เสี่ยวเทียนขึ้นไปบนเรือ ก็ถูกเรียกมาพบกับ พระแม่เจ้าสือหลิว ทันที
“ เฉินเสี่ยวเทียน พ่อแม่ ของเจ้าเป็นใคร” พระแม่เจ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ ท่านพ่อชื่อ เฉินคุน ท่านแม่ชื่อ จางสุ่ยเหวิน เป็นคนจากดินแดนเก้าพิภพ ข้ามาที่แดนเทวะบรรพกาลมาตามหาท่านพ่อ ที่ถูกพวกคนชั่วตามทำร้ายขอรับ” เสี่ยวเทียนสรุปอย่างย่อให้ฟัง
“ ดินแดนเทวะบรรพกาลกว้างใหญ่ก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยมีคนจากภายนอกเข้ามาซักเท่าไหร่ คนที่เข้ามาได้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องนี้ตามหาไม่ยากหรอก แล้วเจ้ารู้ไหมว่า ข้าจะทดสอบอะไรเจ้า” พระแม่เจ้าหยุดพูดแล้วสังเกตุที่ใบหน้าเทียนที่ส่ายหัวไม่รู้ พระแม่เจ้ายิ้มเล็กน้อยแล้วบอกว่า
“ เราจะให้เจ้าเข้าไปในหอสักการะฟ้าเทียนถาน”
“ หอสักการะฟ้าเทียนถานคืออะไร?”
“ หอสักการะฟ้า เป็นของวิเศษที่เป็นสมบัติตกทอดของบรรพบุรุษท่านจอมฟ้าอนันตกาล ไม่ปรากฏผู้ใดสร้าง ท่านจอมฟ้าอนันตกาล เคยใช้เป็นสถานที่ฝึกฝนตนเอง หลังจากที่ท่านสิ้นอายุขัย ก็มอบให้ ทายาทของท่านจอมฟ้าอนันตกาลได้ฝึกฝน ทุกๆร้อยปี พวกเรามีหน้าที่หาคนเหมาะสมเข้าไปเพื่อทดสอบด่านทั้งเจ็ด ของหอสักการะฟ้าเทียนถานแห่งนี้” ราชครูจวนจื่ออธิบาย
“ ด่านทั้งเจ็ด นี่มีอะไรบ้างหรือขอรับ”
“ ด่านด้านในก็ไม่มีอะไรมาก ก็มีหุ่นศิลา สัตว์ปีศาจ จอมยุทธ์ มาคอยตั้งด่านสะกัดหากเจ้าผ่านไปได้ หุ่นศิลาก็จะกลายเป็นไข่มุกทองคำ และแต่ละชั้นก็มีหุ่นศิลาเป็นร้อยตัว เจ้าสามารถนำไปเป็นทรัพยากรให้กับ สำนักของเจ้าได้” ราชครูจวงจื่อเอ่ยตอบแทน พระแม่เจ้าสือหลิว
“ หุ่นศิลาเป็นร้อย โอ้ แล้วไข่มุกทองคำก็ต้องเป็นร้อยไปด้วย ! อืมก็ดีนะ ข้าเองก็กำลังอยากฝึกฝนอยู่พอดีเลย” เสี่ย่วเทียนอยากจะรีบเข้าไปฝึกที่หอสักกระฟ้าเร็วๆ เสียแล้ว
“ เจ้าออกไปพักก่อน พอถึงที่เขตวังเทวาสถิตย์แล้ว ข้าจะไปเรียกเจ้า” ราชครูเอ่ยกับเสี่ยวเทียน แล้วก็มีเด็กสาวพาเสี่ยวเทียนไปห้องพัก
“ พระแม่เจ้า เด็กคนนี้ดูท่าทางละโมบ โลภมาก กระหม่อมคิดว่า เขาไม่น่าเหมาะสมกับ ตำแหน่งโอรสเทพ เลยนะพระเจ้าค่ะ” ราชครูเอ่ยทันทีหลังจากที่เสี่ยวเทียนออกไปแล้ว
“ ราชครูจวนจื่อ ท่านไม่เชื่อสายตาของเรารึ?”
