“โอ้…..งั้นคุณตำรวจคงมาถูกจังหวะ เพราะเมื่อกี้นี้ คุณแอนได้มากับไอ้หนุ่มคนหนึ่งท่าทางดูไม่น่าไว้วางใจสุดๆ และมันกำลังนัวเนียอยู่กับเด็กสาวอีกคน ”ร.ป.ภ.สูงวัยรีบฟ้องทันควัน เพราะอิจฉาที่หรั่งได้สวิ้งกิ้งกับสองสาวสวย
“ งั้นดีเลยลุงพอจะบอกได้มั้ยว่าคุณแอนพักอยู่ห้องไหน ผมจะได้ตามไปรวบตัวไอ้หนุ่มคนนั้น ”นายตำรวจหนุ่มร่างสูงยิ้มรับ ก่อนจะไถ่ถาม ซึ่ง ร.ป.ภ.สูงวัยก็พร้อมให้ความร่วมมือแต่ในขณะที่จะอ้าปาก เขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่าง
“ เอ๊ะ!เดี๋ยวนะ คุณตำรวจบาดเจ็บอยู่รึเปล่า ”
“ทำไมลุงถามแบบนั้น ” นายตำรวจร่างสูงสะดุดเล็กน้อย ดวงตาคมเปล่งประกายแวววาวทำให้ดูคล้ายเสือร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ
“ก็…..มีเลือดหยดใหญ่เปื้อนปกเสื้ออยู่ และถ้าคุณตำรวจไม่ได้บาดเจ็บแล้วคราบเหล่านั้นเป็นของใคร ” ร.ป.ภ.สูงวัยถามเสียงสั่น
นายตำรวจหุบยิ้ม แล้วยืนนิ่ง สีหน้าแลเรียบเฉย ทำให้ ร.ป.ภ.สูงวัยร้อนใจและเริ่มตั้งตัวเป็นศัตรู
“ระ…หรือว่าคุณจะไม่ใช่ตำรวจจริงๆ สรุปแกเป็นมิจฉาชีพปลอมตัวมาใช่มั้ย ”
“ชู่ว…..อย่าพูดดังไป ผมเป็นตำรวจจริงๆ ไม่สิ น่าจะพูดว่า…เคยเป็นมากกว่า ”นายตำรวจหนุ่มยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ยกมือขึ้นจุ๊ปาก เป็นเชิงบอกให้ผู้สูงวัยสงบ แต่ร.ป.ภ.ร่างเล็กกลับโวยดัง
“ เฮ้ย!มึงเป็นโจรนี่หว่า มาทางไหนไปทางนั้นเลย ไม่งั้นกูจะ…..”
“ไม่งั้น จะตีกูด้วยไม้กระบองง่อยๆของมึงหรือ ”นายตำรวจร่างสูงเริ่มสำแดงสันดานที่แท้จริงออกมา ใบหน้าเหี้ยมเกรียมจนร.ป.ภ.สูงวัยเริ่มหงอ แต่เพื่อรักษาหน้าที่ เขาจึงจำต้องข่มความกลัวแล้วฟาดกระบองลงมาเต็มแรง
“ร่วงไปซะเถอะ มึง ”
“ปึก…..”
เสียงไม้กระบองกระทบศีรษะดังสนั่น ร.ป.ภ.สูงวัยเลยคาดว่าดาเมจครั้งนี้น่าจะทำอีกฝ่ายถึงกับหัวแตกได้ง่ายๆ ทว่า……นายตำรวจร่างสูงกลับยืนเฉยพร้อมส่งประกายอาฆาตผ่านสายตา
“ ไอ้แก่มึงมีปัญญาแค่นี้หรือวะ ”
“ เฮ้ย!เเม่งทนได้ไง ทั้งที่กูก็ฟาดลงมาเต็มแรง ” ร.ป.ภ.สูงวัยทั้งตกใจและหวาดกลัวเพราะไม่น่ามีมนุษย์คนไหนทนแรงปะทะระดับนี้ได้แต่นายตำรวจร่างสูงกลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังกระชากไม้กระบองออกจากมืออย่างง่ายดาย
“เฮ้ย….อย่าทำบ้าๆนะโว้ย ไม่งั้นกูก็จะไปแจ้งตำรวจ ” ร.ป.ภ.สูงวัยหันมาขู่เพราะไร้อาวุธในมือ แต่กายผอมบางกลับสั่นอย่างรุนแรง เนื่องจากเขากำลังหวาดกลัว
“เออ….เชิญเรียกมาทั้งโรงพักเลย กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกมันจะทำอะไรได้ ”นายตำรวจร่างสูงกระชากเสียงเหี้ยม จากนั้นก็ทำเรื่องอัศจรรย์ ด้วยการหักไม้กระบองท่อนเขื่องราวกับว่ามันเป็นเพียงไม้จิ้มฟันที่แสนเล็กจิ๋ว
“เหวอ…..” ถึงตรงนี้ ร.ป.ภ.สูงวัยรู้แล้วว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่คนธรรมดาเพราะนอกจากจะทนทานประหนึ่งสัตว์ป่า ยังมีพละกำลังมหาศาลอีกต่างหากเขาจึงเลือกที่จะ….หนี
“อยู่ไม่ได้แล้วโว้ย….. ต้องรีบหนี ”
แต่ในทันทีที่ ร.ป.ภ.สูงวัยหันหลัง เขาก็พบกับ…….สาวยุโรปผิวขาวนางหนึ่งแม้ใบหน้าเธอจะงดงาม แต่ก็ขาวซีดไม่ต่างจากซากศพ แถมดวงตาก็แดงก่ำและมีเขี้ยวยาวโผล่ออกมาตรงมุมปาก แต่ที่น่าสะพรึงที่สุดก็คือ…..เลือดแดงสด ซึ่งชุ่มโชกอยู่บนชุดราตรีที่สวมใส่
“เหวอ….ปีศา…..” ร.ป.ภ.สูงวัยเกิดสติแตก และเตรียมแหกปากเสียงดังแต่ไม่ทันหลุดคำว่า…ปีศาจออกมา อสูรสาวก็ยื่นสองบางมาจับศีรษะจากนั้นก็บิดอย่างรวดเร็ว ส่งให้ผู้อาวุโสถึงกับคอหักในบัดดล
“กร๊อบ…..”
“ ตุบ…”
ร.ป.ภ.สูงวัยร่วงล้มลงไปนอนกองกับพื้น ดวงตาเหลือกลานด้วยความหวาดกลัวแถมยังไร้แวว ทำให้รู้ว่าคนผู้นี้ได้ไร้ชีวิตไปแล้ว
พอเด็ดชีพชายชราเสร็จ หญิงสาวในชุดราตรีโชกเลือด ก็หันมาส่งสายตาใส่นายตำรวจร่างสูงเป็นเชิงตำหนิ
“เป็นเพราะเจ้าเลินเล่อ ให้มนุษย์เห็นพิรุธ จึงเกือบเกิดเหตุวุ่นวายและถ้าเจ้าแก่นี่รอดไปได้ แผนของพวกเราคงจะล้มเหลว ”
“ หึ หึหึ ไม่เอาน่า นายหญิง ต่อให้มนุษย์รู้เรื่องของเรา แล้วพวกมันจะทำอะไรได้ว่าตามตรง ข้าอยากจะฆ่ายกคอนโดเสียด้วยซ้ำ ” นายตำรวจแสยะยิ้มหื่นๆทำให้รู้ว่าอมนุษย์ตนนี้คงไม่คิดแค่เรื่องปลิดชีพเป็นแน่
“ ลำพองเกินไปถึงเจ้าจะได้พลังของเผ่าพันธุ์มา ก็ไม่อาจกำราบมนุษย์ได้ ” สาวยุโรปออกโรงปรามด้วยเห็นว่าอีกฝ่ายยังอ่อนต่อโลกใหม่ที่เพิ่งสัมผัส
“ ทำไมจะไม่ได้พวกมนุษย์ที่แสนอ่อนแอ ไม่มีทางทำอันตรายเราได้อยู่แล้ว ” นายตำรวจร่างสูงโต้เถียงเพราะเดือดดาลจนลืมไปว่าตนเองมีสถานะเพียงข้าทาส แต่อมนุษย์สาวไม่ถือสาทั้งยังพยายามทำให้เขาคลายโทสะลง ด้วยการงัดเหตุผลขึ้นมาอ้าง
“ใจเย็นๆ เจ้าดูแคลนมนุษย์เกินไป ในฐานะที่เจ้าเคยเป็นพวกมันมาก่อนก็พอจะรู้ว่าไอ้เศษเนื้อเหล่านั้นฉลาดเป็นกรด สามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆแถมยังประดิษฐ์อาวุธร้ายขึ้นมามากมาย ”
“ ใช่ถึงมนุษย์จะมีปืน แต่ก็ฆ่าเราไม่ได้ มิหนำซ้ำ กว่ามันจะงัดสิ่งนั้นขึ้นมายิงเราก็เด็ดหัวของพวกมันได้แล้ว ด้วยเหล่าแวมไพร์รวดเร็วเหลือประมาณ ”นายตำรวจร่างสูงยังคงถกเถียง เพราะมั่นใจในกำลังและความเร็วของตนเอง
“อืม…ที่เจ้าพูดมา ก็ถูก แต่ถ้าวันนึงพวกมนุษย์แก้ลำด้วยการคิดค้นอาวุธที่ใช้กำจัดเผ่าพันธุ์ของเราขึ้นมาได้ล่ะ ”หญิงยุโรปหน้าขาว เริ่มกอดอก พลางให้แง่คิด
“ แล้วพวกมันจะคิดของแบบนั้นขึ้นมาได้ยังไงเอ๊ะ! ไม่สิ มันอาจทำได้ ” นายตำรวจร่างสูงเริ่มเอะใจเพราะจากความทรงจำในช่วงที่ยังมีชีวิต บอกให้รู้ว่ามนุษย์นั้นร้ายกาจเเค่ไหน
“ หึ หึหึ นอกจากต้องระวังเผ่าพันธุ์มนุษย์ เรายังมีจุดอ่อนอีกอย่าง ” สาวยุโรปเสริม
“อะไรหรือครับ นายหญิง ” นายตำรวจร่างสูงกลับมานอบน้อมอีกครั้ง เพราะเขาเริ่มได้สติไม่บ้าเลือด คิดจะลุยท่าเดียวเหมือนตอนแรก
สาวสวยแดนยุโรปเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาอันมืดมิด ดวงตาฉายประกายอาวรณ์ประมาณว่าสิ่งที่กำลังพูดถึง เป็นอันตรายและยอดปรารถนาในเวลาเดียวกัน
“สิ่งนั้นก็คือ….แสงอาทิตย์ในยามเช้า ”
“โอ้ว….ทำไมผมไม่นึกแปลกใจเลย เพราะมันคือสูตรสำเร็จในหนังแวมไพร์ที่เคยดู ”นายตำรวจร่างสูงแสร้งตกใจ เพราะเขาไม่ใคร่ศรัทธาเรื่องนี้เท่าไหร่นัก
“นั่นเป็นเพราะเจ้าเพิ่งกลายพันธุ์ เลยไม่เชื่อว่าแสงอรุณสามารถฆ่าเจ้าได้อย่างง่ายดาย” สาวยุโรปยิ้มเล็กน้อย ก่อนหันไปสนใจในประเด็นที่สำคัญ
“ เอาล่ะเราเสียเวลามากไปแล้ว ไปจัดการกับเหยื่อที่หมายตาเถอะ ”
“ได้ครับ นายหญิง ผมขอเข้าไปค้นหาข้อมูลในป้อมยามก่อนบางทีเจ้าแก่นั่นอาจจดข้อมูลของนังแอนเอาไว้ จะได้รู้ว่าพวกมันอยู่ห้องไหน ”นายตำรวจรับคำ แต่ก่อนจะขยับ สาวยุโรปก็ทัดทาน
“ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนั้นหรอก ขอเวลาให้ข้ารวบรวมสมาธิแผล็บนึง ”
“นายหญิงจะทำอะไรหรือครับ ” นายตำรวจร่างสูงเริ่มสงสัยเพราะเขาเพิ่งเป็นนักล่ายามราตรีได้ไม่กี่ชั่วโมง จึงมีเรื่องที่ไม่รู้เป็นกะตั้ก
“ชู่ว….เงียบ ขอเวลาให้ข้าชั่วครู่ ” ปีศาจสาวปรามเบาๆ ก่อนจะหลับตาลง เพื่อสงบใจ
แม้ตำรวจร่างสูงจะไม่รู้ว่านายหญิงกำลังทำอะไร แต่เขาก็ยอมปฏิบัติตามและทนรออย่างตั้งใจ
“นายหญิงคิดจะทำอะไรกันแน่นะ ”
พอปีศาจสาวตั้งสติได้มั่นคง ทุกกระแสเสียงที่อยู่ในคอนโดก็วิ่งแล่นเข้าสู่โสตประสาททำให้เจ้าหล่อนรู้ว่าห้องไหนเปิดทีวีช่องอะไร ถกเถียงกันเรื่องไหนหรือแม้กระทั่งเสียงหยอกล้อระหว่างหรั่งและสองสาว
“ข้ารู้แล้ว พวกมันอยู่ในลิฟต์ จุดหมายก็คือห้อง717 ”
“หือ….จริงหรือครับ นายหญิงรู้ได้ยังไง ” นายตำรวจเลิกคิ้วสูง ดวงตาฉายแววฉงน
“ หึ หึหึ ข้าได้ยินเสียงพูดคุยของพวกมัน ” สาวยุโรปตอบเบาๆ มุมปากยิ้มเล็กน้อยเป็นเชิงขบขัน เพราะบทรักที่หรั่งได้เพ้อให้สองสาวฟัง ดูชวนหัวอยู่เหมือนกันแต่นายตำรวจไม่สนใจ พร้อมถามกลับโดยเร็ว
“และผมจะสามารถทำแบบนายหญิงได้หรือไม่ ”
สาวยุโรปหันไปมองนายตำรวจร่างสูงแวบนึง ก่อนจะให้คำตอบที่ดูกำกวม
“ ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะพัฒนาได้ไกลแค่ไหนแล้วเจอกันที่ชั้นบน ”
ทันทีที่สาวยุโรปพูดจบ ใบหน้าของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดปีกค้างคาวขนาดใหญ่งอกจากลางหลัง ทำให้ร่างสูงระหงลอยขึ้นไปบนกลางอากาศก่อนจะบินไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ นั่นก็คือ…ห้องพักของแอน
“โห….เหาะไปอีกแล้ว เอาเปรียบกันชัดๆ ” นายตำรวจรู้สึกขัดเคืองเพราะเขาเพิ่งกลายพันธุ์ได้ไม่นาน จึงไม่มีสกิลที่ล้ำลึกแบบนี้เลยได้แต่บ่นพึมพำเบาๆ เป็นเชิงน้อยใจ
“ที่สำคัญ นายหญิงไม่ยอมพาผมไปด้วย ปล่อยให้เดินขึ้นบันไดตามลำพัง ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
