ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่43 เทสระบบร้านแมคฟราย

    ดิวยืนอยู่ที่หน้าร้านแมคฟราย ตัวร้านเป็นโทนขาวดำ ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่และลงตัว ประตูหน้าร้านเป็นแบบเปิดอัตโนมัติเมื่อลูกค้าเดินเข้ามา จะเห็นได้ว่ามันสะดวกเป็นอย่างมากวันนี้ที่เขามาที่นี่เพราะต้องเทสระบบร้านและพนักงานที่เพิ่งรับเข้ามา เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ถึงกำหนดเปิดร้าน มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงให้เข้าที่ก่อนเปิดร้าน
    อายุของพนักงานโดยส่วนใหญ่คือ 18 ถึง 23 ปี จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่คือวัยรุ่น นักศึกษาที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยอะไรอย่างนี้ พนักงานจะแบ่งออกเป็นสองกะ โดยกะแรกเริ่มต้นที่สองโมงครึ่ง แล้วกะที่สองก็เริ่มตอนบ่ายเกือบเย็น กว่าจะปิดร้านก็ปาไปสี่ทุ่มเห็นจะได้
    โดยแต่ละกะนั้นจะมีพนักงานประมาณเจ็ดคนเห็นจะได้ ชุดยูนิฟอร์มของพนักงานเป็นสีน้ำเงินเหลือง โดยจะเป็นเสื้อคอปกแขนสั้น มีหมวกสีเหลืองที่ตัดกันอย่างลงตัว
    ดิวเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับลักซ์ วันนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยมีเวลาอะไรอย่างนี้เลย เพราะโดยปกติต้องรับผิดชอบชีวิตของมิวมิว ส่งเรียนจนตัวเองไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ถึงตอนนี้มันเป็นเวลาที่เธอควรต้องทำตามใจตัวเองบ้างแล้ว
    “ร้านสวยจังเลยนะคะ” ลักซ์มองไปรอบๆ ร้านอย่างสนอกสนใจ แอร์ข้างในร้านเย็นฉ่ำ ที่นั่งรับประทานไก่ทอดก็มีหลายที่ และยังเก้าอี้สำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะด้วย
    ดิวคำนึงถึงส่วนนี้ในก่อนหน้า สำหรับลูกค้าที่มาเป็นครอบครัวแล้ว เราควรจะมีความพร้อมบริการทุกด้านสิ ลูกค้าจึงประทับใจแล้วอยากกลับมาทานอีกครั้ง
    “ขอบคุณครับ” ดิวมองลักซ์ยิ้มๆ เขาได้ไอเดียไก่ทอดแบรนด์ดังมาก็จริง แต่ใช่ว่าจะทำร้านให้เหมือนกันทุกระเบียบนิ้ว
    ตัวร้านดูทันสมัยสะอาดตา ยังมีนั่งเป็นบาร์สำหรับคนที่มาทานคนเดียว และที่นั่งอย่างนี้ยังมีปลั๊กสำหรับเสียบอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ
    พนักงานของร้านเมื่อเห็นดิวเดินเข้ามาก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม พวกเขาและเธอต่างเป็นวัยรุ่น อายุยังไม่ถึงสามสิบปี แน่นอนว่าต้องรู้จักหน้าค่าตาดิวกันอยู่แล้ว
