เหมี๊ยว~
"ยินดีต้อนรับกลับน้า~"
"อะ-อืม กลับมาเเล้วล่ะ"
พอฉันเดินเข้ามาในร้าน อีฟก็รีบวิ่งเข้ามากล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้ม มองเผินๆเหมือนว่าจะเป็รอยยิ้มที่ไร้เดียงสาเเต่กลับฉันที่เคยถูกรอยยิ้มนั้นเสียดเเทงมาเเล้วย่อมรู้ว่าเธอคนนี้ไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนกับบุคคลิกภายนอกเลย
"มาช้าจังเลยน้า~ มอนเตอร์นั่นเก่งมากเลยงั้นหรอ~?"
"ก็นะ..."
"เห็นว่าของในร้านบางชิ้นถูกโอนย้ายเข้าไอเท็มบ๊อกซ์ของฟรานเเล้วด้วยเเสดงว่าต้องเก่งมากเลยสินะ~"
"ของถูกโอนย้ายนี่...หมายถึงของที่จะได้รับเมื่อเลเวลของเฮดโฟนถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้สินะ?"
"ใช่เเล้วล่ะ~"
หลังจากนั้นฉันก็ฟังอีฟอธิบายเพิ่มเติม รู้สึกว่าฉันสามารถโอนย้ายของที่เคลียร์เงื่อนไขไปเเล้วเข้ามาในไอเท็มบ๊อกซ์ได้โดยไม่ต้องมาเอาที่ร้านล่ะ...ค่อนข้างสะดวกดีนะ ถ้ารู้ว่าของชิ้นไหนเคลียร์เงื่อนไขสำเร็จเเล้วโดยที่ไม่ต้องมาดูที่นี่บ่อยๆก็ดีน่ะสิ
ขณะคิดเเบบนั้นฉันก็เห็นว่าอีฟกำลังจ้องฉันอยู่
"นี่....ฟราน"
"อ-อะไรหรอ?"
"จะเเวะมาหาเค้าบ้างใช่ไหม?"
"น-เเน่นอนอยู่เเล้ว!"
"ดีจังเลย~! นึกว่าฟรานจะหาวิธีหลีกเลี่ยงการมาหาฉันซะอีก~"
"ฉันไม่ทำเเบบนั้นหรอก...!"
อันตราย...สัญชาตญาณของฉันบอกว่าเธอคือตัวอันตราย!
ถึงจะรู้อยู่เเล้วว่าตัวเองมีทั้งเฮดโฟนหูเเมวเเละชุดนักปราชญ์เเต่ในใจของฉันก็ยังคิดว่าเธอคนนี้อันตรายอยู่ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรฉันต่อจากนี้ฉันจะต้องระวังตัวเองไว้ให้ดีๆเเล้วล่ะ
"หืม~? อะไรหรอ~?"
"...เอ่อ เปล่า คือว่า เเล้วเฟย่ากับราฟเน่ล่ะตอนนี้อยู่ไหนเเล้ว?"
พอฉันถามถึงทั้งสองคนเธอก็ตอบมาว่าทั้งสองนั้นกำลังต่อสู้กันเองอยู่ในห้องว่างของร้าน เหมือนว่าพวกเธออยากจะฝึกฝนความสามารถของตัวเองรอจนกว่าฉันจะกลับมาล่ะ คือมันก็น่าดีใจอยู่หรอกเเต่พวกเธอจะติดการต่อสู้มากเกินไปหรือเปล่า
ก่อนหน้านี้พวกเธอก็สู้กับมอนเตอร์ไปเยอะเเล้วด้วย อีเเบบนี้จะไม่ฝืนเกินไปงั้นหรอ?
