นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 360 บทเพลง

        ตอนที่ 360 บทเพลง

         

         

        โฟเรลไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าแต่อย่างใด เขานั้นคำนึงถึงจุดนี้ไว้แล้ว ต่างกันกับเรนเดลที่เหลือบตามองหอยสังข์ตัวใหญ่นั้น เธอเองก็รู้ตัวแล้วว่านั่นเป็นเสียงของโฟเรล

         

        เปิดเสียงเพลงที่ร้องโดยแขกที่นั่งอยู่ในบ้าน... นิทานไม่ทราบว่าควรจะรู้สึกเช่นไรดีหากเขาเป็นโฟเรล หากโฟเรลเป็นคนที่ภูมิใจในเสียงหรือรักในการขับขานเขาก็สมควรจะดีใจที่มีคนชอบบทเพลงของเขาถึงเพียงนี้

         

        เพียงแต่เมื่อดูจากสีหน้าของโฟเรลแล้วนิทานไม่อาจคาดเดาอะไรได้เลย แต่ถ้าหากโฟเรลไม่ชอบหรือถูกบังคับให้ร้องเพลง การที่ใช้เสียงของเขามาเปิดเคียงคู่ไปกับสายน้ำในบ้านเช่นนี้สำหรับโฟเรลแล้วคงจะน่าขนลุกไม่น้อย

         

        “คุณเคลลัสมีบทเพลงที่อยากให้ผมร้องใช่มั้ยครับ” โฟเรลยิ้มบาง ตอบกลับเคลลัสด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ

         

        เหมือนจะไม่ได้ไม่ชอบอะไรสินะ นิทานเห็นดังนั้นก็ยินดี หากแต่เขากลับสังเกตถึงบางสิ่งก่อน สีเทาขาวในดวงตาของโฟเรลนั้นดำขึ้นเล็กน้อย น้อยจนแทบไม่มีทางสังเกตเห็นหากเขาไม่ได้มองผ่านคำแห่งพลัง อาณาเขต

         

        นิทานหรี่ตาลง ตลอดหลายวันมานี้ทำให้เขาได้รู้หลายอย่างเกี่ยวกับโฟเรล และหนึ่งในนั้นคือเผ่าจิตวิญญาณนั้นแม้จะไร้อารมณ์ทางสีหน้าแต่ดวงตาที่เชื่อมต่อกับดวงวิญญาณนั้นกลับเปลี่ยนผันไปตามอารมณ์

         

        โฟเรลสมควรฝึกฝนจนการเปลี่ยนแปลงนั้นแทบไม่อาจสังเกต แต่นิทานก็ยังเห็นมันอย่างชัดเจน และดวงตานั้นกำลังบอกนิทานอย่างชัดเจน 

         

        โฟเรลไม่ชอบการร้องเพลง

         

        นิทานเบือนหน้าหนี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบทสนทนาอีก แม้เขาจะยอมรับว่ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เอาเปรียบโฟเรลแต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นธุรกิจและการตกลงร่วมกัน

         

        ศิลาแม่เหล็กบรรพกาลนั้นสำคัญสำหรับเขามาก เขาไม่อาจเพิ่มโอกาสในการเสียมันไปเพียงเพราะคู่ค้าของเขาไม่อยากร้องเพลง

         

        “ถูกต้องแล้วเจ้าหนูโฟเรล เพียงสองเพลงที่เจ้าขับขานให้ข้าฟังในกาลก่อนนั้นไม่เพียงพอเลยแม้แต่น้อย ยังมีอีกหลายบทเพลงนักที่ข้าอยากให้เจ้าเป็นผู้ขับขาน” เคลลัสตบมืออย่างพออกพอใจ

         

        “น่าเสียดายที่ไม่ว่าข้าจะว่าจ้างเจ้าผ่านทางสมาคมนักผจญภัยเท่าใดเจ้าก็ไม่เคยตอบรับเลย” เคลลัสส่ายหน้าไปมา ฉีกยิ้มมองโฟเรลด้วยสายตาเศร้าสร้อย