    เจ้าของร้านไก่ทอดแมคฟราย แท้จริงแล้วคือศิลปินหนุ่มคนนี้นี่เอง เมื่อดิวเดินเข้ามาในร้าน ก็แทบทำให้พนักงานสาวไปไม่เป็น ดิวผิวขาวเป็นอย่างมาก โดยปกติก็ขาวอยู่แล้ว ยิ่งมีเงินหลายล้านบาทการกินและการเป็นอยู่ก็เปลี่ยนไปมาก ตอนนี้ผิวพรรณของเขาจึงสดใด ยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก
    “มาแล้วเหรอคะ...” พิมมาราอยู่ในชุดทางการสีดำสนิท เธอใส่แว่นกรอบเล็ก เมื่อเห็นว่าดิวเข้ามาในร้านจึงเผยรอยยิ้มเล็กๆ ส่วนลักซ์ที่อยู่ข้างๆ เหรอ เห็นแล้วรู้สึกผิดตาชะมัด
    แต่พิมมาราไม่สามารถห้ามอะไรได้ เพราะเธอและเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่หุ้นส่วนในบริษัทเท่านั้น ตอนนี้จึงทำได้เพียงขบฟันยิ้มๆ
    “ครับ สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง พวกลุงเวศน์คงสอนกุ๊กได้ดีเลยใช่มั้ย”
    มีเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัยเต็มไปหมด โดยส่วนใหญ่แล้วจะสั่งมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเตาที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ นี่แหละถึงเรียกว่าหัวใจหลักของไก่ทอดแมคฟราย!และคนที่พอพูดคุยให้ความรู้ต่างๆ ในเรื่องพวกนี้ได้ ก็มีแต่พวกนักวิจัยในโรงงานเท่านั้น วันนี้ดิวเลยดึงตัวพวกเขามาสักหน่อย
    “ค่ะ พวกเขาอยู่ข้างในครัว ตามมาสิคะ” พิมมาราเผยรอยยิ้มหวานให้กับดิว เธอเข้ามาจับมือของเขาแล้วพาเดินเข้าไปข้างในครัว
    ดิวรู้สึกกระอักกระอ่วนจริงๆ ใจจริงอยากปฏิเสธเธอ แต่เป็นเพราะเขาขอร้องให้พิมาราอยู่ในตำแหน่งนี้ การหักหน้าเธอต่อหน้าคนอื่น จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก
    “ผู้จัดการพิม เป็นอะไรกับคุณดิวนะ หรือว่าจะเป็นแฟน?” ลักซ์ไม่อยากคิดเท่าไหร่นัก เพราะโลกของคนทั้งสองต่างกันมาก แต่พอเห็นพวกเขาได้อยู่ชิดใกล้กันแล้ว หัวใจของเธอถึงกลับเจ็บอย่างบอกไม่ถูก
    “ไม่ไม่ไม่ไม่! จะมาคิดบ้าอะไรเนี่ย นี่ฉันมาทำงานนะไม่ได้มาหาผู้ชายกิน ฟู่ว...ท่องไว้ว่าทำงาน ทำงาน!” ลักซ์เตือนสติตัวเอง เธอสูดหายให้เข้าลึกแล้วเดินตามดิวไป ห้องครัวดูทันสมัยสะอาดตา โดยเฉพาะอุปกรณ์ทันสมัยเหล่านั้น มันถึงกลับทำให้ลักซ์กลายเป็นโง่งม
    “ไม่มีกระทะทอดไก่? แต่พวกเขาใช้บางอย่างที่คล้ายกัน ซึ่งนั่นดูเหมือนจะแพงน่าดูเลย...” ดวงตาของลักซ์ถึงกลับเบลอไปชั่วขณะเมื่อมองสิ่งของเหล่านั้น เธอไม่รู้ว่ามันมีราคาเท่าไหร่และไม่อยากรู้ด้วย
    พวกลุงเวศน์กำลังสอนกุ๊กและพนักงานให้ความรู้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ลักซ์ที่อยู่ข้างๆ ดิวยืนฟังอย่างสนอกสนใจ การทอดไก่จะต้องทอดในอุณหภูมิที่ทางบริษัทกำหนดมา ห้ามใช้อุณหภูมิต่ำหรือสูงเกินกว่านี้เด็ดขาด หากทำอย่างนั้นจริงจะทำให้รสชาติของไก่และตัวแป้งเปลี่ยนไป
