ออกจากโรงพิมพ์เฮียฮั้ว
มาได้ก็เป็นช่วงโรงเรียนเลิกแล้ว เด็ก ๆ ที่ไปโรงเรียนก็จะวิ่งมารอพ่อกับแม่ขายของเป็นช่วงเวลารวมตัวกันของแก๊งแข่งรถประจำตลาดนั่นแหละไตเติ้ลจึงเจตนาพาลูกพลับมาสวัสดีปีใหม่กับเพื่อน ๆ ในช่วงเวลานี้
เด็ก ๆ พอได้ของขวัญปีใหม่จากลูกพลับเป็นรถแข่งสวยๆ ราคาแพงกว่าห้าบาทก็ดีใจกันยกใหญ่
อ่ะนะ ของเล่นพวกนี้มันก็ไม่ได้แพงอะไรมากหรอกคันละสิบห้ายี่สิบ ก็แค่ให้เด็ก ๆ รู้สึกได้ถึงความสเปเชี่ยลว่าตัวเองได้ของขวัญปีใหม่ก็เท่านั้น
ช่วงปีใหม่อย่างนี้เห็นเด็ก ๆ ที่ตลาดได้รับของขวัญแล้วดีอกดีใจอยู่ ๆ ภานุวัฒน์ก็เกิดคิดถึงแก๊งเด็กขอทานที่หน้าห้างเวิลด์เทรดขึ้นมาพอลูกชายสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแก๊งซิ่งรถจนหนำใจแล้วชายหนุ่มจึงชวนลูกพลับไปเที่ยวห้างเวิลด์เทรดเซนเตอร์อีกครั้ง
“ลูกพลับจะไปเวิลด์เทรด ลูกพลับชอบนั่งรถเมล์ครับ”
เด็กชายพอรู้ว่าป๊ะป๋าจะชวนไปเที่ยวห้างที่ไกลจากบ้านก็ดวงตาเป็นประกายเดินกึ่งวิ่ง กึ่งกระโดดโลดเต้นนำหน้าพ่อตัวเองไปว่องไว
“เดินระวัง ๆ ครับลูกพลับ เดี๋ยวก็ล้มกันพอดี” ไตเติ้ลปรามอย่างไม่ได้จริงจังเท่าไรนัก
สังเกตดูลูกพลับสองวันมานี้เด็กน้อยดูร่าเริงสดใสมากเกินปกติไปสุดมากๆ
ไม่สิตามปกติแล้วเด็กวัยนี้ก็ควรจะต้องร่าเริงปวดประสาทประมาณนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าปกติ
ก่อนหน้านี้ดูเรียบร้อยหงอ ๆ เกินเด็กวัยเดียวกันมากไปนิดจะคิด จะเดิน จะวิ่ง จะทำอะไรก็ต้องคอยระวังตัวว่าจะถูกพ่อดุไหมจะโดนผู้ใหญ่ตีหรือเปล่า
แต่ดูตอนนี้สิ คิดจะวิ่งก็วิ่งพรวดพราดไปเลยพอดีใจก็กระโดดโลดเต้นออกมาเลย ไม่ดูหงอเรียบร้อยและเก็บความรู้สึกมากจนเกินเหตุเหมือนอย่างก่อนหน้านี้
มุกบอกลาบ้านหลังเดิมกับพ่อเลว ๆ นั่นคงจะช่วยเยียวยาจิตใจเด็กชายได้มากพอดูพอย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ลูกพลับถึงได้ร่าเริงดูเป็นเด็กมีความมั่นใจมากขึ้นมาจากหน้ามือเป็นหลังมือเสียขนาดนี้
ไตเติ้ลยังสังเกตได้อยู่หลายครั้งว่าบางทีเจ้าตัวแสบนี่ก็แกล้งซนเพื่อวัดปฏิกิริยาของเขาดูว่าจะตวาด ของขึ้น และทุบตีลูกตัวเองอีกหรือเปล่า แต่ว่านะ...
ลูกพลับเอ๊ย… ลูกพลับ
ไอ้พ่องเดชนิสัยเลวที่ชอบแหกปากตวาดคนอื่นนั่นน่ะมันตายไปตั้งนานแล้ว
เจ้าพ่อใหม่ไส้ในชื่อไตเติ้ลคนนี้อย่าว่าแต่แหกปากหรือตบตีเลยแค่พูดเสียงดังเกินกว่าปกตินิดเดียวป๊ะป๋ายังรู้สึกว่าเหนื่อยจะตะเบ็งเสียง
ใครที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ขี้เกียจแหกปากตะโกนเสียงดังน่ะรอให้ถึงวัยสี่สิบกว่า รับ PM2.5เข้าไปเต็ม ๆ ปอดแล้วป่วยเป็นโควิดสักรอบสองรอบเดี๋ยวก็จะเข้าใจได้เองนั่นแหละ
ไปถึงห้างเวิลด์เทรดเซนเตอร์ได้ลูกพลับก็กระโดดนำป๊ะป๋าลงจากรถเมล์วิ่งพรวดเข้าไปในห้างจนคนเป็นพ่อแทบจะวิ่งตามไม่ทัน
ตอนนี้ชักจะเสียใจขึ้นมาเล็ก ๆ เสียแล้วสิที่เจ้าเด็กนี่ฟื้นคืนสภาพกลายเป็นเด็กสามัญมนุษย์ทั่วไปควรจะแกล้งดุด่าสักหน่อยให้จ๋อยลงไปบ้างกว่านี้ดีไหมเนี่ยเผื่อจะกลับมาเลี้ยงง่ายขึ้นอีกสักนิด
แต่ก็อีกแหละ...
บอกแล้วว่าไอ้เรื่องทารุณกรรมเด็กพวกนี้มันไม่ใช่วิสัยของนายไตเติ้ลจะให้ไปฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองคงจะลำบากพอคิดคำนวณเบ็ดเสร็จดีแล้วชายหนุ่มก็ทรุดฮวบนั่งลงไปกับพื้นห้างแล้วแกล้งหอบหายใจแรงๆ เหมือนคนจะเป็นลม
เจ้าตัวเล็กเห็นพ่อตัวเองไม่สบายก็วิ่งจู๊ดกลับมาหาในทันที
"ป๊ะป๋าเป็นอะไรครับป๊ะป๋าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ"
ลูกพลับถามพ่อตัวเองด้วยท่าทีเลิ่กลั่กลุกลี้ลุกลน
"ลูกพลับวิ่งเร็วมากป๊ะป๋าวิ่งตามไม่ทันก็เลยจะเป็นลมแล้วครับ"ภานุวัฒน์ทำมารยาหลอกล่อลูกชาย
หึ! วิธีนี้น่ะต้องขอบคุณคุณนายทองกาวเชียวนะที่เป็นต้นไอเดียคอยหลอกล่อเขาเมื่อตอนยังเด็กจนเด็กที่ถูกหลอกจำได้ขึ้นใจ
แต่ถึงจะจำได้แล้วยังไงล่ะกว่าจะมารู้ตัวว่าถูกแม่หลอกก็เติบโตขึ้นมาพ้นวัยกำลังวิ่งไปแล้วจะกลับไปวิ่งซนรอบห้างแก้แค้นย้อนหลังมันก็ดูจะเหนื่อยตัวเองเกินไปไม่น้อยสุดท้ายแล้วก็เลยได้แต่ปลงว่าช่างมันไปเถอะ
"ลูกพลับไม่วิ่งแล้วครับ ป๊ะป๋าอย่าเพิ่งเป็นลมนะ"เด็กชายใช้ฝ่ามือเล็ก ๆ ลูบหลังปลอบบิดา
'ว้อยยยย น่ารักชะมัดเลย'
ไตเติ้ลแอบสครีมอยู่ในใจคิดแล้วเชียวว่าแผนแกล้งเป็นลมจะต้องใช้กับลูกพลับที่เป็นเด็กดีรักป๊ะป๋ามากที่สุดได้ผลแน่ๆ
"ถ้าลูกพลับวิ่งในห้างเร็วขนาดนี้มันก็อาจจะทำให้คนอื่น ๆ รำคาญ แล้วเขาก็จะมาต่อว่าป๊ะป๋าเอาด้วยล่ะครับ"
ไหน ๆ ก็ได้ใจลูกชายมาแล้วป๊ะป๋าจึงหยอดลูกอ้อนให้อีกสักหน่อย
"จริงเหรอครับ" เด็กชายถามด้วยหน้าตาเป็นกังวล
"จริงสิครับ" ภานุวัฒน์พยักหน้ารับด้วยสีหน้าสลด
"งั้นคราวต่อไปถ้าเข้ามาในห้างลูกพลับจะไม่วิ่งแล้วครับจะเดินอยู่ใกล้ ๆ ป๊ะป๋าแล้วก็คอยดูแลไม่ให้ป๊ะป๋าเป็นลมนะครับ"
เด็กชายยังลูบหลังปลอบพ่อด้วยหน้าตาจริงจัง
"ขอบคุณมากเลยครับลูกพลับของป๊ะป๋าเป็นเด็กดีที่สุดในโลกเลย"
คนเป็นพ่อขอบคุณแล้วก็ลูบหัวลูกชายเข้าให้ลูกพลับที่ถูกพ่อชมก็ยิ้มหน้าบานแฉ่งด้วยความดีใจจนคับห้างไปหมด
ไตเติ้ลพาลูกพลับไปทานอาหารเย็นที่ร้านในห้างเสร็จแล้วก็แวะเข้าไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของห้างอิเซตันซื้อช็อกโกแลตกับขนมคุกกี้หลากหลายยี่ห้อมาด้วย
ตอนที่เดินออกมาจากห้างก็ได้เห็นแก๊งเด็กขอทานวิ่งเข้ามาหาประหนึ่งว่าคิดถึงกันอย่างสุดๆ จริงดังความคาดหมาย
เด็กพวกนี้จำหน้าคนที่เลี้ยงไอศกรีมให้กับพวกตนได้อย่างไม่มีวันลืมและก็วิ่งเข้ามาหาโดยไม่หวังอยากจะได้เงินแค่เผื่อว่าโชคดีจะได้กินขนมฟรีอีกสักครั้ง
และทันทีที่มาหยุดอยู่หน้าไตเติ้ลได้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มแจกขนมที่ซื้อมาจากในห้างเจ้าเด็กตัวโตสุดในกลุ่มที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กขอทานก็ชี้มือไปยังรถขายขนมริมทางเท้าร้านหนึ่งฉับพลัน
“ลุง เลี้ยงเค้กหน่อยสิ”
เจ้าเด็กขอทานเอ่ยขอทานด้วยน้ำเสียงอันฉะฉาน
‘ตูจะไม่เลี้ยงก็ตรงคำว่าลุงนี่แหละ ไอ้เด็กเวรพวกนี้’
ภานุวัฒน์ได้แต่แอบหลั่งน้ำตาอยู่ในใจ
“ป๊ะป๋าของลูกพลับยังหนุ่ม อายุยี่สิบเจ็ดเองห้ามเรียกป๊ะป๋าว่าลุงนะ” เด็กน้อยรีบออกโรงปกป้องพ่อทันที
“อ้าว เห็นมีลูกแล้วก็นึกว่าแก่อ่ะ” เจ้าเด็กขอทานทำหน้างง
“เค้กอะไรล่ะ ที่บอกว่าอยากกิน?”
