37 1-2
ตอนที่59 ปะทะไป๋หลี่หาน (1)
เอื้อมมือออกไปคว้ากาน้ำชาอันนั้นที่อยู่ในมือของสาวรับใช้ในวังคนนั้นขึ้นมาเอนตัวใช้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นเล็กน้อย ภายในกลิ่นชาอ่อนๆคล้ายว่ามีกลิ่นคาวเจือผสมอยู่บาง เซียถงเงยหน้าขึ้นมองสาวรับใช้เบื้องหน้าเอ่ยถามด้วยวาจาแสนนุ่มนวลขึ้นว่า
“ใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้?”
ใบหน้าอันบอบบางของสาวรับใช้ในวังแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวลงในทันใดแต่นายังคงข่มกลั้นความตื่นตระหนก ปั้นหน้าใสซื่อบริสุทธิ์เอ่ยถามขึ้นว่า
“เอ๊ะ? คุณหนูเซียหมายความว่าอย่างไรรึเจ้าค่ะ? หากคุณหนูเซียยังไม่พอใจกับชาในกาใบนี้เช่นนั้นบ่าวจะรีบนำไปเปลี่ยนให้ใหม่เจ้าค่ะ”
กล่าวจบนางก็รีบเหยียดมือไปทางกาน้ำชาที่เซียถงกำลังถืออยู่ และพยายามแย่งเอาคืน
แต่ไม่ว่าสาวรับใช้นางนั้นจะออกแรงดึงมากแค่ไหนกาน้ำชาในมือเซียถงกลับไม่แม้แต่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด สีหน้าแววตายังคงยิ้มแย้มเซียถงกล่าวต่อว่า
“ข้าจะถามอีกครั้งใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้? เมื่อครู่เจ้าเองก็เห็นว่าทัศนคติของฝ่าบาทที่มีต่อข้าดีมากน้อยเพียงใดและหากข้านำกาน้ำชาใบนี้ไปมอบแก่ฝ่าบาท และพบว่าภายในนี้มียาพิษ ต่อให้เจ้ามีสิบหัวเกรงว่าก็ยังไม่พอให้ตัดทิ้ง”
กล่าวมาถึงจุดนี้เซียถงโน้มตัวเข้าใกล้สาวรับใช้นางนั้นกระซิบข้างหูพร้อมกับรอยยิ้มที่มิใช่รอยยิ้มอีกต่อไปว่า
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่กลัวตายแต่ก่อนที่นำเจ้าไปประหาร ข้าจะให้เจ้าเห็นคนในครอบครัวของเจ้า ค่อยๆถูกทรมานจนตายไปทีละคนอย่างช้าๆงานประหารในวันนั้นคงมีสีสันขึ้นมิใช่น้อยเลยกระมัง?”
รอยยิ้มยังคงประดับประดาบนใบหน้าของเซียถงคงเดิมราวกับว่าสิ่งที่กล่าวไปเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง
ถึงแบบนั้นไม่ว่าใครต่างก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง เสมือนกับว่าสามารถแช่แข็งใครก็ตามที่อยู่ในรัศมีสิบฉื่อได้ในพริบตา
สาวรับใช้นางนั้นถึงกับทรุดตัวลงทั้งน้ำตาลงกับพื้น ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเซียถง นางถึงกับหน้าถอดสีซีดเซียวหนักมือทั้งสองข้างบีบชายกระโปรงแน่นแทบฉีก ริมฝีปากขบกัด และยังคงเลือกที่จะปิดปากแน่นไม่พูดไม่จาเห็นได้ชัดว่า มีคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้จริงๆ และแน่นอนนางขอตายดีกว่าหากต้องทรยศอีกฝ่าย แต่พอได้ยินเซียถงกลับถึงคนในครอบครัวนางเองก็ถึงกับไปไม่เป็นเช่นกัน...
