5 ปีผ่านไป
เขายังคงรอคอยการกลับมาของพ่อของเขาและเขาไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า ในวันนี้อี้หยุนอายุได้ 20 ปี แต่เขาก็ยังคงตั้งใจฝึกฝนร่ำเรียนวิชาทั้งน้อยใหญ่ อย่างขมักเขม้น เขาได้รับการถ่ายทอดวิชาจากฟงหยวนโดยตรง อี้หยุนแตกต่างจากลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่ได้รับการฝึกฝนจากรุ่นพี่ วันแล้ววันเล่า จากโอ่งน้ำที่ว่างเปล่า ตอนนี้เขากำลังจะกลายเป็โอ่งที่มีน้ำเพรียบพร้อมที่จะต่อยอดไปสู่โอ่งใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ด้วยการทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นเป็ผู้ควบคุมลมปราณขั้นที่ 1 !!!
การที่จะพัฒนาตน เพื่อก้าวเข้าสู่ระดับผู้ฝึกในชั้นต่างๆ เขาจะต้องผ่านการฝึก กาย / จิต / ลมปราณ เขาจะต้องแสดงศักยภาพในการใช้ร่างกาย ใช้จิตใจ และการใช้ลมปราณ ให้กับเ้าสำนักได้เห็น เพื่อที่จะได้เรียนรู้กระบวนการในการควบคุม ทักษะเ่าั้ แน่นอนแต่ละคนจะมีความถนัดที่แตกต่างกัน และผู้เข้าทดสอบจะต้องดึงความสามารถทั้งหมดออกมา
เริ่มที่
1.การทดสอบ ด้านร่างกาย แบกน้ำ ใส่ โอ่ง ให้เต็ม ภายใน 10 นาที ผู้สอบผ่านจะเข้าสู่การทดสอบรอบถัดไป
2.การทดสอบด้านจิตใจ ผู้ทดสอบจะถูกมัดกับเสาไม้ และจะถูกดูความทรงจำที่เขากลัวโดยกรรมการจะใช้เคล็ดวิชาเพื่อเข้าไปดูความทรงจำที่กลัวที่สุด ผู้เข้าทดสอบที่สามารถอยู่นิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้มีสิ่งที่ตนกลัวอยู่ข้างหน้า ภายในระยะเวลา 10 นาที จึงจะสามารถผ่านเข้าสู่การสอบรอบถัดไป ว่ากันว่าการทดสอบด้านจิตใจเป็การทดสอบที่ยากที่สุดของการทดสอบทั้งหมด
3.การทดสอบด้านลมปราณ ผู้ทดสอบจะต้องทดสอบลมปราณด้วยการสร้างเงากระบี่ 200 เงาขึ้นไป โดยเ้าสำนักจะเป็ผู้ตัดสิน
เมื่อผ่านการทดสอบทั้งสามด้าน ผู้ทดสอบจะถูกแต่งตั้งเป็ศิษย์แห่งสำนักกระบี่หมื่นเงาอย่างแท้จริง และมีหน้าที่คอยควบคุมศิษย์หน้าใหม่ที่มาฝึกฝน ส่วนผู้ที่ตกรอบ จะถูกส่งกลับไปยังหมู่บ้านทันที
.............................
ในตอนนี้ อี้หยุน อายุได้ 20 ปีแล้ว และเขาพร้อมที่จะทดสอบตนเองเพื่อก้าวเข้าสู่ผู้ฝึกระดับผู้ฝึกควบคุม
*เสียงประกาศ กลางลานสำนัก *
“ ผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบ ขอให้นั่งเข้าแถว ตามรายชื่อบนกระดาน การทดสอบจะเริ่มในไม่ช้า !!! ” เสียงของฟงหยวนกังวานก้องไปทั่วลานฝึกทำให้เสียงพูดคุยในบริเวณลานนั้นเงียบลงทันที
“ อะแฮ่ม !!!! ” เตียว วูเริ่มส่งสัญญาณว่าการทดสอบจะเริ่มในไม่ช้า
คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฟงหยวนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ท่านเ้าสำนัก เตียววูนั่นเอง เตียววูได้กวาดสายตาไปยังลานหน้าสำนัก ที่มีผู้คนมากมาย บ้างก็มาเชียร์ให้กับผู้เข้าทดสอบ บ้างก็เป็ครอบครัวที่มาให้กำลังใจ เว้นเสียแต่ อี้หยุนที่ยืนวอร์มร่างกายอยู่เพียงคนเดียว อี้หยุนมีความมั่นใจ และความพร้อมมากที่จะทดสอบ ตอนนี้เขาสูงขึ้น ร่างกายของเขามีความเปลี่ยนแปลงจากเด็กน้อยที่ถูกเพื่อนรังแก ตอนนี้กลับสูงขึ้นพอๆ กับพี่ชาย และพี่สาว และแน่นอนใบหน้าของเขายงเหมือน พ่อของเขาไม่ผิดแน่นอน ไม่ใกล้ไมไกลนัก กงหยวนและลูกสมุนของมันก็พัฒนาขึ้นไม่แพ้ อี้หยุน พวกมันก็พร้อมที่จะทดสอบเลื่อนระดับเช่นกัน
“ ดูท่าปีนี้คงได้สนุกแน่นอน หึหึหึ ” เตียว วูกล่าวขึ้นมาพร้อมกับใช้มือลูบเครากของเขา
...............
