ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 45 การแลกเปลี่ยน

            “เอาโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณคืนมาไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่” วัยรุ่นหนุ่มสิบกว่าคนและวัยหญิงสาวหลายคนเองก็จ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งพร้อมกับบ่นปาวๆ เหตุการณ์เมื่อตอนนั้นพวกเขาเองก็โดนทำร้ายเช่นกัน

            “เจ้าคือตู้เซ่าฝู่ เจ้าทึ่มที่เขาร่ำลือใช่หรือไม่?”

            วัยรุ่นอายุราวๆยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองปีคนหนึ่งเดินขึ้นมาข้างหน้า ทั้งตัวสวมเกราะสีเงินบุคลิกหน้าตาดูไม่เลว เมื่อสวมชุดเกราะสีเงินแล้วทำให้รัศมีความหล่อและองอาจของผู้ใส่ดูเด่นชัดยิ่งขึ้นสาวน้อยหลายคนอดใจไม่ไหวจึงมารุมล้อม สีหน้าแววตาดูออกว่าต่างหลงใหลในชายคนนี้

            ตู้เซ่าฝู่สังเกตเห็นเด็กหนุ่มคนนี้นานแล้วเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น ก็สีหน้าเสียเพราะไม่พอใจ จึงพูดตอกกลับชายคนนั้นไปว่า“เจ้าต่างหากที่เป็นเจ้าทึ่ม ทึ่มเหมือนกันหมดทั้งบ้าน”

            “เย่อหยิ่งจองหองจริงด้วย บังอาจดูหมิ่นอัศวินจักรวรรดิข้า แค่ข้อหานี้ก็สามารถลากตัวเจ้าเข้าคุกในจักรวรรดิได้เลย”

            วัยรุ่นชายคนนั้นสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาอัศวินประจำแคว้นมีสถานะตำแหน่งสูงกว่าทุกคนในเมืองเล็กๆ ที่ชายแดนทั้งหมดอยู่แล้วนึกไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าด่าทอเขา หากเขาไม่สั่งสอนตู้เซ่าฝู่ จะเป็นการเสียเกียรติต่อหน้าสาวๆตรงนั้นที่หลงใหลเขา

            ตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจชายหนุ่มคนนั้นจ้องมองตู้เฮ่าและคนอื่นๆ กล่าวว่า “นี่คือที่พึ่งของพวกเจ้างั้นหรือข้าให้โอกาสพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จะคืนหนี้ทั้งหมดที่ติดค้างข้าไว้กับข้าเองหรือว่าจะให้ข้าลงมือไปเอาเองล่ะ?”

            “ตู้เซ่าฝู่ เจ้าช่างจองหองไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำญาติผู้พี่ฝั่งมารดาของข้าคนนี้คืออัศวินประจำแคว้น เจ้าไม่รอดแน่”

            ตู้เฮ่ายิ้มอย่างเย็นชาให้กับตู้เซ่าฝู่จากนั้นก็หันหน้าไปมองชายหนุ่มชุดเกราะคนนั้น กล่าวว่า “ญาติผู้พี่จะปล่อยเจ้าตู้เซ่าฝู่ไว้ไม่ได้ ต้องเอาโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณคืนมาให้ได้”

            “ไม่มีปัญหา เจ้าทึ่มคนนี้มันรนหาที่เอง!”

            ชายหนุ่มสีหน้าขรึมเมื่อพูดจบ พลังปราณในร่างกายก็เริ่มเคลื่อนไหว พลังอันดุดันรุนแรงระเบิดออกมาตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียน และคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ก็รีบถอย ปราณทั้งร่างของเขาไหลเวียนจนเกิดเป็นคลื่นคล้ายพายุหมุนขนาดเล็กบริเวณนั้น

            “ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐาน”

            ตู้เซ่าฝู่ตกใจเล็กน้อยชายหนุ่มอัศวินประจำแคว้นคนนี้ถือว่าเป็นวัยรุ่นที่มีความสามารถใช่ย่อยอายุเท่านี้สามารถบรรลุขั้นเบิกนภาได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว

            “วันนี้ข้าขอสั่งสอนเจ้าทึ่มนี่สักหน่อย”