“เอาล่ะในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะนำชากานี้มอบให้แก่ฝ่าบาท”
เซียถงยกกาน้ำชาในมือขึ้นมองลอดผ่านแสงตะวันก่อนจะเหลือบหางตามองสาวรับใช้นางนั้นที่นั่งขดตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นก้าวแช่มเดินจากโถงพระคลัง ไปยังท้องพระโรงทันที
แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน จู่ๆก็มีแส้สีดำพวยพุ่งเข้าโจมตีจากทิศทางใดมิทราบเซียถงเหลียวศีรษะเบี่ยงตัวหลบเลี่ยงออกไปเล็กน้อยพร้อมกาน้ำชาในมือที่ยังถือได้นิ่ง ไม่มีสั่นคลอนพอหันไปมองจากทิศทางของแส้ก็พบเข้ากับ ไป๋หลี่อวี๋อิงที่ทั้งสีหน้าแววตาพกพาความแค้นอาฆาตมาเต็มเปี่ยม
ไอเย็นยะเยือกแผดกว้างลามขึ้นมาเกาะทั่วร่างของเซียถง จิตสังหารสายหนึ่งเสมือนถูกยิงเข้าสู่กลางใจนาง
“ข้าเองที่วางยาพิษเจ้าถึงบอกเสด็จพ่อไปก็เปล่าประโยชน์ คิดหรือว่าเสด็จพ่อจะกล้าลงโทษข้าเพียงเพื่อนังอัปลักษณ์อย่างเจ้า?”
ไป๋หลี่อวี๋อิงยืนดักอยู่บริเวณหน้าโถงพระคลังพร้อมกับแส้ยาวในมือ จับจ้องเซียถงด้วยสายตาและท่าทีอันสุดแสนหยิ่งผยองยิ่งยวด
ด้านหลังของนางก็คือไป๋หลี่เย่ในสภาพพันแผลทั่วทั้งร่างที่กำลังจ้องเซียถงตาเขม็งสายตามืดทมิฬสุดจะอาฆาตแค้นวันนี้เขามาพร้อมทหารนับหลายร้อยนายที่กระชับจับดาบคาดเอวเอาไว้แน่นหนา ราวกับว่าทันทีที่ฝ่ายเซียถงเริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาก็พร้อมลงมือเช่นกัน และสุดท้ายนี้ไป๋หลี่เย่ไม่เชื่อว่านังอัปลักษณ์เพียงลำพังจะสามารถต้านรับกองทหารระดับเสาหลักเขียวนับหลายร้อยนายพร้อมกันได้ไม่ว่าจะแข็งแกร่งปานใดก็ตาม
“องค์หญิงกล่าวถูกต้องแล้วแทนที่จะมองหาสร้างเรื่องอันไร้สาระ ข้าขอตัวนำเห็ดหลินจือมรกตกลับจวนไปเสียโดยดี”
เซียถงระงับความโกรธลงได้โดยไวระงับแรงกดดันทั้งหมดลง ส่งยิ้มให้ไป๋หลี่อิ๋งอวีให้ทีหนึ่งพร้อมทั้งวางกาน้ำชาในมือลง หันหลังเดินเข้าไปรอในโถงพระคลังแทนปล่อยไป๋หลี่อวี๋อิงและไป๋หลี่เย่ทิ้งไว้ให้ยืนตะลึงอยู่แบบนั้นไป
จุดประสงค์ของไป๋หลี่เย่ชัดเจนมากเขาเพียงรอให้เซียถงลงมือก่อนเท่านั้น เพื่อที่จะหาข้ออ้างสั่งการเหล่าทหารให้โจมตีนางสวนกลับไป แต่ใครจะไปทราบ เซียถงจะเลือกหันหลังกลับไปและไม่สนใจเรื่องยาพิษในกาน้ำชาของไป๋หลี่อวี๋อิงอีกเลย
“เซียถงมิใช่ว่าเจ้าหยิ่งผยองนักหรอกรึ? หรือเริ่มรู้สึกกลัวข้าบ้างแล้วในวันนี้?”
