ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    15 จากลูกค้ากลายเป็นพันธมิตรทางการค้า

               “ ใจเย็น ๆ คุณชาย พวกท่านช่วยเล่าเรื่องราว และรายละเอียดทั้งหมดให้ข้าฟังได้มั้ย ข้าจะได้ชี้แนะทางออกให้กับพวกท่าน”             หมอดูหนุ่มป้ายแดงเอ่ยถามคู่สามีภรรยา ก่อนที่ชายผู้เป็นสามีจะเป็นฝ่ายเล่าให้เขาฟังว่ากิจการร้านเครื่องประดับของทั้งคู่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก เพราะว่าช่วงนี้ซึ่งเป็นยุคข้าวยากหมากแพง สินค้าในร้านแทบจะขายไม่ได้เลย แถมล่าสุดยังโดนลูกจ้างโกงและเชิดเงินหนีไปเป็นจำนวนมาก  หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ อีกไม่นานกิจการที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคนก็คงมีอันต้องปิดตัวลงในไม่ช้า            “ เอาล่ะ คุณชาย ท่านจงตั้งสมาธิให้ดีแล้วหยิบไพ่ในสำรับนี้ด้วยมือซ้ายมาให้ข้าหนึ่งใบ”            หมอดูหนุ่มกรีดไพ่ยิปซีที่เขานำติดตัวมาจากโลกปัจจุบันลงบนโต๊ะที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำเป็นรูปครึ่งวงกลม  ก่อนที่ชายผู้เป็นสามีจะทำการหยิบไพ่ขึ้นมาหนึ่งใบก่อนจะส่งให้กับอาหลง            “ ไพ่ The Temperance “            อาหลงเอ่ยขึ้นหลังจากที่หงายไพ่ที่อีกฝ่ายสุ่มหยิบขึ้นมา ก่อนจะอธิบายให้คนทั้งคู่ฟังว่า ไพ่ใบนี้เป็นไพ่แห่งการเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และปรับสมดุล ดังจะเห็นได้จากในภาพที่เป็นรูปเทพกำลังยืนโดยขาข้างหนึ่งอยู่บนบก ส่วนอีกข้างอยู่ในน้ำ และกำลังทำการทดลองเทน้ำเย็นผสมกับน้ำร้อน           “ ไพ่ใบนี้สื่อความหมายว่าท่านจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวจากสิ่งเก่า ๆ ไปหาสิ่งใหม่แบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป และต้องใช้ความอดทนในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้  แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าท่านไม่ล้มเลิกไปซะก่อน ท่านจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”             เสียมหลอหลงเอ่ยอธิบายลูกค้าทั้งสองอย่างใจเย็น โดยจริง ๆ แล้วไพ่ยิปซีเป็นแค่สื่อและส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น แต่ที่สำคัญจริง ๆ อยู่ที่การอ่านใจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่มาปรึกษา รวมทั้งใช้จิตวิทยาที่เขาเรียนรู้มา เพื่อให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และชี้แนะทางออกให้กับพวกเขาได้ก้าวผ่านปัญหาและความท้าทายได้ในที่สุด “ ว่าแต่ร้านของพวกท่านตั้งอยู่ที่ใด ข้าจะได้ช่วยไปดูและช่วยหาทางแก้ไขปัญหาให้กับพวกท่าน?”            อาหลงเอ่ยถามคนทั้งคู่ ก่อนที่ทางด้านภรรยาจะเป็นฝ่ายชี้ให้เขาได้เห็นว่าร้านที่ว่านั้นอยู่ติดกับโรงเตี๊ยมแสงดาวนั่นเอง  เมื่อรู้ดังนั้นแววตาของเสียมหลอหลงฉายแววยินดีวูบหนึ่ง ก่อนจะใช้ความคิดสักครู่ จากนั้นจึงเอ่ยกับคู่สามีภรรยาตรง ๆ            “ ในความคิดของข้า ข้าคิดว่ากิจการร้านเครื่องประดับของพวกท่านอาจจะไม่เหมาะสำหรับสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ พวกท่านลองคิดดู ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ จะมีใครที่จะมีแก่ใจซื้อเครื่องประดับของพวกท่าน?”            “ พวกข้าไม่ใช่ไม่รู้  แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อมันเป็นกิจการที่ตระกูลของข้าสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนแล้ว  ท่านจะให้ข้าปล่อยให้มันล่มสลายในยุคของข้าได้อย่างไร  เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปสู่ปรภพ ข้าจะสู้หน้าบรรดาบรรพบุรุษของข้าได้เช่นไรกัน”              ชายผู้เป็นสามีเป็นฝ่ายตอบคำถามของอาหลงด้วยความอัดอั้นตันใจ ก่อนที่จะหันไปกุมมือภรรยาที่นั่งข้าง ๆ ด้วยความรู้สึกที่เหมือนคนมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี             “ ท่านพี่ ใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ เราลองถามความเห็นของท่านอาจารย์น้อยดูก่อน ท่านอาจจะมีหนทางแก้ไขปัญหาให้กับพวกเราก็ได้”                  ฮูหยินผู้มีรูปโฉมงดงามหมดจดเอ่ยเตือนสติผู้เป็นสามี ก่อนจะหันมาทางอาหลงเพื่อขอคำแนะนำและทางออกในเรื่องนี้               “ ก่อนอื่นข้าอยากให้พวกท่านปล่อยวางในบางเรื่อง เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า ไม่ทราบว่าพวกท่านยินยอมหรือไม่?”                “ เป็นเรื่องอันใด ขอท่านอาจารย์โปรดชี้แนะ ข้าหลี่ปู้ฉินพร้อมจะทำตามที่ท่านบอก?”                ฝ่ายชายผู้เป็นสามีเอ่ยตอบคำถามของหมอดูหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า โดยตอนนี้เขาเริ่มที่จะมีความหวังขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ได้รับทราบความร้ายกาจในการอ่านใจคนของหมอดูผู้นี้ ซึ่งยังไง ๆ เขาก็ถือว่าไม่มีอะไรจะเสีย ดังนั้นจึงพร้อมที่ลองเสี่ยงทำตามคำแนะนำดูสักตั้ง               “ ข้ามีทางเลือกให้ท่านสองทาง ทางแรกคือตัดใจขายร้านนั้นซะ แล้วรับเงินก้อนโตเพื่อไปเริ่มกิจการใหม่ ๆ ที่มีอนาคตและเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้”                อาหลงเอ่ยกับเถ้าแก่หลี่และฮูหยิน ซึ่งคำแนะนำที่เป็นทางเลือกแรกนี้ค่อนข้างสร้างผิดหวังให้กับคนทั้งคู่พอสมควร               “ ส่วนทางเลือกที่สองคือ จับมือเป็นพันธมิตรกับโรงเตี๊ยมแสงดาวเพื่อช่วยกันขยายกิจการใหม่ ๆ ซึ่งจะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ร้านเสื้อผ้า ร้านนวด ร้านของใช้ในครัวเรือน รวมทั้งร้านอาหารจานด่วน  รับรองว่ากิจการเหล่านี้จะต้องเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน”               “ เดี๋ยวก่อนนะท่านอาจารย์น้อย ว่าแต่ร้านสะดวกซื้อคืออะไรกัน ข้าไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน  แล้วอีกอย่างถ้าข้าร่วมมือกับทางโรงเตี๊ยมแสงดาวแล้ว สินค้าที่อยู่ในร้านของข้าจะทำเช่นไร แล้วพวกเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าทางโรงเตี๊ยมแสงดาวยินดีจะร่วมมือเป็นพันธมิตรกับเรา”               ฮูหยินหลี่เอ่ยถามชายหนุ่มอย่างยืดยาวด้วยความกังวลและสงสัยในข้อแนะนำของเขา ก่อนที่เสียมหลอหลงจะแนะนำตัวกับทั้งคู่ว่าเขาเป็นเถ้าแก่คนหนึ่งของโรงเตี๊ยมแสงดาว รวมทั้งเล่าแผนการที่จะขยายกิจการให้กับทั้งคู่ฟัง ซึ่งคู่สามีภรรยาต่างรับฟังแผนการของเขาด้วยความสนอกสนใจ เพราะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ยังไม่มีใครริเริ่มทำ จริง ๆ เถ้าแก่หลี่และฮูหยินต่างถือได้ว่าเป็นคนที่มีหัวคิดทันสมัย และมีการศึกษาที่สูงพอสมควร ดังนั้นจึงอยากจะลองริเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง  แต่ติดที่พวกเขาต้องดูแลกิจการของตระกูลที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน จึงทำให้ไม่อาจลงมือริเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างใจหวัง  เมื่อได้ฟังแผนการที่แปลกใหม่และน่าสนใจของอาหลง ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดูสักครั้ง