“เหอะถ้างั้นนิสัยเสียชอบสร้างแพงแล้วแล้วเปิดช่องว่างด้านซ้ายของแกเอง—”
คาซาโอะปัดฝุ่นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาลุกขึ้นยืนอีกครั้งช่วงวิกฤติที่ก่อนการโจมตีจะถึงตัว คาซุโอะก็เกร็งกล้ามเนื้อเร่งโคจรลมปราณย้อนกระแสใช้ออร่าปกคลุมทั่วแผ่นหลังถึงจะฝืนจนกำลังภายในปั่นป่วนไปบ้าง แต่ก็รอดพ้นการโจมตีมาได้
“เมื่อก่อนน่ะใช่แต่ตอนนี้ฉันชอบนำมันมาปรับใช้ประโยชน์มากกว่า”
กาโต้พูดพลางขมวดคิ้วหรี่ตาจ้องมองศัตรูอย่างระวังตัวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
‘ไม่จริงน่ะ... เมื้อกี้ฉันอัดมันแรงเต็มที่เลยนะไม่มีทางที่จะลุกขึ้นมาได้ทันทีแบบนี้แน่—ไม่สิการที่สามารถทำแบบนี้ได้ก็แสดงว่าหมอนั่นกดความเสียหายให้น้อยที่สุดได้ ก็แปลว่าไม่ได้รวมออร่าไว้ที่ลูกเตะนั่นไว้จริงๆ แต่ใช้การโจมตีแบบทั่วไป...ใช้เซนส์ตัดสินว่ามีโอกาสที่ตัวเองจะเกิดความผิดพลาดไว้งั้นหรือ?’
กาโต้เรียกทรายกลับมารวมกันรอบ ๆรับรู้ถึงพัฒนาการด้านฝีมือของอดีตรุ่นน้องมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ดูเหมือนฉันเองก็ถูกภาพลักษณ์ที่มีแต่ความยโสนั่นหลอกเอาเหมือนกันงั้นสิ”
ทว่าก่อนที่กาโต้จะได้ขยับเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้ยกถัดไป
‘เอ๊ะ...ร่างกายฉัน!’
กาโต้ยกแขนตัวเองไม่ขึ้นคาซุโอะที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาเสียงดังลั่น
“รู้สึกตัวแล้วสินะไอ้โง่...โชคดีที่ดันเจี้ยนนี้พวกเราเจอแมลงมีพิษอยู่ไม่น้อย ฉันเลยสั่งให้คนของฉันนำพิษที่ได้มาเคลือบชโลมไว้บนหัวลูกศรซึ่งมันก็เป็นพิษในระดับที่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรมากนักหรอกสำหรับผู้ตื่นรู้ทั่วไปแต่หากได้รับผ่านผิวหนังในปริมาณที่มากเกินพอ จะทำให้เกิดอาการอัมพาตได้ชั่วขณะ”
คาซุโอะตั้งดาบในระดับอกใช้ปลายดาบชี้ตรงไปทางเป้าหมาย
‘ลูกศรของผู้หญิงคนนั้นที่ยิงมาทำให้สารพิษกระจายอยู่ทั่วเม็ดทรายและเมื่อถึงเวลาที่ฉันใช้ทรายห่อหุ้มแขนเพื่อโจมตีตัวสารที่เคลือบอยู่บนเม็ดทรายก็คงถูกดูดซึมผ่านผิวหนังในช่วงเวลานั้น’
กาโต้กัดฟันอย่างเจ็บใจ ร่างกายไม่ตอบสนองดั่งใจนึก
“แกมีอะไรจะสั่งเสียไหม...ไอ้คุณรุ่นพี่!”
คาซุโอะพุ่งดีดตัวแทงดาบแหวกอากาศเป็นเส้นตรงอันเต็มไปด้วยจิตสังหาร
‘อึก... ไม่ทันการแล้ว ถึงจะได้สิทธิ์ควบคุมตัวเองกลับมาเล็กน้อยแต่วงจรเวทมนตร์ภายในร่างตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด’
กาโต้ทำได้เพียงหลับตา พยายามรวมออร่าไว้ยังจุดคาดคะเนที่คิดว่าจะโดนแทงอย่างสุดกำลังขณะเส้นยาแดงผ่าแปดนั่นเอง แสงวาบจากดาบก็แทงเฉียงมาจากด้านข้าง
เคร้ง!
"แกเองก็อยากเข้ามารับความตายด้วยอีกคนสินะ!"
กาโต้ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคาซุโอะสถบออกมาอย่างหัวเสีย
ภาพที่เห็นคือเรย์ใช้ปลายดาบคาตานะยาวในมือซ้ายแทงกดใบดาบด้านกว้างของคาซุโอะไว้จนส่วนปลายของดาบบาสตาร์ดจมลงกินเนื้อดินพร้อมกับใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบกดหัวปลายด้ามของมันเอาไว้
‘หมอนี่กับไอ้ดาบคาตานะที่ดูพุพังแบบนั้นเนี่ยนะที่หยุดการโจมตีของฉันได้ในกระบวนท่าเดียว?’
