My Duty Is Saving The Another World [ผมต้องช่วยต่างโลกไว้ให้ได้]

    Chapter I : การเอาตัวรอดในที่ที่ไม่คุ้นเคย

    เวลตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจบริเวณโดยรอบป่าอย่างไร้จุดหมาย เขารู้สึกว่าการมาเดินโป๊เปลือยกลางป่านั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ดี เขาจึงหาใบไม้ใหญ่และพืชเถาวัลย์แถวนั้นนำมาร้อยเพื่อนำมาปกปิดร่างกายทำคล้ายกระโปรงใบไม้ชั่วคราว

     

    ในขณะที่เวลเดินอยู่คนเดียว แม้ว่าในเวลานี้บรรยากาศโดยรอบจะดูสวยงาม ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ และมีเสียงนกร้องดังฟังดูระรื่นหูเป็นระยะ ๆ แต่ก็แอบวังเวงเพราะเขานั้นอยู่ตัวคนเดียว แต่แล้วจู่ ๆ ในขณะที่เวลเดินสำรวจป่าอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงและสังเกตเห็นเงาของตัวอะไรบางอย่างจากภายในป่าที่อยู่ไม่ไกลมากบริเวณทางด้านขวาของเวล ด้วยความสงสัย เวลจึงเดินไปตามเสียงดังกล่าว แต่ก็ไม่แคล้วที่จะคอยระวังตัว เมื่อเวลลองเดินเข้าไปเรื่อย ๆ เขาก็พบเข้ากับสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างขนาดใหญ่กำลังกัดกินซากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว โดยคาดว่าน่าจะเป็นเหยื่อของมัน สิ่งมีชีวิตตัวนั้นกำลังกัดกินซากศพอย่างบ้าคลั่ง โดยรูปร่างของมันมีขนาดที่ใหญ่กว่าตัวคน ใหญ่พอ ๆ กับหมี หน้าตาคล้ายหมีแต่ก็ไม่ใช่ แลดูดุร้าย เมื่อเวลดูจากหน้าตาก็รับรู้แล้วว่าสิ่งมีชีวิตตัวนี้ไม่เป็นมิตรและอันตรายอย่างแน่นอน

     

    เมื่อเห็นดังนั้น เวลจึงค่อย ๆ พยายามเดินถอยหลังกลับไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อที่จะไม่ให้มันรู้ตัว แต่โชคร้ายในขณะที่กำลังก้าวถอยหลังอยู่นั้น เท้าขวาของเวลได้เหยียบเข้ากับกิ่งไม้อย่างพอดิบพอดีจนเกิดเสียงดังขึ้น

     

    .

     

    แกร๊ก!!

     

    .

     

    เสียงของกิ่งไม้ที่หักได้เรียกความสนใจของสิ่งมีชีวิตคล้ายหมีตัวนั้นให้หันมา ปากของมันยังคงเปรอะเลือดของเหยื่อที่พึ่งกินไปสด ๆ เมื่อครู่นี้ ก่อนที่มันจะใช้ลิ้นเลียคราบเลือดที่อยู่รอบปาก และส่งเสียงคำรามดังกังวานน่ากลัวใส่เวล จนทำให้เวลนั้นเกิดอาการตกใจขนลุกสุดขีด จนต้องรีบหันหลังวิ่งหนี

     

    โฮกกกก!!!!

     

    เหงื่อที่ไหล่ออกมา หัวใจที่เต้นรัว เลือดที่สูบฉีดเนื่องจากความกลัว และการวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต สิ่งมีชีวิตคล้ายหมีตัวนั้นก็ไม่แคล้วที่จะวิ่งไล่ตามหลังของเวลตามมาติด ๆ เวลได้หันกลับไปมองข้างหลังโดยที่ไม่ทันระวังว่าพื้นทางด้านหน้านั้นมีรากไม้ขนาดใหญ่ขวางทางอยู่ นั่นจึงทำให้เขาเผลอวิ่งสะดุดและล้มลงไปกับพื้น โชคยังดีที่มันเป็นพื้นหญ้า นั่นจึงทำให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก เวลพยายามตะเกียกตะกายตัวเองขึ้นมา ก่อนที่หมีตัวนั้นจะหยุดวิ่งและค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเขาจากระยะที่ไม่ไกลมาก ราวกับว่ามันกำลังเล่นสนุกอยู่กับเหยื่อ เวลที่ได้แต่คิดภาวนาในใจและหาทางหรือวิธีการเอาตัวรอดออกไปจากสถานการณ์นี้

     

    “ บ้าเอ้ย! เอาไงดี ๆๆ อาวุธก็ไม่มี ถ้าอย่างน้อย ๆ มีปืนพกสักกระบอกก็คงดีสิ! ” 

     

    เมื่อเวลกล่าวจบพลางนึกภาพปืน Glock 19 ที่เขานั้นใช้เป็นประจำไม่ว่าจะในภารกิจใดก็ตามก่อนหน้านี้ไปด้วย แต่แล้วปาฎิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ ๆ ก็มีเหมือนหลุมอากาศเล็ก ๆ เกิดขึ้นกลางอากาศตรงหน้าของเวล และปืนพก Glock 19 พร้อมศูนย์เล็งและอุปกรณ์แต่งปืนครบครันที่เขานั้นคุ้นเคยดี ออกมาจากหลุมอากาศดังกล่าว ก่อนที่มันจะตกลงบนพื้นเบื้องหน้าของเขาตามแรงโน้มถ่วง จากภาพตรงหน้าก็ทำให้เวลเกิดอาการตกใจและเกิดความสงสัยไม่น้อย แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเวลนั้นบอกว่าตัวเขาต้องหยิบปืนพกกระบอกนั้นขึ้นมาให้ไวที่สุด เวลจึงรีบใช้มือขวาเอื้อมไปหยิบปืนด้วยความรวดเร็วก่อนจะทำการดึงสไลด์ปืนเล็กน้อยเพื่อเช็กดูว่าภายในรังเพลิงนั้นมีกระสุนอยู่ไหม

     

    “ นี่ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย ” เวลพูดพร้อมสีหน้าที่ดูมีความหวัง

     

    เมื่อสิ้นประโยค เวลทำการเล็งปลายกระบอกปืนพกไปที่สิ่งมีชีวิตตัวนั้น

     

    “ สนุกกับการล่าเหยื่อมากเลยสินะ หมดเวลาเล่นสนุกของแกแล้วล่ะไอหมีเวร ”

     

    ปัง!!!

     

    เวลได้ทำการกดลั่นไกไปหนึ่งนัด ทำให้กระสุนขนาด 9mm เจาะทะลุผ่านเข้าไปในดวงตาซ้ายของสิ่งมีชีวิตคล้ายหมีตัวนั้น ก่อนที่มันจะร้องหวยหวนด้วยความเจ็บปวด 

     

     

    โฮกกกกก!!!! โฮกกกกก!!!! โอกกก!! โฮกกกกกกกกกก!!!

     

     

    พร้อมกับในเวลาเดียวกันที่นกที่อยู่บนต้นไม้ต่างบินกระจัดกระจายหนีกันไปคนละทิ้งคนละทิศคนละทาง เนื่องจากตกใจกับเสียงปืนที่ดังลั่นสนั่นไปทั่วป่า 

     

    สิ่งมีชีวิตคล้ายหมีตัวนั้นรีบดึงสติตัวเองกลับมาโดยการส่ายหัว ก่อนที่มันจะหันไปหาเวลอีกครั้ง และทำท่าพร้อมพุ่งเข้าไปขย้ำ เมื่อเวลเห็นดังนั้นจึงทำการกดลั่นไกไปต่ออีกหลายนัด

     

     

    ปัง!! ปังง! ปัง!! ปังง!! ปัง!!!

     

     

    กระสุนเจาะทะลุเข้าไปที่บริเวณใบหน้าและศีรษะของหมีตัวนั้นอย่างไม่พลาดเป้า จนทำให้มันล้มลงไปในทันที เมื่อเวลเห็นว่ามันไม่ขยับแล้ว เวลจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปตรวจดูใกล้ ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมาทำโจมตีเขาอีก 

     

    “ ให้ตายเถอะ ตกใจหมดเลย ฉันขอโทษนะ ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย แต่..แกจะกินฉัน ฉันจำเป็นต้องฆ่าแก… ” เวลพูดไปพร้อมกับอาการหอบเล็กน้อยเนื่องจากความตกใจ

     

    เวลที่กำลังมองไปที่ร่างของสิ่งมีชีวิตคล้ายหมีที่นอนไร้วิญญาณอยู่ เลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาก และสมองที่ทะลักออกจากด้านหลังกะโหลกศีรษะที่เกิดจากแรงดันกระสุน ก่อนที่เขาจะหันไปมองที่ปืน Glock 19 ที่อยู่ในมือขวา ที่มีทั้งศูนย์เล็ง Red dot ที่ลดแรงกระแทกปลายกระบอกปืนหรือ Muzzle Brake และไฟฉาย เหมือนกับปืนของเขาที่ใช้ออกภารกิจต่าง ๆ ตอนเป็นหน่วยรบพิเศษเป็นประจำไม่มีผิด ตามที่เขานึกภาพในหัวก่อนหน้านี้ ในตอนที่สิ่งมีชีวิิตคล้ายหมีตัวนั้นกำลังจะพุ่งเข้ามาขย้ำเขา

     

    “ ทำไมล่ะ ทำไมปืนของเราถึงโผล่ออกมากลางอากาศแบบนั้น มันหมายความว่ายังไง ” 

     

    ไม่รอช้าเวลจึงทำการทดลองบางอย่างตามทฤษฎีที่เขาคิดขึ้นมาในหัวได้เมื่อกี้นี้ทันที เวลลองพูดสิ่งของออกมาว่าอยากได้อะไรโดยไม่ได้นึกภาพในหัว

     

    “ แจกัน ” 

     

    แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้มีอะไรออกมา เมื่อเวลลองอีกวิธีนึง โดยการพูดและนึกภาพถึงสิ่งของ โดยมองไปที่พื้นตามจุดที่เขาต้องการ 

     

    “ เก้าอี้ ” 

     

    มีหลุมอากาศออกมาจากบริเวณที่เวลมอง แล้วก็มีเก้าอี้ไม้ปรากฏออกมาตามนั้นจริง ๆ อย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อเวลลองอีกวิธีโดยการไม่พูด เพียงแต่นึกสิ่งที่ต้องการในหัวอย่างเก้าอี้ไม้อีกตัวออกมา ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ เกิดหลุมอากาศเหมือนเดิมและเก้าอี้ไม้ก็ปรากฏออกมาอีกครั้ง แม้จะไม่พูดเลยสักคำ

     

    การทดลองสุดท้ายคือเวลหลับตา แล้วลองนึกถึงสิ่งที่อยากได้ว่าอยากให้ปรากฏตรงไหนจากภาพจำสภาพแวดล้อมที่อยู่ภายในหัวเขา สิ่งที่เวลคิดในหัวคืออยากให้เก้าอี้ไม้ที่หันด้านนั่งมาวางอยู่ทางด้านหลังของเขา และเมื่อเวลลืมตาขึ้นและหันหลังกลับไป ก็มีเก้าอี้ไม้ที่หันด้านพร้อมนั่งมาหาเวลปรากฏขึ้นทางด้านหลังของเขา 

     

    จากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เวลนั้นทึ่งและตื่นเต้นกับเหตุการณ์นี้อยู่ไม่น้อย แต่แล้วเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก เขามองไปที่ปลายยอดเขาที่อยู่ไกล ๆ  และนึกถึงเก้าอี้ไม้เหมือนเดิมให้ออกมาจากอากาศ แล้วตกลงไปตรงนั้น แต่ผลลัพธ์คือไม่มีอะไรออกมา และเมื่อมองมาจุดที่ใกล้กว่าเดิม ลองนึกถึงภาพเก้าอี้ไม้กลางอากาศ ก็มีเก้าอี้ไม้ปรากฏออกมาจากกลางอากาศและตกลงมาสู่พื้น

     

    เวลใช้เวลาอีกสักพักในการทดลองพลังแปลก ๆ ที่เขามี จนผลสรุปได้ดังนี้

    1.พลังนี้ไม่จำเป็นต้องพูด เพียงแค่นึกภาพองค์ประกอบโดยรวมก็ใช้ได้แล้ว

    2.การประมาณระยะการใช้งานพลังจากการทดลอง ไม่สามารถใช้ได้ไกลเกินกว่าระยะประมาณ 500 เมตร

    3.วัตถุที่เขาเสกออกมานั้นสามารถลบทำให้หายไปได้ โดยทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่ว่าจะการเสกหรือการลบ จะมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกเหมือนเป็นการยืนยันว่าจะเอาสิ่งนั้น จะลบสิ่งนั้น ราวกับเป็นกลไกเพื่อป้องกันตัวผู้ใช้ไม่ให้คิดไปเรื่อยจนเผลอเสกอะไรออกมาจนเป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้

     

    และเมื่อการทดลองเบื้องต้นเสร็จสิ้น จู่ ๆ ก็มีลมเย็นพัดมาทำให้รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว นั่นทำให้เวลก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขานั้นยังไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่เลย มีเพียงแค่กระโปรงใบไม้ที่เขาทำขึ้นมาแบบชั่วคราวเท่านั้น

     

    เมื่อนึกขึ้นได้ดังนั้นพร้อมกับประเมินสถานการณ์รอบตัวก็ทำให้เวลฉุดคิดได้ว่า แม้ป่านี้ดูสวยงาม แต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย สุดท้ายป่าก็คือป่าอยู่ดี ด้วยความที่เวลเจอเหตุการณ์เฉียดตายก่อนหน้านี้มาด้วย เวลจึงคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ก็คงต้องเป็น ‘ชุดทหารสีเขียวเข้มลายพราง’ ที่นอกจากจะให้ความอบอุ่น สะดวกต่อการเคลื่อนไหว กันการขีดข่วนจากกิ่งไม้แล้ว ทั้งลายพรางยังช่วยเวลซ่อนตัวเขาจากสิ่งอันตรายที่เขาอาจจะพบเจอในภายภาคหน้าได้ ต่อมาคือ

    ‘เกราะกันกระสุนน้ำหนักเบาพร้อมที่เก็บแม็กกาซีน’ เพื่อป้องกันการกัด ขีดข่วน หรือถูกกระแทก และยังสามารถเก็บแม็กกาซีนปืนได้

    ‘ถุงมือยุทธวิธี’ เพื่อป้องกันบาดแผลจากการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ภายในป่า

    ‘หมวกกันกระสุนแบบขอบสูง หรือ High-cut helmet’ เนื่องจากการเดินทางในป่านั้นอาจยาวนาน จึงเลือกใช้หมวกกันกระสุนที่มีน้ำหนักเบาเพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระมากเกินไป หมวกนี้ยังสามารถติดกล้องมองกลางคืนได้ในกรณีที่ต้องอยู่ในพื้นที่แสงน้อย ทั้งยังสะดวกต่อการติดตั้งอุปกรณ์อื่น เช่น หูฟังสื่อสาร

    ‘สนับเข่า’ เผื่อกรณีหกล้มหรือต้องคุกเข่าแบบรวดเร็ว และลดการกระทบกระเทือนที่เข่า

    ‘รองเท้าคอมแบท’ รองเท้านี้สามารถป้องกันการทิ่มแทงจากของมีคม ก้อนหิน กิ่งไม้ และแมลงมีพิษบนพื้นที่ขรุขระภายในป่าได้ 

    และสุดท้ายสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในการเอาชีวิตรอดในที่แห่งนี้นั่นก็คือ ‘ปืน’ โดยปืนที่เวลเลือกเสกมานั้นคือปืนยาว SIG Sauer MCX Spear LT ที่เป็นปืนประจำตัวของเวล โดยปกติแล้วปืนนี้จะใช้กระสุนขนาด 5.56x45mm NATO แต่สำหรับในสถานการณ์ตอนนี้ เวลเลือกที่จะใช้กระสุน .300 Blackout (Subsonic) ควบคู่กับ Supressor หรือที่เก็บเสียง เพื่อที่จะลดเสียงและแสงจากปากกระบอกปืนเพื่อไม่ให้ถูกจับตำแหน่งได้ไม่ว่าจากอะไรก็ตาม ในถ้ากรณีเกิดจำเป็นต้องปะทะ ทั้งยังใส่ Holographic Sight หรือ กล้องเล็ง Holo คู่กับตัวซูมหลังดอทหรือ Magnifier scope เพื่อเอามาขยายตัวกล้อง Holo อีกที่ โดยตัวซูมหลังดอทสามารถพับเข้าออกได้ เพื่อให้ง่ายต่อการเล็งเป้าและตัวซูมดอทมีเผื่อไว้สำหรับการยิงในระยะที่ไกล ทั้งนี้ยังติดไฟฉายรวมทั้งด้ามจับปืนแบบ Vertical Grip ไว้อยู่ทางด้านหน้าปืน ส่วนของสีปืนและอุปกรณ์ทุกอย่างเวลเลือกที่จะใช้สีแบบ Multicam Tropic Camoflauge เพราะสามารถกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่สะท้อนแสงแดด สีอาจจะไม่ใกล้เคียงเหมือนมากสักเท่าไหร่เพราะป่านี้มีสภาพสีที่สดและเข้มกว่า ทำให้เวลต้องมีการปรับเปลี่ยนสีเล็กน้อย ในส่วนสีกับตัวปืนจะช่วยให้ปืนไม่ดูดซับความร้อนจากแดดมากเกินไปได้ 

     

    โดยรวมแล้วปืนและของแต่งทุกอย่างที่เวลคิดมานี้ จึงเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก เพราะด้วยน้ำหนักสิ่งของ โดยเฉพาะปืนที่หนักไม่มาก จึงเหมาะกับการเดินป่าระยะไกล

     

    เวลาผ่านไปไม่นานเวลก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย โดยการแต่งตัวของเวลในตอนนี้เรียกได้ว่าพร้อมเดินป่าและมีการป้องกันแบบเต็มสูบ ราวกับพร้อมจะไปออกรบในป่า แต่เวลก็นึกขึ้นมาได้อีกอย่างนึงว่าถ้าเขาเสกคนล่ะจะเป็นยังไง เขานึกถึงทฤษฎีสิ่งของก่อนหน้านี้ 

     

    “ แล้วถ้าเสกคนที่มาพร้อมเสื้อผ้าเลยล่ะ มันจะได้รึเปล่านะ ” เวลคิดในใจพลางเอามือแตะไปที่คางแสดงถึงการใช้ความคิด

     

    ไม่รอช้าเวลลจึงทำการทดลองเสกทหารออกมา โดยให้แต่งตัวเหมือนกับเขาพร้อมอาวุธที่คล้ายกัน และผลลัพธ์ที่ได้นั่นคือ

     

    “ มันได้ผล! ” 

     

    เวลจึงรีบเดินเข้าไปสำรวจร่างของทหารคนนั้นที่เขาพึ่งเสกมาด้วยความตื่นเต้น แม้เวลจะไม่ได้นึกถึงหน้าตา แต่เหมือนพลังของเขามันจะสุ่มรูปร่างและหน้าตามาให้ โดยทหารนายนี้มีผิวขาว หน้าตายุโรปตะวันตก สีผมสีดำ ดวงตาสีฟ้าอ่อน สูงประมาณ 175 ซม. สวมเครื่องแบบเดียวกับเวล กำลังยืนตัวตรงเหมือนทำความเคารพเวลอยู่

     

    “ เอ่อ คือ… สวัสดีครับ ได้ยินที่ผมพูดไหม ”

     

    “ ได้ยินครับคุณเวล! ” 

     

    ทหารที่พึ่งเสกมานายนั้นตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับพูดชื่อเวลนั่นจึงทำให้เขาแปลกใจเป็นอย่างมากว่าทำไมทหารคนนี้ถึงรู้ชื่อตน

     

    “ นายเป็นคนปกติใช่ไหม แล้วทำไมรู้ชื่อผมล่ะ ”

     

    “ ผมเป็นคนปกติครับ! แต่ทำไมผมถึงรู้ ผมก็ไม่ทราบครับ คงเพราะคุณเป็นเจ้านายผม ”

     

    “ แล้วนายชื่ออะไร {เจ้านายงั้นหรอ??} ”

     