         

        “ผมติดภารกิจอื่นอยู่แทบจะตลอดเวลาเลยครับคุณเคลลัส ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ทำให้คุณต้องรอ ครั้งนี้ผมจึงคิดไว้ว่าจะร้องให้คุณเคลลัสฟังอีก 3บทเพลงครับ” โฟเรลยิ้มบาง วิธีการเจรจาของโฟเรลนั้นทำให้นิทานลอบชื่นชม

         

        “5บทเพลง”

         

        “ครับ?”

         

        “3บทเพลงไม่อาจเติมเต็มความปรารถนาของข้าได้ ข้าคิดถึงเสียงของเจ้ามาตลอดหลายปี แม้ยามหลับฝันยังภาวนาว่าจะได้ยินเสียงของเจ้าในอีกหลายบทเพลง”

         

        “เพราะฉะนั้นข้าจะทำตามคำขอของเจ้า หากเจ้าขับขานให้ข้าฟัง 5บทเพลง” เคลลัสชูห้านิ้วพร้อมสบตากับโฟเรล

         

        ภายในดวงตาของโฟเรลเริ่มปรากฏสีดำทะมึนที่ง่ายต่อการมองเห็น เขาตัวสั่นไปครู่หนึ่ง หลับตาลงพร้อมกับสูดลมหายใจ เมื่อลืมตากลับขึ้นมาสีดำในนั้นก็หายไปไม่เหลือร่องรอย

         

        “ไม่มีปัญหาครับคุณเคลลัส” โฟเรลแตะกล่องเสียงของตนอีกครั้ง สายตาหลงใหลของเคลลัสแท้จริงแล้วหาได้จับจ้องไปที่ดวงหน้าของโฟเรลเลย

         

        ร้องเพลงเพียง 5เพลง แลกกับการที่ผู้อาวุโสท่านหนึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งหนึ่งที่แทบไม่มีผู้ใดรู้ ซึ่งจะนำไปสู่หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญสำหรับการรังสรรค์อาวุธประจำตัว

         

        การแลกเปลี่ยนที่มีแต่ได้กับได้เช่นนี้ย่อมไม่มีผู้ใดปฏิเสธ หากในเวลานี้นิทานกลับรู้สึกอึดอัดในใจเป็นอย่างมาก

         

        มือของเคลลัสเอื้อมไปหวังแตะสัมผัสลำคอของโฟเรล หากมือข้างนั้นกลับถูกมือขาวผ่องอีกข้างหนึ่งคว้าไว้เสียก่อน เรนเดลยืนยิ้มอยู่ข้างกายโฟเรล มือของเธอคว้ามือของเคลลัสไว้

         

        เคลลัสคิ้วกระตุกพร้อมกับความรังเกียจที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้า เขาพยายามสะบัดมือของตนออกหากมือขาวบางข้างนั้นกลับคีบมือของเขาไว้แน่น กระดาษแปรสภาพในมืออีกข้างกางออกพร้อมข้อความตัวใหญ่ที่เห็นได้ชัดเจน

         

        ‘ถ้าเช่นนั้นก็ยกเลิกข้อตกลงนี้กันเถอะค่ะ’ เรนเดลยิ้ม

         

        “พวกสายเลือดแห่งไฟสกปรก เจ้าถือดีอย่างไรมาแตะตัวข้า!” ในคราวนี้เคลลัสรวบรวมกำลังพร้อมทั้งโคจรพลังจิตวิญญาณในร่าง สะบัดมือของตนออกมาได้สำเร็จ

         

        ‘สัมผัสร่างคนอื่นแบบนี้ไม่สุภาพจริง ๆ นั่นแหละค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ’

         

        ‘แต่อย่างที่บอกไป ข้อตกลงเมื่อครู่เป็นอันยกเลิกค่ะ’

         

        ‘เช่นนั้นแล้ว รบกวนเอามือเหี่ยว ๆ น่ารังเกียจกับสายตาโสโครกนั่นถอยออกไปด้วยค่ะ’

         

        เรนเดลสลับเนื้อหาในกระดาษแปรสภาพอย่างรวดเร็ว พาให้สีหน้าของเคลลัสเปลี่ยนไปในทุกครั้งที่หน้ากระดาษเปลี่ยนแปลง “เสียงบรรเลงคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าใต้บาดาล มิใช่สิ่งที่คนนอกเผ่าเช่นเจ้าจะยื่นมือเข้ามาสอด!”

         

        ‘ไม่สนค่ะ ข้อตกลงเมื่อครู่ถือเป็นอันยกเลิก ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณอีกต่อไป’ เรนเดลไม่ยินยอม ดึงร่างของโฟเรลกลับมาอยู่ข้างกาย ถอยห่างจากตัวของเคลลัส

         

        “โฟเรล! ยัยนักบวชสมองกลับนี่คือใคร! มันกล้าดียังไงมาขัดขวางเจ้าและข้า!” เคลลัสตวาดกลับ เขาเป็นถึงผู้อาวุโสแห่งเผ่าพันธุ์ มีหรือจะหวาดกลัวเด็กหญิงตัวกะเปี๊ยก

         

        “คุณเคลลัสโปรดใจเย็นก่อนครับ ให้ผมได้คุยกับเรนเดลสักครู่นะครับ เหมือนว่าเธออาจจะเข้าใจบางอย่างผิดไป” โฟเรลที่เห็นสถานการณ์ที่เป็นไปได้ด้วยดีพลิกกลับเป็นวุ่นวายในเวลาสองวินาทีรีบตอบกลับเคลลัสอย่างตื่นตระหนก

         

        เขาคว้าร่างของเรนเดลเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว คลื่นเสียงนุ่มนวลแพร่ออกมาจากลำคอของโฟเรล กลายเป็นม่านเสียงที่ปิดบังบทสนทนาไว้ภายใน

         

        “คุณเป็นอะไรของคุณนะครับคุณเรนเดล!” โฟเรลขมวดคิ้วแน่น มองสีหน้าไม่ยินยอมของนักบวชหญิงที่เขาลากออกมา เธอคนนี้แม้จะดูเหมือนนักบวชที่ใจเย็นและเรียบร้อยหากความจริงแล้วกลับไม่ใช่เลย ชอบทำตัวหัวร้อนไม่ค่อยคิดตลอดเวลา

         

        ‘ไม่เห็นต้องไปร้องเพลงให้คนพรรค์นั้นฟังเลยนี่คะ!’

         

        “ไม่ใช่ว่าคุณต้องการไปถึงวิหารไว ๆ รึไงครับ แค่ร้องเพลงเอง แล้วคุณเคลลัสก็จะให้ข้อมูลสถานที่เรามา ง่าย ๆ แค่นี้เอง” โฟเรลเลิกคิ้ว ก็แค่ร้องเพลงเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

         

        “คุณเรนเดลอาจไม่ทราบ แต่สำหรับเผ่าใต้บาดาลแล้วเสียงเพลงคือหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดครับ ดังเช่นที่มันตราคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับปฐมมันตรา”

         

        “ดังนั้นแค่ร้องเพลงเท่านั้นครับ”

         

        โฟเรลไม่เข้าใจว่าเรนเดลนั้นกำลังโมโหสิ่งใด สำหรับชาวไฟกัลป์เช่นเธอการร้องเพลงนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งบันเทิง หากสำหรับเผ่าใต้บาดาลแล้วมันคือการสื่อสารกับดวงวิญญาณ

         

        ตัวเขานั้นมีเสียงที่ไพเราะตั้งแต่เกิด ดังนั้นจึงมีแต้มต่อที่สูงมากกับเผ่าใต้บาดาล เรนเดลที่รีบอยากทำภารกิจให้สำเร็จสมควรดีใจและคะยั้นคะยอให้เขารีบร้อง มิใช่ขัดขวาง

         

        อย่างกับว่าอีกฝ่ายนั้นรับรู้ว่าเขานั้นรังเกียจการร้องเพลง

         

        ลำคอของโฟเรลเรืองแสงบางเบา คลื่นเสียงรอบด้านเริ่มผันแปรเป็นข้อมูล ไหลเข้าสู่สมองของโฟเรลอย่างรวดเร็ว

         

        ชีพจรเต้นเร็วเล็กน้อย ดวงตาไม่เบิกขึ้น สีหน้าท่าทางไม่ว่อกแว่กแต่สั่นน้อย ๆ ไม่ได้โกหกหรือปกปิดแต่กำลัง…โมโห?

         

        คำแห่งพลังของโฟเรลทำให้เขาสามารถตรวจสอบปฏิกิริยาของคนที่อยู่ใกล้ ๆ ได้อย่างรวดเร็วผ่านการนำพาด้วยเสียง เขามักใช้พลังนี้เวลาที่ต้องการตรวจจับเจตนาของคู่สนทนา

         

        การกระทำของเรนเดลนั้นแปลกจนเกินไป ความแปลกมักมาพร้อมกับความสงสัย และจึงเป็นความไม่น่าไว้วางใจ ประสบการณ์การเป็นนักผจญภัยนับสิบปีของเขาสอนเขามาจนสลักลึกลงในดวงวิญญาณ

         

        ในโลกนี้คนที่เชื่อใจได้มีเพียงตัวเขาเอง

         

        ‘ก็คุณดูทรมานมากเลยนี่คะ!’ เรนเดลตอบกลับอย่างรวดเร็ว เธอไม่ปกปิดสีหน้าโมโหของตนแม้แต่น้อย

         

        “ทรมาน? ผมเนี่ยนะครับทรมาน?” โฟเรลอึ้งไป เขาเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะพูดกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ราวกับกำลังพยายามดึงสติของตนให้กลับมา

         

        ภายในดวงตาสีขาวเทาของเขาปรากฏสีดำขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้โฟเรลลืมเก็บมันกลับไป ท่าทางของความเศร้าสถิตอยู่ในใจผ่านสีดำในดวงตา

         

        “คุณเรนเดลเข้าใจผิดแล้วครับ ผมอาจจะไม่ชอบร้องเพลงนักแต่ย่อมไม่ได้ทรมานครับ ก็แค่การร้องเพลง” โฟเรลปฏิเสธย้ำอีกครั้งก่อนจะหันหลังกลับ พยายามตัดจบบทสนทนาที่ตรงนี้

         

        มือเล็กของเรนเดลคว้าแขนของโฟเรลไว้อีกครั้ง ในครั้งนี้เธอกำแน่นยิ่งกว่าที่เคย กระชากตัวโฟเรลให้หันหลังกลับมาคุยกับตนอีกครั้ง

         

        ‘เรื่องเล็กสำหรับคนอื่นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเรื่องเล็กสำหรับคุณนี่คะ! ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องร้อง!’ ดวงตาสีม่วงของเรนเดลจับจ้องประสานสายตาโดยไม่หลบหนี

         

        ความตั้งใจในดวงตาของเธอสาดแสงแรงกล้าร้อนแรงจนตัวเขาเองที่เป็นฝ่ายต้องหันหน้าหนี

         

        “คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไงครับ?”