ระหว่างที่รู้สึกเป็ห่วงทั้งสองคนฉันก็เดินตามอีฟไปถึงห้องนั้น เเละเมื่อเข้าไปข้างในฉันก็ต้องประหลาดใจอย่างมาก...เพราะว่าพวกเธอทั้งคู่ต่างต่อสู้กันในห้องว่างนั่น จนทั้งห้องพังเละเทะเสียเเล้ว ไม่ว่าจะพื้นเพดานหรือกำเเพง ต่างก็ได้รับความเสียหายกันอย่างต่อเนื่องด้วยฝีมือของทั้งสองคน
อีฟดูจะไม่โกรธพวกเธอ ตรงกับข้ามเธอดันดีใจที่ห้องนี้มันถูกใช้จนพังเละเทะซะงั้น?
"....!!"
เเละเมื่อพวกเธอเห็นฉัน พวกเธอก็รีบหยุดการต่อสู้เเละรีบบึ่งมาหาฉันในทันที
".........." (จ้อง)
รู้สึกจะไม่มีใคราเ็นะ ก็เเหงล่ะทั้งสองคนต่อสู้โดยออมเเรงไว้นี่ ว่าเเต่นี่ขนาดออมเเรงเอาไว้เเล้วนะยังทำให้ห้องว่างในร้านโทรมได้ขนาดนี้เชียว?
"เหมือนว่าทั้งเฟย่าจะได้หูเเมวกันเเล้วนะ เเต่เเหงหูเเมวของทั้งสองคนมัน..."
มองดูเเล้วก็คิดว่าเเบบนี้มันเข้าท่าเเล้วงั้นหรอ? ฉันหมายถึงสีของหูเเมวที่ทั้งสองคนสวมอยู่มันตัดกับสีผมของพวกเธอนะ ก่อนออกไปยังเห็นว่าอีฟเลือกสีที่ตรงกับสีผมของพวกเธออยู่เลย เเต่ไหงเอาสีดำมาสวมให้พวกเธอล่ะเนี้ย
"ก็มันเข้ากับทั้งสองคนดีนี่นา~"
ไม่ๆ เเค่เข้ากันอย่างเดียวมันไม่ได้หรอกนะ!
"...เฟย่า ราฟเน่ พวกเธอโอเคกับมันเเล้วงั้นหรอ?"
"........"(ทั้งสองคนพยัคหน้าตอบทันที)
/"อยากเหมือนกับท่านพี่ค่ะ" "สีตัดกับเส้นผมเหมือนกับมาสเตอร์...ชอบ" /
"...เอ่อ..."
"ใจจริงพวกเธออยากได้สีขาวเหมือนกับของฟรานล่ะ~ เเต่เพราะลองสวมดูเเล้วมันไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็อัศวินดำ~ เค้าก็เลยเปลี่ยนไปใช้สีดำเเทนน่ะ~"
ก็จริงนะที่สีขาวมันไม่เข้ากับชุดของพวกเธอที่เป็อัศวินดำ เเต่ถ้าเกิดมันเป็เเบบนั้นงั้นมันก็ต้องไม่เข้ากับชุดนักปราชญ์สีเทาของฉันด้วยน่ะสิ? ยังไงก็เถอะเหมือนว่าพวกเธอจะตกลงใช้หูเเมวสีดำกันฉันจึงไม่ห้ามอะไรเพราะมันเป็สิ่งที่พวกเธอทั้งสองคน้า
ปัญหาจริงๆคือต่อจากนี้ วินาทีที่ฉันจะพาพวกเธอเข้าเมืองนี่เเหละ...
เพราะว่ารีบร้อนตัดสินใจให้พวกเธอเลือกหูเเมวกัน เลยไม่ทันได้เล่าว่าโลกนี้มนุษย์เเมวถูกเหยียดเเละดูถูกมากขนาดไหน การให้พวกเธอสวมหูเเมวไปเดินในเมืองตอนนี้ไม่ใช่เเค่จะเป็จุดสนใจเเต่มันยังสามารถทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เละเพื่อไม่ให้เป็เเบบนั้นฉันต้องบอกให้พวกเธอถอดมันออกในตอนที่เรากำลังจะเข้าเมือง
"เฟย่า ราฟเน่ คือฉันมีเื่-"
-หมับ
"อีฟ...?"
