ตอนที่ 14 : ภัยที่หลบซ่อนของเฉิงชิงชิง
ม๋อเทียนหลับตาลงอีกครั้ง... พยายามค้นหาความทรงจำ จากจิติญญาของเขา ว่าพอจะมีเคล็ดวิชาต่อสู้ ที่เหมาะสมกับเขาในตอนนี้บ้างหรือไม่
“เฮ้อ!!!... พลังปราณของข้าตอนนี้ ไม่สามารถฝึกเคล็ดวิชา กระบี่นภาหวนคืนได้” ม๋อเทียนตีสีหน้าอย่างเศร้าสร้อย
“เคล็ดวิชากระบี่นภาหวนคืน” เป็เคล็ดวิชาที่ต้องใช้ พลังปราณจำนวนมาก อย่างน้อยจะต้องมีระดับพลังปราณ ที่ขอบเขตปราณนภา ถึงจะสามารถฝึกฝนได้
เวลาผ่านไปสองชั่วยาม นับั้แ่ม๋อเทียนเริ่มทำการบ่มเพาะ ในที่สุดเขาก็เจอ!!! “เคล็ดวิชากระบี่ัซินหยาง” มันคือเคล็ดวิชากระบี่ ระดับจักรพรรดิขั้นกลาง (ธาตุไฟ) ซึ่งแบ่งออกเป็ 10 ขั้น จุดเด่นของเคล็ดวิชากระบี่นี้ คือ มีทั้งความรวดเร็วและพลังที่รุนแรงมาก
“ข้ายัง้าวิชาท่าร่าง!!! ข้าควรลองฝึก!!! เคล็ดวิชาเหินนภาดีหรือไม่??? ” ม๋อเทียนพึมพำ
“เคล็ดวิชาเหินนภา” เป็สุดยอดวิชาท่าร่างของทวีปชีฟง ถูกสร้างขึ้นโดยปรมาจารย์หลงเหิน ตอนที่ท่านบรรลุสู่ขั้นเทพเซียน ท่านได้จารึกเคล็ดวิชาเหินนภา ไว้ที่ผาสู่เซียน ทุกคนในทวีปชีฟง ต่างมุ่งหน้าไปผาสู่เซียน เพื่อศึกษาเคล็ดวิชานี้ แต่ก็ไม่เคยมีใคร ฝึกได้สำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว
ม๋อเทียนก็เป็อีกคนหนึ่ง ที่เคยไปศึกษาเคล็ดวิชาเหินนภา ที่ผาสู่เซียนกับบรรดาเหล่าศิษย์ร่วมสำนัก และทำการคิดวิเคราะห์จนได้ผลสรุปว่า วิชานี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพลังจิติญญามากเป็พิเศษ ทำให้เขาซึ่งในขณะนั้นไม่สามารถฝึกฝนได้
ณ ปัจจุบัน ม๋อเทียนมีจิติญญาศักดิ์สิทธิ์อยู่ ซึ่งเหนือล้ำกว่าตอนที่เขา อยู่บนทวีปชีฟง
ม๋อเทียนจึงเดินออกมาจากห้อง ไปที่สวนบริเวณหน้าห้องพัก แล้วเริ่มโคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชาเหินนภา
“วูบ..... วูบ.....!!!”
มีลมหนุนเกิดขึ้นที่ปลายเท้าของม๋อเทียน เขาจึงเร่งพลังปราณ และเคลื่อนที่บนอากาศ พุ่งไปปรากฏตัวอีกฝั่งของสวนทันที โดยมีระยะห่างจากจุดเริ่มต้นประมาณ 20 เมตร
“เยี่ยม!!! ในที่สุดก็สำเร็จ ข้าสามารถฝึกวิชานี้ได้แล้ว” ม๋อเทียนดีใจจนะโตัวลอย
“ต่อไป!!! เคล็ดวิชากระบี่ัซินหยาง” ม๋อเทียนหลับตาลง มือถือกระบี่จิตบริสุทธิ์เอาไว้ กระบี่ในมือของม๋อเทียน วาดออกไปอย่างฉับไว รวดเร็วปานัอัสนี มองไปคล้ายอสรพิษเพลิงสีน้ำเงิน ฉกไป ฉกมา ว่องไวไร้ที่เปรียบ ทุก ๆ ครั้งที่กระบี่ตวัดออกไป มักจะเกิดระลอกคลื่นสีน้ำเงินปรากฏขึ้น
เฉิงชิงชิงที่กำลังเดินผ่านมา เห็นเข้าโดยบังเอิญ นางอ้าปากค้างตกตะลึง เพลงกระบี่ของม๋อเทียน นางแทบมองไม่ทันด้วยซ้ำ ว่าเขาตวัดกระบี่ออกไปกี่ครั้ง
“แปะ..... แปะ.....” เสียงปรบมือดังมาจากมุมมืด
ชายชราปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด ตวัดดาบใส่ม๋อเทียนโดยไม่พูดจา
“เคร้ง!!! เคร้ง!!! เคร้ง!!! เคร้ง!!! เคร้ง!!! เคร้ง!!!”
