“เจ้ากลัวตายรึเปล่า? หากเจ้ากลัวตาย น้องเย่ซีแล้วเจ้าเตรียมชดเชยให้น้องกู้เฟยยังไง?” ไม่รอให้ถังฮวนได้ตอบ ถังซีก็พูดต่อด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ใคร…. ใครพูด? ใครบอกว่าข้าร้องไห้กัน ข้า ... ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว”กู้เฟยรู้สึกทั้งอายทั้งเคือง นางจ้องมองถังซีตาเขม็ง ใบหน้างามนั้นแดงระเรื่อ นางหันไปมองถังฮวนแล้วก็หันกลับมาเตรียมจะออกจากบริเวณที่พักของผู้ร่วมประลอง ทว่าวิ่งออกไปได้แค่สองก้าวนางก็เกือบจะชนใครบางคน
ผู้ที่นางชนนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมชุดสีดำ ใบหน้าบอบบาง น่ารัก และหล่อเหลามากแต่บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูหมองหม่น มีความกดดันและเย็นชาฉายชัดอยู่ในเววตา ดาบยาวบนไหล่ขวาของเขาดูเหมือนจะสั่นเล็กน้อย แสงสีแดงเพลิงไหวระริกวูบวับเหมือนประกายไฟ เป็นความร้อนแรงที่แผ่ออกมาเป็นระลอกคลื่น
ชายในชุดดำหยุดยืนนิ่ง ๆ หากแต่ทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน
กู้เฟยตระหนักได้ทันทีว่าเป็นสถานการณ์ไม่สู้ดีนักจึงถอยกลับไปสองก้าว อย่างไรก็ตามชายผู้นี้ เพียงขมวดคิ้วแล้วก้าวตามกู้เฟยที่กำลังเดินถอยหลังไปและหยุดยืนอยู่ด้านหน้านางพร้อมกับดาบหนักในมือ
กู้หยิงหัวเราะเบา ๆ "อะไรกันหงเทา รอประลองกับข้าไม่ไหวแล้วรึ จะต่อสู้กับข้าก่อนตอนนี้เลย?"
"กู้หยิง ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาหาเจ้า ออกไปให้พ้นทางข้า!"ชายในชุดดำที่ชื่อหงเทามีสีหน้าหยิ่งผยองกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ สายตาเย็นยะเยือกสองดวงกราดมองผ่านกู้หยิงและกู้เฟย มองข้ามไปข้างหลังของคนทั้งคู่
“ไม่ได้มาหาข้าเหรอ?”กู้หยิงงุนงง เขามองตามสายตาของหงเทาโดยไม่รู้ตัว และเมื่อมองย้อนหลังไปก็เห็นเพียงหงเทากำลังจ้องมองไปที่ถังฮวน ความสับสนก็ปรากฏขึ้นในดวงตาน้องเย่ซีเจ้าไปทำให้ชายจอมยุ่งคนนี้ขุ่นเคืองตั้งแต่เมื่อใดกัน?
ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์ที่อายุต่ำกว่าหรือเท่ากับยี่สิบปีของจักรวรรดิซาหลง หงเทาผู้นี้สามารถติดหนึ่งในสามอันดับแรกได้ และพลังฝึกยุทธ์ของเขาก็มาถึงขั้นสูงสุดของระดับห้าแล้ว มีความแข็งแกร่งเต็มเปี่ยมพอที่จะเอาชนะผู้ฝึกยุทธระดับหกธรรมดา แม้แต่กู้ยิงก็ยังไม่กล้าพูดอย่างเต็มปากว่าสามารถเอาชนะเขาได้เลย
มีถังหลงอยู่ข้างหน้าและหงเทาอยู่ข้างหลัง น้องเย่ซีตกที่นั่งลำบากแล้วล่ะคราวนี้
“หงเทาถ้าเจ้าบอกให้ข้าหลีกทาง ข้าก็ต้องหลีกรึ เจ้าเป็นองค์ชายแห่งจักรวรรดิซาหลงรึก็ไม่ ถึงแม้จะเป็นองค์ชายแห่งจักรวรรดิซาหลง แต่ถ้ากล้ามาหยิ่งผยองต่อหน้าข้าจริง ข้าจะตบเขาเอาจนจำแม่ตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว" กู้หยิงพูดแล้วก็หัวเราะออกมา
