ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 132 ใกล้จะครบ 48 ชั่วโมง

            “พลังงานจากทอวิเลียส!!...หรือว่ามีการเกิดปฏิกิริยาแล้วกับห้วงอวกาศในระบบสุระจักรของดวงอาทิตย์สีน้ำเงิน?”
    ไรอาร์พอจะรู้แล้วว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรและยังรับรู้ได้ว่าเรนิตาเกิดปฏิกิริยาของการเข้าสู่วิวัฒนาการร่างกายแสงดังที่เทวินสงสัย
    แต่สิ่งที่ให้เธอรู้สึกเกิดวิตกกังวลใจคือกลุ่มพลังงานจากทอวิเลียส

            การที่ธาตุหยดเลือดมรกตของฟีโอน่า จะปรากฏเป็นร่างแสงของเธอและถ่ายทอดสิ่งที่เกิดขึ้นให้ไรอาร์รับรู้นั้น
    อาจจะมีทางทำได้หากเธอยังมีพลังงานพอแต่ตอนนี้ได้ใช้พลังงานที่เพิ่งกลับคืนมาไปแทบหมด 
    จึงจำเป็นต้องไปสู่การจำศีลลึก
    ดังเช่นชารูร์ในที่ใดสักแห่งที่เหมาะสม

            ไรอาร์ก็ได้เข้าใจว่าแม้จะกลับมาได้องค์ฟีโอน่าก็ไม่อาจจะอยู่ในภาวะปกติจึงพยายามทำความเข้าใจความหมายในอักขระที่เธอสั่งไว้

            “ไม่สิมันจะเกิดขึ้นกับระบบสุริยะจักรนี้ก่อน พระองค์จึงให้เราคอยช่วยเหลือเพื่อหาทางยับยั้งมัน...ใช่แล้วล่ะ!...”

            “พลังงานจากทอวิเลียสคืออะไรหรือครับ?” เทวินได้ถามกับเธอ

            “สิ่งที่พวกคุณกำลังกังวลและหาทางยับยั้ง...มันคือ กลุ่มก้อนของธาตุมืดชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในอวกาศ ต่อเมื่อเกิดปฏิกิริยา
    กับพลังงานแสงที่มากพออย่างเช่นพลังงานแสงจากการเกิดซูเปอร์โนวามันจะกลายเป็นกลุ่มพลังงานที่สามารถทำลายล้างได้ในหลายทาง”

            “อ๊ะ!...พลังงานธาตุมืดในห้วงอวกาศที่จะส่งผลกระทบต่อโลกของเราในอีกประมาณ 5ปีข้างหน้า!” เขาก็เข้าใจแล้ว อมราก็เช่นกันแต่ท่านผู้เฒ่าจำศีลยังไม่รู้เรื่องนี้

            “พวกเจ้ายังมีเรื่องอะไรที่ปิดบังไว้หรือ? แล้วหยดเลือดมรกตที่เพิ่งออกจากห้องนี้ไป ก็คือธาตุหยดเลือดจากสิ่งมีชีวิตนอกโลกใช่หรือเปล่า?” แม้จะเคยได้ยินจากที่เทวินบอกเล่าแต่ท่านก็เพิ่งพบเห็นและไม่รู้ว่าโลกกำลังจะมีภัยจากสิ่งใดตอนนี้ก็ได้เอ่ยถามออกไป

            “ใช่ครับ คือเรื่องเป็นแบบนี้ครับ...” เทวินที่คิดจะปิดบังเรื่องนี้ไว้ตอนนี้พิจารณาดูแล้วว่าท่านผู้เฒ่าจำศีลย่อมรู้ว่าควรเก็บเป็นความลับ
    เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้นตามมาเขาก็ได้เล่าเรื่องราวที่จะเป็นภัยอันเกิดมาจากมหานวดาราหรือซูเปอร์โนวาในห้วงอวกาศ
    เมื่อเขาบอกเล่าเสร็จแล้วไรอาร์จึงได้กล่าวเสริมขึ้น

            “พลังงานจากกลุ่มทอวิเลียสนอกจากทำให้เกิดรอยรั่วขึ้นของห้วงอวกาศหรือห้วงมิติ มันก็อาจจะนำมาซึ่งเภทภัยได้หลายอย่าง
    เช่นภัยพิบัติแผ่นดินไหว สภาพอากาศแปรปรวน พิษและโรคภัย แม้กระทั่งการกลายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจนกลายเป็นอสูรร้าย
    เราไม่รู้ว่าปฏิกิริยาของแต่ละกลุ่มพลังงานนั้นจะมาแบบไหน
    ?”