ม๋อเทียนใช้กระบี่สกัดกั้น การโจมตีของชายชราได้ทั้งหมด ไม่มีเงาดาบใด ที่ลอดผ่านมาถึงตัวของเขาได้!!! รัศมีกระบี่ของม๋อเทียนเริ่มรุนแรงขึ้น จนชายชราต้องก้าวถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง
“ผัวะ!!!”
กระบี่สุดท้ายของม๋อเทียน ตวัดออกไปฟาดที่ข้อมือของชายชรา ทำให้ดาบกระเด็นหลุดจากมือของเขาทันที
“ขอบคุณผู้าุโที่ออมมือ” ม๋อเทียนถอนกระบี่ออกและคารวะชายชรา
“ฝีมือของคุณชายม๋อเทียนช่างดุดัน เพลงกระบี่รวดเร็ว บุกจู่โจมจุดอ่อนทุกกระบวนท่า การตัดสินใจเฉียบคม ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยม...!!! นี่คือ เพลงกระบี่อันใด” ชายชราอมยิ้มและถาม
“นี่ก็คือ เพลงกระบี่ัซินหยาง เป็เคล็ดวิชาที่ท่านอาจารย์ เพิ่งถ่ายทอดให้ข้า ก่อนที่ท่านจะออกเดินทาง เพื่อใช้ป้องกันตัว แต่ข้าเพิ่งจะเริ่มฝึกได้ไม่นาน อาจยังไม่สามารถเข้าถึง แก่นของเคล็ดวิชาอย่างถ่องแท้” ม๋อเทียนกล่าวอย่างหดหู่
ชายชราคิ้วกระตุกทันที เขาหัวเราะออกมาและหายไปในความมืด
“คุณชายม๋อเทียน สมเป็อัจฉริยะของสำนักัฟ้าจริง ๆ ” เฉิงชิงชิงไปตรวจสอบข้อมูล ของเขามาทั้งหมดแล้ว แต่เื่ที่ยังไม่สามารถ สืบหาความจริงได้ ก็คือ อาจารย์ผู้ลึกลับ ของม๋อเทียนนั้นคือใคร???
“แม่นางเฉิงชิงชิง ยังไม่นอนอีกหรือ!!! ท่านมีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ??? ” ม๋อเทียนกล่าว
“น้ำยาโอสถกายาเปลี่ยนของท่าน สามารถแบ่งให้ข้าเพิ่มอีกได้หรือไม่ ข้าจะจ่ายด้วยราคาที่เป็ธรรม” เฉิงชิงชิงกล่าวอย่างอ้อนวอน
“แม่นางเฉิงชิงชิง ถ้าท่านนำไปใช้เองข้าก็ยินดี ท่านเพียงเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ ข้าจะหลอมให้ท่านเอง ข้าคาดว่าท่านจะใช้มัน เพื่อทะลวงผ่านไปสู่ ขอบเขตก่อเกิดิญญาใช่หรือไม่” ม๋อเทียนยิ้มอย่างจริงใจ
“ท่านรู้!!!” เฉิงชิงชิงอึ้ง
“อืม... ข้าขอตรวจชีพจรของท่านได้หรือไม่??? ” ม๋อเทียนกล่าว
“เอ่อ..... ก็ได้” เฉิงชิงชิงยื่นแขนออกมาให้ม๋อเทียน เขาจับที่ชีพจรของนางทันที และขมวดคิ้วขึ้น เขาเดินวนรอบร่างของนาง จากนั้นก็หยุดอยู่ไม่ไกลจากนางนัก
นางรับรู้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขา รู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก เฉิงชิงชิงหน้าแดงระเรื่อ ั้แ่เล็กจนโตไม่เคยมีบุรุษผู้ใด อยู่ใกล้ชิดกับนางขนาดนี้มาก่อน หัวใจของนางเต้นตึกตัก จากนั้นนางได้ยินเสียงผ่านหูว่า “ข้าว่าท่านอาจฝึกวิชามาผิดทาง”
พอได้ยินคำพูดเ่าั้ เฉิงชิงชิงแทบล้มทั้งยืน “ข้าฝึกวิชามาผิดยังไง??? ” สีหน้าของเฉิงชิงชิงไม่ค่อยสู้ดีนัก คิดว่าม๋อเทียนต้องแกล้งนางแน่
“ทำไมคุณชายเทียนต้องกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ด้วยเล่า” นางกล่าวอย่างไม่พอใจ
“อย่าเพิ่งรีบร้อนไป ฟังข้าให้จบก่อน ท่านมักจะรู้สึกปวด อย่างหาสาเหตุไม่ได้ ในบริเวณ่กระดูกสันหลัง ข้อที่ 8 ใช่หรือไม่??? โดยเฉพาะในคืนเดือนมืด ที่มีอากาศชื้น สายลมอันเหน็บหนาว พัดผ่านร่างของท่าน ทำให้เกิดอาการปวด ที่กระดูกสันหลังข้อที่ 8 ราวกับว่า มีใครมากระชากมันออกไป อาการนี้น่าจะเพิ่งเกิดขึ้น เมื่อหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา” ม๋อเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
“คุณชายเทียน... ท่านรู้ได้อย่างไร??? ” เฉิงชิงชิงแววตาเปลี่ยน
เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ในระหว่างการฝึก นางมักจะปวดบริเวณแผ่นหลัง นางพยายามอดทน เพราะอาการปวดยังไม่รุนแรงนัก ปัญหาคือ ในคืนวันเดือนมืด เมื่อสายลมพัดมาโดนร่างของนาง อาการปวดที่บริเวณแผ่นหลัง ก็จะเพิ่มขึ้นทวีคูณ นางแทบจะสงบสติของตนไม่ได้
ในอดีตที่ผ่านมา นางต้องแบกรับความเ็ปไว้ นางไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และครอบครัวของนาง ทุกคนบอกเป็เสียงเดียวกันว่า พลังปราณของนาง อาจมาถึงจุดคอขวด ของขั้นพลังขอบเขตก่อเกิดกายา รอให้สามารถทะลวงผ่านไปได้ ความเ็ปเหล่านี้ก็จะจางหายไปเอง
แต่ถึงกระนั้นความเป็จริง นางรู้สึกว่า ความเ็ปกลับทบทวี เพิ่มมากขึ้นทุกครั้ง ที่นางพยายามทะลวงพลัง เพื่อข้ามระดับ บางทีนางคิดว่านางอยากจะยอมแพ้
เฉิงชิงชิงหันมามองเขาอย่างจริงใจ และรู้สึกว่านางไม่ต้องเผชิญปัญหา แต่เพียงลำพังอีกต่อไป ถ้าเขาคนนี้สามารถช่วยนาง ให้หลุดพ้นจากความเ็ปได้
“คุณชายเทียน ได้โปรดชี้แนะด้วย” เฉิงชิงชิงเอ่ยถามด้วยใบหน้าแดงก่ำ นางมาหาเขาเพื่อขอน้ำยาโอสถ แต่เขากลับช่วยเหลือนาง โดยไม่หวังผลตอบแทนอันใดเลย ทำให้ใจของนางหวั่นไหวมากขึ้น
ม๋อเทียนขมวดคิ้วมองนางอย่างจริงจัง และกล่าวว่า “ข้าสามารถรักษาท่านได้ แต่ว่ามันอาจทำให้ท่านอึดอัดใจได้ โดยที่ข้าจะทำการสกัดจุดพลังปราณท่านไว้ และฝังเข็มที่บริเวณแผ่นหลังของท่าน อาจมีการแตะเนื้อต้องตัวกันด้วย!!! ข้ากล่าวบอกท่านหมดแล้ว อยู่ที่ท่านจะตัดสินใจ ว่าจะให้ข้าช่วยรักษาให้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง”
“.............” เฉิงชิงชิงยืนคิดอยู่เป็เวลานาน จึงกัดฟันแล้วเดินตามม๋อเทียนเข้าไปในห้อง
“ข้าคิดว่า... ข้าอยากรักษา” เฉิงชิงชิงกล่าวอย่างลังเล
“แม่นางเฉิงชิงชิง ท่านแน่ใจแล้วหรือ...??? ” ม๋อเทียนถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง
“อืม... ข้าพร้อมแล้ว” เฉิงชิงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบาลง
ม๋อเทียนเดินไปปิดประตู และเดินเข้ามาใกล้นาง “แม่นางเฉิงชิงชิง ท่านต้องถอดเสื้อ เปลือยแผ่นหลังและนอนคว่ำลง!!!”
“................” เฉิงชิงชิงได้ยินดังนั้น แล้วอึ้งไปชั่วครู่ อยากจะวิ่งออกจากห้องทันที แต่เมื่อมองไปที่แววตาของม๋อเทียนแล้ว นางไม่พบความรู้สึก หื่นกระหายของเขาเลย นางถอนลมหายใจ หันหลังและปลดเสื้อของนางออก เริ่มลงไปนอนอย่างนิ่มนวล
“... อืม!!!” แววตาของม๋อเทียนเกิดเปล่งประกายชั่วครู่ จึงกลับมาเป็ปกติ เขาเดินมานั่งข้างนาง มองผิวที่ขาวดั่งหิมะของนางอย่างชื่นชม และยังได้ยินเสียงหัวใจของนางเต้นตึกตักอย่างชัดเจน บรรยากาศในห้องช่างชวนฝัน
ม๋อเทียน ปรับสภาพจิตใจของเขาให้กลับมาคงที่ แล้วจึงเริ่มสกัดจุดลมปราณของนางอย่างนิ่มนวล ทุกครั้งที่นิ้วของเขาััผิวของนาง นางก็รู้สึกเหมือนมีคลื่นกระแสไฟฟ้าสายเล็ก ๆ ไหลเข้ามาสู่หัวใจของนาง เป็ความรู้สึกอิ่มเอิบอย่างแปลกประหลาด ซึ่งนางไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน สักพักก็มีเสียงดังมาที่ข้างหูของนาง “แม่นางเฉิงชิงชิง ตั้งสติเอาไว้ ทำจิตใจให้ว่าง ไม่เช่นนั้นพลังปราณอาจจะตีกลับได้” ม๋อเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
เฉิงชิงชิงจึงดึงสติของนางกลับมา จากอารมณ์ฝันหวานและเริ่มปล่อยจิตให้ว่าง
ม๋อเทียนเห็นอย่างนั้นแล้ว จึงถอนหายใจและหยิบเข็มหยกทองขึ้นมา ปักไปที่บริเวณแผ่นหลังของนางอย่างรวดเร็ว จนครบ 21 จุด จากนั้นจึงถ่ายพลังปราณ ผ่านเข็มหยกทองทั้ง 21 เล่ม ทะลวงจุดชีพจรที่ตีบตันของนางอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านล่วงเลยไปถึงสองชั่วยาม ม๋อเทียนจึงถอนฝ่ามือของเขาออก คลายจุดชีพจรให้แก่นาง เขามีอาการอ่อนเพลียและเหงื่อไหลท่วมตัว เขาเริ่มทรุดลงกับพื้นบริเวณข้าง ๆ เตียง
“ตู้มมมมม...!!!”
เฉิงชิงชิงค่อย ๆ ลืมตา แล้วลุกขึ้นนั่งโคจรพลังปราณโดยทันที นางบุกทะลวงพลังข้ามขั้นได้เป็ผลสำเร็จ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อเกิดิญญาระดับ 1 นางจึงลุกขึ้นจากเตียง แล้วจับมือม๋อเทียนเพื่อขอบคุณเขาอย่างดีใจ
“เออ!!! ยินดีกับท่านด้วย ที่สามารถบรรลุขั้นพลังได้แล้ว แต่ตอนนี้... ท่านควรใส่เสื้อก่อนดีหรือไม่” ม๋อเทียนกล่าวอย่างลังเล
“ตุบ!... ตุบ!...” นางรีบใส่เสื้อผ้าและวิ่งออกจากห้องเขาไป
ม๋อเทียนเอามือจับที่หน้าอีกครั้ง “วันนี้เราคงจะทำบุญไม่ขึ้น เจ็บใจโว๊ย!!!” ม๋อเทียนกล่าวอย่างหมดแรง และคลานขึ้นไปบนเตียงอย่างหมดสภาพ
เช้าวันต่อมา ม๋อเทียนเดินทางถึงโถงประมูล ขณะที่เขากำลังจะเปิดประตูห้องส่วนตัวหมายเลข 7 เขาััได้ว่า มีจิตสังหารพุ่งตรงมาที่ตัวเขา
“หืม...!!!” ม๋อเทียนหันไปรอบ ๆ เห็นฟางอี๋และลูกน้อง กำลังมองมาที่เขา และซุบซิบกันอยู่