ขากลับหลิวอี้แวะดูกระต่ายที่ติดบ่วงตัวนั้นมันได้ถูกเก็บไปแล้ว ตอนที่ใกล้จะถึงเชิงเขาเธอก็เจอเด็กคนหนึ่งนั่งาเ็อยู่พร้ะกร้า และกระต่ายกับไก่ป่า
" น้องชาย นั่งทำอะไรอยู่เหรอ "หลิวอี้รีบเข้าไปดูเด็กชายคนนั้นทันทีในขณะเดียวกันเธอก็พยายามนึกในความทรงจำว่าเด็กคือใคร
ซ่งเอ้อหู เด็กชายอายุไม่น่าเกินขวบลูกนายพรานซ่ง บ้านอยู่ท้ายหมู่บ้าน หลิวอี้ไม่เคยคุยกับเด็กคนนี้และคนที่บ้านเพราะพรานซ่งเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ภรรยาหยวนซื่อ มีลูกสาว1คน อายุ14ปี ซ่งต้ายาและเด็กชายคนนี้ ซ่งเอ้อหูในหมู่บ้านพวกเขาถูกมองเหมือนแกะดำ ไม่อยากคบหา ไม่อยากยุ่งด้วยสามแม่ลูกจึงอาศัยอย่างสงบที่ท้ายหมู่บ้าน
“เป็อะไรหรือเปล่า นั่งทำอะไร าเ็เหรอ”หลิวอี้เข้าไปสำรวจเด็กน้อยทันที
“ผมสะดุดแล้วขาพลิกเฉยๆ ครับ เดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว”
" โอ้ววบวมขนาดนี้เดี๋ยวพี่นวดแล้วหาสมุนไพรประคบให้นะ "
หลิวอี้รีบเดินหาสมุนไพรมารักษาเอ้อหูทันทีหลังจากที่ได้สมุนไพรแล้ว เธอรีบมาหาเขาทันที ยังดีนะที่เธอปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้เธอจึงลงมือค่อยๆ นวดข้อเท้า แล้วเขาหินทุบสมุนไพรจนแหลกเพื่อประคบลดอาการบวม
“เดี๋ยวพี่ไปหาท่อนไม้มาทำไม้เท้าให้แล้วค่อยๆเดินลงเขากันด้วยกันนะ” หลิวอี้กล่าวอย่างห่วงใย
จากตรงนี้ไม่ไกลก็ถึงทางเดินในหมู่บ้านแล้วหลิวอี้ให้เด็กน้อยค่อยๆ เดินพยุงตัวด้วยไม้เท้าลงไป ส่วนเธอเอาตะกร้าของเขาแบกไว้ด้านหน้า มือสองข้างหิ้วไก่ฟ้า 3 ตัว กระต่าย2ตัว
“ทำไมเอ้อหูเก่งจัง ล่าสัตว์ได้เยอะเลยแล้วยังมีของในตะกร้านี้อีก” หลิวอี้นับถือเด็กตัวน้อยคนนี้จริงๆ เก่งมากกกกก
“ผมวางกับดักไว้ครับ ไม่ได้ล่าเองพี่สาวผมสอนทำกับดักน่ะ” เด็กน้อยหน้าแดง ยิ้มเขิน ที่โดนพี่สาวตาโตคนนี้ชม
์ ช่องทางล่าสัตว์ฉันมาแล้ว
“สอนพี่บ้างซิ พี่ก็อยากวางกับดักเป็บ้าง”หลิวอี้ยิ้มหวาน ทำตาปริบๆ อ้อนเด็กชาย
เอ้อหูหน้าแดงเพราะไม่เคยมีใครพูดดีกับเขาแบบนี้มาก่อน พี่สาวใจดีมากเลยไม่รังเกียจเขาเหมือนคนอื่นๆ ด้วย
“ได้ครับ ไว้ผมสอนพี่นะ มาหาผมได้ตลอดเลย”
“เอ้อหู น่ารักมากเลย” หลิวอี้ยิ้มฝันหวานไปไกลแล้วว
สองคนเดินมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน จนถึงป่าไผ่ ก็เห็นคน2คนยืนอยู่แล้วตัวเธอก็ก้าวขาไม่ออกทันที
“โอ๊ะโย๊ะ สหายแบกอะไรมาครับ”ชิงหยวนยิ้มพลางกล่าวทักหลิวอี้
“จำผมได้ไหม ผมยุวปัญญาชน เจียงชิงหยวนผมไปเอายาแล้วที่สำนักงานกับสหายโม่คุนเมื่อหลายวันก่อนแล้วนี่ก็คือสหายเซียวจ่อหาน เพื่อนของผมเอง”
หลิวอี้เหลือบมองเซียวจื่อหานแว๊บหนึ่งส่วนเซียวจื่อหานหันมามองด้วยสายตาเ็าแล้วพยักหน้าเบาๆ ทักทายตามมารยาทก่อนจะหันไปมองที่อื่น หลิวอี้พูดอย่างเสียไม่ได้ว่า
“ส….สวัสดีตอนเย็นค่ะ สหายทั้งสอง”
เจียงชิงหยวนยิ้มรับส่วนอีกคนยืนเหมือนเป็อากาศไม่สนใจคำสนทนาของคนทั้งคู่ เขายังเ็าไม่แยแสเหมือนเดิม ดีแล้วล่ะ อย่าหันมามองฉันนะ ห้ามนายพูดกับฉันด้วยหลิวอี้ภาวนาในใจ
“เราคุยกันสองครั้งแล้วสหายซูหลิวอี้ต้องเรียกผมว่าพี่เหมือนสหายโม่คุนแล้วล่ะ”เจียงชิงหยวนนึกสนุกอยากแกล้งหลิวอี้ขึ้นมา
หลิวอี้ขมวดคิ้วทันทีคิดคำพูดที่ไม่ออกเลยทีเดียว (ใครก็ได้ช่วยเอาเขาออกไปทีทุบให้สลบไปเลยดีมะ มาเล่นอะไรตอนนี้)
“เรายังไม่สนิทกันขนาดนั้นมั้งคะ” หลิวอี้ตอบเสียงเบา
เจียงชิงหยวนหัวเราะสนุกกับการที่ได้แกล้ง โดยไม่สังเกตบรรยากาศรอบข้างที่มันเย็นขึ้นเรื่อย ๆ
“เห้!! ละนี่น้องชายคนนี้าเ็นี่ ให้พี่ช่วยไหม”เจียงชิงหยวนเห็นเอ้อหูเดินพยุงไม้เท้าก็ร้องถามด้วยความหวังดี
“ม….ไม่เป็ไรครับ ผมกลับเองดีกว่าพี่หลิวอี้ส่งผมแค่นี้ก็พอแล้วครับ เดี๋ยวผมแบกของกลับบ้านเอง”
“ไม่ได้ จะกลับยังไง ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอกเดี๋ยวพี่ถือไปส่งให้” หลิวอี้แกล้งดุเพื่อไม่ให้เด็กชายปฏิเสธ
“เอางี้ดีกว่า เดี๋ยวพวกพี่แบกนายไปส่งเองสหายซูหลิวอี้จะได้รีบเข้าบ้านด้วย ตอนนี้มันเย็นแล้ว”
“แบบนี้ดีกว่าเนอะจื่อหาน” ไม่มีเสียงตอบกลับมาเซียวจื่อหานยังทำตัวเป็อากาศเหมือนเดิม
“งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะคะเพราะถ้าเอ้อหูเดินถึงบ้านเท้าต้องระบมมากกว่าแน่เลย”หลิวอี้เวลานี้อยากหนีจากตรงนี้แล้ว ไม่เกรงใจรับข้อเสนอทันที
“ยังมีตะกร้า แล้วก็กระต่ายกับไก่ป่าพวกนี้ด้วยสหายเจียงชิงหยวนจะถือไปยังไงคะ” หลิวอี้ถามด้วยความละอายใจ
“จื่อหาน นายถือละกัน ส่วนฉันจะแบกเ้าหนูนี่เอง”ชิงหยวนกระทุ้งศอกเรียกชายหนุ่ม