......
...
.
การทดสอบเริ่มขึ้นจากนั้นไม่นาน
อี้หยุนได้ใช้ความสามารถด้านร่างกายในการแบกน้ำใส่โอ่งให้เต็ม ซึ่งเขาทำเวลาได้อย่างดี เขาใช้เวลาเพียง 5 นาที ในการเดินจากแม่น้ำเพื่อนำน้ำมาใส่โอ่ง และแน่นอนคู่ปรับของอี้หยุนก็ทำเวลาได้ไม่แพ้กันมีผู้ผ่านเข้ารอบนี้ เกินครึ่งของผู้เข้าทดสอบทั้งหมด จาก 100 คน ผ่านเข้ารอบได้ 50 คนเป้ะ !
แต่เมื่อมาถึงการทดสอบด้านจิตใจ
อี้หยุนได้เข้าไปยืนอยู่ตรงเสาไม้และถูกมัดเข้ากับเสาไม้ เมื่อเริ่มการทดสอบ กรรมการได้เข้ามาดูความทรงจำของอี้หยุน กรรมการได้ผงะไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นความทรงจำของอี้หยุน ใช่ ! กรรมการได้พบกับเหตุการณ์นองเืที่เด็กอายุ 14 ไม่ควรจะได้เจอ เหตุการณ์ะเืขวัญ ความกลัว ความเศร้า ความสิ้นหวัง ที่ไม่เหลือใคร สักคนอยู่เคียงค้างเขา อี้หยุนก็ได้รับผลกระทบจากการถูกรื้อความทรงจำของเขาด้วยเช่นกัน
เขากัดฟันพร้อมกับหลับตาน้ำตาของเขาค่อยๆไหลหลังจากที่ภาพความทรงจำเมื่อวัยเด็ก ได้ถูกหวนคืนมา มันเป็ภาพที่เขาไม่อยากจะจดจำและเห็นมันอีก พี่ชายของเขาอี้เหอ พร้อมๆกับ พี่สาวที่โดนฟันและแทงค่อยๆตายอย่างน่าอนาถใจ โดยคนที่มีรอยสักรูปงูอยู่ที่คอ
แต่ด้วยนี่เป็บททดสอบกรรมการไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องใช้ความกลัวของอี้หยุนณ จุดนี้ นั่นคือคนที่มีรอยสักรูปงู และเขาได้ใช้เคล็ดวิชาเพื่อให้อี้หยุนเห็นภาพในอดีต กรรมการได้เดินไปคุยกับเ้าสำนักครู่หนึ่งแล้วเดินกลับมาหาอี้หยุน ทุกคนที่นั่งดูการทดสอบต่างจับตามาที่อี้หยุน การทดสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว
“ ......ความจริง พี่ชายเ้า นี่ก็ น่ารำคาญดีเหมือนกันนะอี้หยุน ” จู่ๆ กรรมการโพล่งขึ้นมา ต่อหน้าเขา
อี้หยุนหันไปมองหน้ากรรมการในทันทีเมื่อพูดถึงพี่ชาย
“ มันตายไปได้แล้วซะก็ดี” กรรมการยังคงไม่หยุดพูด
“ ท่าน..หยุด ” อี้หยุนได้แต่กัดฟันกรอดๆ
“ ช่างน่าสมเพช เ้าคงจำตอนที่พี่ของเอ็งตายได้สินะ ทำไมเ้าไม่คิดว่าตัวเองมัน โง่ที่สุดละ อุตส่าเห็นรอยสักรูปงูอยู่ที่คอคนส่งข่าวเ้ารู้แน่ๆว่าต้องเป็พวกคนร้าย แต่เอ็งกลับชะล่าใจ ไม่ยอมบอกพี่ของเอ็ง สมน้ำหน้า !!! ” กรรมการยังคงพูดแทงใจดำอี้หยุนอย่างไม่หยุดยั้ง
“ ข้าบอกให้หยุดพูด !!!! ” อี้หยุนไม่สามารถทนฟังได้เขากำลังจะสติแตก
