บทพิเศษ ก่อนงานแต่ง
หลังแบกร่างซุนบินขึ้นฟ้าไปไม่นานผู้พิทักษ์อี้ได้พาซุนมาหยุดอยู่ตรงหน้าทางเข้าคฤหาสน์โบราณกลางหุบเขาเสียแล้วจากนั้นก็ปล่อยตัวซุนลงยืน ก่อนคุกเข่า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปนนอบน้อม
“นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ข้าพานายน้อยมาพบตามคำสั่ง ขอรับ!”
สิ้นคำกล่าวผู้พิทักษ์อี้ประตูทางเข้าคฤหาสน์โบราณพลันเปิดออกเสมือนมีภูตผีเปิดให้ก่อนมีเสียงทรงอำนาจดังมาจากทางเข้าคฤหาสน์โบราณ
“นำทางเฟิงหยวนมาพบข้าที่ห้องโถง”
“ขอรับนายท่าน”ผู้พิทักษ์อี้ตอบรับคำของเสียงทรงอำนาจ แต่ซุนรู้ว่าผู้ใช้เสียงทรงอำนาจนั้นคือใครจากความทรงจำของเฟิงหยวนซึ่งมันทำให้จิตใจเขารู้สึกหวาดกลัว
‘เสียงนี่มันเฟิงหยางพ่อของเฟิงหยวน บุคคลผู้แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเฟิง และเป็นผู้นำตระกูลขืนไปพบตั้งแต่แรก คงไม่ถูกจับได้ใช่ไหม..ว่าเราไม่ใช่ลูกของมัน’ ซุนรู้สึกแตกตื่น แม้ว่าจะเชื่อคนที่บอกให้เขาสวมบทเป็นเฟิงหยวนเขาก็ไม่สามารถสงบจิตสงบใจได้ เนื่องจากความทรงจำที่เขาได้รับมาจากเฟิงหยวนมันมีเพียงความหวาดกลัวต่อเฟิงหยางเสียส่วนใหญ่
“นายน้อยเชิญตามข้ารับใช้ผู้นี้มาได้ ขอรับ!”ผู้พิทักษ์กล่าว แล้วเดินนำซุนไป ยังดีสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงซุนไม่เป็นเหมือนจิตใจจึงตอบรับตามแบบเฟิงหยวนได้ตามปกติ
“อืม!” หนึ่งคำแสนสั้นถูกกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่สบอารมณ์ก่อนซุนจะเดินตามหลังผู้พิทักษ์อี้ เข้าไปในคฤหาสน์โบราณ
เมื่อซุนเดินผ่านประตูคฤหาสน์โบราณไปได้ห้าก้าวประตูคฤหาสน์พลันปิดลงเสียงดัง ปึ้ง! โชคดีซุนเตรียมใจกับเรื่องไม่คาดฝันด้วยวิธีระบายทางใจ กับควบคุมร่างกายให้เป็นปกติคล้ายกำลังเหม่อลอยโดยไม่รับรู้ถึงสิ่งรอบข้าง
ทว่า..ยิ่งเดินตามผู้พิทักษ์ไปในคฤหาสน์โบราณนานเท่าใดซุนต้องตกใจกับสิ่งต่างๆภายในคฤหาสน์โบราณมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งกับรูปภาพเก่าแก่บนผนังมองแล้วให้ความรู้สึกกดดันแปลกประหลาดเสียน่าใจหาย ค่อยๆช่วยให้ซุนคุ้นชินจิตใจเริ่มรับมือกับสิ่งต่างๆได้