ในตอนที่ฉันจะบอกพวกเธอทั้งสองคน จู่ๆอีฟก็เขามือมาจับเเขนฉันเเล้วก้มหน้าลง
"ฟราน...ฟรานคิดว่าเป็เเบบนี้มันดีเเล้วเเน่หรอ?"
"...."
"เค้ารู้ว่าฟรานรู้สึกยังไงนะ รู้ว่าฟรานเป็คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับเหตุผลเป็หลัก...เเต่ฟรานคิดว่าเเบบนั้นมันดีเเล้วจริงๆงั้นหรอ?"
"....."
"เค้ารู้ว่ามันเป็การขอร้องที่เห็นเเก่ตัวไปหน่อย เเต่ขอร้องล่ะหยุดทำตามกฏของโลกนี้ทีเถอะ"
"อีฟ....."
กฏของโลกที่เธอพูดถึง...นั่นมัน...
"มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ฟรานมีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมทำตามกฏนั่นอยู่นะ"
.....
ในตอนนั้นฉันเข้าใจได้ในทันทีว่าสิ่งที่อีฟ้าจะบอกนั้นมันคืออะไร เธอมีความทรงจำตอนที่ฉันมาโลกนี้อยู่ดังนั้นเธอย่อมรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับมุมมองของคนในโลกนี้ที่มีตุ่์เเมว ซึ่งก็เป็ไอ้เ้ามุมมองนั่นเเหละที่มันเป็ส่วนหนึ่งของกฏในโลกนี้ ถ้าเธอบอกว่าไม่อยากให้ฉันทำตามกฏนั่น...งั้นมันก็อาจจะหมายถึงว่า"อย่าได้ใส่ใจมุมมองนั้น"...
หรือไม่ก็หมายถึงอย่างอื่น...
เเต่นั่นน่ะ...จะว่าไงดี ขอฉันคิดดูอีกสักหน่อยเถอะ
......
ในตอนนั้นฉันไม่ได้บอกเื่มุมมองของคนในโลกนี้ให้ทั้งเฟย่าเเละราฟเน่รู้ เพราะในหัวของฉันมีหลายเื่ที่ต้องคิดทบทวนอยู่เพราะอย่างงั้นจึงยังตัดสินใจเื่นี้ไม่ได้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป
.....
มองดูทั้งเฟย่าเเละราฟเน่ที่ใส่หูเเมวเดินกันไปอย่างมีความสุขเเล้วก็คิด
ถ้าเป็ตอนนี้บางทีฉันอาจจะทำได้ก็ได้นะ
*
เมื่อฉันพาทั้งสองคนออกมา ฉันก็เก็บร้านเข้าไปในวงเวทย์เเละพาทั้งสองคนไปเจอกับฟีต้าที่เป็ภูติ
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อฟีต้า ส่วนทั้งสองคนนี้คงเป็สหายของท่านฟรานสินะคะ?"
"...." (ทั้งสองคนทักทายตอบด้วยการพยัคหน้า)
"คนนี้คือเฟย่านะ ส่วนอีกคนชื่อราฟเน่ เนื่องจากเกิดเื่บางอย่างเลยทำให้ทั้งสองคนยังพูดไม่ได้น่ะ"
"อะ-เอ๋? เกิดอะไรกับทั้งสองคนกันคะ?"
"...พวกเธอไม่ค่อยกล้าพูดกับคนเเปลกหน้าน่ะ"
"ยะ อย่างงั้นหรอคะ..."