"กู้หยิง เจ้าควรไตร่ตรองให้ดี เจ้าสามารถปกป้องคนนึงได้ แต่ไม่อาจปกป้องทั้งสองได้หรอกนะ!"หงเทาหัวเราะเยาะ สายตาของเขามองกู้เฟยที่อยู่ข้างหลังกู้หยิง น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นและเย็นชาแฝงด้วยรังสีฆ่าฟันอย่างแรงกล้า
“นี่เจ้ากล้าขู่ข้าเหรอ?”ดวงตาทั้งสองข้างของกู้หยิงลุกโชนด้วยความโกรธ ขณะที่เขายกดาบหนักในมือขึ้น ไม่ห่างจากกู้หยิงนัก มือเรียวงามของถังซีก็หดลงในแขนเสื้ออย่างเงียบๆ ประกายเย็นชาดูเหมือนจะฉายชัดในดวงตาของเขาเช่นเดียวกัน
กู้เฟยกำหมัดแน่น ดวงหน้างามของนางเต็มไปด้วยความโกรธบังเอิญกู้หยิงกลับไปที่เมืองนู่ลั่งเมื่อไม่นานมานี้ กู้เจียงเฉิงจึงขอให้กู้หยิงพานางออกมาเที่ยวเล่นรอบเขาเฟิงหมิงแห่งนี้ เมื่อมาที่นี่แล้วความแข็งแกร่งของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าอีกไม่นานนางจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธระดับห้าได้
แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังอ่อนด้อยกว่าผู้ฝึกยุทธระดับห้าที่ทรงพลังเช่นหงเทามากนัก
เมื่อก่อนนางไม่ได้ให้ความสนใจกับการฝึกยุทธ์มากนัก แต่ตอนนี้นางเกลียดตัวเองที่อ่อนแอมาก ถ้าไม่ใช่เพราะอย่างนั้นมีหรือนางคงจะถูกคุกคามเหมือนตอนนี้ได้
เห็นอย่างนี้หงเทาก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้ายิ่งฉายให้เห็นความเย้ยหยันที่เพิ่มขึ้น
ในเวลาเดียวกันฝ่ามือขวาของหงเทาซึ่งจับอยู่ที่ด้ามดาบก็ลดต่ำลงเล็กน้อย ขณะที่ดาบแหลมคมเหมือนจะกระดอนจากไหล่เขาขึ้นมา เขาก็ปล่อยพลังโจมตีรุนแรงใส่กู้หยิง ด้านหลังไม่ไกลนักมีชายหนุ่มอีกห้าคนที่ดูเหมือนจะถูกเรียกตัวมา พวกเขารุดมาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเอง ทั่วบริเวณก็เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืน
ด้านนอกบริเวณที่พัก ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนได้เห็นสถานการณ์ตึงเครียดนี้แล้ว ทว่านอกเหนือจากความอยากรู้อยากเห็นแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนในบริเวณที่พักกลับยังมีท่าทีเบิกบาน
ในเขาภูเขาเฟิงหมิงนี้ ชื่อเสียงของกู้หยิงและหงเทานั้นโด่งดังอย่างมากถ้าเป็นผู้ที่อยู่บริเวณภูเขาเฟิงหมิงหรือเมืองฟีนิกซ์มาสักระยะเวลาหนึ่ง มีผู้ฝึกยุทธ์น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของสองคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นกู้หยิงหรือหงเทา ทั้งคู่ได้มาถึงขั้นสูงสุดของระดับห้ามานานแล้ว
ความจริงด้วยสภาพของพวกเขา ทั้งคู่น่าจะสามารถหลอมรวมวงล้อชีพจรวิญญาณอันที่สามได้นานแล้วสาเหตุที่ไม่อาจพัฒนาได้ต่อนั้น เพราะทั้งคู่ต้องการควบคุมจิตวิญญาณของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถยกระดับวงล้อชีพจรวิญญาณขึ้นสู่จุดสูงสุดในขั้นผู้ฝึกยุทธระดับหกได้ เพราะนั่นจะส่งผลให้ความยากลำบากในการเป็นปรมาจารยุทธ์ระดับเจ็ดในอนาคตง่ายดายขึ้น