เซียถงยังคงเดินตรงเข้าไปในโถงพระคลังต่อไปราวกับว่านางไม่ได้ยินเสียงใครทั้งนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ขันทีเดินออกมาพร้อมเห็ดหลินจือมรกตพอดิบพอดี หลังจากได้มาเซียถงก็เก็บกล่องไม้ที่บรรจุเห็ดหลินจือมรกตลงไป พยักหน้าขอบคุณขันทีไปทีหนึ่งและเดินจากโถงพระคลังไปพร้อมกับกล่อมไม้ในมือ ดูท่าทางอารมณ์ดี
“เซียถง!หรือเจ้าจะลืมเรื่องในวันนั้นที่เจ้าทำร้ายร่างกายข้าไปแล้ว?!”
ไป๋หลี่เย่รีบเร่งโบกมือส่งสัญญาณให้เหล่าทหารเข้าปิดล้อมเป็นวงกลม ไม่ให้เซียถงหนีไปไหนได้ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่วันนี้เขาจะต้องลอกหนังเลาะกระดูกของนังอัปลักษณ์ตัวนี้ให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงฆ่าให้ตายไม่ได้ มันก็ต้องพิการนอนติดเตียง!
“เป็นองค์รัชทายาทเองมิใช่ที่ให้สัญญาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนสนามประลอง จะไม่ถือโทษเอาความกันภายหลัง? แต่วันนี้กลับกลืนน้ำลายตัวเองถึงขั้นสั่งกำลังทหารเข้าปิดล้อมหวังจะแก้แค้นข้าคำสัญญาขององค์รัชทายาทในตอนนั้นคงเป็นเพียงคำผากลมกระมัง?”
เซียถงเหล่หางไปทางไป๋หลี่เย่สีหน้าและแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความรังเกียจ
“นังอัปลักษณ์พล่ามไร้สาระอันใด?องค์รัชทายาทผู้นี้เคยให้สัญญาเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใด? เพื่อกำจัดเจ้าตัวอาชญากรรมร้ายเฉกเช่นเจ้าวันนี้ข้ามาในนามของความยุติธรรม ขอสัญญาต่อฟ้าดินจักต้องจับเจ้าไปลงโทษทัณฑ์ให้จงได้!”
พอเซียถงจี้ใจดำใส่ไปทีหนึ่งสีหน้าการแสดงออกของไป๋หลี่เย่พลันมืดครึ้มลงในทันใด ชี้หน้าใส่คำรามด้วยความเกรี้ยวโกรธ
“น่ารังเกียจสิ้นดีโกหกกันหน้าด้านๆ ไร้ยางอาย อย่าคิดเพ้อฝันไปเสียเองว่าพอเสด็จพ่อใจดียิ้มแย้มต่อเจ้าเข้าหน่อย ก็ทำตัวลำพอง วางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วขนาดที่ว่ากล้าลงมือทำร้ายเสด็จพี่กับข้าถึงเนื้อถึงตัวช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! วันนี้มีหรือที่เจ้าจะเดินออกจากวังหลวงได้โดยปลอดภัย!”
