจิตเลเวล 7 ค่อยๆปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของหมู่บ้านให้มีหลายสิ่งที่หมู่บ้านควรจะมี กระทั่งมีสิ่งที่ใช้อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ตงฟางก็เริ่มหันมองคนทั้ง 490 ที่ถูกเขาสะกดจิตเอาไว้ก่อนจะใส่พลังจิตเข้าไปในหัวของพวกเขาทุกๆคน เพื่อไม่ให้ตงฟางต้องอธิบายมาก 


    พรุ่งนี้เช้าหมู่บ้านที่เขาสร้าง มันจะมีบรรยากาศเหมือนหมู่บ้านทั่วไป โดยการใช้พลังจิตมอบหน้าที่ให้กับทุกๆคน ไม่เพียงแค่มอบหน้าที่ ตงฟางยังใส่ความรู้ของทักษะนิกายโลหิตเข้าไปด้วย เพื่อให้ทาสต่อสู้ทั้ง 250 ได้เปลี่ยนไปใช้งานพวกมัน ต่อจากนี้ไปกองกำลังของเขาจะใช้งานทักษะนิกายโลหิตเป็นหลัก เมื่อเขาให้ผู้บ่มเพาะฝึกทักษะนิกายโลหิตจนเชี่ยวชาญ จะเป็นชาวบ้านที่ได้ฝึกมัน






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน