ปังงงงงงงง !! เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณชายหาดคนร้ายถูกยิงเข้าที่ต้นแขนข้างขวา เมื่อเห็นท่าไม่ดีแล้ว คนร้ายก็วิ่งหนีไปในทันทีก่อนที่เสียงปืนนัดที่สองจะดังขึ้น
มีคนมาช่วยเธอแล้ว นิสารู้สึกโล่งใจและเมื่อเธอหันไปก็พบว่าเป็ไตรภพที่ยิงสวนมาก่อนที่คนร้ายจะทำร้ายเธอ
ไตรภพรีบวิ่งเข้าไปดูนิสาและประคองตัวเธอให้ลุกขึ้น
“คุณไม่เป็อะไรใช่มั๊ย”
“ไม่ค่ะสาแค่ในิดหน่อย”นิสาโผเข้ากอดสามีหลังจากที่เสียขวัญกับเื่ที่เกิดขึ้น
“คุณรู้ได้ยังไงคะว่าสาอยู่ที่นี่”
“ผมมาถึงบ้านแล้วไม่เห็นคุณอยู่ที่บ้านโทรหาก็ไม่รับสาย เลยรีบตามออกมาดู กลัวคุณจะเป็อะไรไป”
“มือถือของสาคงจะหล่นไปตอนที่วิ่งหนีคนร้ายน่ะค่ะ”
“แล้วคุณออกมาทำอะไรดึกๆ แบบนี้”
“ คือว่าพี่มล” นิสาพูดยังไม่ทันจบคำ จันทร์วิมลก็รีบวิ่งมาหาเธอ
“เกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้พี่ได้ยินเสียงปืนด้วย มีใครเป็อะไรรึเปล่า”
“สาไม่เป็ไรค่ะ ดีที่คุณภพมาช่วยไว้ได้ทัน”
“คุณเดินไหวรึเปล่า” ไตรภพถามนิสา เพราะเห็นว่าเธอมีอาการเจ็บข้อเท้า
“ไหวค่ะ”
ไตรภพเดินประคองนิสากลับไปที่บ้านพัก และเขาก็อยู่กับนิสาทั้งคืนเพราะเป็ห่วงอาการาเ็ที่ข้อเท้าของเธอแถมยังกลัวคนร้ายจะย้อนกลับเข้ามาทำร้ายเธออีก
“คุณจำหน้าคนร้ายได้รึเปล่า”
“จำไม่ได้ค่ะ มันมืดมากแล้วสาก็ใมากด้วย”
“ไม่เป็ไรผมอยู่กับคุณแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณเด็ดขาด”
จากเหตุการณ์ที่มี่คนลอบทำร้ายนิสาทำให้พวกเขาเปลี่ยนแผนไปค้างคืนที่รีสอร์ทซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกสิบกิโลเมตรในวันถัดไปและจากที่ตั้งใจจะมาเที่ยวพักผ่อน 10 วัน ก็ทำให้ทริปนี้มีเวลาสั้นลงเหลือเพียงแค่ 5 วัน
ก่อนวันที่พวกเขาจะเดินทางกลับสายปริศนาจากหญิงคนหนึ่งก็โทรเข้ามาหาชายวัยกลางคนผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นักฆ่า
ก่อนที่ชายคนนั้นจะติดต่อลูกน้องของเขาเพื่อสั่งการ
“กูมีงานให้มึงทำงานนี้เงินดีมากด้วย”
“ลูกพี่จะให้ผมทำอะไรสั่งมาได้เลย เดี๋ยวผมจัดการให้”
ชายที่ถูกเรียกว่าลูกพี่เล่าแผนการให้ลูกน้องฟังพร้อมกับกำชับเขาว่าอย่าให้ใครจับได้หรือว่ารู้เื่นี้เด็ดขาด
วันเดินทางกลับหลังจากที่เตรียมของขึ้นรถเสร็จ ทุกคนก็พร้อมเดินทางกลับ
“ฉันว่าคุณกลับคันนี้ดีกว่านะคะมีที่ดินที่น่าสนใจใกล้ ๆ นี้ ฉันว่าเราน่าจะแวะไปดูหน่อย”จันทร์วิมลชักชวนให้สามีขึ้นรถกลับกับเธอ หลังจากนิสาขึ้นรถอีกคันไป
“เอาไว้วันหลังแล้วกันนะ” ไตรภพปฏิเสธคำชวนของเธออย่างไม่ใยดี และขึ้นรถไปกับนิสา
จันทร์วิมลไม่ทันจะได้ห้ามสามีประตูรถก็ถูกปิดลง
“ออกรถได้แล้ว” ไตรภพหันไปสั่งคนขับรถ
จันทร์วิมลได้แต่ยืนมองรถของสามีที่ค่อยๆ เคลื่อนที่ออกไปผ่านหน้าเธอ
“แล้วนี่ตาหนูหายไปไหนเนี่ยจะกลับอยู่แล้ว” จันทร์วิมลหันไปถามคนขับรถเพราะสังเกตุว่าลูกชายของเธอไม่ได้อยู่ในรถ
“เดี๋ยวผมไปตามให้ครับ”
ไม่กี่อึดใจต่อมาลูกชายของเธอก็เดินมาพร้อมคนขับรถก่อนที่เขาจะขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังคู่กับแม่
คนขับรถใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองเพราะไม่อยากเจอรถติดซึ่งเป็คนละเส้นทางกับรถอีกคันที่ไตรภพและนิสานั่งไปรถออกเดินทางมาได้สักพักถึงจุดที่เป็ทางโค้งลงเขา จู่ ๆ คนขับรถก็มีอาการตื่นตระหนก
“ทำไมเบรกไม่ทำงานเนี่ย”
“เกิดอะไรขึ้น” จันทร์วิมลที่นั่งอยู่ด้านหลังคนขับะโถาม
“รถเบรกไม่อยู่ครับไม่รู้เป็อะไร” คนขับรถตอบกลับในขณะที่มือกำพวงมาลัยแน่นพยายามประคองรถไม่ให้เสียหลัก