โดยการจับมือเป็นพันธมิตรกับโรงเตี๊ยมแสงดาวในการขยายกิจการ           “ เอ่อ เถ้าแก่เสียมหลอ  ข้าบังอาจถามท่านตรง ๆ  คือว่าพวกข้าได้ข่าวมาว่าโรงเตี๊ยมของท่านกำลังจะถูกยึดไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”           เถ้าแก่หลี่เป็นคนเอ่ยถามขึ้นมา เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทางด้านโรงเตี๊ยมแสงดาวเองก็กำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับพวกตน  โดยเขาเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกอีกฝ่ายเป็นเถ้าแก่ แทนที่จะเป็นท่านอาจารย์อย่างที่เคยเรียกก่อนหน้า  ก่อนที่อาหลงจะอธิบายให้ทั้งคู่ได้เข้าใจว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมาจางหู่พี่ชายของตนได้เข้าไปจัดการเรื่องหนี้สินกับเจ้าหนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการช่วยเหลือของใต้เท้าหลิวว่านซาน เจ้าเมืองเทียนหยาง ทำให้ตอนนี้ทางโรงเตี๊ยมแสงดาวไม่มีหนี้สินใด ๆ อีกต่อไป           “ ท่านรู้จักกับใต้เท้าหลิว เจ้าเมืองเทียนหยาง?”            ฮูหยินหลี่เป็นคนเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ ที่ชายหนุ่มวัยเยาว์ผู้นี้รู้จักกับขุนนางผู้ใหญ่เช่นใต้เท้าหลิวด้วย         “ ข้าเคยให้ความช่วยเหลือพี่หลิว เอ๊ย !ใต้เท้าหลิวครั้งหนึ่ง ทำให้ท่านยอมรับข้าเป็นเช่นน้องชายคนหนึ่ง”            เสียมหลอหลงตอบฮูหยินหลี่ตรง ๆ โดยไม่ปิดบัง  ซึ่งหลังจากที่ได้ยินชายหนุ่มหลุดปากเรียกอีกฝ่ายว่าพี่หลิว ก็ทำให้คู่สามีภรรยายิ่งมั่นใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน          “ แล้วพวกเราจะจัดการกับสินค้าเครื่องประดับที่อยู่ในร้านอย่างไรดีล่ะเถ้าแก่เสียมหลอ ข้าว่าคงเป็นเรื่องยากที่เราจะขายพวกมันออกในช่วงสถานการณ์เช่นนี้”           เถ้าแก่หลี่เอ่ยถึงสินค้าที่ค้างสต็อคอยู่ในร้านตนเป็นจำนวนอย่างกังวลใจ เพราะไม่รู้ว่าจะระบายสินค้าดังกล่าวได้อย่างไร  ก่อนที่อาหลงจะแนะนำให้ทั้งคู่ทำถุงนำโชค โดยนำเครื่องประดับในร้านมาใส่ถุงผ้าแพรที่ดูดีมีราคาหน่อย แล้วให้ลูกค้ามาอุดหนุนไปในราคาที่ไม่ถูกไม่แพง นอกจากนี้ช่วงแรก ๆ ให้ใส่ของที่มีค่ามากหน่อยเพื่อให้คนที่จับได้ จะได้บอกต่อปากต่อปาก  คิดว่าคงจะสามารถระบายสินค้าได้ไม่มากก็น้อย            นอกจากนี้อาหลงยังได้เอ่ยกำชับให้ทั้งคู่จ้างคนไปป่าวประกาศ ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าทุก ๆ วัน ก่อนวันที่จะเปิดจำหน่ายถุงนำโชคอย่างน้อย 7 วัน  ซึ่งในวันนั้นเขาตั้งใจที่จะนำอาหารอีสานอย่างเช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตก  ไก่ทอดสไปซี่ มาให้ทุกคนได้ทดลองชิมฟรี เป็นการประชาสัมพันธ์กิจการที่จะเปิดใหม่ไปในตัว รวมทั้งยังมีผงปรุงรส น้ำหอม ยาแก้ปวด และชุดชั้นในที่เขาสั่งให้ทางร้านตัดเย็บตามที่เขาออกแบบมาให้ทุกคนได้ทดลองสินค้าอีกด้วย          “ นี่เป็นค่าจ้างสำหรับการป่าวประกาศและประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ เป็นจำนวน 100 ตำลึง ข้าคิดว่าน่าจะเพียงพออยู่”           เสียมหลอหลงกล่าวพร้อมกับยื่นตั๋วเงิน 100 ตำลึงให้กับเถ้าแก่หลี่ ก่อนที่เถ้าแก่หลี่จะบอกปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว           “ เถ้าแก่เสียมหลอ ข้าคงรับเงินจำนวนนี้ของท่านไว้ไม่ได้  จริง ๆ ข้าจะต้องจ่ายค่าดูหมอ ไม่สิ ต้องเรียกว่าค่าให้ปรึกษาของท่านมากกว่า ไม่ทราบว่าท่านคิดเท่าไหร่ บอกพวกเรามาได้เลย”          “ พี่หลี่ อาซ้อ  จากนี้ไปพวกเราเป็นพันธมิตรกันแล้ว ถือว่าเป็นคนกันเอง เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว  ก็อย่าได้เกรงใจไป ส่วนค่าให้คำปรึกษาย่อมไม่จำเป็น เพราะทั้งท่านและข้าต่างก็ได้รับผลประโยชน์จากการร่วมมือครั้งนี้เช่นกัน”             ชายหนุ่มเอ่ยกับคนทั้งคู่จากใจจริง และยังกล่าวกับคนทั้งสองว่าถ้าอยากจะตอบแทนเขาจริง ๆ ก็ขอให้เลิกเรียกเขาว่าเถ้าแก่ แต่ให้เรียกเขาว่าอาหลงแทน ซึ่งทั้งเถ้าแก่หลี่และฮูหยินต่างพยักหน้ารับด้วยความยินดีเป็นอย่างมาก            “ ตกลงอาหลง จากนี้ไปขอให้เจ้าเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนพวกพี่จะเป็นช้างเท้าหลัง คอยเดินตามที่เจ้าบอก”            “ ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนั้นพี่หลี่  เอาเป็นว่าข้าขอเป็นเท้าซ้าย ส่วนพี่หลี่กับอาซ้อก็เป็นเท้าขวา พวกเราก้าวเดินไปด้วยกัน อย่างนี้จึงจะดีที่สุด จริงมั้ยพี่หลี่ อาซ้อ?”             เถ้าแก่หลี่พร้อมฮูหยินพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่ปีติ เพราะน้องชายคนนี้ช่างเป็นคนที่มีความสามารถแถมยังอ่อนน้อม รู้จักให้เกียรติผู้คน            “ เช่นนั้นท่านพี่ทั้งสองโปรดรับเงินจำนวนนี้ไป จะได้ช่วยในการป่าวประกาศประชาสัมพันธ์กิจการใหม่ของพวกเรา”             อาหลงส่งมอบเงินดังกล่าวให้กับเถ้าแก่หลี่ พร้อมทั้งทบทวนทำความเข้าใจถึงแผนการร่วมมือของทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง  รวมทั้งยังสอบถามเถ้าแก่หลี่อีกว่าพอจะรู้จักเถ้าแก่ร้านเสื้อผ้าที่อยู่ติดอีกฝั่งกับโรงเตี๊ยมของตนหรือไม่  ก่อนที่หลี่ปู้ฉินจะตอบแบบยิ้ม ๆ ว่าเถ้าแก่เว่ยเจ้าของร้านเสื้อเป็นสหายสนิทของตนเอง  เมื่อได้ยินเช่นนั้นอาหลงก็ยินดียิ่งนักที่เรื่องราวต่าง ๆ น่าจะง่ายขึ้น เขาจึงรบกวนให้พี่หลี่และอาซ้อไปช่วยเกลี้ยกล่อมเถ้าแก่เว่ยให้ยอมจับมือเป็นพันธมิตรใหม่อีกราย            “ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่กับอาซ้อของเจ้า รับรองว่าต้องสำเร็จด้วยดีอย่างแน่นอน ”            หลี่ปู้ฉินรับปากอาหลง ก่อนที่เขากับหลี่ฮูหยินจะขอตัวไปจัดการเรื่องราวตามแผนที่ต่างฝ่ายได้ตกลงกันไว้            “ พบกันวันนี้ถือเป็นวาสนายิ่งนัก พี่กับอาซ้อขอตัวก่อน เจ้ารอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่ก็แล้วกันนะน้องชาย”            กล่าวจบคนทั้งคู่ก็ขอตัวเดินจากไป เหลือเพียงแค่อาหลงที่เป็นหมอดูป้ายแดงกับซุ้มที่ปรึกษาพยากรณ์ที่เปิดตัววันนี้เป็นวันแรก  ซึ่งเขาต้องประหลาดใจกับตนเองเป็นอย่างมากที่ลูกค้ารายแรกของเขากลับกลายมาเป็นพันธมิตรคนสำคัญในการขยายกิจการใหม่ของเขาซะอย่างนั้น            “ อาจารย์สาม ข้าทำตามที่ได้รับปากไว้กับท่านแล้วนะขอรับ ข้าช่วยเหลือผู้คนให้ได้พบทางออกของปัญหา รวมทั้งข้าเองก็ยังได้ประโยชน์จากการนี้ด้วย”             ชายหนุ่มรำพึงรำพันกับตัวเองเบา ๆ จากนั้นเขาก็หวนรำลึกถึงอาจารย์ทั้งห้าแห่งหุบเขายอดเซียน  รวมทั้งน้ำตาเจ้ากรรมก็เกือบจะไหลออกมาเมื่อเขาหวนคิดไปถึงลูกเมียและพ่อแม่ในโลกปัจจุบันที่เขาจากมา                         “ หวังว่าทุกคนที่นั่น คงจะสุขสบายดี”              เขาอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองคนในครอบครัวที่เขารัก ก่อนจะสลัดความคิดถึงนั้นไป แล้วรอคอยลูกค้าคนต่อไป                “ ท่านอาจารย์ ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านดูครบสามครั้งหรือยังเจ้าคะ?”                       

    นิยายแนะนำ

    君の虜 #น้องบิลคนคลั่งรัก

    君の虜 #น้องบิลคนคลั่งรัก

    นิยาย Y (Yaoi)
    2K 24
    วันว่างๆ กับฝันหวานว่าจะขับเคลื่อนสังคม

    วันว่างๆ กับฝันหวานว่าจะขับเคลื่อนสังคม

    นิยาย เรื่องสั้น
    678 2
    [จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ในยุค 70 กับภารกิจเลี้ยงลูกน้อยตัวป่วน

    [จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ในยุค 70 กับภารกิจเลี้ยงลูกน้อยตัวป่วน

    นิยาย รัก
    39K 1287
    ข้าผู้นี้ไม่ขอเป็นสตรีอ่อนแอให้ใครเหยียบย่ำ

    ข้าผู้นี้ไม่ขอเป็นสตรีอ่อนแอให้ใครเหยียบย่ำ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    39 6
    เมียพ่อขอทรีซั่ม 3P [PWP]

    เมียพ่อขอทรีซั่ม 3P [PWP]

    นิยาย อีโรติก
    3K 30
    ทะลุมิติไปเป็นชายาอ๋องขาพิการ

    ทะลุมิติไปเป็นชายาอ๋องขาพิการ

    นิยาย รัก
    5K 30
    การิน ปริศนาคดีสยอง เรื่องสยองที่ 2 ขันโตกผีกะหงอน

    การิน ปริศนาคดีสยอง เรื่องสยองที่ 2 ขันโตกผีกะหงอน

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    2K 10
    God Card System ระบบการ์ดเทพเจ้า

    God Card System ระบบการ์ดเทพเจ้า

    นิยาย แฟนตาซี
    11K 35
    เกิดใหม่เป็นเซียนทั้งที ขอประเดิมด้วยการรีดไถปีศาจหมู

    เกิดใหม่เป็นเซียนทั้งที ขอประเดิมด้วยการรีดไถปีศาจหมู

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    54K 832
    พัสดุลึกลับ

    พัสดุลึกลับ

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    4K 27