“งั้นพวกเราใช้กลยุทธ์ล่อสัตว์อสูรออกมา แล้วค่อยๆ จัดการทีละตนไหม?”
กลางป่าซือถูอวี้เอ่ยถามหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ด้วยอาชีพที่เน้นการโจมตีระยะไกลของเธอกลยุทธ์ 'ตีแล้ววิ่ง' จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง
ทว่า…
“ไม่”
หวังเฉินส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ถ้าไม่มีสัตว์อสูรกลายพันธุ์สองตนนี้ละก็กลยุทธ์ล่อสัตว์อสูรแบบนั้นถึงจะใช้ได้ผลดี แต่ตอนนี้พวกมันคงไม่หลงกลง่ายๆ หรอก”
“แล้วนายหมายความว่ายังไง?” ซือถูอวี้มองหวังเฉินด้วยความสงสัย
“ก็บุกเข้าไปตรงๆ เลยสิ”
หวังเฉินจับดาบยาวคมกริบในมือแน่นน้ำเสียงของเขาดูเหมือนกำลังพูดถึงเื่เล็กน้อยที่ไม่สำคัญอะไร
“นายบ้าไปแล้วเหรอ?”
ได้ยินดังนั้นซือถูอวี้อดไม่ได้ที่จะอุทานเสียงต่ำออกมา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความใ
เหล่ามารเฉินหลุนในหุบเขามีจำนวนเป็ร้อยและยังมีสัตว์อสูรกลายพันธุ์อีกสองตนคอยบัญชาการอีกด้วยพละกำลังโดยรวมอย่างน้อยก็เทียบได้กับทีมผจญภัยชั้นยอดที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่เลเวล 15เลยทีเดียว
ถึงแม้ซือถูอวี้จะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองมากเพียงใดเธอก็ไม่คิดว่าตนเองและหวังเฉินจะสามารถเผชิญหน้ากับมารเฉินหลุนจำนวนมากเช่นนี้ได้
เห็นสีหน้าไม่เชื่อของสาวน้อยหวังเฉินกลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขาอธิบายว่า
“จริงๆ แล้วอันตรายไม่ได้ใหญ่หลวงอย่างที่เธอคิดหรอกมารเฉินหลุนนั้นโดยธรรมชาติแล้วขี้ขลาด ตราบใดที่เราโจมตีโดยไม่ให้พวกมันตั้งตัวและสังหารสัตว์อสูรกลายพันธุ์สองตนนั้นอย่างรวดเร็วละก็มารเฉินหลุนที่เหลือก็จะไม่มีผู้นำและจะแตกทัพพ่ายแพ้ไปเอง”
“ถึงตอนนั้นเ้าพวกตัวเล็กผิวเขียวพวกนี้ก็จะไม่สามารถสร้างภัยคุกคามอะไรให้พวกเราได้เลยนอกเหนือจากจำนวนที่มากมายของพวกมัน”
“ไม่!” ซือถูอวี้ปฏิเสธทันทีเธอคิดว่ามันยังคงเสี่ยงเกินไป
“สัตว์อสูรกลายพันธุ์สองตนนั้นอยู่ตรงกลางหุบเขา การที่จะเข้าถึงพวกมันอย่างน้อยก็ต้องกำจัดมารเฉินหลุนหลายสิบตนที่ขวางทางอยู่ก่อน”
“ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ถ้าคิดจะลงมือตัดหัวพวกมันละก็ยังไม่ทันได้ประจันหน้าเป้าหมาย ก็คงถูกฝูงมารเฉินหลุนรุมทึ้งก่อนแน่”
“และอีกอย่าง…”
ระหว่างที่พูดซือถูอวี้จ้องมองหวังเฉินอย่างตั้งใจใบหน้าของเธอดูลังเลราวกับพูดอะไรบางอย่างที่ยากจะเอ่ยออกมา
แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ยังคงพูดต่อไปว่า
“อาชีพของฉันเองก็ไม่ได้เกื้อหนุนต่อการจู่โจมแบบฉับพลัน ถ้าตกอยู่ในวงล้อมจุดแข็งของฉันคงไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่แน่”
ได้ยินดังนั้นหวังเฉินได้แต่มองซือถูอวี้อย่างพูดไม่ออก
ให้ตายสิ!พี่สาวคนนี้กำลังดูิ่ฉันหรือเปล่านี่!