กระทั่งไปถึงหน้าห้องโถงหัวใจของซุนกลับมาเต้นแรงตึกตักอีกครั้ง เพราะรับรู้ถึงแรงกดดันเบื้องหลังประตูราวกับว่ามีปีศาจสิงสถิตอยู่เบื้องหลัง
“นายท่านข้าพานายน้อยมาแล้วขอรับ” ผู้พิทักษ์อี้กล่าวเสียงนอบน้อมพลางโค้งตัว ไม่ได้คุกเข่าเหมือนตอนอยู่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์โบราณ
“เข้ามา”เสียงเฟิงหยางดังขึ้น ต่อมาผู้พิทักษ์อี้เร่งเปิดประตูให้ซุนเดินเข้าไปในห้องโถง
“เชิญขอรับ นายน้อย”ผู้พิทักษ์อี้ผายมือแสดงความนอบน้อม แต่ซุนกลับยืนมองด้านในห้องโถงอย่างอดไม่ได้
‘ห้องโถงนี่มันอะไรกันไม่มีอยู่ในความทรงจำเฟิงหยวนสักนิด มันพึ่งสร้างใหม่หรือมันไม่เคยมา’ ซุนคิดในใจ ทันใดนั้นเสียงของเฟิงหยางพลันดังมาจากด้านในห้องโถงอีกครั้ง
“ยืนรออะไรอยู่รีบเข้ามา”
“ครับ” ซุนตอบรับน้ำเสียงเย็นชาแต่ดูมีมารยาท ก่อนสะกดข่มความหวาดกลัว ก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในห้องโถงอย่างรวดเร็ว
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงซุนไม่ได้สนใจความอลังการภายใน หรือเสียงประตูห้องโถงถูกปิดลง แต่เขาสนใจผู้นั่งคู่กันอยู่ในห้องโถงสองคน
หนึ่งเป็นชายวัยกลางคนสวมชุดโบราณหรูหราใบหน้าหล่อเหลาเสมือนผู้ทรงภูมิ อีกหนึ่งเป็นสตรีสวมชุดสูงส่ง ทับด้วยชุดคลุมขนสัตว์มีขนมิ้งพาดไหล่ ดูแล้วเหมือนสตรีสูงศักดิ์
เมื่อซุนเห็นทั้งสองเขาไม่ได้มองว่าทั้งสองเป็นเหมือนจักรพรรดิกับจักรพรรดินีเพราะเขารู้ว่าทั้งสองเป็นใคร
‘ซวยแน่ถูกจับได้ซวยแน่...ไม่ใช่แค่เฟิงหยาง แต่หมิงจู แม่ของเฟิงหยวน ผู้นำตระกูลหมิงคนปัจจุบันก็อยู่มันจะไม่มีใครรู้จริงหรอ’ จิตใจซุนเริ่มเกิดความหวาดกลัวอีกครั้งหัวใจเต้นเสียงดังตึกตัก ส่งผลให้เลือดลมสูบฉีด จนเผยความวิตกกังวลผ่านสีหน้า แต่ว่าเขาไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของเฟิงหยางกับหมิงจูที่มองเขาเหมือนพบเจอคนคุ้นเคย
“รีบเดินเข้ามาอย่าให้เสียเวลามากไปกว่านี้” เฟิงหยางกล่าวเร่ง น้ำเสียงเชิงดุทันใดนั้นหมิงจูพลันกล่าว
“พี่หยาง อย่าไปดุหยวนเอ๋อร์สิแค่รู้ว่าต้องแต่งงานลูกก็กังวลมากพอแล้ว”
ซุนได้ยินน้ำเสียงสนิทสนมของหมิงจูกล่าวกับเฟิงหยางประกอบน้ำเสียงของทั้งสองแฝงความเป็นห่วงตัวเขาเอาไว้ไม่น้อยจิตใจซุนจึงเริ่มกลับมาสงบ