เซียวจื่อหานหันกลับมารับตะกร้าจากหลิวอี้นิ้วมือเรียวยาวัักับนิ้วของเธอแ่เบามันเย็นเล็กน้อยถึงจะมีความสากเพราะการทำงาน แต่หลังมือก็ยังดูเนียน
หลิวอี้มือสั่นระริกหลังจากส่งของทั้งหมดให้มือคู่นั้น นิ้วเรียวยาวแบบนั้น เธอจำได้ดี แม้ว่าแทบจะไม่ได้ััมันมือเธอยังคงสั่น ใจเธอเต้นแรง หน้าร้อนผ่าว เธอรีบกล่าวคำอำลาทันที
“ขอบคุณสหายทั้งสองมากนะคะ ฉันต้องขอตัวก่อน”เธอรีบเดินอย่างเร็วเพื่อออกจากตรงนี้ จนได้ยินเสียงเด็กน้อยที่ดังมาจากข้างหลัง
“พี่สาวขอบคุณมากนะครับ เดินกลับบ้านดี ๆ นะ”
อ่า!!! ฉันลืมเอ้อหูได้ยังไงเนี้ยเธอหันหลังะโตอบกลับ “เอ้อหู เดินระวัง ๆ นะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปเยี่ยมที่บ้าน บายๆ จ้า” พูดจบเธอก็วิ่งกลับบ้านทันที
“สหายคนนี้นี่ชอบวิ่งเนอะ แกว่าไหม” ชิงหยวนขำชอบใจ
“ขำอะไร ก็แค่พวกบ้าพลังแกอยากเป็พี่ชายเขาั้แ่เมื่อไหร่” เซียวจื่อหานถาม ชิงหยวนสับสน งงไม่เข้าใจที่เพื่อนถามก่อนจะนึกออก
“อ้อออ ฉันแค่แหย่เฉยๆ ฉันเห็นเธอเรียกโม่อี้ว่าพี่น่ะมันแปลกดีที่เธอสนิทกับใคร ก็เลยอยากแกล้งเล่น” เจียงชิงหยวนอดขำไม่ได้
“แกกับผู้หญิงคนนั้นก็ดูเหมือนจะสนิทกันด้วยนี่ถึงขนาดกล้าแหย่ได้ ฉันก็ไม่เห็นเค้าจะเคืองอะไรตอนแกแกล้งเขา”
“ถ้าฉันไม่เริ่มคุยก่อน แกว่าเขาจะคุยกับพวกเราไหมล่ะฉันมันหน้าหนาอยู่แล้วแกก็รู้และโม่คุนก็บอกว่าเธอเป็คนที่ดีมากคนหนึ่งถ้ารู้จักคนที่ดีเพิ่มขึ้นอีกคนมันก็ดีไม่ใช่เหรอ”เจียงชิงหยวนพูดไปโดยไม่คิดอะไรและก็ไม่ได้สังเกตบรรยากาศรอบตัวที่แปลกไปอีกด้วย
“ขนาดนั้นเลย” เซียวจื่อหานน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
“เฮ้!!!! พวก แกเป็อะไร? เลิกงานในไร่ยังชวนฉันยืนตากลมชมวิวอยู่ที่นี่ไม่กลับบ้านพักอยู่เลย แล้วไปอารมณ์เสียตอนไหน”ไอ้เพื่อนคนนี้นับวันยิ่งผีเข้าผีออก เจียงชิงหยวนนึกขำเพื่อนตัวเอง
เซียวจื่อหานเหลือบมองเพื่อนรักก่อนจะถอนสายตากลับไปแล้วพูดอย่างเ็าว่า “ตอนนายหายใจ”
“ห๊ะ!! แบบนี้ก็ได้เหรอ นายชวนฉันเองนะ”ชิงหยวนระอากับอารมณ์เพื่อนคนนี้ แต่ก็ไม่คิดอะไร เพราะเขาสองคนคบกันมาั้แ่เด็ก
ส่วนเด็กชายตัวน้อยที่ถูกแบกไว้ข้างหลังมองพี่ชายคนสองไปมา สีหน้างงงวย นี่จะเรียกการนินทาลับหลังหรือเปล่านะแม่เคยสอนไว้ว่าการนินทาไม่ดี เอ้อหูจดจำไว้ในใจ ถึงพี่ชายจะช่วยพาเขากลับบ้านแต่เขาก็ชอบพี่สาวมากกว่า เฮ้อ!!! พวกพี่ชายไม่น่ารักเลย
จากนั้นพวกเขาสองคนก็เดินไปส่งเด็กน้อยที่บ้าน
หลิวอี้ที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มหลังจากคิดว่าพ้นแล้วก็หยุดวิ่ง ยืนหอบหายใจ เฮ้ออ!! เหนื่อยมากกกกว่าจะพ้นออกมาได้ลำบากจริงๆ เมื่อพักจนหายเหนื่อยแล้วก็เริ่มทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น
นึกถึงตอนที่นิ้วัักันพอนึกถึงเื่นั้นใจเธอก็สั่นไหวเล็กน้อย ทำไมฉันต้องใจสั่นใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกตอนที่นิ้วัักันเธอยังจำได้ดี ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นแต่ตอนนี้เธอกำลังวิเคราะห์ตัวเองว่ารู้สึกยังไงกันแน่
เพราะเธอคิดว่าเธอติดค้างเขามาตลอดอยากขอโทษเขาอยากขอบคุณเค้าเื่ชาติที่แล้วเลยตื่นเต้นเหรอ ก็อยากจะมองหน้าเขาตรงๆ พูดขอโทษและขอบคุณอยู่หรอกนะ โดยไม่สนใจว่าเขาจะรู้เื่ไหม เพราะเป็อยู่แบบนี้มันอึดอัดแต่ถ้าทำเขาจะต้องว่าเธอบ้าแน่นอน มันอาจจะหายอึดอัดมันจะโดนเขารังเกียจว่าเป็โรคประสาท เฮ้ออ!!
จากที่ตั้งใจไว้ ว่าจะต่างคนต่างอยู่ใช้ชีวิตของใครของมันปล่อยให้เขาไปมีชีวิตของเขาเพราะชาติที่แล้วนอกจากเธอที่เป็จุดดำในชีวิตเขาแล้วเขาก็ประสบความสำเร็จในชีวิตถึงจะเกลียดเขามากแค่ไหนแต่เธอก็ยังได้ข่าวเขาอยู่บ้างเขามีชีวิตการทำงานที่ดีมากจริง ๆ
ถ้าเป็คนอื่นคงย้อนกลับมาแก้ไขเื่ชีวิตคู่ให้กลับมาอีกครั้งแต่สำหรับเธอมันทำไม่ได้ไง ถ้าไม่รักกันมันก็จบแล้วเธอไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครมารักหรอกถึงเขาจะดีมากแค่ไหนเธอ้าคนที่รักเธอมากกว่า
การปล่อยกันไปในชาตินี้มันดีที่สุดคำถามที่เคยโดนถามว่าคิดว่าเขารักฉันไหมจากสิ่งที่รับรู้ภายหลังว่าเขาทำอะไรให้บ้าง จากที่อยู่กันมาหลายปีถึงความสัมพันธ์จะไม่ดี แต่ฉันก็เชื่อว่าเขามีความผูกพันกับฉันมากพอสมควรยังไงฉันก็เป็แม่ของลูกเขานะ
เมื่อคิดได้แล้วหลิวอี้ก็เปลี่ยนความตั้งใจใหม่ “เซียวจื่อหานชาตินี้เรามาเป็คนแปลกหน้าที่ดีต่อกันเถอะ หลบก็จะยิ่งแย่ ถ้าเจอก็เจอถ้าไม่เจอก็ดี ฉันจะดีกับนายจนกว่านายจะกลับปักกิ่งละกัน”
ชาตินี้เรามาดีต่อกันเถอะ