“ หามิได้ แต่กระหม่อมคิดว่า โอรสเทพน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่านี้”
“ ท่านไม่ต้องกังวล ราชครูทั้งสี่กำลังคัดเลือก บุคคลที่เหมาะสม เพื่อที่จะมาเข้าฝึกฝนในหอสักการะฟ้าเทียนถาน นี้อยู่แล้ว ที่ข้าอุตส่าห์ออกมาจากวังเพื่อมาดูเด็กน้อยที่หน้าตาเหมือน จอมฟ้าอนันตกาลเท่านั้น แต่ไม่เพียงเขาจะผ่านด่านทดสอบได้เร็วกว่าใคร และยังได้ไข่มุกทองคำครบสมบูรณ์อีกด้วย ท่านไม่ต้องห่วง เราจะไม่ให้เขาได้รับสิทธิพิเศษเหนือใครทั้งสิ้น ส่วนการคัดเลือก ก็ต้องแล้วแต่หอสักการะฟ้า เทียนถานเป็นผู้เลือกเอง ใครก็ไม่มีสิทธิไปก้าวก่ายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องความโลภของเด็กคนนี้ ข้าเชื่อว่าถึงที่สุดแล้ว เขาคงไม่เป็นอย่างที่ท่านคิดหรอก”
“ กระหม่อมก็หวังไว้เช่นนั้น” ราชครูประสานมือโค้งคำนับ แล้วถอยหลังออกไป เพราะบัดนี้ เรือเหาะได้มาถึงวังฟ้า เทวาสถิตย์แล้ว
ภายในวังฟ้าเทวาสถิตย์ บัดนี้มีคนมายืนรวมตัวกันหลายสิบคน พอเห็นพระแม่เจ้าสือหลิว เสด็จมา ทุกคนต่างคุกเข่าทำความเคารพกันหมด เสี่ยวเทียนเดินตามหลังมาเห็น องค์ชายห้า พี่ใหญ่หยางลี่ ศิษย์พี่ใหญ่มู่อี่ ศิษย์พี่รองมู่เอ้อ
เทพบุตรเยว่เหอ เทพบุตรเค่อจิ้งหนาน มากันหมดเลย และยังเห็นคนอีกสิบกว่าคนหน้าตาหล่อเหลา แต่งชุดหรูหรากันทั้งนั้น ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่ทุกคนล้วนมีอายุ 18 ปีไม่เกิน25ปี ทุกคนเห็นเสี่ยวเทียนเดินตามหลังองค์พระแม้เจ้าสือหลิวก็ตกใจ ได้แต่มองมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
แล้วพระนางก็ไปนั่งบนบัลลังก์ที่ด้านข้าง ส่วนเสี่ยวเทียน นั้นพระแม่เจ้าให้มานั่งที่ด้านข้างก่อน อย่าเพิ่งไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ
ท่านราชครูจวนจื่อ เดินออกมาด้านหน้าทุกคน แล้วประกาศออกมาว่า
“ พวกเจ้าทุกคนที่เข้ามายืนอยู่ในที่แห่งนี้ ได้รับการคัดเลือกจากคนของเราว่ามีความเหมาะสมที่จะ ได้รับการทดสอบในหอสักการะฟ้า เทียนถาน ดังนั้นหากว่าใครสามารถผ่านด่านไปอยู่ชั้นสูงสุด จะได้รับ รางวัล เป็น ผลไม้เซียน 1พันลูก