เหมือนจะเเถได้อยู่ใช่ไหมนะ? ทั้งเฟย่าเเละราฟเน่ต่างก็ช่วยพยัคหน้าให้กับคำพูดของฉันด้วยเพราะงั้นคงไม่เป็อะไรหรอก ก่อนมาเจอฟีต้าฉันได้เล่าเื่คร่าวๆที่เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันไปเจอมาให้ทั้งสองคนได้ฟัง
บอกว่าไปสู้กับปีศาจเเละไวเวิร์น ช่วยเหลือพวกภูติ ได้รับสิ่งตอบเเทนเป็ตราสัญลักษณ์ที่หลังมือเเละได้รับคำขอให้ช่วยฟีต้าไปส่งที่เมืองอย่างปลอดภัย
ตอนที่ฉันเล่าเื่นี้ให้ฟัง เหมือนว่าทั้งสองคนจะรู้สึกอิจฉาฉันที่ได้ไปต่อสู้กับปีศาจล่ะ เเละยังอยากจะดูศพของเ้าปีศาจเเละไวเวิร์นนั่นอีก บอกตามตรงว่าเสียเวลาไปนิดหน่อยเหมือนกันกว่าจะได้พาทั้งสองคนมาทำความรู้จักกับฟีต้า
....
หลังจากเเนะนำตัวกันเเล้วพวกเราก็รีบออกเดินทางไปที่เมืองเเกรนเดอเรีย เนื่องจากฟีต้าบอกว่าต้องรีบเอาเื่นี้ไปเเจ้งให้คนใหญ่คนโตของที่นั่นทราบโดยเร็ว พวกเราจึงค่อนข้างเร่งความเร็วกันเต็มที่
"ช่วยรอก่อนได้ไหมคะท่านฟราน!"
"หืม?"
พอถูกฟีต้าเรียกกะทันหันฉันกับคนอื่นๆก็หยุดวิ่งกัน พอหันไปถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ก็เห็นว่าฟีต้านั้นกำลังเหนื่อยหอบจนใกล้จะหมดเเรงอยู่ท้ายๆของขบวนล่ะ
"คือ...ขอโทษนะคะ เเต่ฉันบินตามพวกท่านฟรานไม่ไหวเเล้วจริงๆ ถ้าทั้งสามคนจะช่วยลดความเร็วลงกว่านี้หน่อยมันจะช่วยฉันได้อย่างมากเลยล่ะค่ะ!"
เธอบอกเเบบนั้นล่ะ...
อย่างที่เธอบอก ความเร็วของพวกเราทั้งสามนั้นค่อนข้างสูงกว่ามนุษย์ปกติ ถึงขนาดที่ถ้าวิ่งอย่างสุดกำลังเเล้วล่ะก็ เเค่ระยะจากน้ำตกภูติไปถึงเมืองย่อมใช้เวลาได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเเน่นอน เเต่กับฟีต้าที่เป็ภูติซึ่งบินได้เเต่ยังตามพวกเราไม่ทันเนี้ย จะว่ายังไงดีล่ะ มันค่อนข้างเหนือความคาดหมายของฉันอยู่นะ
ตอนนี้ก็วิ่งกันมาได้ครึ่งทางเเล้วด้วยทำให้ตอนนี้จะไปกันช้าหน่อยก็คงไม่เป็อะไร
"โทษทีนะ...งั้นฉันจะลดความเร็วให้ล่ะกัน เเต่ดูจากเรี่ยวเเรงของเธอตอนนี้เเล้ว ฉันคิดว่าเธอน่าจะมาอยู่ในกระเป๋าเสื้อของฉันจนกว่าจะถึงเมืองดีกว่านะ"
พอได้ยินข้อเสนอนั้นฟีต้าก็พยัคหน้าอย่างเห็นด้วยในทันที
"...ขอโทษที่เป็ถ่วงของท่านฟรานนะคะ ยังไงก็ขอรบกวนด้วย"