ในภูเขาเฟิงหมิงแห่งนี้มีผู้ฝึกยุทธ์มากมายใช้วิธีการเช่นเดียวกับพวกเขา
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนที่เข้าสู่รอบที่สองของการประลองยุทธ์นี้ กู้หยิงและหงเทานับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง นอกจากนั้นก็มีไม่กี่คนที่ใกล้เคียงกับพวกเขา และก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยากเจอพวกเขาในการแข่งขันรอบที่กำลังจะมาถึง
“พี่กู้ ระงับโทสะเถิด เรื่องนี้ยกให้ข้าจัดการเถอะ”ขณะที่ทุกคนเตรียมจะชมการแสดงดี ๆ ถังฮวนก็เข้ามาตบไหล่กู้หยิงเบาๆ แล้วก้าวออกมาจากด้านหลังเขาด้วยรอยยิ้ม หันหน้าไปจ้องหงเทาโดยตรง
“น้องเย่ซี เจ้า...”กู้หยิงถึงกับผงะตกใจ ใบหน้าสะสวยของกู้เฟยก็กลายเป็นซีดเผือดลง ถังซีขยับเข้าใกล้หงเทาอย่างเงียบเชียบ ในแขนเสื้อของเขาดูเหมือนจะมีแสงสีเขียวกะพริบวิบวับอยู่
“เจ้าคือหงเทาสินะ?”ไม่รอให้กู้หยิงพูดจบ ถังฮวนก็คลี่ยิ้มอย่างไม่ไยดีให้
"ข้าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน...เดาว่าเจ้าเป็นพี่ชายของหงจิน?"
เมื่อถังฮวนถูกเรียกชื่อขึ้นมาก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้มาที่นี่เพื่อตามหาตนวันนั้นในถ้ำศิลาโลหิต หงจินใช้ชื่อพี่ชายคนรองของตนที่ชื่อหงเทามาข่มขู่ถังฮวน เมื่อเห็นว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปบนร่างกายของหงจินหลังจากที่เขาตาย ถังฮวนรู้เลยว่าหงเทาที่ว่าจะมาหาเขาไม่ช้าก็เร็ว เป็นดังคาดไม่นานหลังจากการประลองรอบแรกจบลงเขาก็ปรากฏตัวขึ้น
"เย่ซี เจ้าฆ่าน้องชายข้าใช่หรือไม่?" ใบหน้าของหงเทาเย็นชามาก แทบจะเค้นคำพูดลอดไรฟันของเขาออกมา
"ถูกแล้ว หงจินตายภายใต้หอกอัคคีของข้าเอง!"
“น้องชายของเจ้าร่วมมือกับหยวนเซียงและหยุนฮุ่ย พวกเขาฆ่าผู้ฝึกยุทธ์หลายสิบคนที่ยอดเขาโลหิตอัคนี แล้วตั้งเป้ามาที่ข้า ดังนั้นข้าทำได้แค่เรียนรู้จากพวกเขาที่เป็นโจร ให้พวกเขาได้ลิ้มรสของการถูกปล้นและฆ่ากลับไปบ้างก็เท่านั้น”
เมื่อกู้หยิง ถังซีและกู้เฟยได้ยินเรื่องนี้ก็ตกตะลึงไม่น้อย จากนั้นพวกเขาจึงได้รู้ว่าทำไมหงเทาถึงมาหาพวกเขา
ถังฮวนหยุดเพียงครู่หนึ่งจึงถามเรื่องที่ยังข้องใจ "ยังไงก็เถอะ ข้าอยากรู้นิดหน่อย เจ้ารู้ได้ยังไงว่าน้องชายของเจ้าถูกข้าสังหาร"
"ดี ยอมรับแล้วสินะ เจ้าอยากรู้ว่าทำไมข้าถึงตามหาเจ้าขนาดนี้ งั้นข้าจะให้เจ้าตายซะ!"
ทันใดนั้นเขาก็หยิบลูกบอลสีขาวออกมาจากอกเสื้อ มันมีขนาดประมาณไข่ มีประกายเหมือนหยก มันวาวจนสะท้อนให้เห็นใบหน้าพร่าเลือนที่อยู่ข้างใน ถึงจะไม่ชัดนักแต่ก็ยังสามารถบอกได้ว่าใบหน้าของคนผู้นั้นคือถังฮวน
-โปรดติดตามบทต่อไป-