สมุนไพรเซียนรักษาบาดเจ็บ อีก 500 ต้น สมุนไพรวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังอีก 500 ต้น และจะได้เป็นโอรสเทพ ของดินแดนมหาเทพ เทวาสถิตย์ สามารถเข้า-ออกในดินแดนแห่งนี้ได้ พวกเจ้าจะได้รับหยกช่วยชีวิตคนละ1แผ่น ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะมีอันตราย หากว่าเจ้ายอมแพ้ หรือ ถูกทำร้ายจนตาย หยกจะส่งตัวของเจ้าลงมาจากหอสักการะฟ้าเทียนถานทันที ทุกคนพร้อมแล้ว ก็เตรียมตัว เข้าไปได้เลย” ทุกคนวิ่งกันเข้าไปในทันที ศิษย์พี่ใหญ่ กับศิษย์พี่รอง หันมามองเสี่ยวเทียนที่ยังไม่สามารถไปได้ จึงได้แต่พยักหน้าให้ศิษย์พี่ทั้งสองคนขึ้นไปก่อน
“ เสี่ยวเทียน หากเจ้าขึ้นไปชั้นบนสุดได้ ให้นำแหวนวงนี้มอบให้ชายคนที่อยู่บนนั้นด้วย เจ้าไปได้แล้ว” เสี่ยวเทียนรับแหวนมาแล้วรีบขึ้นไปทันที ไม่ทันได้ถามอะไรทั้งสิ้น
พอเข้ามาชั้นที่ 1 หอสักการะฟ้าเทียนถาน เสี่ยวเทียนก็ถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่อีกมิติหนึ่ง พบหุ่นศิลานักรบ มีอยู่กว่าร้อยตัว พลังระดับเซียนขั้นต้น มีอาวุธครบมือยืนสงบนิ่งอยู่ พอเสี่ยวเทียนเข้าไป ทุกตัวก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที เสี่ยวเทียนเรียกอินทรีบูรพา กับปราสาทเทพเซียนออกมา
“ อาจารย์เกิดอะไรขึ้น ทำไม ทั้งสองออกมาไม่ได้ล่ะ”
“ ที่นี่มีเวทย์ป้องกันอาวุธเอาไว้ ทั้งสองเปรีบบเป็นอาวุธ จึงออกมามาได้ เจ้าได้แต่ใช้กำลังของตัวเองเท่านั้น”
“ เข้าใจล่ะ กำลังต้องการใช้พลังอัสนีอยู่พอดี” เสี่ยวเทียน ยกมือยิงอัสนีเซียนเข้าใส่ หุ่นนักรบกระเด็นร่างแหลกไป แล้วปรากฏไข่มุกทองคำออกมา เสี่ยวเทียนคว้ามาเก็บเอาไว้ทันที
“ อย่าเพิ่งทำลายมัน แช่แข็งมันให้หมด” อาจารย์ลู่เอินอยู่ๆ ก็ตะโกนสั่งออกมา
“ ทำไมล่ะ อาจารย์”
“ เจ้าอยากได้หุ่นศิลาระดับเซียนไปเป็นทาส คอยปกป้องแม่และน้องของเจ้าไหมล่ะ”
“ ทำได้ด้วยรึ?” เสี่ยวเทียนไม่รอคำตอบปล่อยพลังธาตุน้ำแข็งออกไป หุ่นศิลานักรบ หยุดการเคลื่อนไหวในทันที แล้วก็กวาดทั้งหมดเข้ามาเก็บไว้ในมิติฟ้าคราม แล้วบันได ชั้นที่สอง ก็ค่อยปรากฏ เสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นไปชั้นสอง อย่างรวดเร็ว
ชั้นสอง พอขึ้นไปก็ถูกเม่นตัวกลมเหมือนลูกฟุตบอลกว่า ยี่สิบตัว ปล่อยขนเม่นใส่ออกมาเป็นร้อยๆ เล่ม เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ๆ แต่ว่าทั้งหมดไม่มีทางระคายผิวของเสี่ยวเทียนได้เลย เจอพลังป้องกันขั้นเทพของเกราะเทพเจ้าราไป เสี่ยวเทียนต่อยหมัดอัสนีเข้าใส่ตัวแรกเพื่อดูผล เปรี้ยง ! ร่างมันแตกกระจายกลายเป็นเม็ดไข่มุกทองคำทันที
“อาจารย์เม่นพวกนี้เอาไปเลี้ยงได้ไหม?”
“ไม่ได้มันเป็นเพียงภาพมายา เจ้าอัดมันได้เต็มที่ แล้วเก็บไข่มุกทองคำมาให้หมดเลย”
เสี่ยวเทียนเผยอยิ้มหวานออก มาแล้วยกมือ ยื่นไปทั้งสองมือ อัสนีเซียนสายฟ้า พุ่งออกไปสองสาย กระจายกลายเป็นวงกว้าง เสียงดัง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ร่างเม่นระเบิดกระจาย ไข่มุกทองคำลอยคว้าง เสี่ยวเทียนกวาดออกมาไม่มีเหลือ แล้วจากนั้น มันก็พุ่งเข้ามาอีกเป็นร้อยตัว
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาเลย ข้าชักชอบชั้นนี้เสียแล้วซิ” เสี่ยวเทียนเดินหน้าเหวี่ยงสายฟ้าเข้าใส่ พร้อมเก็บไข่มุกทองคำไปจนหมด แล้ว มันยังเพิ่มขึ้นมาอีก100 ตัว เสี่ยวเทียนก็กวาดเรียบไปมีเหลือ บันไดชั้นสาม ปรากฏ แต่เสี่ยวเทียนไม่สนใจ ยังยืนรอ เจ้าเม่นอยู่อีกสักพัก
“ หมดแล้วหรือนี่?” เสี่ยวเทียนเดินวนรออีกรอบ จนอาจารย์ลู่เอินต้องส่งเสียงบอกมาให้ขึ้นไปชั้นสามได้แล้ว เสี่ยวเทียนจึงได้ขึ้นไป
พอขึ้นไปบนชั้นสาม ก็พบกับ สัตว์อสูรตัวหนึ่งตัวใหญ่เท่ากับเกวียนสามเท่า
ร่างของมันมีเพลิงลุกไหม้ ไปทั้งตัว อ้าปากออกมาไฟก็พุ่งออกมา มันขย้ำผู้แข่งขันตายไปแล้วคนหนึ่ง แล้วมันก็กระชากร่างคนผู้นั้นออกเป็นชิ้นๆ ด้วยกรงเล็บที่แหลมคม คนผู้นั้น กลายเป็นซากศพถูกเผา โดยไม่ต้องทำพิธีเลย
“ มัน คือ...ตัว อะไร...น่ะอาจารย์” เสี่ยวเทียนไม่เคยเห็นตัวอะไรแบบนี้มาก่อน หัวมันเหมือนสิงโต ลำตัวเป็นเกล็ดคล้ายมังกร หางเป็นงูพิษคล้ายจงอาง
“เทพกิเลนไฟ คาไมร่า”
“ แล้วจะจัดการมันอย่างไรดีเนี่ย”
“ไม่ต้องกลัวเป็นแค่ วิญญาณสัตว์ของมัน มีพลังที่ใช้ได้แค่ 20 % ของพลังทั้งหมดเท่านั้น ใช้ทัณฑ์อัสนีฟาดใส่มันไปก่อน ไว้ข้าหาจุดอ่อนของมันได้แล้วจะบอกไป” อาจารย์ลู่เอินเริ่ม มองหาจุดอ่อนของมันอย่างเร็ว
เสี่ยวเทียน ปล่อยอัสนีเซียนเข้าทักทายมันก่อน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆๆ ร่างของมันกระเด็นกระดอน ล้มกลิ้งไป แต่ว่าร่างของมันทนไฟ จึงลุกขึ้นมาใหม่ได้ สะบัดหางจงอางไฟพุ่งเข้ากัดใส่หน้าเสี่ยวเทียน ฟิ้ว ๆ เสี่ยวเทียนต้องกระโดดถอยหลังหลบ แล้วมันยังอ้าปากปล่อยลูกเพลิงเข้าใส่ อีกทำให้เสี่ยวเทียนต้องหลบไปหลบมา แล้วปล่อยพลังอัสนีฟาดใส่ไปอีกชุด เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !! เจ้ากิเลนพันธ์ใหม่ กระเด็นกลิ้งไปมา มันส่ายหัวฟึดฟัด! ลุกขึ้นมาใหม่ เสี่ยวเทียนพุ่งเข้าไป แล้วอัดอัสนีเซียนสายฟ้าเข้าไปอีก เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! มันหงายท้องกระเด็นไปมาอีกรอบ แต่ด้วยหนังมันหนามีเกล็ดเหมือนเกราะ และยังทนไฟได้อีก มันจึงไม่กล้วสายฟ้า เลย
“ อาจารย์สงสัยอัสนีสายฟ้าใช้กับมันไม่ได้แล้ว” พูดจบไม่ทันที่อาจารย์จะบอกอะไร ลูกไฟหลายสิบลูกพุ่งเข้ามาอย่างกับห่าฝน เสี่ยวเทียนถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว
“ ใช้พลังดัชนียิงเข้าใส่ หน้าผากของมัน” อาจารย์ลู่เอินพบจุดอ่อนมันแล้ว
เสี่ยวเทียนยิงพลังดัชนีพุ่งใส่หน้าผากกิเลนไฟทันที ตูม !! ร่างของมันถึงกับหยุดนิ่ง แล้วค่อยๆสลายหายไป กลายเป็นไข่มุกทองคำจำนวน ร้อยเม็ด เสี่ยวเทียนกำลังจะพุ่งไปเอาไข่มุกทองคำ แต่มีคนยื่นมือมากวาดเอาไปจนหมด
“ เฮ้ย นี่มันไข่มุกของข้า !” เสี่ยวเทียนมองหน้าอย่างโกรธเคือง
“ ไอ้เด็กน้อย ขอบใจที่เจ้าทำให้ข้าไม่ต้องเหนื่อยแรง ไข่มุกทองคำนี้ อยู่กับข้าก็ต้องเป็นของข้า” ชายหน้าขาว สวมเสื้อสีแดง ส่งยิ้ม ถือพัดโบกไปมา อย่างอารมณ์ดี เสี่ยวเทียนมองหน้าไอ้หน้าขาวนี้ มีพลังเซียนระดับจักรพรรดิขั้นต้นแล้ว
ถึงว่า ทำไม่กล้าบังอาจยิ่งนัก ที่แท้มีพลังขั้นเซียนจักรพรรดิระดับต้นแล้ว
“ เจ้า ...เอาไข่มุกของข้าไป เจ้า..เอาความกล้านี้มาจากไหน ข้าจะทำให้เจ้าจะได้รู้ว่าโลกนี้มีบางอย่างที่เจ้าไม่ควรแตะต้อง” เสี่ยวเทียนก้าวเท้าย่างสามขุมเข้าใส่ชายหน้าขาวทันที
“ เฮอะ ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้าขู่ข้าเชียวหรือนี่” ชายหนุ่มใช้พัดจี้เข้าใส่เสี่ยวเทียน กลับมีเข็มสีดำออกจากพัดนับร้อยพุ่งออกมา เสี่ยวเทียนก็ปล่อยพลังอัสนีพุ่งสวนเข้าไปเช่นกัน เข็มสีดำปะทะกับ อัสนีสายฟ้า เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ อัสนีสายฟ้าทำลายเข็มสีดำ สลายไปสิ้น แต่สายฟ้ายังพุ่งต่อไปไม่หยุด ชายหน้าขาวเห็นจวนตัว ก้มตัวล้มกลิ้งหลบไปกับพื้น รอดจากสายฟ้าไปได้หวุดหวิด