ว่าเสร็จฟีต้าก็ค่อยๆบินเข้ามาอยู่ในกระเป๋าของฉันด้วยท่าทางอ่อนเเรง บอกตามตรงว่ารู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ ข้างหน้าเองก็มีมอนเตอร์อยู่เอาเป็ว่าค่อยๆเดินไปอย่างระวังเเทนล่ะกัน
"ดูเหมือนข้างหน้าจะมีมอนเตอร์อยู่นะ จากนี้พวกเราจะค่อยๆเดินไปล่ะกัน"
"...." เมื่อได้ยินคำพูดฉันทั้งหมดก็พยัคหน้ารับทราบอย่างเข้าใจ
ไม่รู้ว่าคิดเองหรือเปล่าเเต่เหมือนฉันจะกลายเป็หัวหน้าปาร์ตี้ของกลุ่มนี้ไปเสียเเล้ว...เอาเถอะ ถ้าไม่นับเื่ที่ฉันไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์กับคนอื่นเท่าไหร่ในทีนี้ฉันก็น่าจะเหมาะกับการเป็คนออกคำสั่งมากที่สุดล่ะนะ
ฉันค่อนข้างมั่นใจในเื่ของการจัดขบวนทัพมาก โดยเฉพาะในเกมเเนววางเเผนงี้บอกเลยว่าฉันน่ะค่อนข้างมั่นใจในการจัดขบวนทัพของตัวเอง
เพราะเเบบนั้นฉันจึงตั้งให้เฟย่าเป็คนวิ่งนำหน้าสุดตามมาด้วยราฟเน่เเละฉัน ถ้าเป็ในเกมฉันอาจจะให้ราฟเน่มาอยู่ข้างหลังเพื่อคุ้มครองด้านหลังให้ เเต่ตอนนี้ฉันที่มีความสามารถในการฟังที่สูงจนถึงขนาดได้ยินเสียงไปหลายร้อยเมตรได้นั้นไม่จำเป็ต้องไปอยู่ตรงกลาง
ในบรรดาทุกคนฉันคือคนที่รับรู้การมาของศัตรูได้เร็วที่สุด เพราะงั้นจะปล่อยให้เฟย่าที่ทักษะการต่อสู้ในระยะประชิดไม่สูงมากมาอยู่ข้างหลังนั้นค่อนข้างเป็เื่ที่เสี่ยง ถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้การให้เธออยู่ตรงกลางถือเป็เื่ที่ช่วยได้ดีกว่า เพราะไม่ว่าฉันหรือเฟย่าเจอศัตรูจากฝั่งไหนตัวเธอที่อยู่ตรงกลางก็จะสามารถใช้เวยมนตร์เสริมพลังให้กับคนๆนั้นได้ในทันที
ฉัวะ~!
เเต่เหมือนว่ารูปเเบบที่ฉันกำหนดเอาไว้มันจะไม่จำเป็เวลาเจอกับมอนเตอร์ที่ระดับไม่ค่อยสูงนะ...
เพราะทันทีที่มอนเตอร์รูปร่างคล้ายนกปรากฏตัวขึ้นมันก็ถูกเฟย่าที่ใช้ดาบที่ทำจากเเก้วเรืองเเสงฟันเข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิตในทันที...ไม่มีความลังเล ไม่มีการเสริมพลัง เฟย่าพุ่งเข้าไปจัดการเ้านกตัวใหญ่นั่นโดยใช้เพียงการตวัดดาบง่ายๆ เเละถ้าฉันจำไม่ผิดเ้ามอนเตอร์นั่นดูเหมือนจะชื่อ...วิหคลมกรด...ล่ะ
จำได้ว่าเ้านี่...เคยถูกเเปะรูปเอาไว้ที่กิลด์ในเควสระดับC...เอ๊ะ หรือว่าฉันจะจำผิดหว่า?