เธอคงไม่ได้คิดว่าฉันเสนอแผนการนี้เพื่อตั้งใจจะให้เธอเป็คนลงมือเองหรอกนะ?
เธอนี่มันดูถูกนายแซ่หวังคนนี้มากเกินไปแล้ว!
“วางใจได้เลย จุดแข็งของเธอคือพลังโจมตีรุนแรงและว่องไวฉันจะให้เธอไปสู้ระยะประชิดกับมารเฉินหลุนได้ยังไง!”
“เดี๋ยวหน้าที่ของเธอคือยืนอยู่ด้านหลังและยิงธนู ส่วนปิงชิงจะอยู่ข้างๆคอยปกป้องเธอเอง”
หวังเฉินส่ายหน้าและกล่าวอย่างไม่แยแส
“นายบ้าไปแล้วเหรอ?”
“นายไม่มีสัตว์อสูรด้วยซ้ำ แล้วจะเอาอะไรไปทำแผนการตัดหัวล่ะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาซือถูอวี้ก็ร้อนใจ
ผู้ฝึกสัตว์อสูรั์ที่ไม่มีสัตว์อสูรความแข็งแกร่งก็แทบจะไม่ต่างจากอาชีพประเภทการดำเนินชีวิตเลย
ในความคิดของซือถูอวี้ตอนนี้หวังเฉินสวมดาบยาวคมกริบ ก็คงทำได้แค่รังแกมารเฉินหลุนธรรมดาๆ เท่านั้น
การจะสังหารมารเฉินหลุนจอมเวทและมารเฉินหลุนนักรบกำยำนั้นเป็ไปไม่ได้เลย!
และที่สำคัญ...แม้นางจะคำนึงถึงฝีมือการต่อสู้ที่เหนือล้ำของหวังเฉินและประเมินให้สูงเสียยิ่งกว่าความเป็จริงแล้วแต่ความเป็จริงก็ยังคงจริงอยู่วันยังค่ำ
เดิมทีซือถูอวี้ไม่อยากพูดคำเหล่านี้เพราะกลัวจะทำร้ายความภาคภูมิใจของหวังเฉินแต่เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้ร้ายกาจตรงหน้าแสดงท่าทีแน่วแน่เธอก็อดที่จะพูดออกมาไม่ได้อีก
ได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
ให้ตายสิ!
สรุปว่าเมื่อกี้ที่ฉันบอกว่าทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรแล้ว พี่สาวท่านนี้ไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อยใช่ไหม?
แล้วยังเห็นปิงชิงน้อยเป็เพียงสัตว์เลี้ยงสวยงามที่เอาไว้เชยชมแค่นั้นเองหรือ!
ถ้าไม่ใช่เพราะปิงชิงคิดว่ามารเฉินหลุนพวกนี้อ่อนแอเกินไปไม่คู่ควรที่จะลงมือจัดการละก็ ต่อให้มารเฉินหลุนพวกนี้รวมตัวกันทั้งหมดก็ยังไม่พอให้เ้าัน้อยอ้าปากกลืนกินเข้าไปคำเดียวเลยด้วยซ้ำ
“เื่นี้ก็ตัดสินใจตามนี้แหละ!”
“ฉันไม่ได้อ่อนแออย่างที่เธอคิดหรอกนะ!”
หวังเฉินส่ายหน้าและตัดสินใจไม่ให้โอกาสซือถูอวี้พูดอีกต่อไป
เขาก้าวเท้าออกไปร่างกายพุ่งเข้าสู่หุบเขาดุจะุปืนใหญ่
“นี่! หวังเฉิน!”
เห็นดังนั้นซือถูอวี้ก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ
“ปิงชิงตัวน้อย เ้านายของแกช่างน่ารังเกียจจริงๆทำไมเขาถึงบ้าระห่ำขนาดนี้นะ?”
“ตรงนี้ปลอดภัยดี แกอยู่ตรงนี้อย่าไปไหน เดี๋ยวพี่สาวจะกลับมาหานะ”
ซือถูอวี้โบกมือหยิบคันธนูยาวที่เปล่งประกายออกมาเธอวางปิงชิงลงบนพื้นแล้วกำชับให้มันอยู่ตรงนั้น จากนั้นก็รีบวิ่งตามหวังเฉินไป
“กี๊ซ… กี๊ซ!”
