ปราบชายหนุ่มลอยตัวกลางฟ้าดินอยู่มิไกลจากหอคอยปริศนา เขากวาดตามองทั่วหอคอย
หอคอยนี้มันเต็มไปด้วยความเก่าแก่ แลริ้วรอยแห่งกาลเวลาทั้งยังปรากฏร่องรอยของคมหอกคมดาบทั่ว
แม้นจะเก่าแก่แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกทึ่งเป็นอย่างยิ่งเพราะมันยังคงอยู่ในสภาพเดิมมิเปลี่ยนแปลง ทั้งยังคงมนต์ขลังอีกด้วย
ชายหนุ่มวาดฝ่ามือออกไป
“ วิ้ง “ พลันกระจกสีทองที่ติดอยู่เหนือซุ้มประตูเปล่งแสงสว่างวาบ
“ หือ “ ปราบพลันคิ้วขมวด
“ วิ้ง “ แสงสีทองสาดส่องยังร่างของชายหนุ่ม
“ ปัง “ ประตูบานใหญ่ทั้งสองข้างพลันเปิดออก
“ ฟู่ว “ ชายหนุ่มเป่าปากออกอย่างแรง
“ หากมึงไม่เข้ากูเข้าเอง “ ชายชราคนหนึ่งเอ่ยแล้วทะยานร่างไปยังประตูอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงง “ กระจกสีทองปลดปล่อยแสงทองออกในทันใด
“ ตูมม “ ร่างของชายชราปลิดปลิวไปไกลราวกับใบไม้ต้องลม
“ หึ “ ชายหนุ่มแค่นเสียงใส่แล้วทะยานร่างเข้าไปในประตูอย่างรวดเร็ว
“ ปัง “ ประตูสองบานพลันปิดลงอย่างแรง
“ เมื่อครู่ไอ้ปราบทำแบบนี้ “ จันทะจอมยุทธของอินเดียเอ่ย
เขาหงายฝ่ามือขึ้น
“ วิ้ง “ แสงทองพลันสาดส่องยังร่างของจันทะ
“ อือ “ เขาพลันสะท้านทั่วกายา
“ ปัง “ ประตูบานเล็กที่ชั้นสองพลันเปิดออก
จันทะให้งุนงงสงสัยว่าเหตุใดมิใช่ประตูบานใหญ่เช่นกับชายหนุ่ม แต่เขาไม่ได้อะไรมากมายจึงเร่งทะยานร่างเข้ไปในประตูบานเล็ก
เนิ่นนานผ่านไปหลายชั่วโมงจอมยุทธมากมายต่างมาที่หอคอยแล้วทำการหงายฝ่ามือ บ้างก็สุขสมหวังบ้างก็ผิดหวัง
แต่ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เปิดได้เพียงประตูบานเล็กตามชั้นต่างๆมีเพียงปราบเท่านั้นที่เปิดประตูบานใหญ่ที่ชั้นแรกได้
ผู้คนมากมายต่างคิดวิเคราะห์ว่าเหตุและผลของมันเป็นยังไง
หลายชั่วโมงแล้วที่ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่หลังบานประตู
ใบหน้าของเขาในเวลานี้นั้นเบี้ยวบิดอย่างเต็มที่ ทั้งเขายังกัดฟันอย่างแรง สองหมัดของเขากำแน่นจนเล็บจิกลงเนื้อจนเกิดรอยแผล
ชายหนุ่มที่เวลานี้ร่างจิตของเขากำลังผจญอยู่ในแดนดินที่แสนหฤโหด ทั่วอาณานั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่ชั่วร้ายที่คอยกัดกินกายาของเขา
ร่างจิตของชายหนุ่มอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งเล็กแลใหญ่ โลหิตหลั่งไหลอาบย้อมชโลมกายาจนแดงฉาน เขาเดินย่ำไปตามทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามแลอุปสรรคมากมาย ทั้งยังต้องพบเจอกับเหล่าปีศาจที่โฉบบินเข้ากรีดร่างด้วยกรงเล็บ
สองเท้าที่เปลือยเปล่านั้นเหยียบย่ำลงยังหินก้อนแดงฉานที่ร้อนระอุ สองฝ่าเท้าของเขาพบเจอกับการเผาไหม้แลดับมอด แลเผาไหม้แลดับมอดเป็นเช่นนี้วนเวียนไป
ครั้นเดินมาถึงจุดหนึ่ง พลันปรากฏศรเหล็กมากมายที่พุ่งผ่าอากาศตรงเข้าหาเขาแล้วทะลวงเข้าทั่วร่างแล้วทะลุออกหลัง ชายหนุ่มส่งเสียงกรีดร้องลั่นเพราะความเจ็บปวดนั้นมากมายยิ่ง
ร่างจิตของเขาเซถลาไปหลายก้าวก่อนที่จะหงายหลังล้มตึง แล้วฟื้นคืนกลับแลถูกศรเหล็กทะลวงร่างพรุนอีกครั้งแล้วตกตาย แล้วฟื้นคืนแล้วถูกศรทะลวงแล้วตกตายแล้วฟื้นคืน เป็นเช่นนี้หมุนวนไปเรื่อย
ปราบต้องเผชิญกับการเกิดและตายไม่รู้กี่รอบร่างจิตของเขาจึงเดินไปถึงยังจุดหมาย
“ แฮ่ แฮ่ก “ เขาหอบหายใจออกอย่างแรงจนอกยกกระเพื่อม
“ อะไรวะ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ดีนะที่เคยผ่านเจตจำนงระดับห้ามาแล้ว “ เขาเอ่ย
ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินไปยังประตูที่อยู่ข้างหน้า