จะถามเฮเลนก็ได้เเต่ ช่างเถอะยังไงมันก็ถูกจัดการไปเเล้ว ตัวตนจริงมันคงไม่สำคัญมากนัก ฉันคิดเเบบนั้นเเล้วเก็บร่างที่ตายเเล้วของมันเข้าไอเท็มบ๊อกซ์
ผ่านไปสักพักขณะที่พวกเรากำลังเดินทางอย่างไม่รีบร้อนอะไรเ้านกที่มีรูปร่างสีเขียวคล้ายกับตัวก่อนหน้านี้ก็โผล่มาอีกครั้ง คราวนี้มันมากันสามตัวถ้าดูจากจำนวนคนเเล้วเราน่าจะจัดการกันคนล่ะตัวได้...ซึ่งมันก็ควรจะเป็เเบบนั้นนะเเต่-
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ
มันดันถูกเฟย่าจัดการได้ในทีเดียวซะอย่างงั้น เธอที่อยู่ด้านหน้าทำเพียงเเค่หลบกระเเสลมหมุนที่อีกฝ่ายพัดมาเเละพุ่งเข้าไปฟันจัดการทั้งสามตัวนั้นพร้อมกันอย่างง่ายดาย อหนึ่ง เฟย่านั้นมีเวทยมนตร์ธาตุความมืดที่ชื่อ[ตำหนักทมิฬ] ซึ่งมีผลทำให้อีกฝ่ายที่อยู่ในระยะของเวทย์นี้ถูกเเรงน้วมถ่วงอันรุนเเรงดึงให้ตัวติดอยู่กับพื้นในระยะนึง ซึ่งผลนั้นพอเอามาใช้กับมอนเตอร์ประเภทบินเเล้วค่อนข้างตัดปัญหาเื่ที่จะโจมตีพวกที่บินอยู่ได้อย่างมากเลยทีเดียว
ซึ่งพวกมันก็โดนพลังนั้นจับให้ลงไปนอนกับพื้นนิ่งๆโดยที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากถูกดาบของเฟย่าฟันจนศีรษะหลุดไปทั้งๆเเบบนั้น
หลังจากนั้นไม่นานเ้าตัวที่เหมือนกันก็โผล่เข้ามาเรื่อยๆ เเละถูกจัดการอย่างง่ายดายเหมือนกับครั้งก่อนๆ โดนจับให้ลงไปนอนกับพื้นเเละถูกเชือดในวินาทีถัดมา มันเป็เเบบนี้อยู่หลายครั้งจนทำให้นึกสงสัยว่ามันกระจอกเกินไปหรือเปล่า?
บางทีเ้านี่อาจจะไม่ใช่มอนเตอร์ที่มีชื่อก็ได้
ในตอนที่ฉันนึกสงสัยจนเกือบจะถามเฮเลนนั้นจู่ๆฟีต้าที่นั่งพักอยู่ในกระเป๋าตลอดก็โผล่หน้าออกมาดูรอบๆอย่างกังวล
"...มีอะไรหรือเปล่า?"
"เอ่อ...คือว่า ตั้งเเต่เมื่อกี้เเล้ว...ฉันว่าฉันรู้สึกถึงกลิ่นไอของมอนเตอร์ที่เป็ศัตรูตามธรรมชาติของพวกเราเหล่าภูติด้วยล่ะค่ะ"
"ที่ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าเป็ตัวอันตรายสำหรับพวกเธอสินะ?"
ถึงงั้นก็เถอะ ตั้งเเต่เดินทางมาฉันก็ยังไม่รู้สึกถึงตัวตนที่ดูจะเก่งกาจเเบบนั้นโผล่ออกมาสักที ที่เห็นโผล่มาบ่อยๆก็มีเเต่เ้านกเขียวๆนั่น...
"...ฟีต้า มอนเตอร์ที่ว่านั่นมันคือมอนเตอร์อะไรงั้นหรอ?"
"เป็มอนประเภทนกชื่อวิหคลมกรดค่ะ ตัวมันจะใหญ่กว่ามนุษย์เล็กน้อยมีฟันที่เเหลมคมเเละตัวมันจะสีเขียวๆหน่อย-อ่ะ...เเล้วก็!ท่านเเม่บอกว่าให้ระวังพวกที่มีสีขนเข้มๆเอาไว้ด้วยเพราะดูท่าว่ามันจะใช้กระเเสลมที่รุนเเรงจนสามารถจัดการกับพวกเราที่เป็เผ่าภูติในทีเดียวได้ด้วยค่ะ"
...!
