ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 158 ผู้ชนะการแข่งขัน

    ในที่สุดรถแข่งทั้งสองก็พุ่งผ่านอุโมงค์ออกมาพร้อมๆ กัน

    เสียงเชียร์ดังกึกก้องทั่วสนามแข่งขันทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังทางออกของโลกมิติ รถแข่งสีแดงที่พุ่งทะยานออกมาจากด้านบน

    ม้วนตัวเป็นเกรียวลงสู่พื้นอย่างงดงามในขณะที่รถแข่งสีดำก็ทะยานออกมาจากด้านล่าง ในเวลาใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก

    เป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกผู้ชมทุกคนตื่นเต้นและเฝ้ารอการปรากฏตัวของนักแข่งที่มุ่งหน้าสู่เส้นชัยขณะที่เวลาผ่านไป เสียงเครื่องยนต์ที่ดังก้องกังวานจากโลกเบื้องนอกเริ่มได้ยินชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

    ผู้ชมต่างพากันตะโกนเสียงดังขึ้นเรื่อยๆเสียงเชียร์ดังสนั่นไปทั่วสนามแข่งขันผู้ชมทุกคนต่างยกมือขึ้นตะโกนด้วยความยินดีและความตื่นเต้นเสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วผู้คนต่างพูดคุยกันด้วยความทึ่งในความสามารถและความกล้าหาญของนักแข่งทั้งสี่

     

    ไม่นานบรรยากาศในสนามก็เริ่มเงียบสงัดทุกสายตาจับจ้องไปยังจอภาพที่ใหญ่ที่สุด หัวใจของผู้ชมทุกคนเต้นระทึก

    ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกถึงความคาดหวังและความตื่นเต้นไม่มีใครรู้ได้เลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความมันส์และท้าทายนี้

    เสียงหายใจของผู้ชมเกือบจะดังไปทั่วสนามทุกคนเฝ้ารอการประกาศอย่างใจจดใจจ่อ

     

    ใบหน้าของนาฟภายใต้หมวกโลหะก็เต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลซึมออกมาเขาค่อยๆ ขับรถแข่งผ่านอัฒจันทร์เชียร์แต่ สายตายังแอบเหลียวมองไปที่จอภาพเช่นกัน

     

    แล้วเสียงประกาศก็ดังขึ้นเสียงนั้นแทรกผ่านความเงียบของสนามดังก้องไปทั่ว

    "และผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้คือ..."

    ทุกคนหยุดหายใจ รอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

    อยู่ๆ ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นที่หน้าจอภาพแสดงให้เห็นถึงล้อรถแข่งสีแดงที่โผล่ออกมาโลกมิติก่อน

     

    "...และผู้ชนะคือ...พายุโลหิต!”  

    ทันใดนั้นเสียงเชียร์และปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสนาม ผู้ชมต่างลุกขึ้นจากที่นั่งตะโกนและส่งเสียงแสดงความยินดีอย่างสุดเสียง ธงสีแดงถูกโบกสะบัดไปทั่วผู้คนต่างโอบกอดกันด้วยความยินดีและความตื่นเต้น

    กลุ่มนักศึกษาของเวสเทริน์พร้อมใจกันกอดคอยกมือส่งเสียง

    "พายุโลหิต!”  "พายุโลหิต!”  "พายุโลหิต!”  

    เสียงเชียร์ดังขึ้นเรื่อยๆ

    นาฟยกยิ้มภายใต้หมวกโลหะ เขารู้สึกถึงความสำเร็จหลังจากที่ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดนาฟยกมือขึ้นโบกมือไปมา รับการแสดงความยินดีจากผู้ชมท่ามกลางเสียงเชียร์และปรบมือที่ไม่ขาดสาย

    แสงไฟสนามทุกจุดส่องลงมาบนรถคันสีแดงที่ค่อยๆขับเคลื่อนผ่านอัฒจันทร์ผู้ชม มันเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะไม่มีวันลืม ในความพยายามและความมุ่งมั่นของนักแข่งที่ได้รับการตอบแทนอย่างสมบูรณ์ในวันนี้

    "นักแข่งทั้งสี่คันจะได้เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศต่อไป!"เสียงประกาศยังคงดังขึ้นพร้อมกับเสียงเชียร์ของผู้ชมที่ดังอย่างไม่หยุดหย่อน

    บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความยินดีและความภาคภูมิใจทุกคนต่างรู้สึกถึงความทึ่งในความสามารถและความกล้าหาญของนักแข่งทุกคนการแข่งขันในครั้งนี้จะถูกจดจำไปอีกนานในฐานะการประลองที่น่าตื่นเต้นและประทับใจที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งเรซซิ่งสเตรชเชอร์

    กลุ่มที่นั่งแขกผู้ทรงเกียรตินำโดยองค์ชาย 3 และผู้ว่าการฝั่งตะวันตกเดอแคลร์โบกมือให้กับนักแข่งที่ผ่านเข้ารอบทั้งสี่

    ผู้ว่าการเดอแคลร์หันไปทางองค์ชาย 3 แล้วเอ่ยขึ้น

    “จาก 33 คัน ต้องการรถแข่งผ่านเกณฑ์เข้ารอบชิง 15 คันแต่สุดท้ายสามารถผ่านเข้ามาได้เพียงแค่ 4 คัน องค์ชายคิดเห็นอย่างไรขอรับ”

     

    องค์ชาย 3 ที่ยังเพ่งมองไปยังนักแข่งทั้งสี่คน อย่างไม่วางตา หันมากล่าวตอบ

    “สนามแข่งรอบนี้ ค่อนข้างหฤโหดมากต่อให้เป็นนักแข่งอันดับสูงสุดก็ไม่แน่ จะผ่านเกณฑ์เข้ารอบได้ทุกคน”

    องค์ชาย 3 วิเคราะห์ได้อย่างตรงประเด็น ทำเอากลุ่มคนรอบข้างพากันพยักหน้าตามกัน

    “ท่านมหาปราชญ์คงต้องการนักแข่งที่มีความสามารถอย่างแท้จริง” องค์ชาย 3 กล่าวเสริม

    สายตาของเหล่านักแข่งอันดับสูงสุดแต่ละคนล้วนแล้วแต่เพ่งมองไปยังนักแข่งในสนามสีหน้าท่าทางยากที่จะบ่งบอกความรู้สึกได้ แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือความรู้สึกที่อยากจะลงไปแข่งขันทันทีอยากเอาชนะ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักแข่งขันทุกคนล้วนแล้วแต่กระหายอยู่ตลอด

     

    บรรยากาศในสนามยังเต็มไปด้วยความยินดี ผู้ว่าการเดอแคลร์หันไปมองรองผู้อำนวยการที่ ยืนโบกมือและยิ้มปากกว้างสีหน้ามีความสุขเป็นอย่างมาก

    “ลูกศิษย์ท่านคนนี้อายุยังน้อยแต่มีความสามารถมากจริงๆต่อไปเด็กคนนี้คงสร้างชื่อให้กับฝั่งตะวันตกของพวกเราได้อีกมากมายแน่”

    รองผู้อำนวยการยิ้มและพยักหน้าให้กับคำกล่าวของผู้ว่าการเดอแคลร์

     

    องค์ชาย 3 ก้าวเข้าไปหาอิงอิงที่ ยืนเอามือจับราวอัฒจันทร์ เหม่อมองไปที่สนาม

    “เจ้าเห็นแล้วใช่มั๊ยว่าสนามแข่งขันในครั้งนี้มันยากกว่าทุกๆ ครั้งที่เคยเจอมา พวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมไม่อย่างนั้น คนที่พ่ายแพ้อาจจะเป็นเราเอง”

    อิงอิงเข้าใจในคำพูดของพี่ชายนางสายตาที่ห่วงใยและมีความสุขปรับเปลี่ยนกลายเป็นมุ่งมั่นอยากเอาชนะขึ้นมาทันใด

    “เก่งมากนาฟ!.... แล้วเรามาเจอกันในสนาม!”อิงอิงเอ่ยขึ้นในใจ

    ขณะที่หันหน้าไปมองบนอัฒจันทร์ฝั่งข้างๆสบตากับหญิงสาวแสนสวยผมดำที่มัดรวบผมไว้ดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก  และเป็นเวลาเดียวกับหญิงสาวที่หันมามองพอดีทั้งสองสบตากันอยูสักพักแล้วต่างก็พยักหน้าให้กัน

    เมญ่าที่หันมองอิงอิงจากมุมหนึ่งก็สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยขององค์หญิงแสนสวยคนนี้ที่มีให้กับนาฟ

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน