ตอนที่ 35 ทำลายยันต์
หากมีการสักยันต์ในห้องลับนี้ ต้องมียันต์ที่เชื่อมต่อกับยันต์ที่นี้ เพื่อปลดปล่อยพลังปราณที่ห้องตนเองต่อสู้เสร็จเมื่อกี้อยู่ด้วย
ไม่นานลู่หานก็พบเจอลวดลายยันต์ในห้องต่อสู้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มฟื้นฟูตัวเองได้ทัน เป็นรูปแบบยันต์พลังปราณ ทักษะปลดปล่อยปราณ
โดยทั้งสองยันต์มีลวดลายเส้นหนึ่งที่ได้ทำการลาดยาวเชื่อมต่อมายันต์ห้องนี้ตามแนวกำแพงห้อง ที่มีการทาสีกลบทับลวดลายยันต์เอาไว้อีกชั้น เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยของลวดลายยันต์
การที่สามารถทาสีกลบทับลวดลายยันต์ได้ คงมีความรู้เรื่องยันต์ระดับนึงเลย ลู่หานที่รู้จักเทคนิคนี้เป็นอย่างดี จึงพอบอกได้ว่า เจ้าพ่อร่างทรง มีความรู้เกี่ยวกับยันต์เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป
การทำเช่นนี้ได้ ต้องใช้อุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนน้ำหมึกในการสักยันต์ที่มีคุณภาพดีระดับนึง ไม่งั้นสิ่งที่ใช้สักยันต์จะโดนสีที่ทากลบทับลบออกไป จนทำให้ยันต์ไม่ทำงาน จนใช้ไม่ได้ขึ้นมา
"อืม"
ลู่หานที่มองดู เจ้าพ่อร่างทรง ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดไหลออกมา จึงจัดการหยิบมีดที่หาได้ในห้องนี้ เดินตรงเข้าหา เจ้าพ่อร่างทรง
"เจ้าจะทำไรน่ะ"
เจ้าพ่อร่างทรง ที่ตอนนี้ยังมีอาการบาดเจ็บสาหัส จนขยับตัวไม่ได้ มองดูลู่หานที่เข้ามาใกล้ตนเรื่อยๆ
เจ้าพ่อร่างทรง ที่แม้ตอนนี้ปราณจะฟื้นฟูกลับมา แต่บาดแผลภายนอกก็ยาก จะหายดีกลับมาได้ง่าย เมื่อกระดูกตรงข้อต่อทั้งแขนและขาได้หักหมดแล้ว อีกหลายวันกว่าจะหายดี แล้วต้องได้รับการรักษาจากหมอ กับยา สมุนไพรต่างๆอีกด้วย
"อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ"
เจ้าพ่อร่างทรง ที่หวาดกลัวอีกฝ่าย เมื่อโดยเล่นงานซะอ่วม แล้วทำให้ตนพิการเช่นนี้ จึงไม่อยากให้ลู่หานเข้ามาใกล้ตนอีก
"อ๊ากกกกก"
"อย่าาาาา โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย"
ลู่หาน จัดการใช้มีดกรีดเลือด เจ้าพ่อร่างทรง จนร้องเสียงหลงทรมานดังลั่นตำหนักขึ้นมา เสียงร้องราวกับถูกทรมานจากการลงทัณฑ์ที่แสนน่ากลัว ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น
"แค่นี้คงพอ"
ลู่หาน ที่จัดการกรีดเลือดบนร่างกายของ เจ้าพ่อร่างทรง จนได้เลือดปริมาณนึงขึ้นมา จัดการสาดเลือดไปที่ยันต์ปลดปล่อยปราณ ทันที เพื่อจัดการทำลายยันต์ในห้องนี้ให้หมด
เมื่อยันต์ถูกสาดด้วยเลือดของ เจ้าพ่อร่างทรง จะทำให้ลวดลายยันต์เปลี่ยนไปจนเสียลวดลายดังเดิม กลายเป็นลวดลายสะเปะสะปะไม่มีรูปลักษณ์ชัดเจนจนเท่ากับว่า เมื่อยันต์ที่ถูกเลือดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีก จะกลายเป็นว่ายันต์ถูกทำลายลงแล้ว
ลู่หาน ที่คาดเดาไว้ว่า เจ้าพ่อร่างทรง ต้องใข้เลือดตัวเองในการเป็นน้ำหมึกสักยันต์ขึ้นมาแน่นอน จึงใช้เลือดของ เจ้าพ่อร่างทรง สาดทำลายยันต์ทิ้งไปได้ ทำให้ พลัง อำนาจ ของทักษะ ยันต์ปลดปล่อยปราณจางหายไปทันที
"เจ้ารู้วิธีทำลายยันต์ได้ไงกัน"
เจ้าพ่อร่างทรง พบแต่เรื่องประหลาดใจ กับสิ่งที่ลู่หานทำทั้งสิ้น ทั้งทำลายยันต์ ค้นหายันต์ที่ตนเองได้ซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียนจนเจออีกด้วย แล้วความรู้ ความสามารถที่แสดงออกมาก่อนหน้านั้นด้วยเช่นกัน ไม่มีทางที่เด็กอายุ 10 ปี จะมีความสามารถมากมายได้ถึงเพียงนี้