เหตุนี้เองทำให้ซุนสามารถเดินเข้าหาเฟิงหยางกับหมิงจูในแบบเฟิงหยวนอย่างโล่งใจเพราะเขารู้ว่าทั้งสองต่างไม่รู้ว่าเขาไม่ใช่ลูก
‘โล่งใจหน่อยที่ไม่รู้’ซุนผ่อนคลายความหวาดกลัวและความกังวลไปหลายส่วนเนื่องจากไม่มีใครรู้ความจริง อีกอย่างหมิงจูผู้เป็นแม่ของเฟิงหยวนมักให้ท้ายและคอยเอาใจใส่เสมอ
ขอเพียงซุนทำตัวให้ดีขึ้นกว่าเฟิงหยวนเล็กน้อยไม่เผยความน่าสงสัยให้ใครเห็น โอกาสถูกจับได้ก็แทบจะเป็นศูนย์
“ยินดีที่ได้พบท่านพ่อกับท่านแม่อีกครั้ง”ซุนกล่าวทักทายเมื่ออยู่ห่างจากเฟิงหยางและหมิงจูแค่เอื้อม
ทว่าสิ่งที่ซุนไม่คาดคิดดันเกิดขึ้นหลังเขากล่าวทักทายจบ หมิงจูเข้ามาสวมกอดเขาทันที นี่ทำให้ซุนทำตัวไม่ถูก ถึงในความทรงจำเฟิงหยวนมีความทรงจำนี้ไม่กี่ครั้งครั้งนี้เขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น
“ลูกรักทำเป็นพูดจาห่างเหินไปได้ ตั้งแต่ลูกถูกพ่อไล่ให้ออกไปหาประสบการณ์ แม่เป็นห่วงทุกวันรู้ไหม”
‘ต้องทำยังไงถึงจะออกไปจากสถานการณ์นี้ได้เนี่ยรู้สึกอึดอัดชะมัด’ ซุนบ่นในใจพลางคิดหาวิธีให้หมิงจูคลายกอดเขาแต่ก่อนเขาคิดอะไรออก เฟิงหยางได้กล่าวน้ำเสียงเชิงตำหนิ
“หมิงจูอย่าให้เสียเวลาเปล่า รีบให้หยวนเอ๋อร์ดูรูปวาด ว่าจะเลือกแต่งกับใคร”
“ทำเป็นใจร้อนไปได้”หมิงจูบ่นคล้ายไม่พอใจ ก่อนคลายกอดซุน
“มาๆ มานั่งก่อน”หมิงจูจับมือพาซุนไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะด้านใน
เมื่อซุนนั่งแล้วหมิงจูพลันลากเก้าอี้มานั่งด้านข้างซุน แล้วนั่งลงก่อนนำรูปวาดสิบใบยื่นส่งให้ซุนพอซุนยื่นมือรับรูปวาดมา เฟิงหยางพลันบอกกับเขาเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงาน
“หยวนเอ๋อร์รูปวาดสิบใบเป็นภาพวาดสตรีตระกูลเซี่ยสิบนางพวกนางล้วนถูกคัดเลือกมาเพื่อแต่งงานกับเจ้าให้เจ้าเลือกหนึ่งในสิบว่าจะแต่งงานกับใครคนใดคนหนึ่ง”
ได้ฟังคำบอกกล่าวจากเฟิงหยางซุนเริ่มคาดเดาถึงเหตุผลแท้จริงที่เฟิงหยางชุบชีวิตเฟิงหยวน
‘เป็นอย่างนี้นี่เองงานแต่งดูเหมือนจะเป็นของพวกชั้นสูงในยุคโบราณ ความเป็นจริงคงให้เราแต่งงานเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง’ ซุนคาดเดาไปแบบนั้น แต่ทางหมิงจูคล้ายไม่รู้ถึงเจตนาของเฟิงหยวนและไม่รู้ความจริงว่าเฟิงหยวนเคยตาย จึงกระซิบข้างหูอย่างยินดี