    หลังจากนั้นเมื่อสะเด็ดน้ำมันแล้วก็นำไปไว้ในตู้อบ ตั้งโชว์เพื่อรักษาอุณภูมิ คงไม่มีใครหรอกที่อยากกินอาหารไม่ร้อน ไก่ทอดแมคฟรายที่ดิวสร้างขึ้นมาเองก็เหมือนกัน ไก่จะต้องร้อนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจเมื่อรับประทาน
    ลักซ์มองดูการหมักไก่ ขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรมากนัก จะเห็นได้ว่ากุ๊กคนนั้นหมักไก่ทีละสิบชิ้น ไม่มีเครื่องปรุงใดๆ ใส่ลงไป จะมีเพียงคลุกไก่ให้เข้ากับแป้งทอดกรอบเท่านั้นจากนั้นจึงยกขึ้นมา เขย่าๆ ในตะกร้าสแตนเลสเพื่อให้แป้งส่วนเกินหลุดร่วงออกไป จากนั้นจึงใส่ไก่ที่คลุกเคล้าทั้งหมดลงไปในน้ำเย็น จากนั้นก็นำมาคลุกเคล้ากับแป้งทอดกรอบอีกครั้ง โดยการทำแบบนี้จะทำให้แป้งดูมีเลเยอร์ที่มากกว่า ต่างจากคลุกทีเดียวซึ่งจะทำให้แป้งบางเกินและไม่กรอบเท่าที่ควร
    “แค่เนี้ย...? แล้วมันจะอร่อยได้ยังไง มันจะไปรอดแน่เหรอคะคุณดิว...” ลักซ์ดูเหมือนกับคนโง่ ในฐานะแม่ค้าที่ทอดไก่มาทั้งชีวิต ไม่ใช่ว่าคลุกเคล้าแค่นี้แล้วมันจะอร่อย ส่วนประกอบต้องมีมากกว่านี้ แต่เธอไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรบ้างในส่วนของไก่ทอดแมคฟรายที่ดิวบอกว่ามันจะขายดิบขายดีจนลูกค้าต่อคิวแน่น
    ไก่ถูกทอดในอุณหภูมิที่ถูกกำหนดไว้ นำออกมาก็เหลืองกรอบน่ากิน
    ลักซ์ถึงกลับกลืนน้ำลายดังอึก “ดูเหมือนว่าหัวใจหลักของไก่ทอดแมคฟรายจะไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องปรุงที่เป็นความลับเท่านั้น แต่น่าจะเกี่ยวเนื่องกับอุณหภูมิที่ถูกกำหนดจากบริษัทมาอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่า ถึงแม้กุ๊กเหล่านี้จะนำสูตรการหมักไก่ออกไป ก็ใช่ว่าจะสามารถทำออกมาได้เหมือนกับไก่ทอดแมคฟราย!”
    การแยกไก่ที่ทอดทำออกมาได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มันถูกจัดเรียงไว้บนชั้นเก็บอุณหภูมิเพื่อง่ายแก่การหยิบจับให้ลูกค้าโดยหน้าร้านจะมีแคชเชียร์อยู่สองคน เมื่อได้รับออเดอร์คนที่อยู่หลังตู้ก็จะจัดไก่ทอดใส่กล่อง เป็นการจัดการทีมที่เป็นระบบระเบียบ
    เนื่องจากว่าวันนี้เป็นการทดลองงานไม่ได้เปิดร้าน เช็คระบบต่างๆ เพื่อดูความพร้อมก่อนเปิด ไกที่ถูกทอดวันนี้จึงให้พนักงานกินฟรี และนั่นทำให้พวกเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
    ลักซ์มองพนักงานที่กำลังกินไก่แมคฟรายอย่างเอร็ดอร่อยก็กลืนน้ำลายไปหลายอึก กว่าจะรู้สึกตัวก็นานสองนาน ดิวเข้ามาใกล้ๆ แล้วสะกิด“คุณลักซ์ ตื่นอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย...”