ด้านหลังปิงชิงตัวน้อยมองภาพนั้นด้วยใบหน้าน่ารักที่เต็มไปด้วยความสงสัย
เบาะนุ่มๆหายไปไหนแล้ว?
“กี๊ซ… กี๊ซ!!”
มนุษย์ผู้หญิงนี่แปลกประหลาดชะมัด!
อยู่ข้างข้าปลอดภัยที่สุดแล้วจะวิ่งไปทำไมกัน?
วิ่งตามไปดีกว่าข้าไม่สามารถขัดคำสั่งของนายท่านได้หรอกนะ
ปิงชิงคิดอย่างสงสัยแล้วกระพือปีกเล็กๆ ตามหลังซือถูอวี้ไป
และอีกด้านหนึ่ง…
โครม!
ร่างที่แข็งแกร่งของหวังเฉินตกลงสู่หุบเขาเหมือนะุปืนใหญ่และดึงดูดความสนใจของมารเฉินหลุนรอบๆ ทันที
เ้าตัวเล็กผิวเขียวพวกนี้เมื่อเห็นมนุษย์ปรากฏตัวในหุบเขา ใบหน้าอัปลักษณ์ของพวกมันก็เต็มไปด้วยความสงสัย
เกิดอะไรขึ้น?
เดี๋ยวนี้เขามีบริการส่งถึงประตูบ้านแล้วหรือพวกมนุษย์นี่ช่างเอาใจใส่เสียจริง!
“โฮก!!”
ไม่นานมารเฉินหลุนสิบกว่าตนที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ส่งเสียงคำรามอย่างตื่นเต้น
พวกมันไม่เคยเห็นมนุษย์ที่เสนอตัวมาถึงที่ขนาดนี้มาก่อน
“ฮึ่ม!”
“โฮก!”
“ฮึ่ม!”
มารเฉินหลุนทุกตนจ้องมองหวังเฉินด้วยสายตาที่ดุร้ายและโเี้น้ำลายเหนียวเหนอะหนะไหลออกจากปากที่น่าเกลียดน่ากลัว
กลิ่นอายของมนุษย์ทำให้พวกมันคลุ้มคลั่ง!
ในที่สุดมารเฉินหลุนตนหนึ่งที่อดทนต่อสัญชาตญาณอันโหดร้ายของตนไม่ได้ก็พุ่งเข้าหาหวังเฉินอย่างตื่นเต้น
มันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่พุ่งเข้าโจมตีใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยความกระหายเื
มันแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะเห็นมนุษย์ตรงหน้าถูกฉีกเป็ชิ้นๆและแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะลิ้มรสเืเนื้ออันหอมหวานของมนุษย์
เมื่อตนหนึ่งเคลื่อนไหวมารเฉินหลุนรอบๆ ที่ตอบสนองทันทีพวกมันพลันเคลื่อนไหวตามกันเป็ระลอกคลื่นขนาดั์
เพียงพริบตาเดียวหวังเฉินก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกมารเฉินหลุนนับสิบตนล้อมรอบ
…
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“เ้าชาวนานี่หาที่ตายจริงๆ!”
เมื่อหวังเฉินถูกมารเฉินหลุนล้อมรอบเสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ภายนอกหุบเขา
เฉินฮ่าวมีสีหน้ายินดีดวงตาที่เจือไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามของเขามองไปข้างหน้า
เขาไม่เคยคิดเลยว่าหวังเฉินซึ่งเป็เศษสวะที่เปลี่ยนอาชีพเป็ผู้ฝึกสัตว์อสูรั์จะกล้าไปยั่วยุมารเฉินหลุนเลเวล 15 เป็ร้อยตน
แถมยังยั่วพวกมันเป็ฝูงใหญ่เสียด้วย!
“ฮึๆ นายยังคิดว่าตัวเองเป็อัจฉริยะอยู่เหรอ? เ้าพวกมารเฉินหลุนพวกนี้แม้แต่ทีมนักผจญภัยเลเวล 15 ก็ยังต้องระมัดระวัง!”
“ดูท่าฉันคงจะไม่ต้องลงมือเองแล้ว จงกลายเป็เศษเนื้อไปซะเถอะ!”
เฉินฮ่าวคิดอย่างดูถูกในใจดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโเี้
เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะเห็นหวังเฉินถูกฉีกเป็ชิ้นๆ