“ว่ายังไงนะ” สิ้นเสียงของจันทร์วิมล รถก็เสียหลักแหกโค้งและตกไหล่ทางคนขับรถพยายามประคองพวงมาลัยแต่ไม่เป็ผล รถของจันทร์วิมลพลิกคว่ำลงข้างทางที่เต็มไปด้วยพงหญ้าและต้นไม้จันทร์วิมลหันไปกอดลูกชายไว้แน่น ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบและดับไปพร้อม ๆกับสติของเธอ
“คุณกับลูกถึงไหนกันแล้วทำไมป่านนี้ยังไม่ถึงบ้าน”ไตรภพโทรหาจันทร์วิมลหลังจากที่เขากลับถึงบ้านสักพักและไม่เห็นรถของจันทร์วิมลตามมาเสียที
“คุณเป็ญาติคนไข้ใช่มั๊ยคะ” ปลายสายตอบกลับมาและแน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของภรรยาเขา
“เกิดอะไรขึ้นกับภรรยาผมครับ”
“ภรรยาคุณประสบอุบัติเหตุค่ะตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน” พยาบาลปลายสายตอบกลับมาพร้อมกับบอกรายละเอียดให้ไตรภพทราบ
“บอกคนขับรถให้เตรียมรถผมจะไปโรงพยาบาล” ไตรภพหันไปสั่งแม่บ้าน
นิสาที่บังเอิญเดินผ่านมารีบถามไตรภพว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีเื่อะไรรึเปล่าคะ”
“รถที่มลกับลูกนั่งไปเกิดอุบัติเหตุ” ไตรภพพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“คุณรอสาแป๊บนึงนะคะขอสาไปด้วย”นิสาบอกกับสามีก่อนจะขอตัวไปเปลี่ยนชุดเพื่อจะตามไตรภพไปที่โรงพยาบาล
เมื่อไตรภพไปถึงโรงพยาบาลเขารีบตรงไปที่ห้องฉุกเฉินเขานั่งรออยู่หน้าห้องเป็เวลาหลายชั่วโมงแล้วในขณะที่หมอและพยาบาลพยายามช่วยชีวิตจันทร์วิมลและลูกชายของเขา
ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกหมอเดินออกมาจากห้องหลังจากที่พยายามรักษาคนไข้อย่างเต็มความสามารถ
“เมียกับลูกชายผมเป็ยังไงบ้างครับ”
“เด็กพ้นขีดอันตรายแล้วครับแต่ว่า” หมอมีสีหน้าไม่สู้ดีนักเมื่อพูดถึงภรรยาของเขา
“แต่ว่าอะไรครับหมอเกิดอะไรขึ้นกับเมียผม”
“หมอขอแสดงความเสียใจด้วยครับหมอพยายามช่วยภรรยาคุณอย่างเต็มที่แล้ว หมอขอตัวก่อนนะครับ”
ไตรภพได้ยินหมอพูดแบบนั้นก็ถึงกับหน้าซีดถึงแม้ว่าสิบกว่าปีที่เขาและจันทร์วิมลอยู่กินกันแบบสามีภรรยาเขาจะไม่ได้รักจันทร์วิมลแบบคนรักทั่วไป และชีวิตคู่ของพวกเขาไม่ได้ราบรื่นมากนักแต่เขาก็ไม่สามารถทำใจกับการจากไปอย่างกระทันของภรรยาได้
ไตรภพรู้สึกผิดที่เขายังไม่เคยขอโทษจันทร์วิมลจากใจจริงเลยสักครั้งที่ทำให้เธอต้องทนเ็ปกับการถูกนอกใจมาตั้งหลายปีแถมยังทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
พยาบาลย้ายลูกชายของเขาไปอยู่ห้องพิเศษหลังจากที่พ้นขีดอันตรายแล้วแต่ผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะรู้สึกตัวแม้แต่หมอเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะาแภายนอกร่างกายก็มีเพียงเล็กน้อย และผลจากการแสกนสมองทุกอย่างก็ปกติดี
นิสารับหน้าที่ในการจัดการงานศพของจันทร์วิมลที่ถูกจัดขึ้นท่ามกลางความเศร้าเสียใจของครอบครัวทั้งสองฝ่ายเธอนึกสงสารจันทร์วิมลจับใจ ที่แม้แต่ในวาระสุดท้ายของชีวิตจันทร์วิมลลูกชายคนเดียวของเธอก็ยังนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาล
งานศพของจันทร์วิมลผ่านพ้นไปพร้อมกับข่าวหน้าหนึ่งที่โด่งดังไปทั้งโซเชียลเื่อุบัติและการเสียชีวิตของนางจันทร์วิมล เจริญทรัพย์มหาศาลภรรยานักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่ตำรวจลงความเห็นในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ว่าเกิดจากการโดนลอบทำร้ายเพราะรถที่เกิดอุบัติมีร่องรอยของการถูกตัดสายเบรกด้วยของมีคม จึงไม่ใช่อุบัติเหตุปกติทั่วไปอย่างแน่นอน
“มึงหนีไปให้ไกลเลยนะ อย่าให้ใครจับได้เชียวแต่ถึงมึงจะโดนจับก็ห้ามปริปากเื่นี้เด็ดขาด เข้าใจมั๊ย” ลูกพี่ของเขาโทรกำชับหลังจบงาน