พอเธออธิบายมาถึงตรงนั้นฉันก็เปิดดูของที่อยู่ในไอเท็มบ๊อกซ์ของฉัน เเละเมื่อรูปหน้าสิ่งของของต่างๆที่อยู่ภายในเเสดงขึ้นมาฉันก็ชำเลืองไปมองเ้านกที่พึ่งเก็บมาได้
เข้มกันทุกตัวเลยเเหะ...
ถ้าเ้าพวกนี้เป็อย่างที่ฟีต้าว่าจริงๆ เเล้วฉันก็ดันไปดูถูกว่ามันกระจอกอีก...
งั้นระดับของพวกภูติที่บอกว่าเเพ้ทางเ้าพวกนี้มันอยู่ระดับไหนกันล่ะ...
ไม่สิๆ ก็มันเเพ้ทางนี่ใช่มั้ย บางทีมันอาจจะไม่เก่งสำหรับคนอื่นเเต่กับภูติคงจะเป็ตัวอันตรายพอสมควรล่ะมั้ง ประมาณว่าความสัมพันธ์เเบบงูกินหางงี้
*
มีมอนเตอร์โผล่เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ เเต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลเพราะทั้งเฟย่าเเละราฟเน่ต่างก็มีไฟที่จะต่อสู้กันเเละจัดการกับเหล่ามอนเตอร์ที่ดาหน้าเข้ามาท้าทายได้ในพริบตา ทั้งๆที่เคลื่อนไหวไปตั้งขนาดไหนเเต่พวกเธอก็ไม่มีท่าทีว่าจะเสียเหงื่อกันเลย
ส่วนฉันน่ะหรอ? บอกตามตรงว่าไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเลยล่ะ
ก็ทั้งสองคนดูจะอยากสู้เพื่อฟิตร่างกายกันนี่นะเพราะงั้นก็ฝากมอนเตอร์ให้ทั้งสองคนจัดการกันไปล่ะกัน
"เอ่อท่านฟรานคะ จะไม่เข้าไปช่วยพวกเธอหน่อยหรอคะ?"
"ไม่เป็ไร ถ้าพวกเธอไม่ไหวเมื่อไหร่ฉันจะไปช่วยอีกเเรง"
ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีวี่เเววว่าจะเป็เเบบนั้น
"เเต่พวกมอนเตอร์มันมากันเรื่อยๆเลยนะคะ นี่มันไม่เเปลกไปหน่อยหรอ!?"
ฟีต้ามองมอนเตอร์ที่โผล่เข้ามามากมายอย่างกังวล ไม่ว่าจะเป็ก็อปลิน อ็อค หมาป่า หรืองูั์ พวกมันทั้งหมดนั้นก็เข้ามาหาพวกเรากันอย่างไม่หยุดหย่อน มันมากันเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องซึ่งก็ไม่เเปลกใจที่ฟีต้าจะกังวลกับการถูกจู่โจมจากมอนเตอร์มากมายเเบบนี้ เเต่กลับฉันนั้นถือว่าเป็เื่ที่ธรรมดาไปเสียเเล้ว
[จิตบังคับสู้] เวทยมนตร์ธาตุความมืดที่เป็เวทย์เฉพาะของเฟย่า ซึ่งมีผลทำให้มอนเตอร์ที่อยู่รอบๆเฟย่านั้นเข้ามาหาตัวผู้ใช้เวทย์ เรียกว่าผลนั้นตรงกันข้ามกับชุดอยู่บ้านของฉันเลยล่ะ มันเป็เวทย์ที่ค่อนข้างอันตรายนะ เเต่ถ้าดูจากความสามารถของเฟย่าตอนนี้เเล้วมันถือเป็เวทย์ที่ช่วยล้างบางมอนเตอร์ที่อยู่รอบๆนี้ให้หมดในทีเดียวได้เลย
เพราะนั่นไงล่ะ อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้เฟย่านั้นเป็ประเภทโจมตีเป็หมู่ ยิ่งมีมารวมกันมากเท่าไหร่ผลของเวทย์ที่เธอมีก็จะยิ่งให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นตามกันมา ซึ่งผลจากจิตบังคับสู้นั้นไม่เพียงเเต่เรียกให้มอนเตอร์เข้ามาหา มันยังบังคับให้มอนเตอร์ที่โผล่มานั้นมากระจุกรวมกันเป็กลุ่มหลายๆตัวด้วย
ทีนี้พอมันมารวมกันมากพอเเล้ว ทีนี้ก็จะถึงตาของเเรงออกโรงล่ะ
"[ปราณทมิฬ]!"
