ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 55 : ทดสอบกายา

    ปราบชายหนุ่มลอยตัวกลางฟ้าดินอยู่มิไกลจากหอคอยปริศนา เขากวาดตามองทั่วหอคอย

     

    หอคอยนี้มันเต็มไปด้วยความเก่าแก่ แลริ้วรอยแห่งกาลเวลาทั้งยังปรากฏร่องรอยของคมหอกคมดาบทั่ว

     

    แม้นจะเก่าแก่แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกทึ่งเป็นอย่างยิ่งเพราะมันยังคงอยู่ในสภาพเดิมมิเปลี่ยนแปลง ทั้งยังคงมนต์ขลังอีกด้วย

     

    ชายหนุ่มวาดฝ่ามือออกไป

     

    “ วิ้ง “ พลันกระจกสีทองที่ติดอยู่เหนือซุ้มประตูเปล่งแสงสว่างวาบ

     

    “ หือ “ ปราบพลันคิ้วขมวด

     

    “ วิ้ง “ แสงสีทองสาดส่องยังร่างของชายหนุ่ม

     

    “ ปัง “ ประตูบานใหญ่ทั้งสองข้างพลันเปิดออก

     

    “ ฟู่ว “ ชายหนุ่มเป่าปากออกอย่างแรง

     

    “ หากมึงไม่เข้ากูเข้าเอง “ ชายชราคนหนึ่งเอ่ยแล้วทะยานร่างไปยังประตูอย่างรวดเร็ว

     

    “ เปรี้ยงง “ กระจกสีทองปลดปล่อยแสงทองออกในทันใด

     

    “ ตูมม “ ร่างของชายชราปลิดปลิวไปไกลราวกับใบไม้ต้องลม

     

    “ หึ “ ชายหนุ่มแค่นเสียงใส่แล้วทะยานร่างเข้าไปในประตูอย่างรวดเร็ว

     

    “ ปัง “ ประตูสองบานพลันปิดลงอย่างแรง

     

    “ เมื่อครู่ไอ้ปราบทำแบบนี้ “ จันทะจอมยุทธของอินเดียเอ่ย

     

    เขาหงายฝ่ามือขึ้น

     

    “ วิ้ง “ แสงทองพลันสาดส่องยังร่างของจันทะ

     

    “ อือ “ เขาพลันสะท้านทั่วกายา

     

    “ ปัง “ ประตูบานเล็กที่ชั้นสองพลันเปิดออก

     

    จันทะให้งุนงงสงสัยว่าเหตุใดมิใช่ประตูบานใหญ่เช่นกับชายหนุ่ม แต่เขาไม่ได้อะไรมากมายจึงเร่งทะยานร่างเข้ไปในประตูบานเล็ก

     

    เนิ่นนานผ่านไปหลายชั่วโมงจอมยุทธมากมายต่างมาที่หอคอยแล้วทำการหงายฝ่ามือ บ้างก็สุขสมหวังบ้างก็ผิดหวัง

     

    แต่ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เปิดได้เพียงประตูบานเล็กตามชั้นต่างๆมีเพียงปราบเท่านั้นที่เปิดประตูบานใหญ่ที่ชั้นแรกได้

     

    ผู้คนมากมายต่างคิดวิเคราะห์ว่าเหตุและผลของมันเป็นยังไง

     

    หลายชั่วโมงแล้วที่ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่หลังบานประตู

     

    ใบหน้าของเขาในเวลานี้นั้นเบี้ยวบิดอย่างเต็มที่ ทั้งเขายังกัดฟันอย่างแรง สองหมัดของเขากำแน่นจนเล็บจิกลงเนื้อจนเกิดรอยแผล

     

    ชายหนุ่มที่เวลานี้ร่างจิตของเขากำลังผจญอยู่ในแดนดินที่แสนหฤโหด ทั่วอาณานั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่ชั่วร้ายที่คอยกัดกินกายาของเขา

     

    ร่างจิตของชายหนุ่มอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งเล็กแลใหญ่ โลหิตหลั่งไหลอาบย้อมชโลมกายาจนแดงฉาน เขาเดินย่ำไปตามทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามแลอุปสรรคมากมาย ทั้งยังต้องพบเจอกับเหล่าปีศาจที่โฉบบินเข้ากรีดร่างด้วยกรงเล็บ

     

    สองเท้าที่เปลือยเปล่านั้นเหยียบย่ำลงยังหินก้อนแดงฉานที่ร้อนระอุ สองฝ่าเท้าของเขาพบเจอกับการเผาไหม้แลดับมอด แลเผาไหม้แลดับมอดเป็นเช่นนี้วนเวียนไป

     

    ครั้นเดินมาถึงจุดหนึ่ง พลันปรากฏศรเหล็กมากมายที่พุ่งผ่าอากาศตรงเข้าหาเขาแล้วทะลวงเข้าทั่วร่างแล้วทะลุออกหลัง ชายหนุ่มส่งเสียงกรีดร้องลั่นเพราะความเจ็บปวดนั้นมากมายยิ่ง

     

    ร่างจิตของเขาเซถลาไปหลายก้าวก่อนที่จะหงายหลังล้มตึง แล้วฟื้นคืนกลับแลถูกศรเหล็กทะลวงร่างพรุนอีกครั้งแล้วตกตาย แล้วฟื้นคืนแล้วถูกศรทะลวงแล้วตกตายแล้วฟื้นคืน เป็นเช่นนี้หมุนวนไปเรื่อย

     

    ปราบต้องเผชิญกับการเกิดและตายไม่รู้กี่รอบร่างจิตของเขาจึงเดินไปถึงยังจุดหมาย

     