“ไม่ต้องสนใจคำพูดของพ่อหรอกเห็นชอบทำตัวเหินห่างกล่าวน้ำเสียงไม่พอใจตลอด แต่พ่อเป็นคนจับตาดูลูกตลอดสตรีสิบคนในรูปวาดก็เป็นพ่อบอกว่าลูกชอบ ขอแค่ลูกเลือกสตรีที่คิดว่าเป็นรักแท้สักคนก็พอ”
‘ได้ยินหมิงจูกระซิบบอกแบบนี้ทุกอย่างที่คิดมันคงเป็นความจริงแล้ว เฟิงหยางเป็นคนที่เราต้องระวัง เพราะอันตรายต่อเราที่สุดส่วนหมิงจูสามารถวางใจได้ถ้าเรายังไม่ถูกจับได้’ ซุนเริ่มเข้าใจหลายสิ่งประกอบกับความทรงจำของเฟิงหยวน เขาจึงเริ่มวางแผน
‘ขอแค่แต่งงานตามน้ำไม่สงสัยอะไรมากเกินไป วางแผนและเตรียมพร้อมรับมือกับคนที่แต่งงาน ชีวิตเราคงไม่ลำบากเหมือนที่คิด..จะให้ดีต้องทำให้ภรรยาในอนาคตไว้ใจเราไม่ถูกใครชักจูง หรือเป็นคนที่เฟิงหยางเตรียมไว้ เป้าหมายคงบรรลุได้ไม่ยาก’
ซุนครุ่นคิดไปพลางมองรูปวาดสตรีตระกูลเซี่ยแผ่นแรกภายใต้การเฝ้ามองของเฟิงหยางและหมิงจู ต่อมาเขาก็สลับไปดูแผ่นที่สอง สาม สี่ ห้า...และสิบ
ซุนดูรูปวาดอย่างรวดเร็วไม่คิดมองให้ละเอียด ต่อมาเขาวางรูปวาดทั้งสิบเรียงกันบนโต๊ะโดยเฟิงหยางกับหมิงจูไม่ขัดจังหวะ เขาจึงมองรูปวาดอยู่เงียบๆ
‘หกใบแรกตัดทิ้งมันมีรอยแก้ไขแปลกๆอาจมีอะไรแอบแฝง...สี่ใบที่เหลือ..’ ซุนเลือกเมินรูปวาดหกใบแรกหยิบมันกองรวมกัน หันไปสนใจสี่ใบที่เหลือ
‘รูปวาดใบที่เจ็ดกับแปดเซี่ยอวิ๋น กับ เซี่ยจิงจิง ลายเส้นเหมือนหกใบแรก แต่ไม่มีร่องรอยการแก้ไขส่วนใบที่เก้ากับสิบ เซี่ยอี่หลิง กับเซี่ยเข่อซินสองรูปลายเส้นแต่งต่างไม่เหมือนรูปไหน เหมือนใบที่เก้ากับสิบ จะมีคนวาดให้ต่างหาก’ซุนเอามือเท้าคางพลางหยิบรูปวาดใบที่เจ็ดกับแปดไปรวมกับหกใบก่อนหน้า
ตอนนี้จึงเหลือรูปวาดสองใบที่ซุนสนใจ
‘เอายังไงดีรูปวาดใบที่เก้ากับใบที่สิบ ลายเส้นต่างกัน ดูมีน้ำหนักและล้ำลึกไม่เหมือนแปดใบแรก คนในรูปยังสวยทั้งคู่เหมือนเซียนสตรีต่างกันแค่ความรู้สึกจากภาพ’
ซุนกำลังตัดใจสินใจอย่างยากลำบากเพราะมันมีความหมายแฝงในภาพหลายอย่างจนเขาต้องจินตนาการว่าเป็นคนวาดภาพในมุมมองของผู้อาวุโสผู้มีฝีมือด้านการวาดภาพ ต้องวาดภาพให้ลูกสาวหรือหลานสาว
หลังผ่านไปสักพักซุนคล้ายตัดสินใจจากการจินตนาการได้