            ชายหนุ่มชุดเกราะไม่คิดจะออมมือแม้แต่น้อยก้าวเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขารวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือเกิดเป็นรัศมีพลังปราณห่อหุ้มกำหมัด เห็นเป็นชั้นพลังงานใสๆ สีเขียวฟ้าหุ้มอยู่เขาปล่อยพลังออกไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างเต็มที่

            ชายหนุ่มคนนี้ก็รู้มาจากปากของตู้เฮ่าว่าตู้เซ่าฝู่สามารถปล่อยกระบวนท่าเดียวก็เอาชนะตู้เฮ่าและคนอื่นๆ ได้ดังนั้นแม้ว่าเขาอยู่ในขั้นเบิกนภา ก็ไม่ได้ปล่อยพลังทั้งหมดออกไปแต่ก็ไม่ได้ออมแรงให้

            พลังหมัดถูกส่งออกมาในชั่วพริบตาก็เข้ามาใกล้ตู้เซ่าฝู่แล้ว

            เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากจู่ๆ คนที่อยู่บริเวณนั้นก็เห็นแสงสีทองส่องวับๆ ออกมาทุกคนยังไม่ทันได้สังเกตชัดเจนว่าแสงประกายทองนั้นคืออะไรก็ได้ยินเสียงโครมดังออกมาแล้ว

            “ปึง!”

            หลังจากมีเสียงดังสะเทือนออกมาบริเวณรอบๆ ก็มีคลื่นซัดวูบ จากนั้นก็มีเงาของคนถูกพัดลอยกระเด็นไปตามทิศทางลมสุดท้ายร่างกายของเขาก็กระแทกลงบนพื้น

            “โครม!”

            ทันใดนั้นเองธรณีก็เกิดรอยแยก ผืนดินทั้งหมดตรงนั้นสนั่นหวั่นไหว!

            จากนั้นเงาคนที่ถูกซัดลอยนิ่งไม่ขยับ เมื่อทุกคนมองดู ต่างก็รู้สึกสะอึกพูดไม่ออกกันที่แท้คนที่ถูกโจมตีกระเด็นคือชายหนุ่มชุดเกราะ คนที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาผู้ได้รับความชื่นชมและยกย่อง เขากลับโดนโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียวก็จอดแล้ว

            “ตึงๆ!”

            หลังจากชายหนุ่มชุดเกราะตกลงบนพื้นก็สำลักเลือกออกมา สีหน้าอันหล่อเหลาซีดเผือด แววตาดูตื่นตกใจ

            “ปึงๆๆ!”

            ขณะที่ทุกคนยังไม่ได้สติกลับมาเสียงกระแทกที่เกิดขึ้นจากพลังโจมตียังคงสะท้อนต่อไปจากนั้นเงาของคนนั้นก็กระเด้งลอยไปต่อ รวมถึงเงาของคนอื่นๆต่างก็ถูกแรงจากการโจมตีนี้พัดกระจายไปคนละทิศละทางจนสุดท้ายก็นอนแน่นิ่งบนพื้นไม่สามารถขยับตัวได้

            ตู้เซ่าฝู่เหวี่ยงแขนสะบัดชายชุดสีม่วงเล็กน้อยมองดูผลลัพธ์ที่อยู่บนพื้นก็ยิ้มออกมาจากนั้นก็ค้นตัวทุกคนนำยาลูกกลอนและเงินทั้งหมดที่ติดตัวรวมถึงของที่ดูแล้วมีราคาเก็บไว้ ขนาดอัศวินชุดเกราะตู้เซ่าฝู่เองก็ยังไม่เว้น

            ของติดตัวของสิบกว่าคนมีเยอะมากสุดท้ายตู้เซ่าฝู่จึงต้องถอดชุดนอกเอามารองเป็นผ้าห่อของจะได้โกยกลับไปง่ายๆระหว่างที่เขาเก็บของ ไม่มีใครที่กล้าขัดขืนหรือโต้แย้งเพราะไม่มีความสามารถและแรงไปต่อกร

            “ยินดีต้อนรับ มาก่อกวนข้าอีกนะ”

            หลังจากเก็บของเสร็จตู้เซ่าฝู่พูดทิ้งท้ายด้วยประโยคดังกล่าว จากนั้นก็สะบัดหน้าเดินจากไป

            ทุกคนมองตามหลังตู้เซ่าฝู่บริเวณรอบๆ เงียบกริบ

            ยามรัตติกาลความมืดปกคลุมทั่วเมืองสือเฉิง มีจันทรานวลผ่อง พร้อมดวงดาราส่องประกาย

            ณเรือนหินโบราณตกแต่งเรียบๆ แห่งหนึ่ง มีสาวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆผิวของนางมีสีขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มสวยงาม นางปล่อยผมยาวสยาย สวมชุดกระโปรงยาวดวงตาสุกใสเป็นประกาย มองดูแล้วให้ความรู้สึกสง่างดงาม

            “จื่อจิน เจ้าตัดสินใจแล้วจริงๆ หรือ?”

            บุรุษร่างผอมคนหนึ่งจ้องมองหญิงสาวพร้อมกล่าวว่า“เจ้าจำไว้ การตัดสินใจนี้ไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อบ้านสกุลเยี่ยของพวกเราแต่มีผลต่อทั้งเมืองสือเฉิง”

            เด็กสาวหันหน้าไปมองยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้าเชื่อว่าสุดยอดห้าสกุลในรุ่นของข้าไม่มีใครสู้ตู้เซ่าฝู่ได้เลย ข้าเองก็สู้ไม่ได้”

            บุรุษร่างผอมสีหน้าตกใจเล็กน้อยกล่าวว่า “นึกไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้จะชมเชยตู้เซ่าฝู่จากบ้านสกุลตู้เช่นนี้ข้าเริ่มอยากพบเขาแล้วล่ะ เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เจ้าไปบ้านสกุลตู้กับข้าจะได้ไปขอบคุณที่ช่วยเหลือ และพอดีเรื่องๆ นั้นก็ต้องตัดสินใจเลือกแล้ว”

            “เจ้าค่ะ”

            สาวน้อยพยักหน้าเล็กน้อยในสมองของนางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงภาพที่ดูสง่าและองอาจของชายหนุ่มตอนแบกอสูรเสือดาวสายฟ้าขึ้นหลัง...

            “เจ้านี่เปิดอย่างไรกันแน่”

            ยามราตรีในห้องส่วนตัว ตู้เซ่าฝู่กำลังถือถุงหยินหยางสองถุงไว้ในฝ่ามือใบหนึ่งได้มาจากการค้นตัวโซ่วหู่หัวหน้าใหญ่กลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวอีกใบหนึ่งได้มาจากจอมยุทธสาว เพียงแต่ถุงหยินหยางตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าจะเปิดอย่างไร

            “เจ้าหนู เจ้าเปิดถุงหยินหยางไม่ได้หรอก ข้าช่วยเจ้าเปิดดีหรือไม่?”

            เจดีย์เล็กที่ถูกเก็บไว้ที่เสื้อตรงอกของตู้เซ่าฝู่มีเสียงของเจินชิงฉุนดังออกมา น้ำเสียงของเขาฟังดูอึดอัดน้อยใจ

            “เจ้าเปิดถุงหยินหยางเป็น?”

            ตู้เซ่าฝู่ลังเลนิดหน่อยก็ล้วงเจดีย์เล็กออกมา

            เจดีย์เล็กในตอนนี้ถูกห่อด้วยใบไม้หลายชั้นตู้เซ่าฝู่ไม่อยากเอาเจดีย์เล็กที่เปรอะปัสสาวะของตนเก็บไว้ในเสื้อตรงอก

            “ล้อเล่นหรือไง ข้าคือนักเวทยันต์ เป็นนักเวทยันต์ขั้นสูงแค่ถุงหยินหยางถุงหนึ่งง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก” เจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กเริ่มมีน้ำเสียงที่สดใสและภาคภูมิใจขึ้นมา

            “เจ้าคือนักเวทยันต์?” ตู้เซ่าฝู่มองเจดีย์เล็กด้วยสีหน้าสงสัยจากนั้นบอกว่า “ก็ได้ ถ้างั้นเจ้าลองเปิดถุงหยินหยางให้ข้าดูหน่อยสิ”