ภานุวัฒน์ถามอย่างไม่ใส่ใจที่ถูกกล่าวหาว่าแก่
พยายามคิดปลอบตัวเองอยู่ในใจว่าเอาเถอะเน๊อะ… เด็กๆ วัยนี้ เห็นใครแก่กว่าตัวเองก็คงจะเรียกว่าลุงกันหมดนั่นแหละ
“เค้กรถเข็นตรงนั้นไง เจ้าใหม่ มาขายได้หลายวันแล้วน่ากินมาก ๆ พวกผมไม่มีเงินซื้อ ขอใครก็ไม่มีใครใจดีเหมือนพี่ชายเลยสักคน”
เจ้าเด็กหัวหน้าแก๊งเปลี่ยนคำเรียกทำเป็นประจบเพื่อกินของฟรี
ไตเติ้ลหันไปมองตามทิศทางที่นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปรถเข็น? ไม่ใช่ล่ะนั่นมันมอเตอร์ไซต์พ่วงขายขนมแล้ว เยอะขนาดนั้นสงสัยจะรับมาจากโรงงานสินะ
“อะ… อยากกินก็ได้ นำทางไปเลย”
ไตเติ้ลรับคำพร้อมตบกระเป๋าที่เริ่มฟีบแล้วเบา ๆ เด็กหนอเด็กอุตส่าห์ซื้อช็อกโกแลตนำเข้าแบรนด์นอกอร่อย ๆ มาให้ดันอยากจะกินเค้กโรงงานซะได้นี่
ไอ้เรื่องจะดึงดันแจกช็อกโกแลตโดยไม่เลี้ยงขนมเค้กมันก็ทำได้อยู่หรอกแต่ร้านก็มาขายตรงนี้อยู่ทุกวัน เจ้าพวกเด็ก ๆ ต้องนั่งมองขนมพวกนั้นทุกวันโดยไม่มีโอกาสได้ชิมถ้าเพิกเฉยปล่อยให้เป็นอย่างนั้นก็ดูว่าจะใจร้ายจนเกินไป
‘สาาาาาธุ คุณพระคุณเจ้า คุณพระพรหม พระคเณศพระตรีมูติ สารพัดพระที่กระผมจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ณ สี่แยกสงครามมหาเทวะในแถบนี้ถ้าเด็กพวกนี้เป็นเด็กจากแก๊งขอทานจริง ๆ ก็ขออย่าให้ความเผือกเลี้ยงขนมเด็กในวันนี้นำพาความซวยมาถึงลูกพลับตัวน้อยๆ ของกระผมได้เลยนะครับ’
ชายหนุ่มเดินตามเจ้าเด็กหัวหน้าแก๊งไปก็คิดอธิษฐานอยู่ในใจไปด้วยมีแสงสีขาวที่อยู่ ๆ ก็สว่างขึ้นมาวูบหนึ่งสาดใส่หน้าเขาจากที่ไหนก็ไม่รู้
แล้วอยู่ ๆ แสงนั้นก็พุ่งไปล้อมอยู่รอบตัวของลูกพลับจนดูเหมือนเด็กน้อยเปล่งแสงสีขาวจาง ๆ ที่ไม่มีใครมองเห็นและเจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกตัวเสียด้วยว่ามีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อภาพอย่างนี้ปรากฏขึ้นอยู่ต่อหน้าก็สรุปเอาเป็นไตเติ้ลขอเหมาว่าแสงสีขาวนั้นเป็นสัญญาณตอบรับจาก
หมายเลขที่เติ้ลเรียกก็แล้วกันนะ.