คาซุโอะรู้สึกขุ่นเคืองใจและครุ่นคิดอย่างระมัดระวัง ขณะจ้องมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีบรรยากาศแหลมคมอย่างบอกไม่ถูกห้อมล้อมรู้ตัวอีกทีก็ทันเห็นแค่ตอนที่อีกฝ่ายปรากฏตัวพุ่งลงมาแทงดาบเพื่อหยุดตนเองไว้เท่านั้น
ขณะหัวสมองกำลังครุ่นคิดก็เห็นเด็กหนุ่มภายใต้หน้ากากสีทองใช้มือขวาซึ่งกำฝักดาบเหวี่ยงฟาดเข้ามาในแนวขวางคาซุโอะจำต้องคลายมือออกจากด้ามดาบของตัวเอง เพื่อกระโดดถอยฉากออกมาตั้งหลัก
‘ไอ้เด็กนี่มาอยู่ตรงนี้ได้ แสดงว่าเจ้าพวกนั้นคงเสร็จมันไปแล้ว ส่วนยัยหมูตัวเมียนั่นก็คงถูกจัดการไปด้วยเช่นกัน’
คาซุโอะตระหนักได้ทันทีเมื่อไม่เห็นการยิงสนับสนุนของฝ่ายตนเขาคิดโดยไม่กล้าละสายตาจากศัตรูแม้เพียงแวบเดียวเมื่อไม่มีดาบในมือ
ทว่า... ถามหาดาบ ดาบก็ลอยกลับมา
แต่นั่นไม่ได้ทำให้คาซุโอะรู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่นักด้วยความผิดคาด
“แกกำลังหยามฉันงั้นรึ!”
คาซุโอะหน้าดำทะมึนสบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อศัตรูงัดดาบส่งคืนลอยกลับมาให้ถึงหน้า
“ผมแค่ต้องการวัดระยะห่างของตัวเองเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาอื่นใดหรอก ถ้าทำให้เข้าใจผิดก็ต้องขออภัยด้วย”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบภายใต้หน้ากาก
“…แล้วแกจะต้องเสียใจ!”
“ไม่มีคำพูดที่สร้างสรรค์กว่านี้แล้วหรือไง”
เรย์ถอนหายใจพึมพำออกมาเบาๆ แต่ศัตรูก็ยังได้ยินและช่วยกระตุ้นต่อมความโกรธได้เป็นอย่างดี
“แลดูแกมั่นใจในตัวเองจริงๆ เลยนะ ฉันแนะนำให้ลองช่วยกาโต้ก่อน แล้วค่อยเข้ามาพร้อมกันจะดีกว่าฉันจะได้จัดการพวกแกพร้อมกันเลยทีเดียวไม่ต้องเสียเวลา”
คำพูดเหยียดหยามที่เปล่งออกมาเพื่อถมความเดือดดาลทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่นำพาเอาเสียเลย
“นี่คุณอยากจะสู้หรือจะคุย?”
คาซุโอะส่งเสียงขึ้นจมูกเมื่อเจออีกฝ่ายตอกกลับจนหน้าชาเขาหยิบรูนเสริมพลังอันสุดท้ายเคลือบธาตุลมลงไปบนใบดาบก่อเกิดเป็นแสงสีเขียวอ่อนห่อหุ้ม
“เหอะคานบนไม่ตรงคานล่างเบี้ยว ลูกพี่อวดดีลูกน้องก็ห่วยแตกสินะแกน่ะ”
ทั้งสองฝ่ายยืนจ้องตาเขม็งกันเพียงครู่เดียว
สายลมเบา ๆ โบกพัดผ่านใบไม้รอบข้างขยับสั่นไหว
ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกันด้วยก้าวพริบตา
ดาบปะทะดาบจนเกิดเสียงดังกึกก้อง ลมกรรโชกพัดจากจุดปะทะแผ่ออกเป็นวงกว้าง
ทั้งคู่อยู่ในท่าดันดาบใส่กันออกแรงต้านเพียงชั่วครู่ คาซุโอะเป็นฝ่ายใช้กำลังกายที่มากกว่าแผ่ลมปราณผลักดาบของเรย์ออก สองเท้าถอยกรูดลากไปกับพื้นวาเศษ
คาซุโอรั้งดาบขึ้นปราดทิ่มแทงติดต่อกันสี่ดาบ สภาวะดาบของคาซุโอะเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดกระบวนท่าออกว่องไวยิ่ง