            “ฮึข้าช่วยเจ้าเปิดถุงหยินหยางแล้วมีประโยชน์อะไรกับข้า?” เจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กพูดน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความภาคภูมิ ดีใจที่เด็กหนุ่มคนนี้คิดจะขอร้องเขาสักที

            “เจ้าช่วยข้าเปิดถุงหยินหยาง ต่อไปข้าจะไม่ปัสสาวะรดขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีกหากเปิดถุงหยินหยางไม่ได้ ข้าจะเอาเจดีย์เก่าๆ นี้ไปโยนทิ้งในหลุมถ่ายอุจจาระ” ตู้เซ่าฝู่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

            “เจ้าหนู เจ้ากล้าหรือ!” เจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กร้องสะดุ้งเสียงแหลม

            “เจ้าคิดว่าข้ากล้าหรือไม่ล่ะ” ตู้เซ่าฝู่ตอบ

            “เจ้าหนู ถือว่าเจ้าร้ายนักนะ ข้าช่วยเจ้าเปิดถุง
    หยินหยางก็ได้ แต่ว่าตกลงไว้ก่อน พอข้าออกไป เจ้าห้ามทำร้ายร่างจิตวิญญาณของข้าล่ะ
    ” เจินชิงฉุนเจรจาต่อรอง เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้อาจลงไม้ลงมือกับเขา

            “ตามนั้น” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าตกลง

            “ฟิ้ว...”

            ร่างเงาของเจินชิงฉุนค่อยๆลอยออกมาจากเจดีย์เล็ก เขามองตู้เซ่าฝู่สายตาของชายใบหน้าเด็กอัปลักษณ์แสดงความน้อยเนื้อต่ำใจและแค้นเคืองออกมาเขาเบ้ปากอยู่ แต่ก็พยายามระงับความโมโหไว้ กล่าวว่า“ถุงหยินหยางหากฝืนเปิดโดยผิดวิธี จะทำให้ของในนั้นทั้งหมดถูกทำลายนอกจากเจ้าของของมันที่เปิดได้ มีอีกวิธีเดียวที่เปิดออกได้คือต้องหานักเวทยันต์ที่แข็งแกร่งกว่านักเวทยันต์ที่เป็นคนสร้างถุง
    หยินหยางมาทำลายเวทย์มนตราของอักษรยันต์ที่ผนึกมันไว้”

            เมื่อพูดจบเจินชิงฉุนก็รวบรวมพลัง เขาก็หยิบถุง
    หยินหยางสองใบมาจากมือซ้ายของตู้เซ่าฝู่ จากนั้นก็มีพลังแปลกๆบางอย่างลอยไปปกคลุมรอบมือทั้งสองข้าง

            “ฟู่ๆๆ!”

            ร่างเงาเจินชิงฉุนใช้สองมือร่ายพลังออกมาจากฝ่ามือจากนั้นก็มีอักษรยันต์มากมายไหลเวียนออกมา ในห้องทั้งห้องเกิดแสงสุกใสอร่ามจ้ามีพลังอันน่าพิศวงฟุ้งอยู่เต็มห้อง อักษรยันต์ที่ร่ายออกมาลอยออกมาห่อหุ้มทั่วห้องรูปร่างน่าเกลียดของเจินชิงฉุน จู่ๆ ก็ดูสง่าและแข็งแกร่งขึ้นมา

            ขณะนั้นเองตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเชื่อแล้วว่าเจินชิงฉุนไม่ใช่จอมต้มตุ๋น นักต้มตุ๋นต้องดีแต่ปากไม่มีทางมีพลังความสามารถอันทรงพลังเช่นนี้ได้หรอก

            “เปิดออกแล้ว ถุงหยินหยางขยะสองใบนี้ต้องใช้หยาดโลหิตในการระบุเจ้าของและใส่พลังปราณลงไป ต่อไปถุง
    หยินหยางสองใบนี้ก็เป็นของเจ้าแล้ว
    ”

            จากนั้นเจินชิงฉุนก็นำถุงหยินหยางสองใบโยนกลับไปให้ตู้เซ่าฝู่ร่างเงาเริ่มดูจางลง