ลู่หาน ไม่ตอบคำถาม เดินไปประตูตำหนักออกมา เพื่อจัดการเรียกสาวใช้เหยาเหยา ให้เข้ามาหาจัดการธุระให้กับตนเอง
"คุณหนู มีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอคะ"
"ข้าได้ยินเสียงร้องดังลั่นออกมา ราวกับมีใครถูกเชือดอยู่เลย"
สาวใช้เหยาเหยา ที่เข้ามาดูสภาพลู่หาน เมื่อพบว่าไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรออกมา จึงโล่งใจขึ้นมาทันที
"เจ้าอย่าไปสนใจเลย แค่เสียงควายถูกเชือดน่ะ"
ลู่หาน ที่ไม่ใส่ใจว่าสาวใช้คิดยังไง จึงตอบออกไปส่งเดช
ลู่หาน ที่โดนเล่นงานทางจิตวิญญาณ จึงไม่มีทางจะมีบาดแผลภายนอกได้อยู่แล้ว แต่อาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณยังคงเสียหายอยู่ แต่ไม่แสดงออกมาให้เห็นเท่านั้น
"ทำไม เจ้าพ่อร่างทรง มีสภาพอนาถเช่นนั้นกัน"
สาวใช้ที่ตกใจออกมา เมื่อสังเกตุเห็นสภาพบาดแผลเต็มตัว มีสภาพน่าเวทนา ไม่ต่างอะไรกับขอทานที่พิการแล้วเลย หมดรูปลักษณ์ของ เจ้าพ่อร่างทรง ไปเรียบร้อยแล้ว
"เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ตั้งใจฟังที่ข้าจะสั่งให้ดี"
ลู่หาน ที่ขี้เกียจตอบข้อสงสัยของสาวใช้ ที่สงสัยไปซะทุกเรื่องเช่นนี้ จึงรีบจัดการพูดเรื่องเข้าประเด็นที่ตนต้องการออกมา
"เจ้าไปจัดการตามที่ข้าสั่ง อย่าลืมเอาสิ่งนี้ไปด้วย"
ลู่หาน จัดการสั่งสาวใช้ให้ไปช่วยเหลือคนที่อยู่ในห้องลับที่ตอนนี้นอนซมอยู่ โดยจัดการมอบยาฟื้นฟูที่มีอยู่ในถุงเก็บของมิติมอบให้ส่วนนึง แล้วให้ขวดใส่เลือดของ เจ้าพ่อร่างทรง ไปจัดการสาดทำลายยันต์ สูบปราณ ในห้องนั้นอีกด้วย
ลู่หาน ที่ไม่อยากให้การมีอยู่ของ รูปแบบยันต์ด้านมืด ถูกคนอื่นมาพบเจออีก จึงต้องทำลายลวดลายยันต์จนไม่เหลือลวดลายเดิมอีกต่อไป
"เอาละ ข้าขอรับของพวกนี้ไปละกัน"
ลู่หาน ที่มองสิ่งของน่าสนใจหลายชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นเป็นอุปกรณ์ยันต์มนตราด้านมืด ที่มีลวดลายยันต์ด้านมืดสักเอาไว้ดูลึกลับ น่ากลัวอย่างมาก แต่ก็ถือว่าเป็นของมีค่าอย่างยิ่ง
"เจ้าจะเอาไปไม่ได้เด็ดขาด"
เจ้าพ่อร่างทรง ที่ยังคงสติเอาได้อยู่ ไม่ยอมเห็นอุปกรณ์ยันต์แห่งความมืดที่รวบรวมมาตลอดช่วงชีวิตตนเอง ต้องถูกเอาไปจากเงื้อมมือตนเองเช่นนี้
"ไม่ต้องห่วง เจ้าจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับอุปกรณ์ยันต์มนตราแห่งความมืด ไปตลอดชีวิตด้วยเช่นกัน"
"จงเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับน้องชายเจ้าเสียเถอะ"
ลู่หาน จัดการใช้ประเภทยันต์ด้านมืด ใส่อีกฝ่ายจน เจ้าพ่อร่างทรง ต้องตกใจขึ้นมา
โดยตอนนี้ในมือของลู่หาน มีไหสะกดวิญญาณเอาไว้ในมืออีกด้วย แล้วข้างใน ไหสะกดวิญญาณ มีวิญญาณน้องชายของ เจ้าพ่อร่างทรง หลบซ่อนตัวอยู่ ทันทีที่เห็นว่า พี่ชายของตนได้พ่ายแพ้เรียบร้อยแล้ว จึงต้องหลบมาซ่อนตัวในนี้ เพื่อไม่ให้ถูกจัดการจนวิญญาณสลายหายไป
เมื่อวิญญาณสลายหายไป นั้นคือ การตายอย่างแท้จริง เป็นวาระสุดท้ายของช่วงชีวิตของ วิญญาณหมอตาทิพย์ แล้วตอนนี้ จึงไม่มีทางทำไรได้อีก ได้แต่หลบซ่อนตัวเพื่อหวังว่าให้ ลู่หานจากไปโดยไม่คิดจะมาสนใจตนเองอีก
แต่นึกไม่ถึงว่าลู่หานจะรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ได้เร่งรีบจัดการวิญญาณหมอตาทิพย์ ดีซะอีกที่เจ้าวิญญาณนี้เลือกลงไปอยู่ในไหเสียเอง จะได้ไม่เหนื่อยเสียเวลาในการจับมาขังไว้ในไหสะกดวิญญาณอีกด้วย