สี่ดาบนี้เสือกแทงพุ่งครอบคลุมไปทางซ้ายขวากลางล่างกระแสลมจากการเอนชานท์ธาตุเฉือนเสื้อผ้าของเรย์เป็นรอยขาด คมดาบล้วนวาดผ่านผิวเนื้อของเรย์ไปห่างกันไม่เกินครึ่งนิ้ว แต่ไม่ถึงผิวกายแม้แต่น้อย
เรย์ปรากฏรอยยิ้มภายใต้หน้ากากครึ่งหน้าที่ศัตรูไม่อาจมองเห็นเขาขยับดาบตั้งรับเท่าที่จำเป็น เตรียมพร้อมอยู่ตลอดโดยไม่ประมาทหรือเคลื่อนไหวอย่างสูญเปล่าแม้แต่น้อย
ทว่าในมุมมองฝั่งคาซุโอะรู้สึกแค่ว่าอีกฝ่ายตั้งรับกระบวนท่าของเขาได้อย่างเต็มกลืนเพลงดาบดูไม่เป็นกระบวนจึงรั้งดาบในมือตนขึ้นสูงช่วงลงดาบสุดท้าย ฟาดลงใส่เป้าหมายอย่างเต็มกำลัง
เคร้ง! คลื่นลมอันเกรี้ยวกราดวูบสะท้านไปรอบทิศอย่างดุดัน
คาตานะเล่มยาวในมือเรย์ถูกแรงปะทะอันมหาศาลส่งให้แฉลบเบี่ยงออกข้างอย่างไม่อาจฝืนรั้ง
‘ดีละ แขนหมอนั่นสะบัดออกไปจนเปิดช่างว่าง มันกำลังเสียสมดุล’
คาซุโอะเล็งเห็นรอยโหว่ในกระบวนท่าของศัตรูเขม็ง
ทว่าเรย์กลับถอยหลังเพียงหนึ่งก้าวและหมุนตัวใช้ปลอกดาบในมือขวาฟาดทางขวางตำแหน่งสีข้างบีบบังคับจนคาซุโอะต้องดึงดาบกลับมาคุ้มครองกายเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในหนึ่งก้าวย่าง
‘บ้าน่า...หมุนตัวโดยยืมแรงจากการโจมตีของฉันในระยะแค่นี้เนี่ยนะ!?’
ทางด้านกาโต้ถึงกับทึ่งในความยอดเยื่ยมเมื่อเห็นการเคลื่อนอย่างว่องไวและชาญฉลาด เปลี่ยนรับเป็นรุกในเสี้ยววินาที
เรย์กระแทกฝักดาบออกอีกคราหนึ่งทำให้ดาบในมือของคาซูโอะเบนเบือน จากนั้นเหวี่ยงดาบในมือซ้ายพุ่งเข้าปะทะปลายดาบของฝ่ายตรงข้าม จนคาซุโอะถอยกรูดไปสามก้าว
คาซุโอะโยนบางสิ่งสกัดการขึ้นหน้าของศัตรู
เรย์จำได้ว่าสิ่งนี้คือรูนประเภททำลายการมองเห็นชนิดหนึ่งคล้ายระเบิดแสง
การโดนแฟลชสะกดการเคลื่อนไหวต้องหันหน้าเข้าหาศัตรูเท่านั้นเมื่อเห็นคาซุโอะชูรูนออกมาข้างหน้า ไม่รอให้เกิดการทำงาน เรย์ก็รีบเบนสายตาหนี
หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาจำแนกแยกแยะชนิดรูนได้อย่างช่ำชองมากขึ้นแม้จะไม่ทั้งหมด
แต่เห็นได้ว่าคาซุโอะก็ไม่ได้หมายใช้รูนนี้สะกดอีกฝ่ายไว้การใช้รูนประเภทนี้บางครั้งต้องการเพียงเสี้ยววินาทีที่ศัตรูเบนสายตา จากนั้นค่อยฉวยจังหวะที่ศัตรูมองไม่เห็นตนใช้วิชาอื่นแทรกเข้าไป ซึ่งคาซุโอะในยามนี้ก็รวบรวมปราณไว้ที่ฝ่ามือซ้ายพลิกกระแทกออกแว่วเสียงดังปุ๊ประทับใส่หัวไหล่ขวาของเรย์อย่างถนัดถนี่
ร่างของเรย์ถูกพลังฝ่ามือซัดพุ่งหงายไถลไปทางด้านหลังพลิกกลิ้งล้มลงไปกับพื้น
“ยอมรับว่าแกฝีมือดีแต่วิธีเคลื่อนย้ายออร่าลมปราณสลับจู่โจมป้องกันหยั่งกับมือสมัครเล่นแบบนั้นเอาชนะฉันไม่ได้หรอก!”
คาซุโอะมีกำลังภายในฝึกปรือหลายปีเรย์เพียงแต่อาศัยการพลิกแพลงของท่าร่างที่ฝึกฝนจนช่ำชองในด้านกำลังภายในไหนเลยจะเป็นคู่มือของอีกฝ่ายในตอนนี้
“ถือว่าหายกันแล้วนะลุกขึ้นมาไอ้กร๊วก!”