            “อ๋อ...ที่แท้เป็นแบบนี้พวกเจ้ากลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายจึงพยายามเก็บเป็นความลับเอาเถอะข้าจะไม่บอกใครในเรื่องนี้
    หลังจากเสร็จธุระเรื่องคนป่วยแล้วก็จะกลับไปอยู่กระท่อมริมธารอย่างสงบๆ 
    ของข้า หากพวกเจ้าต้องการให้ช่วยเหลืออะไรก็บอกได้นะ”
    ท่านผู้เฒ่าเป็นคนมีเหตุผลจึงกล่าวออกไปให้ทุกคนสบายใจ

            เทวินรู้สึกดีขึ้นเขามีความสุขุมมากขึ้นหลังจากรู้แล้วว่าร่างวิญญาณของเรนิตาปลอดภัยแล้ว แต่ก็ยังรอคอยการกลับคืนสู่ร่างของเธอ
    จนกระทั่งช่วงใกล้เวลา 48 ชั่วโมงที่เธอหมดสติไป

            ขณะที่เทวินอมราและท่านผู้เฒ่าพูดคุย กำลังปรึกษาหารือกันในเรื่องที่สำคัญๆ อยู่ในห้องที่เธอยังหมดสติอยู่นั้น……

            เทวินและอมราก็ได้รับการสื่อสารด้วยกำลังสมาธิจิตจากธัญญา

            ‘คุณเทวิน คุณอมราคะ’ เธอเอ่ยเรียกทั้งสอง

            เทวินและอมรามองหน้ากันก่อนที่เขาจะตอบรับการสื่อสารทางใจกับธัญญา ‘ครับ คุณธัญญา’

            ‘ฉันได้รับการติดต่อสื่อสารด้วยพลังงานทางสมาธิจิต จากร่างวิญญาณของคุณเรนิตา เธอปลอดภัยดีค่ะ”

            “อ๊ะ!....” เขาอุทานออกมา

            อมราก็ได้สื่อสารทางจิตกับธัญญา: ‘คุณธัญญา ทางนี้เราได้รับการส่งสารอักขระภาษาต่างดาวจากเจ้าของเลือดมรกต
    เธอเป็นผู้นำ
    เป็นองค์จักรพพรดินีของพวกเขา อักขระถอดความได้ว่าร่างวิญญาณของเธอปลอดภัยดีแต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหน
    คุณธัญญาติดต่อสื่อสาร
    กับเธอได้หรือคะ? ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนคะ?’

            ธัญญากล่าวตอบและเล่าเรื่องที่เธอได้รับรู้จากเรนิตาพอสังเขป: ‘ร่างวิญญาณของเธออยู่ที่มิติภพที่ฉันเคยอยู่ ที่ต้นไม้ครองคู่ภพคะเธอเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับการได้ไปยังห้วงมิติอื่น อันห่างไกลจากโลกมนุษย์และได้พบกับจักรพรรดินีฟีโอน่าที่นั่นและก็ในตอนนี้
    เธอขอเวลาปรับตัวเองให้เข้ากับร่างวิวัฒนาการกายแสง
    ’

            เทวินที่สามารถสื่อสารทางใจกับเธอได้พอรับรู้ว่าร่างวิญญาณของเธออยู่ที่ต้นไม้ครองคู่ภพ เขารู้สึกโล่งใจยินดีเป็นอย่างมาก
    เขารู้วิธีไปที่นั่น และยังคิดว่าจะไปหาร่างวิญญาณของเธอที่นั่น

            เทวินก็ได้สื่อสารทางจิต: ‘เธอเกิดร่างวิวัฒนาการกายแสงหรือครับ? แล้วผมไปรับเธอที่นั่นได้หรือเปล่าครับผมไม่สามารถอดทนรอเธอกลับมาเอง หัวใจของผม...ต้องการจะไปหาเธอที่มิตินั่นครับ’

            ธัญญาก็พอจะคาดเดาได้ว่าเขาจะต้องใช้ร่างกายแสงของตนเองไปหาเรนิตาแต่ด้วยความที่รับปากเธอไว้ จึงสื่อสารบอกเขา

            ‘ไม่ค่ะเธอขอเวลาปรับตัวสักระยะเพียงลำพัง เธอยังต้องการให้คุณเทวินกลับไปที่ถ้ำหลังน้ำตกนำหินมรกตที่กักกายแสงได้กลับมาไว้เธอพร้อมก็จะกลับมาที่ร่างกายให้ได้ก่อนครบ 48 ชั่วโมงค่ะ’

            ไรอาร์ถึงแม้ว่าจะรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นเชื่อมการสื่อสารทางจิตมาแต่ที่ไกลแต่ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวการสนทนาของพวกเขา เธอก็ได้เอ่ยถาม

            “ฉันรับรู้ได้ว่าพวกคุณกำลังใช้การสื่อสารผ่านทางจิตวิญญาณ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?”

            อมรากล่าวตอบ : “ใช่ค่ะ คือ คุณธัญญา ร่างทิพย์อีกร่างที่ตอนนี้บำเพ็ญตนอยู่ที่ต้นไม้หลังบ้านสวนของคุณเทวินเธอได้รับการสื่อสาร
    จากร่างวิญญาณของคุณเรนิตาเธอต้องการให้คุณเทวินย้อนกลับไปนำเอาหินมรกตในถ้ำออกมา คุณเรนิตาคิดว่าเขาอาจจะต้องใช้สิ่งนั้น”

            เทวินเกิดรับรู้ได้จึงกล่าว: “อืม...อันที่จริงคุณไรอาร์สามารถที่จะเข้าสู่พลังงานกายแสงของตนเองและเชื่อมต่อการสื่อสารนี้ได้ครับ”

            โดยการพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวต่อ: “การสื่อสารโดยเชื่อมผ่านร่างกายแสงของผม แต่ในตอนนี้ผมคิดว่าจะไปที่ถ้ำ
    ทำตามที่เรนิตาได้บอกผ่านคุณธัญญาไว้ผมจะหาโอกาสเชื่อมต่อการสื่อสารให้คุณกับคุณธัญญาในภายหลังนะครับ”

            ไรอาร์ใช้ความคิดแล้วกล่าวกับเขา: “ก็ได้ค่ะ อันที่จริงก็ดีเหมือนกันจะได้นำหินพิเศษที่ใช้นำพาหยดเลือดมรกตของฉันมายังโลก
    หรือถ้าอย่างไรฉันไปด้วยจะได้ช่วยให้มันง่ายและรวดเร็วขึ้น
    ”

            เขาเห็นด้วย เธอสามารถควบคุมธาตุเหล็กเย็นกายสิทธิ์บางทีอาจจะเร็วกว่าหากเธอไปด้วย

            “ถ้าอย่างนั้นเราไปด้วยกันครับ ส่วนทางนี้ต้องฝากคุณอมราและท่านผู้เฒ่าด้วยนะครับ” เขาหันมากล่าวกับอมราและท่านผู้เฒ่า

            ทางด้านธัญญาเธอบอกกล่าวแล้วก็ได้ตัดการสื่อสารกับเทวิน ให้เขาไปทำธระเรื่องหินที่ถ้ำหลังน้ำตก แต่ก็ได้สื่อสารทางจิตกับอมราอีกชั่วขณะ โดยได้เล่าถึงสิ่งที่เรนิตาได้เล่าให้ฟัง เมื่อต่างแยกกันไปแล้วอมราจึงได้เล่าเรื่องราวต่อท่านผู้เฒ่าที่ดูจะยังคงทำความเข้าใจในเรื่องนี้

            ท่านผู้เฒ่าเดิมทีก็มีความคิดที่จะนำเอาส่วนหนึ่งของแร่ธาตุหินมรกตที่บริสุทธิ์นั้น มาทำเป็นผงพิษมรกตนาคสวาทให้กับเทวินที่ก่อนหน้าท่านได้บอกกล่าวต่อเขา ว่าสามารถทำให้ร่างกายที่เกิดการวิวัฒนาการกายแสงนั้นท่องไป โดยไม่ต้องแยกออกจากร่างกาย

            ท่านเห็นว่านี่คือโชควาสนาของเขาและจะหายตัวได้หากใช้กำลังสมาธิสู่ความว่างได้แต่ก็ได้กล่าวย้ำไว้แล้วว่าต้องมีจิตใจที่ดีงามด้วย
    ถึงจะประสบผลจิตใจบริสุทธิ์หลอมรวมกับธาตุที่บริสุทธิ์จึงเหมาะสม