เป็เพราะเคล็ดวิชาของกรรมการที่ทำให้เขาเห็นภาพวนเวียนอยู่แบบนั้น และกรรมการก็ได้เห็นเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับอี้หยุน สิ่งที่เขาจะต้องทำนั่นก็คือควบคุมสมาธิ และทำให้จิตของเขาสงบลงให้ได้
“ อี้หยุน..เ้าน่ะ...น่าจะตายๆ ตามพี่ของพวกเ้าไปนะ...เ้าไม่น่ามาลำบากเป็ตัวถ่วงของคนอื่นในสำนักเขา เ้าทำให้คนอื่นไม่ได้รับโอกาส เ้าทำให้เพื่อนร่วมสำนัก..ต้องถูกลงโทษ เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครกันหึ้ ! ใหญ่คับฟ้ามาจากไหน ใช่ เ้าคงสำคัญตัวผิดไปแล้ว ที่นี่ไม่ใช่ครอบครัวของเ้า ไม่เคยแม้แต่เป็บ้านของเ้า อ้อ...จริงสิเ้ามันได้หน้าแล้วลืมหลัง แม้แต่หลุมศพพี่ชายเ้า พี่สาวเ้า ที่อยู่ที่หมู่บ้าน เ้ายังไม่อยากกลับไปหาเลย บางทีข้าว่าข้าตอบสนองให้เ้าได้นะ อี้หยุน โดยการส่งเ้าไปหาพี่ชายกับพี่สาวของเ้าไงล่ะ ” กรรมการยิ่งพูดถลำลึกเพื่อทดสอบจิตใจของอี้หยุนว่ามันสามารถอดทนได้ถึง 10 นาทีหรือไม่
“ ท่านหมายความว่ายังไง... ” อี้หยุนเริ่มสับสนและเขากำลังจะถึงขีดจำกัดของตัวเอง
กรรมการค่อยเดินเข้าไปใกล้ๆอี้หยุน จนหน้าเกือบจะชนกันเขาเริ่มกระซิบที่ข้างหูอี้หยุน
“ ว่าแต่...แผลของเ้าที่โดนฟันเป็ยังไงบ้างล่ะ ข้าจำได้ว่าเ้าวิ่งมาหาข้าให้ข้าฟันเอาสะง่ายๆแบบนั้น ข้าก็เลยฟันเ้าไป แต่ต้องขอโทษที ที่มือข้าหนักไปหน่อย รอยแผลเป็นั่นคงอยู่ติดตัวเ้าอยู่ใช่ไหมล่ะ ” กรรมการพูดพลางเอามือจิ้มไปที่รอยแผลเป็บนหน้าอกของอี้หยุน
“มะ..มึง…” อี้หยุนถึงจุดที่หูเริ่มอื้อ ตาของเขาเบิกโพลงราวกับจะฆ่ากรรมการคนนี้ให้ได้
นั่นยังไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่กรรมการทำ เขาค่อยๆหันหน้าไปทางขวา ทำให้อี้หยุนได้เห็นรอบสักรูปงูอยู่ที่ต้นคอ อี้หยุน ตาค้าง ตาของเขาเบิกโพรง ใหญ่ เขาหายใจแรงขึ้นๆ ประหนึ่ง ความกลัวได้เข้ามาแทนที่ไล่หายไปเหลือเพียงความโกรธแค้นแสนสาหัสที่ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่สามารถล้างไปได้หมด ลมปราณไหลเวียนมาที่มือทั้งสองข้างของอี้หยุนมากมายทำให้ดูเหมือนเขากำลังถึงจุดที่เดือดที่สุด
**ติดตามตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้ ** อย่าลืมให้กำลังใจอี้หยุนกันด้วยนะครับ **