         

        ‘เรื่องอะไรคะ’

         

        “เรื่องที่ผมไม่ชอบการร้องเพลง”

         

        ‘ไม่รู้หรอกค่ะ’

         

        โฟเรลหันหน้ากลับมามองที่นักบวชหญิงอีกครั้ง คราวนี้ในดวงตาสีขาวอมเทานั้นเริ่มมีความโกรธแฝงเข้ามา เธอกำลังกวนโมโหเขาหรือ? ใช้เห็ดก่อรูปทรายที่เขากำลังต้องการเป็นรางวัลในการเอาเปรียบเขายังไม่พอ ยังสืบเรื่องเขามาแล้วมากวนอารมณ์เช่นนี้อีก

         

        ‘แต่แค่ดูก็รู้แล้วค่ะว่าคุณกำลังทรมาน’

         

        ‘ฉันเป็นนักบวชนะคะ เป็นสาวกแห่งองค์เดรฟัสผู้ปกครองดวงวิญญาณ น้อมนำคำสอนจากสันตะปาปาผู้เป็นจ้าววิญญาณ’

         

        ‘ยามที่ดวงวิญญาณของคุณโฟเรลสั่นไหวกรีดร้องขอให้ช่วยออกมาดังเช่นนั้น ฉันก็ต้องรู้สิคะ!’

         

        โฟเรลไม่อาจเอ่ยตอบอะไรได้อีก เขามั่นใจตลอดมาว่าเขานั้นเก็บสีหน้าเก่ง เผ่าจิตวิญญาณโดดเด่นด้านนี้เสมอมา แม้แต่ความกระเพื่อมไหวของดวงวิญญาณเขาก็มั่นใจปกปิดมันได้ดีพอแล้ว

         

        แต่เขากลับราวกับเปลือยเปล่ายามอยู่ต่อหน้าเรนเดล เผ่าจิตวิญญาณเช่นเขาสมควรเป็นผู้ที่สนิทสนมกับดวงวิญญาณมากกว่าใคร มองคนและเข้าใจในจิตใจดีกว่าเผ่าพันธุ์ใด แต่มันไม่อาจเทียบกับเธอได้เลย

         

        “ถ้าไม่ร้อง ผมก็ไม่มีวิธีตามหาวิหารนั่นแล้วครับ ผมมีเส้นสายเพียงแค่กับผู้อาวุโสเคลลัสเท่านั้น ถ้าจะต้องหาทางอื่นก็จะต้องเสียเวลาอีกมาก”

         

        “ซึ่งผมไม่อาจเสี่ยงเสียเวลามากไปกว่านี้ได้แล้ว คุณเรนเดลอาจยังไม่เข้าใจว่าเห็ดก่อรูปทรายนั้นสำคัญสำหรับผมแค่ไหน”

         

        “เพราะงั้นถึงจะไม่ชอบแต่ผมก็ต้องร้องครับ” โฟเรลหลุดยิ้มน้อย ๆ เมื่อสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากตัวเธอมีเพียงความโมโหอันจริงใจ เปลวไฟที่ลุกโชนนั้นลุกโชนเพราะเธอกำลังโกรธแทนเขา

         

        ในหัวของโฟเรลบังเกิดความคิดอีกชิ้นหนึ่งที่เริ่มก่อตัว การร้องเพลงแม้จะทรมาน แต่ถ้าเป็นการร้องเพลงเพื่อเธอคนนี้อาจจะไม่แย่อย่างที่คิด

         

        ‘ถ้างั้นข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิกค่ะ คุณรับเห็ดก่อรูปทรายไปได้เลย แค่การพามาถึงที่นี่พร้อมกับข้อมูลก็มากเกินพอสำหรับมูลค่าของเห็ดก่อรูปทรายแล้วค่ะ’

         


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

นิยาย แฟนตาซี
64K 246
หมื่นจักรภพสยบราชันย์

หมื่นจักรภพสยบราชันย์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.77M 4643
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
279K 178
บันทึกราชันย์เทพอสูร

บันทึกราชันย์เทพอสูร

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.52M 508
ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
781K 869
ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
2.35M 999
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810