พอแหงนหน้ามาทางเสี่ยวเทียน ก็เห็นปลายเท้าพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ประทับเข้าที่ปลายคาง เปรี้ยง ! ชายหน้าขาวหงายหลังลอยขึ้นไปบนฟ้า ศรีษะเริ่มมึนชากระทันหัน แล้วก็สัมผัสได้ว่ามีสายฟ้ารัดเอาไว้ที่ข้อเท้า แล้วร่างกายก็เหมือนถูกกระชาก วิญญาณแทบหลุดจากร่าง สูญเสียการควบคุม ร่างถูกเหวี่ยงไปกระทบกับพื้น เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ
สติสัมปชัญญะ เริ่มเลือนลาง ความรู้สึกเจ็บปวดระบมไปทั่วตัว ก่อนที่ความรู้สึกทั้งปวงจะหายไป กลับได้ยินเสียงเด็กน้อยพูดออกมาว่า
“ ไม่มีใครกล้าแย่งไข่มุกทองคำจากข้าไปได้” จากนั้นสติก็ดับวูบไปไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย
เสี่ยวเทียนหยิบไข่มุกทองคำของตนออกมา แล้วดีดร่างของชายหน้าขาว เปรี้ยง !ร่างหายวับออกจากหอสักการะฟ้าไปในทันที แล้วบันไดขึ้นชั้นที่สี่ก็ปรากฏขึ้นมา
เสี่ยวเทียนเดินขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พอขึ้นไป ก็พบกล่องเหล็ก อยู่กล่องหนึ่งตั้งอยู่บนแท่นบูชา ซึ่งเปิดดูแล้วเป็น ไข่มุกทองคำน่าจะไม่ต่ำกว่า 300 เม็ด
“โอ้ ให้กันอย่างง่ายๆ เช่นนี้เลยเหรอ?” เสี่ยวเทียนกำลังจะเข้าไปหยิบก็มีเสียงชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา อย่างเย็นเยียบว่า
“ เด็กน้อย โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอก เจ้าต้องเอาชนะข้าให้ได้เสียก่อน
ถึงจะเอาไข่มุกทองคำนั้นไปได้ ข้าคือ ม่งกู หมัดเทพอาถรรพ์ พันปีก่อนข้าพ่ายแพ้แก่จอมฟ้าอนันตกาล จึงต้องทิ้งจิตวิญญาณต่อสู้ อยู่ในหอสักการะฟ้าเทียนถาน ชั้นที่ สี่แห่งนี้ ข้าจะไม่เอาเปรียบเจ้าเด็กน้อย ข้าจะลดพลังเซียนมาระดับเดียวกับเจ้า เชิญ”
“ เดี๋ยวก่อน ! ท่านเป็นผู้อาวุโส มีอายุมานานนับพันปี บอกว่าจะไม่เอาเปรียบข้าแต่กลับใช้พลังเซียนมาอยู่ระดับเดียวกับข้า ถ้าจะไม่เอาเปรียบเด็กน้อยเพียงก้าขวบเช่นข้า ท่านต้องลดพลังลงไปอีกขั้นเป็นขั้นปราณเทพ จักรพรรดิ น่าจะยุติธรรมที่สุดนะท่านผู้อาวุโส” เสี่ยวเทียนต่อรอง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยเจ้านี่ ยังกล้าต่อรองกับข้าอีกหรือนี่ ก็ได้เมื่อเจ้ากล้าขอข้าก็กล้าให้ มาเลย ข้าต่อให้เจ้าถึงหนึ่งขั้นใหญ่ แต่ข้าต้องบอกเจ้าไว้ก่อน หมัดอาถรรพ์ของข้าไม่ได้มีดี แค่หมัดเท่านั้นนะ !”