ตอนที่นางโดนเสด็จพ่อไล่กลับไประหว่างทางก็บังเอิญไปพบกับไป๋หลี่เย่เข้าโดยนางเองก็ได้ระบายความขับข้องใจทั้งหมดให้แก่พี่ชายของนางฟังแต่ทันทีที่ไป๋หลี่เย่ได้ยินว่า เซียถงมายังวังหลวงแห่งนี้ เขาก็รีบยุยงให้นางแอบวางยาพิษใส่อีกฝ่ายทันทีในเมื่อเหยื่อเข้ามาเหยียบถึงถิ่นแล้ว จะปล่อยโอกาสเช่นนี้ให้หลุดลอยไปได้อย่างไร? แม้ว่าพวกเขาสองพี่น้องจะถูกเสด็จพ่อดุแต่เพื่อแลกกับการสั่งสอนบทเรียนแก่เซียถงแล้ว พวกเขาสองพี่น้องยอมด้วยความเต็มใจ
เมื่อเห็นว่าสองพี่น้องคู่นี้ไม่คิดจะปล่อยนางไปจริงๆในวันนี้ เซียถงเองก็ไม่จำเป็นต้องเก็บงำจิตสังหารอีกต่อไปคลื่นไอเย็นยะเยือกแผดสะท้านออกไปทั่วรัศมีนับหลายสิบฉื่อจับจ้องสองคนนั้นเสมือนคมมีด ในเมื่อต้องการกันเช่นนี้แล้วก็อย่าโทษว่านางหยาบคายเสียแล้วกัน
แต่ที่นี่เป็นวังหลวง? ไม่ข้าไม่แม้แต่แลเหลียวสนใจอยู่แล้ว
หนึ่งความคิดเคลื่อนขยับนางย่างสามขุมก้าวออกไปเบื้องหน้าจับจ้องมองทหารองครักษ์นายหนึ่งที่กำลังกระชับด้ามดาบชักขึ้นมาอยู่เบื้องหลังไป๋หลี่เย่กล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มอย่างเย็นชาขึ้นว่า
“ยั่วยุข้า แล้วพวกเจ้าจะเสียใจ”
น้ำเสียงไม่เบาอ่อนหรือหนักอึ้งแต่เร้นแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือกจากเบื้องลึกสุดของขุมนรก
ทันทีที่สิ้นเสียงเซียถงระเบิดพลังสีครามฟ้าระห้ำ คลื่นกระแทกกวาดล้างสารทิศเงาร่างแปรสภาพเป็นประกายแสงสายหนึ่ง ปราดเข้าโจมตีไป๋หลี่เย่ด้วยความเร็วสูงสุดในอีกด้าน ไป๋หลี่เย่กลับไม่คิดไม่ฝันว่า นางจะโหมโรงเปิดฉากใส่ตนว่องไวปานนี้ชั่วขณะต่อมา เขาถึงขั้นไม่ได้สติตอบสนองใดๆทำได้เพียงยืนจับจ้องเงาร่างของนางที่พุ่งเข้าใส่อย่างโง่งม
กลยุทธ์จับโจรเอาหัวโจก!หลังจากจัดโค่นไป๋หลี่เย่ลงได้แล้ว คนอื่นๆ ก็จะทิ้งอาวุธร่นถอยกันไปเอง!
อย่างไรก็ตามแต่ขณะที่เรียวนิ้วทั้งห้าของนางจะได้ตะปบใส่คอของไป๋หลี่เย่ทันใดนั้นพลันปรากฏพายุโหมสายหนึ่งพัดผ่านขึ้นจากด้านหลังของนางข้อมือสีขาวผ่องถูกคว้าจับพันธนาการแน่นดั่งถูกคีมเหล็กจับปลายนิ้วสวยห่างจากลูกกระเดือกของไป๋หลี่เย่เพียงไม่ถึงครึ่งนิ้ว
น้ำเสียงชวนอบอุ่นแสนล้ำลึกดังขึ้นข้างหูของนาง
“ก็เคยบอกไปแล้วสังหารองค์รัชทายาทมีโทษใหญ่หลวง”
จู่ๆ ก็เข้าจู่โจมองค์รัชทายาทลงมือหวังฆ่าแกงกันภายในวังอย่างเปิดเผยเช่นนี้ นี่นางไปเอาความกล้าหาญปานนี้มาจากไหน?
เซียถงหันศีรษะขวับปะทะชนเข้ากับสายตาคู่ดำขลับเจือไอเย็นเยียบสายตาคู่นั้นจับจ้องนางผ่านหน้ากากสีดำเงินสะท้อน ฉายแวววับเสมือนบ่อน้ำไร้ก้นบึ้ง