    “ ผมไม่ทราบครับ! ”

     

    ถึงเวลจะยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็เกิดคำถามแปลก ๆ ขึ้นมาในหัวของเวล

     

    “ แล้วถ้าผมทำร้ายคุณ คุณจะทำร้ายผมกลับไหม ”

     

    “ ไม่ครับ! ผมไม่ทำร้ายคุณอย่างแน่นอน เพราะคุณคือเจ้านายผม ไม่เชื่อคุณลองพิสูจน์ดู ”

     

    “ เอ่อ…ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมถามไปงั้นแหละ ”

     

    จากบทสนทนาเมื่อครู่ทำให้เวลได้รู้ว่าคนที่เขาเสกมาจะมีความจงรักภักดีกับเขามาก แบบเรียกได้ว่าเหมือนถูกตั้งโปรแกรมมาให้เชื่อฟังคำสั่งของเวลโดยเฉพาะ แต่ก็ยังเป็นคนปกติที่สนทนาได้ทั่วไปอยู่

     

    “ งั้นผมขอเรียกนายว่านิคแล้วกันนะ ”

     

    “ ได้เลยครับผม! ต่อจากนี้ผมมีชื่อว่านิค มีอะไรเรียกใช้ได้เลยครับ ผมจะทำตามคำสั่งคุณทุกอย่าง ”

     

    “ คือตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดีหรอก เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเราเดินตามลำธารตรงด้านนู้นกันไปก่อนดีกว่า เผื่อว่าจะเจออะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่ป่าอย่างเดียว ” 

     

    เวลตอบไปแบบนั้นเพราะคิดว่าอาจมีคนอยู่ใกล้บริเวณแม่น้ำลำธาร เพราะปกติแล้วมนุษย์ทั่วไปมักจะตั้งแคมป์ หรือที่อยู่อาศัยบริเวณสถานที่ใกล้กับแม่น้ำลำธารไว้เพื่อใช้สอย

     

    “ รับทราบครับ ”

     

    หลังจากจบบทสนทนา เวลก็ทำการเสกทหารเพิ่มมาอีก 2 คน โดยการสุ่มหน้าตาและแต่งกายเหมือนเขา คล้ายกับนิค ทหารที่เสกออกมาก่อนหน้านี้ โดยเวลได้ตั้งชื่อให้ทหารคนใหม่ทั้งสองคนนี้ว่า เดฟ และ เจมส์ เมื่อเห็นดังนั้นเวลก็นึกขึ้นมาได้ว่าการสื่อสารนั้นจำเป็นมาก เวลจึงเสกอุปกรณ์มาอีกอันซึ่งนั่นก็คือ

     

    ‘หูฟังวิทยุสื่อสาร’ จะใช้เป็นแบบ Tactical Bone Conduction Headset  เพราะเนื่องจากจำเป็นต้องใช้ประสาทสัมผัสในการฟังเสียงรอบข้างในป่าตลอดเวลา และใช้สื่อสารไปด้วยในเวลาเดียวกัน แม้ในป่าแห่งนี้เวลคาดว่าจะไม่มีเสาสัญญาณหรือดาวเทียม แต่หูฟังวิทยุนี้ก็สามารถใช้ได้แม้อยู่ในป่าหรือสถานที่ที่ไม่มีสัญญาณอะไรเลย แต่ข้อจำกัดคือสามารถสื่อสารกันได้เพียง 1-5 กิโลเมตร แต่แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเวลแล้ว

     

    และเมื่อเวลและทุกคนสวนใส่อุปกรณ์และจูนช่องสัญญาณเสร็จสิ้น พวกเขาทั้งสี่คนก็ออกเดินทางกันไปตามลำธารที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้ โดยเวลคาดหวังว่าจะเจอใครสักคนที่พอจะทำให้เขาเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้มากขึ้น ว่าตัวของเขานั้นอยู่ที่ไหนกันแน่

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    โปรดติดตามตอนต่อไป……

     

     

     

    「-`♡´- Thank You For Reading -`♡´-」

    คล้ายกับเรื่องMy Duty Is Saving The Another World [ผมต้องช่วยต่างโลกไว้ให้ได้] ที่คุณอ่าน