“ เท่านี้ก็พอ เชิญ” เสี่ยวเทียนพุ่งร่างกลายเป็นสายลมแล้วโผล่ออกมาต่อยหมัดใส่ ม่งกู่ ไปหลายหมัด แต่ละหมัดเน้นเข้าลำตัวและจุดสำคัญทั้งนั้น เทพหมัดอาถรรพ์ สามารถรับได้อย่างสบาย แต่ว่าขณะรับหมัดของเสี่ยวเทียนอยู่นั้น เสี่ยวเทียนก็ใช้หมัดพลังจิต ระดมเข้าต่อยใส่อีกหลายมุม จนร่างของเทพอาถรรพ์ ถูกต่อยกระเด็นกระดอน ล้มกลิ้งจนทนไม่ไหวต้องปล่อยพลังเซียนระดับสวรรค์ออกมาต้านออกไป
“ เฮ้ ! เฮ้ ! นี่ท่านใช้พลังเซียนได้ยังไงเนี่ย?”
“ ไอ้หนู ข้าให้เจ้าผ่านชั้นนี้ได้ แต่ก่อนที่ข้าจะให้เจ้าไป ข้าต้องสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึกบ้าง ที่บังอาจกล้าใช้หมัดพลังจิตมาหลอกต่อยข้า” เทพหมัดอาถรรพ์เริ่มโกรธเสี่ยวเทียนแล้ว
“ ก็ท่านไม่ได้บอกนี้ห้ามใช้หมัดพลังจิตนี่?”
“ เรื่องแบบนี้มันต้องบอกกันด้วยหรือไงวะ” คราวนี้หมัดเทพอาถรรพ์ปล่อยพลังหมัดออกมาหมัดเดียว กลับหยุด ทุกสรรพสิ่งได้ทั้งหมด เสี่ยวเทียนมองเห็นหมัดลอยเข้ามาแต่ไม่สามารถขยับตัวได้เหมือนมีเวทย์มนตร์มาสะกดเอาไว้ ได้แต่ปล่อยพลังเทพเจ้าราออกมาป้องกันได้อย่างเดียว เปรี้ยง ! เสี่ยวเทียนถูกพลังกระแทกสะท้อน ถึงกับกระอักเลือดออกมา เสี่ยวเทียน เริ่มใช้พลังจากอัฐิธาตุปล่อยฝ่ามือยูไลระดับต้น ออกมา ปรากฏฝ่ามือนับร้อยพุ่งออกมาจากฝ่ามือเสี่ยวเทียน เข้าปะทะกับ หมัดเทพอาถรรพ์ที่ยังปล่อยออกมา พอทั้งสองพลังเข้าปะทะกัน เสี่ยวเทียนถึงกับกระเด็นถอยหลังไปติดผนังห้อง ส่วนมงกู่ หมัดเทพอาถรรพ์ถอยหลังไปหลายก้าว พลังหมัดเทพอาถรรพ์ถึงกับสลายหายไป
สร้างความแตกตื่นให้กับ หมัดเทพอาถรรพ์ม่งกู่ ยิ่งนัก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมใจยิ่งนัก ด้วยพลังหมัดของข้านี้ต่อให้จอมฟ้าอนันตกาลเกิดใหม่ ในวัยหนุ่ม ก็ไม่อาจทำลายพลังหมัดนี้ของข้าได้ แต่เด็กน้อยเช่นเจ้ากลับทำลายหมัดอาถรรพ์ ของข้าได้ ฝ่ามือยูไลของเจ้านี้ข้ายอมรับนับถือจริง ๆ เจ้าผ่าน ขึ้นไปชั้น ห้าได้เลย”
เสี่ยวเทียนลุกขึ้นมาปัดเนื้อตัวเล็กน้อย แล้วประสานมือขอบคุณ แต่ก็ยังไม่ลืมเก็บไข่มุกทองคำไปอีก สามร้อยเม็ด บันไดชั้นที่ห้าปรากฏขึ้นมา.....