    “อ๊ะ! ค่ะ ตื่นแล้ว ฉันตื่นตั้งแต่ตีห้าแล้วค่ะ” ลักซ์ทำตัวไม่ถูก เธอรู้สึกตกใจมากจนเผลอพูดตะกุกตะกัก
    “นังบ้า!” พิมมารารู้สึกรำคาญใจจริงๆ ไม่ชอบผู้หญิงอย่างลักซ์เลย เพราะดูปลอมจนน่าเกลียด
    “นี่ก็สิบเอ็ดโมงเช้าใกล้เที่ยงวัน คุณคงจะหิวข้าวจนตาลายแล้วใช้มั้ย” ดิวมองนาฬิกาแล้วยิ้มให้เธอ
    “โอ๊ะ! ไม่นะคะ ฉันยังไม่หิวสักหน่อย...” จะให้ลักซ์พูดออกไปได้ยังไงล่ะ ตอนนี้เห็นพนักงานกินไก่ทอดท้องก็ร้องจ๊อกๆ จนน่าอาย
    “ฮ่าฮ่า มาเถอะครับ มากินไก่ทอดแมคฟรายกันดีกว่า ผมเชื่อว่าคุณต้องชอบแน่” จากนั้นหันไปมองทางพิมารา เอ่ยชวนเธอเหมือนกัน “คุณด้วย มาสิ”
    พิมมาราไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว เธอตามดิวไปอย่างว่าง่าย โต๊ะที่พวกเขานั่งก็เหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ ไม่ได้วิเศษกว่ากันเลย ไก่ที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะมีหลายชิ้นและขนาดของส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกันไป ได้แก่น่องไก่ชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ สะโพกที่ถูกทอดจนเหลือง อกไก่ทอดที่เต็มไปด้วยสารอาหาร และไก่ไม่มีกะดูก
    และนอกจากไก่ทอดแล้ว ยังมีเฟรนฟรายร้อนๆ ด้วย
    ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ดิวจะบอกว่าแมคฟรายจะขายเพียงแค่ไก่ทอด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีแต่ไก่เลย ยังมีของที่ให้กินเล่นระหว่างกินไก่ นั่นคือเฟรนฟรายนั่นเองตอนนี้เมนูอาหารไก่ทอดแมคฟรายยังมีแค่นี้ ส่วนอื่นๆ ยังต้องรอปรับปรุงและยกระดับขึ้น ไม่สามารถเร่งเวลาให้เร็วเกินไปได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ทั้งคุณภาพและความอร่อย
    “กินเยอะๆ นะครับ ส่วนน้ำคุณจะกินเท่าไหร่ก็ได้ พนักงานของที่นี่กินฟรีครับ” ดิวบอกลักซ์เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่มอง
    พนักงานแมคฟรายนอกจากทำงานหนักแล้วยังมีข้อดีอีกหนึ่งข้อ นั่นคือได้กินน้ำอัดลมฟรีนั่นเอง! ส่วนลูกค้าสามารถเติมเท่าไหร่ก็ไม่อั้น เพราะว่ามันเป็นแก้วเเบบรีฟิลนั่นเอง ราคาต่อแก้วจึงค่อนข้างสูง ปาไปแก้วละสี่สิบบาท
    “จริงเหรอคะเนี่ย!” ลักซ์อยากจะท้วงก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเห็นราคาน้ำต่อแก้ว แต่พอรู้ว่าสามารถเติมเท่าไหร่ก็ได้ในระหว่างนั่งทานในร้าน เธอกลับไม่รู้สึกว่าแพงเลย แล้วยังให้พนักงานกินน้ำได้อย่างตามอำเภอใจ ความใจกว้างของดิวทำให้ลักซ์เกิดความรู้สึกบางอย่าง เขาช่างเป็นเจ้านายที่รักลูกน้องจริงๆ
    “ครับ คุณชอบมั้ยล่ะ” ดิวเอาแนวทางปฏิบัติมาจากร้านไก่ทอดชื่อดัง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าบ่น ถึงแม้ราคาต่อแก้วจะปาไปสี่สิบบาท แต่ยังสามารถเติมได้ไม่อั้น นั่นหมายความว่ามันโคตรจะคุ้มยังไงล่ะ!“ชอบสิคะ ชอบสุดๆ”“เอาล่ะเรามาลองกินไก่ทอดแมคฟรายกันดีกว่า สุภาพสตรีทั้งสอง เชิญพวกคุณก่อนเลย...”