เฟย่าร่ายเเบบนั้นเเล้วยกดาบเเก้วที่มีพลังเเห่งความมืดอาบอยู่เต็มปลายดาบ เเละฟันมันไปในทิศที่ฝูงมอนกำลังเข้ามา คลื่นพลังที่คล้ายคมดาบนั้นยาวออกไปเป็เส้นตรงเเละตัดทุกอย่างที่มันทะลุผ่านไปเป็สองซีก เหล่ามอนเตอร์มากมายที่ถูกบังคับให้มารวมตัวกันต่างล้มตายกันไปทีล่ะตัวสองตัว...จากที่ดูก็น่าจะประมาณ50ตัวได้
"...ท่านฟรานคะ คุณเฟย่าเขา...มีพลังคล้ายกับอาเรสต้าเลยล่ะค่ะ"
ฟีต้าที่ใกับภาพเบื้องหน้ากล่าวเช่นนั้น
"ก็เพราะว่าได้ชื่อว่าเป็อัศวินดำเหมือนกันนี่นะ ถึงจริงๆมันจะต่างไปสักหน่อยก็เถอะ"
เพราะพลังของอาเรสต้าเน้นไปทางคำสาป ส่วนของเฟย่านั้นเน้นไปทางพลังเเห่งความมืด ถ้าให้สองคนนี้มาสู้กันตัวต่อตัวเเล้วล่ะก็ บางทีเฟย่าอาจจะเเพ้ก็ได้ เพราะว่าเธอไม่ได้มีสกิลต้านทานสถานะผิดปกติ ถ้าถูกโจมตีด้วยพิษจากคำสาปนั่นไปบางทีอาจจะเสียท่า เเต่ถ้าเฟย่าเอาจริงเเละใช้พลังที่มีอยู่ทั้งหมดตั้งเเต่เริ่มเ้าอัศวินปีศาจนั่นก็ไม่น่าจะชนะ....
เเล้วถ้าฉันกับเฟย่าลองสู้กันดูล่ะ?
นึกภาพไม่ออกเหมือนกันเเหะ ดูจากพลังของเธอตอนนี้เเล้วฉันคิดว่ามันน่าจะสูสีอยู่นะ
ขณะคิดเเบบนั้นเฟย่าก็ไล่ฟันเ้าพวกที่มาใหม่ให้ตายเกลี้ยงในทันทีอีกครั้ง
"...บางทีเราก็ไม่ควรรีบตัดสินใครจากภายนอกสินะคะ"
"นั่นสินะ"
ใครจะไปคิดล่ะว่าเด็กผู้หญิงที่สวมชุดเหมือนกับคอสเพลเเบบนั้นจะฆ่าล้างมอนเตอร์ได้โดยทีไม่มีการเปลี่ยนสีหน้าไปเลยเเม้เเต่นิดเดียวได้(เธอก็ด้วยนะฟราน!)
****
*จริงๆหางต้องสีดำ*