เมื่อมาถึงประตูเขาพ่นลมหายใจออกอย่างแรงแล้วผลักประตู
“ ครืด “ ประตูเลื่อนเข้าข้างใน
ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วแล้วพยักหน้าช้าๆ เพราะเขารับรู้ได้ถึงพลังแรงกดดันที่แผ่ออกมา
ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปในประตูแล้วก้าวเดินออกในทันใด โดดมีแสงสว่างจากอีกฝั่งเป็นเป้าหมาย
“ ครืนน “ แรงกดดันพื้นที่เริ่มทำงาน
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ เพราะในระยะแรกนั้นแรงกดดันไม่ได้มีผลใดต่อเขา
แต่เมื่อผ่านไปสิบเอ็ดก้าวพลันแรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แต่เขาก็ยังพยักหน้าได้อยู่ ครั้นเข้าที่ยี่สิบเอ็ดเก้าชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไปได้
มาถึงก้าวที่สามสิบเอ็ด เขาเริ่มหนักที่ไหล่ทั้งสองข้างแต่ก็ยังไม่มีผลใดกับกายาของเขา เมื่อเข้าสู่ก้าวที่สี่สิบเอ็ดชายหนุ่มเริ่มกัดกรามแลร้องคำรามลั่นในลำคอแต่ก็ผ่านมันไปได้
เขาหยุดเดินในก้าวที่ห้าสิบเอ็ด เพราะเขารู้สึกว่าหากก้าวต่อไปเห็นทีจะพบเจอกับแรงกดดันระดับเบิกปฐพีเป็นแน่
“ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วพ่นออกมาอย่างแรงก่อนที่จะก้าวเท้าออกไป
ครั้นเพียงฝ่าเท้าของเขาแตะลงยังพื้น ร่างของเขาพลันหนักอึ้งราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ สองขาของเขาสั่นเทาเพราะน้ำหนักที่มากมายมหาศาลที่กดทับลงมา
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นพร้อมกับก้าวเท้าออกไปอย่างเชื่องช้า
กว่าที่เขาจะก้าวเท้าออกไปได้แต่ละก้าวนั้นเขาต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง เพราะนอกจากแรงกดดันที่แสนหนักหน่วงแล้ว ก็ยังมีเถาวัลย์ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนพันรอบสองขาไว้ ทำให้เขาใช้เวลาและพลังไปมากมาย
แต่กระนั้นแล้วชายหนุ่มก็ยังเดินมาถึงยังก้าวที่หกสิบเอ็ด
ชายหนุ่มคล้ายกับปลดเปลื้องพันธะนาการออก เขาหอบหายใจอย่างแรงแลเรียกโอสถฟื้นฟูออกมาแล้วดื่มไปจนหมดขวด
“ ไม่น่าใช่ขั้นเบิกปฐพี แต่น่าจะเป็นขั้นผันแปรระดับสอง “ ชายหนุ่มพึมพำ
เมื่อเขาพักฟื้นร่างกายแล้วเสร็จชายหนุ่มก้าวเท้าออกไปอย่างเร็วรี่
ผู้คนมากมายที่ได้เข้าไปแล้วต่างก็ทยอยออกมาราวกึ่งหนึ่ง พวกเขาต่างยิ้มแย้มกับสิ่งที่ได้รับทั้งพลังที่เพิ่มขึ้น แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าหอคอยนี้มันคืออะไร
พวกเขารู้เพียงว่าพวกเขาถูกทดสอบแล้วผ่านการทดสอบแลได้รับรางวัลก็แค่นั้น
พวกเขายังคงงุนงงกับชายหนุ่มผู้โด่งด้งที่เข้าไปได้หลายวันแล้วก็ยังไม่ออกมา
“ ไม่ใช่ว่ามันตายไปแล้วรึ “
“ ไม่หรอกผู้ดูแลจะไม่ปล่อยให้ใครตายอยู่ข้างใน เพราะหากมีคนไม่ไหวก็จะถูกส่งตัวออกมา “
“ อืม “
พวกเขาต่างเหลียวมองยังยานรบลำใหญ่ที่นำพาเหล่าจอมยุทธระดับหนึ่งและสองของยูเอ็นเข้ามา
“ เฮ “ เหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวต่างร้องตะโกนลั่นแล้ววิ่งหน้าตั้งเมื่อลงจากยานมุ่งเข้าไปที่หอคอยอย่างรวดเร็ว
เหล่าจอมยุทธระดับที่สูงกว่าต่างก็ส่ายหน้ากับเด็กๆเหล่านี้
“ เด็กๆเหล่านี้เติบโตเร็วจริงๆ “
“ ใช่ พวกเรารึกว่าจะเป็นจอมยุทธระดับสองได้ก็ใช้เวลานับร้อยปี “
“ จะทำยังไงได้พวกเรามันพวกตกยุค “
“ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่ปราบมันค้นพบบ่อปราณฟ้าดิน ไม่งั้นข้าคงยังเป็นจอมยุทธระดับสร้างวิญญาณอยู่เลย “
“ ใช่ “
“ หากจะขอบคุณก็ต้องขอบคุณปราบมัน “