‘รูปวาดใบที่เก้ากับ รูปวาดใบที่สิบ ไม่น่ามีอะไรแอบแฝง งั้นก็เลือก’ ซุนหยิบรูปวาดใบที่เก้าไว้ในมือขวาส่วนภาพวาดใบที่สิบวางไว้ที่เดิม แล้วบอกกับเฟิงหยางกับหมิงจู โดยไม่ลืมว่าเขาสวมบทเป็นเฟิงหยวนอยู่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าขอเลือกแต่งกับสตรีในรูปวาดใบที่เก้า เซี่ยอี่หลิง..” ซุนกล่าวไม่ทันจบเฟิงหยางพลันกล่าวแทรกทันที
“เหตุผลเล่าทำไมถึงเลือกเซี่ยอี่หลิง”
ซุนมองเฟิงหยางด้วยความพึงพอใจเพราะเฟิงหยางร้อนรนแสดงว่าไม่เป็นไปตามแผน เขาจึงเริ่มอธิบาย
“เซี่ยอี่หลิงกับเซี่ยเข่อซินในรูปวาดงดงามทั้งคู่ แต่ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน เซี่ยอี่หลิงให้ความรู้สึกเมตตาอ่อนโยน สามารถกลบเกลื่อนภาพลักษณ์ของลูกได้ ส่วนเซี่ยเข่อซินให้ความรู้สึกยุติธรรมเย็นชา ขัดแย้งกับภาพลักษณ์โหดเหี้ยมของลูกเกินไป แต่..”กล่าวถึงตรงนี้ซุนก็เงียบไป หมิงจูจึงเกิดความสงสัย
“แต่อะไรลูก?”
“ข้าพูดแล้วจะดีหรือท่านแม่”ซุนแสร้งใช้น้ำเสียงกังวล หมิงจูจึงกล่าวสนับสนุน
“มีอะไรก็กล่าวมาแม่พร้อมช่วยลูกเสมอ”
“ท่านแม่ว่าอย่างนั้นลูกขอให้เซี่ยเข่อซินเป็นภรรยารองได้ไหมข้าเห็นในรูปวาดทั้งสองคล้ายเป็นพี่น้องกัน ดูจากลายเส้นคล้ายคลึงบางส่วนที่ลูกได้รับประสบการณ์จากโลกภายนอกรูปวาดสองใบ หนึ่งคงเป็นปู่หรือย่าวาดให้เซี่ยอี่หลิง อีกใบคงเป็นพ่อหรือแม่วาดให้เซี่ยเข่อซิน”
“เหตุใดไม่ย้อนดูภาพวาดแปดใบอีกครั้งก่อน” เฟิงหยางกล่าวแทรกอีกครั้งซุนใช้โอกาสนี้ให้เหตุผลที่ไม่สามารถหาข้ออ้างเปลี่ยนใจเขา
“ภาพแปดใบนั้นออกมาดูดีเกินไปให้ความรู้สึกคล้ายกันเหมือนบีบบังคับผู้วาด หกใบแรกยังมีการแก้ไข แปดใบที่ลูกไม่เลือกยังมีผู้วาดคนเดียวกัน”
ได้ยินการวิเคราะห์ของซุนหมิงจูพลันหยิบรูปวาดสิบใบมาดูครู่หนึ่ง “ลูกตัดสินใจแต่งกับเซี่ยอี่หลิงให้เซี่ยเข่อซินมาเป็นภรรยารองแม่ไม่ว่าอะไรหรอก พ่อเจ้าเห็นด้วยใช่ไหม”หมิงจูส่งสายตามองเฟิงหยางพร้อมส่งรูปวาดสิบใบให้
เฟิงหยางทำทีเป็นดูรูปวาดครู่ใหญ่ก่อนเห็นด้วยไปกับการตัดสินใจของซุน
“ตัดสินใจเลือกแล้วนับว่าดีอีกสามวันพ่อกับแม่จะพาเจ้าไปสู่ขอทั้งสอง ตอนนี้เจ้าไปได้เรื่องต่างๆพ่อกับแม่จะจัดการให้เจ้าเอง”
สิ้นคำกล่าวเฟิงหยางประตูห้องโถงพลันเปิดออก ซุนกล่าวลาเฟิงหยางกับหมิงจู แล้วเร่งจากไป