    “ แฮ่ แฮ่ก “ เขาหอบหายใจออกอย่างแรงจนอกยกกระเพื่อม

     

    “ อะไรวะ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ดีนะที่เคยผ่านเจตจำนงระดับห้ามาแล้ว “ เขาเอ่ย

     

    ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินไปยังประตูที่อยู่ข้างหน้า

     

    เมื่อมาถึงประตูเขาพ่นลมหายใจออกอย่างแรงแล้วผลักประตู

     

    “ ครืด “ ประตูเลื่อนเข้าข้างใน

     

    ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วแล้วพยักหน้าช้าๆ เพราะเขารับรู้ได้ถึงพลังแรงกดดันที่แผ่ออกมา

     

    ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปในประตูแล้วก้าวเดินออกในทันใด โดดมีแสงสว่างจากอีกฝั่งเป็นเป้าหมาย

     

    “ ครืนน “ แรงกดดันพื้นที่เริ่มทำงาน

     

    ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ เพราะในระยะแรกนั้นแรงกดดันไม่ได้มีผลใดต่อเขา

     

    แต่เมื่อผ่านไปสิบเอ็ดก้าวพลันแรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แต่เขาก็ยังพยักหน้าได้อยู่ ครั้นเข้าที่ยี่สิบเอ็ดเก้าชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไปได้

     

    มาถึงก้าวที่สามสิบเอ็ด เขาเริ่มหนักที่ไหล่ทั้งสองข้างแต่ก็ยังไม่มีผลใดกับกายาของเขา เมื่อเข้าสู่ก้าวที่สี่สิบเอ็ดชายหนุ่มเริ่มกัดกรามแลร้องคำรามลั่นในลำคอแต่ก็ผ่านมันไปได้

     

    เขาหยุดเดินในก้าวที่ห้าสิบเอ็ด เพราะเขารู้สึกว่าหากก้าวต่อไปเห็นทีจะพบเจอกับแรงกดดันระดับเบิกปฐพีเป็นแน่

     

    “ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ “ เขาเอ่ย

     

    ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วพ่นออกมาอย่างแรงก่อนที่จะก้าวเท้าออกไป

     

    ครั้นเพียงฝ่าเท้าของเขาแตะลงยังพื้น ร่างของเขาพลันหนักอึ้งราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ สองขาของเขาสั่นเทาเพราะน้ำหนักที่มากมายมหาศาลที่กดทับลงมา

     

    “ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นพร้อมกับก้าวเท้าออกไปอย่างเชื่องช้า

     

    กว่าที่เขาจะก้าวเท้าออกไปได้แต่ละก้าวนั้นเขาต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง เพราะนอกจากแรงกดดันที่แสนหนักหน่วงแล้ว ก็ยังมีเถาวัลย์ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนพันรอบสองขาไว้ ทำให้เขาใช้เวลาและพลังไปมากมาย

     

    แต่กระนั้นแล้วชายหนุ่มก็ยังเดินมาถึงยังก้าวที่หกสิบเอ็ด

     

    ชายหนุ่มคล้ายกับปลดเปลื้องพันธะนาการออก เขาหอบหายใจอย่างแรงแลเรียกโอสถฟื้นฟูออกมาแล้วดื่มไปจนหมดขวด

     

    “ ไม่น่าใช่ขั้นเบิกปฐพี แต่น่าจะเป็นขั้นผันแปรระดับสอง “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    เมื่อเขาพักฟื้นร่างกายแล้วเสร็จชายหนุ่มก้าวเท้าออกไปอย่างเร็วรี่

     

    ผู้คนมากมายที่ได้เข้าไปแล้วต่างก็ทยอยออกมาราวกึ่งหนึ่ง พวกเขาต่างยิ้มแย้มกับสิ่งที่ได้รับทั้งพลังที่เพิ่มขึ้น แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าหอคอยนี้มันคืออะไร

     

    พวกเขารู้เพียงว่าพวกเขาถูกทดสอบแล้วผ่านการทดสอบแลได้รับรางวัลก็แค่นั้น

     

    พวกเขายังคงงุนงงกับชายหนุ่มผู้โด่งด้งที่เข้าไปได้หลายวันแล้วก็ยังไม่ออกมา

     

    “ ไม่ใช่ว่ามันตายไปแล้วรึ “

     

    “ ไม่หรอกผู้ดูแลจะไม่ปล่อยให้ใครตายอยู่ข้างใน เพราะหากมีคนไม่ไหวก็จะถูกส่งตัวออกมา “

     

    “ อืม “

     

    พวกเขาต่างเหลียวมองยังยานรบลำใหญ่ที่นำพาเหล่าจอมยุทธระดับหนึ่งและสองของยูเอ็นเข้ามา

     

    “ เฮ “ เหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวต่างร้องตะโกนลั่นแล้ววิ่งหน้าตั้งเมื่อลงจากยานมุ่งเข้าไปที่หอคอยอย่างรวดเร็ว

     

    เหล่าจอมยุทธระดับที่สูงกว่าต่างก็ส่ายหน้ากับเด็กๆเหล่านี้

     

    “ เด็กๆเหล่านี้เติบโตเร็วจริงๆ “

     

    “ ใช่ พวกเรารึกว่าจะเป็นจอมยุทธระดับสองได้ก็ใช้เวลานับร้อยปี “

     

    “ จะทำยังไงได้พวกเรามันพวกตกยุค “

     

    “ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่ปราบมันค้นพบบ่อปราณฟ้าดิน ไม่งั้นข้าคงยังเป็นจอมยุทธระดับสร้างวิญญาณอยู่เลย “

     

    “ ใช่ “

     

    “ หากจะขอบคุณก็ต้องขอบคุณปราบมัน “

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน